วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

ประวัติพระนิรันตราย


ประวัติพระนิรันตราย
พระนิรันตราย เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำ มีการค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2399 ตามประวัติกล่าวไว้ว่า กำนันอิน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่เมืองปราจีนบุรี ท่านฝันว่าจับช้างเผือกได้ หลังจากนั้นไม่นาน ท่านกับบุตรชายชื่อนายยัง เดินทางเข้าป่าเพื่อขุดมันนกในบริเวณชายป่า ห่างจากดงศรีมหาโพธิ์ประมาณ 3 เส้น ก็ได้พบพระพุทธรูปหล่อด้วยทองคำเนื้อหก น้ำหนัก 7 ตำลึง 11 สลึง (ศิลปะพระนิรันตรายแบบนั่งขัดสมาธิเพชร พุทธศิลปะแบบทวารวดี หน้าตัก 3 นิ้ว สูง 4 นิ้ว) ท่านจึงนำไปมอบให้พระเกรียงไกร กระบวนยุทธ์ ปลัดเมืองฉะเชิงเทรา พระเกรียงไกรจึงได้พากำนันอินและนายยังเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายพระพุทธรูปทองคำ พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดฯ ว่า...สองพ่อลูกมีกตัญญูต่อพระพุทธศาสนาและพระเจ้าแผ่นดิน ขุดได้พระทองคำแล้วไม่ทำลาย หรือซื้อขายเป็นประโยชน์ส่วนตัว แล้วยังมีน้ำใจนำมาทูลเกล้าฯ ถวาย….จึงทรงพระกรุณาโปรดฯ พระราชทานเงินตราให้เป็นรางวัล 7 ชั่ง (560 บาท) แล้วมีพระบรมโองการดำริให้ช่างทำฐานเงินกะไหล่ทองประ ดิษฐานไว้ จนเมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างหอพระในพระอภิเนาว์นิเวศน์ จึงโปรดให้อัญเชิญมาประดิษฐานในหอพระรวมกับพระพุทธรูปสำคัญอีกรวม 7 องค์ พระพุทธรูปทองคำโบราณองค์นี้จะประดิษฐานในหอพระในพระ อภิเนาว์นิเวศน์นานเพียงใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด แต่ในหนังสือตำนานพระพุทธรูปสำคัญพระนิพนธ์สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บันทึกไว้ว่าเมื่อ พ.ศ. 2403 และโปรดให้เจ้าพนักงานอัญเชิญพระพุทธรูปทองคำไปประดิษฐาน ณ หอพระเสถียรธรรมปริตคู่กับพระกริ่งทองคำน้อย ซึ่งได้มีคนร้ายลักลอบเข้าหอเสถียรธรรมปริต ลักเอาพระกริ่งทองคำองค์น้อยไป เป็นที่น่าแปลกใจที่กลับไม่เอาพระพุทธรูปทองคำที่ประดิษฐานอยู่คู่กันไปด้วย ทั้งที่องค์พระมีขนาดเขื่องกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริว่า...พระพุทธรูปซึ่งกำนันอินทูลเกล้าฯ ถวายนั้น เป็นทองคำทั้งแท่งและใหญ่กว่าพระกริ่ง ควรที่คนร้ายจะลักองค์ใหญ่ไปแต่กลับละไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่ขุดได้ไม่ทำอันตราย เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่แคล้วคลาดถึง 2 ครั้ง...พระองค์จึงทรงถวายพระนามว่า "พระนิรันตราย"

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริให้เจ้าพนักงานทำการหล่อพระพุทธรูปนั่ง ปางสมาธิเพชร เนื้อทองคำ ขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้วครึ่ง เพื่อสวมพระนิรันตรายไว้อีกชั้นหนึ่ง (พระนิรันตราย ที่ไม่มีเรือนแก้ว ใช้สำหรับตั้งในงานพระราชพิธี)

และโปรดฯ ให้หล่อเป็นเนื้อเงินบริสุทธิ์อีกองค์หนึ่งไว้คู่กันเพื่อสวมทับพระพุทธรูปลังกา สลักจากงาช้าง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวน่าจะทรงได้รับการถวายเป็นบรรณาการจากพระภิกษุลังกาเมื่อครั้งทรงพระผนวชเป็นพระวชิรญาณมหาเถระ

เมื่อพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติมีพระอารามมากขึ้น ในปี พ.ศ.2411 พระองค์จึงทรงโปรดฯ ให้หล่อพระพุทธรูปพิมพ์เดียวกันเป็นเนื้อทองเหลืองกาไหล่ทอง โดยมีเรือนแก้วเป็นพุ่มพระมหาโพธิ์ มีอักขระขอมจำหลักลงในวงกลีบบัว แสดงพระนามพระพุทธคุณ เบื้องหน้า 9 เบื้องหลัง 9 ยอดเรือนแก้วเป็นรูปพระมหามงกุฎ จำนวน 18 องค์เท่ากับจำนวนปีที่เสด็จอยู่ในสิริราชสมบัติ ชั้นล่างของฐานพระซึ่งเป็นที่สำหรับสรงน้ำพระ มีท่อเป็นรูปหัววัว แสดงเป็นที่หมายพระโคตรซึ่งเป็นโคตมะ เพื่อจะทรงพระราชทานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำคัญประจำพระอารามต่างๆ แต่ยังไม่ทันกะไหล่ทอง พระองค์ก็เสด็จสวรรคตเสียก่อน
ครั้นรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายช่างทำการกะไหล่ทองคำทั้ง 18 องค์ให้แล้วเสร็จ และพระราชทานไปตามวัดคณะธรรมยุติตามพระราชประสงค์ของพระบรมราชชนก
1. วัดราชาธิวาส
2. วัดบวรนิเวศวิหาร
3. วัดเทพศิรินทราวาส
4. วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม (ร.5 พระราชทานลำดับที่ 14)
5. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
6. วัดบรมนิวาส
7. วัดมกุฏกษัตริยาราม
8. วัดโสมนัสวิหาร
9. วัดบุรณศิริมาตยาราม
10. วัดราชผาติการาม
11. วัดปทุมวนาราม
12. วัดสัมพันธวงศ์
13. วัดนิเวศน์ธรรมประวัติ จ.พระนครศรีอยุธยา
14. วัดเสนาสนาราม จ.พระนครศรีอยุธยา
15. วัดเขมาภิรตาราม จ.นนทบุรี
16. วัดยุคันธราวาส จ.นนทบุรี
17. วัดบุปผาราม
18. วัดเครือวัลย์
บท อรหํ สมมาสมพุทโธ ถึง ภควา เรียกว่านวารหาธิคุณ
คำว่า นวอรหาธิคุณ แปลว่า พระคุณของพระพุทธเจ้าเก้าประการ มีบทว่า "อรหํ" เป็นต้น คำว่า นวารหาธิคุณ แปลว่า พระคุณอันยิ่งของพระอรหันต์เก้าบท
พระพุทธคุณเก้าบทนั้น มีโดยย่อดังนี้
๑. อรห ํ เป็นผู้ไกลจากข้าศึกคือ กิเลส คือ อวิชชา ตัณหา อุปาทาน กรรม
๒. สมฺมาสมฺ พุทฺโธ เป็นผู้ตรัสรู้ชอบด้วยพระองค์เอง
๓. วิชฺชา จรณสมฺปนฺโน เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชา และจรณะ
๔. สุคโต เป็นผู้เสด็จไปดูแล้ว
๕. โลก วิทู เป็นผู้รู้แจ้งโลก
๖. อนุตฺตโร ปุริสทมมสารถิ เป็นสารถีแห่งบุรุษ พึงฝึกได้ไม่มีบุรุษอื่นยิ่งไปกว่า
๗. สตฺถา เทวมนุสฺสาน ํ เป็นศาสดาของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย
๘. พุทฺโธ เป็นผู้ตื่นแล้ว เป็นผู้เบิกบานแล้ว
๙. ภควา เป็นผู้มีโชค
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=noel&month=01-2009&date=09&group=2&gblog=1

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ