เป้าหมายหลักคือการทำลายพระพุทธศาสนา โจรใต้ เป้าหมายยึดปท.!?




เรื่องความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ที่ชาวไทยต้องช่วยการศึกษา และปกป้องสืบทอด
เพื่อความร่มเย็นในชาติไทย

วันเสาร์ ที่ 4 สิงหาคม 2555


พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องปัญหาความไม่สงบในพื้นทื่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ในการสัมมนาการประชาสัมพันธ์งานด้านการรักษาความมั่นคงของชาติ จัดโดยกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน กทม.วันนี้ ว่า ภาพที่ปรากฏทางภาคใต้วันนี้ เป็นปัญหาที่เกิดจากคนบางส่วน ไม่ใช่คนทั้งหมด
      ทั้งนี้ ทำให้พระจำนวนมากลาสิกขา วัดในพื้นที่ 266 วัด เหลือพระจำพรรษาอยู่ในวัดเพียงวัดละ 1-2 รูป ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนพระสงฆ์ จนต้องนิมนต์พระจากภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไปจำพรรษาทางภาคใต้
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการบรรยาย พล.อ.ณพล ได้นำเสนอข้อมูลการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการประทุษร้ายต่อพระสงฆ์และประชาชนผู้บริสุทธิ์ และได้นำวิดีโอบันทึกภาพการประชุมของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนมาเผยแพร่
      ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพดังกล่าว เป็นภาพชายคล้ายชาวตะวันออกกลางคนหนึ่ง ที่แต่งงานกับคนไทย เป็นผู้บรรยายและสั่งการ โดยมีเนื้อหาระบุถึงเป้าหมายของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนที่ไม่ได้มีเป้าหมายเฉพาะพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ แต่ต้องการให้กระจายไปทุกภาคของประเทศไทย เป้าหมายหลักคือการทำลายพระพุทธศาสนา และทำลายชาติ เพราะชาติคือคนและแผ่นดินถ้าทำให้คนหนีไป แผ่นดินก็จะเป็นของเขา
      พล.อ.ณพล กล่าวว่า ยุทธศาสตร์การก่อเหตุ มุ่งปิดล้อมทางสังคม ปิดล้อมทางศาสนา ปิดล้อมทางเศรษฐกิจ และปิดล้อมทางการศึกษา ซึ่งจากข้อมูลผู้ก่อความไม่สงบ ใช้วิธีการก่อเหตุโดยมุ่งก่อเหตุเป็นรายตำบล รายอำเภอ
     ทั้งนี้ บางพื้นที่ก่อเหตุค่อนข้างถี่ จนชาวบ้านไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ประชาชนต้องอยู่ด้วยความยากลำบาก ใน ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ร้านค้ากว่าร้อยละ 80 ต้องปิดตัวลง ทั้งที่เคยเป็นที่เจริญรุ่งเรืองมาก
      พล.อ.ณพล กล่าวว่า การปิดล้อมทางการศึกษาด้วยการเผาโรงเรียน การฆ่าผู้อำนวยการโรงเรียน และครู สาเหตุที่ก่อเหตุนี้ เพื่อหวังดึงนักเรียนที่ไม่มีที่เรียนไปอยู่โรงเรียนสอนศาสนา เมื่อจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้น เงินอุดหนุนการศึกษาที่โรงเรียนจะได้ก็จะมากขึ้นตามไปด้วย ซึ่งขณะนี้ เหลือเพียงอย่างเดียวคือการปิดล้อมทางการทหาร โดยพยายามเรียกร้องให้ทหารออกจากพื้นที่ เรื่องนี้ไม่ขอกล่าวเพราะเป็นนโยบายทางการทหารของรัฐบาล
      “เหตุที่เราต้องลงมาดูแลปัญหา เพราะมีจดหมายร้องทุกข์มายังกองราชเลขา ในสมเด็จพระบรมราชินีนาถ เราจึงต้องลงไปดูแล โดยพยายามทำโครงการให้ความช่วยเหลือดูแลครอบครัวผู้ที่ได้รับความสูญเสีย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเป็นห่วงปัญหาทางภาคใต้ เราต้องดูแลติดตามสถานการณ์ และนำข้อมูลมารายงานและหาแนวทางแก้ไขปัญหาให้ความช่วยเหลือ” พล.อ.ณพล กล่าว


http://www.oknation.net/blog/chakkrish/2012/08/04/entry-1


เดลินิวส์ 19/3/2542
สังฆราช' เตือนพระ-เณรระวังนรก ทรงตรัสย้ำ อย่าทำลายศาสนา
สมเด็จพระสังฆราชตรัส สะท้านศาสนา ยุคนี้พระไม่สะดุ้งต่อบาป ละเมิดศีลธรรม พระวินัยจนไม่เหลือความเป็นพระ แม้ไม่พูดก็รู้กันดีอยู่ เตือนพระเณร อย่าเอาอย่าง ศึกษาเรื่องที่เกิดขึ้น หยุดความเหิมเห่อทะเยอทะยาน ไม่เช่นนั้นจะตกนรกด้วยกรรมหนัก เพราะทำลายศาสนา อายสัตว์นรก
เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่พุทธมณฑล มีการประชุมสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาสทั่วประเทศ โดยมีพระสังฆาธิการ 800 องค์ ร่วมพิธ ีและถ่ายทอดสดไปทั่วประเทศ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายกทรงเป็นประธานเปิดงาน โดยมีดำรัสเป็นพระวรธรรมคติว่า ยุคนี้เรียกว่าโลกาภิวัฒน์ต้องยอมรับยุ่งยากที่สุด ความเดือดร้อนเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า เป็นเครื่องชี้ให้เห็นจิตใจผู้คน ห่างไกล จากพระธรรมคำสอนพระพุทธเจ้าอย่างลิบลับ ทั้งที่มีการสอนพระพุทธศาสนา สอนธรรมะปฎิบัติ น่าเสียใจน่าห่วงใย ใจคนทรุดต่ำลงมากมาย และเหลือเชื่อ เห็นได้จากการทำความไม่ดีไม่รู้สึกรู้สมไม่รู้จักอับอาย
แม้กระทั่งพระ ก็ไม่สะดุ้งสะเทือน ปฏิบัติละเมิดศีล ละเมิดพระธรรมวินัยจนไม่เหลือให้เป็นผู้มีศีล มีธรรม มีวินัยของพระสงฆ์อีกแล้ว ที่จริง แม้ไม่นำมาพูดก็รู้กันดีอยู่ วันนี้จะขอร้องเพียงว่า อย่าทำตนเอง ให้เป็นเช่นที่รู้ที่เห็นดังกล่าว ขอจงรักษาตัว รักษาใจให้เป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่ง ในการประคับประคอง สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้พ้นจากวิกฤตแลวร้าย พระเป็นที่พึ่งสำคัญ ของญาติโยม ขอทำตนให้เป็นที่พี่งที่แท้จริง "เพื่อให้สามารถรักษาตนให้พ้นความผิดความชั่วได้ ขอจงตั้งใจศึกษา จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่มากมาย มิได้ว่างเว้นแต่ละเวลา ความตายที่เกิดขึ้นให้รู้ให้เห็น ตรงนี้ เป็นเหตุให้ผู้ไม่มืดบอดไปคิด ให้เกิดความกลัว ที่จะต้องพบกับความตาย โดยมิได้ทำความดี โดยที่ทำความชั่วอยู่หนักนักหนา เชื่อว่าไม่มีสักกี่คน ที่ไม่กลัวผลของความชั่ว ผลของการผิดศีลธรรมผิดวินัย ของพระของเณร เพียงแต่พากันประมาทจนเกินไป อยากขอให้กลัวความตายที่จะเกิดแก่ตน ขณะที่มีบาปมีกรรมชั่วร้าย ที่เป็นทางไปสู่ภพชาติ ที่น่าสะพรึงกับต่าง ๆ นาน ๆ สมบัติสักนิดติดตัวไปก็ไม่ได้ มีแต่บุญกับบาปเท่านั้นที่ตามประชิดติดอยู่"
สมเด็จพระสังฆราชตรัสอีกว่า ให้พระภิกษุ สามเณร หยุดความเหิมเห่อทะเยอทะยาน ควรปฏิบัติตามที่พระพุทธเจ้าทรงวางไว้ เมื่อชาติหน้ามาถึง จะได้ไม่ไปอายสัตว์นรกที่อยู่ก่อน โดยเฉพาะสัตว์นรกพวกนี้ไม่ได้เป็นพระเป็นเณรมาก่อน ไหน ๆ บวชเรียนมาแล้วเป็นเวลานานปี อย่าให้เสียเวลาเปล่า จงเร่งทำประโยชน์ให้ตัวเองพ้นนรก พ้นกรรมหนัก ที่เป็นผู้ทำพระพุทธศาสนาสนา ให้ด่างพร้อย ให้ถูกแวดล้อมด้วยความสกปรกของพระเณรที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่มีวินัย ยุคนี้สมัยนี้เห็นต้องพูดเช่นนี้ หวังว่าที่พูดในวันนี้พระเณรคงได้ยินและเชื่อกันบ้าง เพื่อให้พรตนเองให้พ้นกรรมมหันต์ เป็นสุขทั้งชาตินี้และชาติหน้า ขอฝากทุกคนไว้แค่นี้ ศึกษาข้อมูล จารึกวัดบวรนิเวศ ประวัติศาสตร์ความมั่นคงพระศาสนา 
ด่วน ข้อมูล วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ในประวัติศาสตร์ ได้ที่https://docs.google.com/file/d/0B_nOh0gPsWNSUkVWRG9aQ3pkbmc/edit
ช่วยแบ่งปันได้เพื่อสร้างบุญบารมี

จาก สมเกียรติ กาญจนชาติ วันเข้าพรรษา

ความคิดเห็น

  1. ไม่ระบุชื่อ14 สิงหาคม 2555 05:03

    เห็นแล้วรู้สึกสลดสังเวชใจ กับทั้ง2เรื่องที่นำมาบอกต่อ ทำไมคนเราไม่เห็นค่าของการที่เราได้เกิดมาเป็นคน กับเป็น คน เพียงแต่ร่างกายแต่จิตใจยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน ทำไม ไม่เห็นค่าในตัวเอง ไม่เก็บเกี่ยวสิ่งดีงามให้กับตัวเอง ถึงแม้พวกคุณจะไม่ใช่ชาวพุทธ แต่ก็ปฎิเสธได้หรือไม่ ว่า โลกหน้าไม่มีจริง ถ้าคุณคิดว่าไม่มีจริง ทำไม โลกเราถึงมีคนที่เกิดมาพิการแต่กำเนิด ทำไมเกิดมาคบอาการ32ทุกประการ แต่ต้องมาพิการตอนช่วงวัยที่แตกต่างกัน ทำไมคนบางคนเกิดมารวย-จน แตกต่างกันไป ทำไมผิวพรรณ เชื่อชาติ หน้าตา สถาณะการเป็นอยู่ ถึงแตกต่างกัน ถ้าคุณคิดว่าโลกหน้าไม่มีจริง เลิกเถอะการกระทำที่ทำร้ายตัวคุณเอง จงเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆใส่ตัวสำหรับเป็นปัจจัยสู่โลกหน้าในความเชื่อของศาสนาของคุณเถิด เราเชื่อว่า ทุกศาสนาสอนให้ทุกคนเป็นคนดี สอนให้กระทำในสิ่งที่ดี ถึงเราจะต่างศาสนาแต่เราก็ไม่ได้ต่างสายพันธุ์กัน เราคือคนเหมือนกัน จะแก่งแย่งแข่งขันกันไปเพื่ออะไร สู้อยู่อย่างสงบ ไม่ดีกว่าหรือ คิด ไตร่ ตรอง ให้ดีเถิด เราเตือนท่านด้วยความหวังดี

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล