วันจันทร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2558

สมเด็จผู้ช่วยพระปราชิกในประวัติศาสตร์ไทย? ชาวโลกต้องจดจำ!

การโกงสมบัติผู้อื่นตั้งแต่ 5 มาสกขึ้นไปคือประมาณไม่ถึง 300 บาทในปัจจุบัน ภิกษุนั้นต้องอาบัติปาราชิกฐานผิดพระธรรมวินัยพ้นจากความเป็นพระทันที

http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2013/06/blog-post_961.html?m=1

CASE STUDY !

 

กรณีตัวอย่างการสู้คดีการเงิน

แนวทางของสาย อย. ต่อคดีเจ้าคุณเสนาะ

ถามว่า เหตุใด สายอยุธยา จึงออกมาเล่นกันเต็มทีม

คำตอบก็คือ มีตัวอย่าง ได้แก่..แอ่นแอ๊น !
 

ธัมมชโย บุคคลตัวอย่างของ เสนาะ

 

วิเคราะห์ กรณีที่เจ้าคุณเสนาะและสายอยุธยายอมจำนนต่อหลักฐานของ "สตง" แต่ไม่ยอมรับผิด แต่ใช้วิธีปรองดอง "ขอบิณฑบาต" คืนเงินให้แก่ สตง. ขอจบเรื่อง ครั้น สตง. ไม่เล่นด้วย ก็เลยต้องใช้วิธี "ดึงเกม" ดึงคดีเข้ามาอยู่ในการดูแลของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์และพระพรหมดิลก สองคีย์แมนในสาย อย. ซึ่งเชื่อว่า ตราบใดที่คดียังอยู่ในมือของสองผู้ใหญ่สายอยุธยาที่ว่ามานี้ เสนาะไม่มีทางพบกับความผิด มีแต่เสมอตัว ชั่วไม่มี ดีไม่ปรากฏ ถึงผิดก็..ผิดโดยไม่เจตนา น่าจะให้โอกาสอีกสักครั้ง ฯลฯ

หลักฐานอ้างอิงคดีความทางสงฆ์นั้นก็อยู่ไม่ไกล แถวๆ คลองสาม ปทุมธานี นี่เอง แถมมีตัวอย่างตั้งหลายตัว อาทิเช่น

พ.ศ.2542 ธัมมชโย ต้องคดียักยอกทรัพย์วัดพระธรรมกายไปเข้าบัญชีหรือชื่อของตัวเอง เป็นจำนวนเงินร่วม 1,000 ล้าน ตอนนั้น ธัมมชโยถูกพักงานจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต่อสู้คดียืดเยื้อยาวนานถึง 7 ปี ในเดือนสิงหาคม พ.ศ.2549 ทางอัยการได้ถอนฟ้องพระธัมมชโยในข้อหายักยอกทรัพย์ ด้วยเหตุผลที่อธิบายต่อศาลอาญาว่า "จำเลยที่ 1 (ธัมมชโย) กับพวกได้มอบทรัพย์สินทั้งหมด ซึ่งมีทั้งที่ดินและเงินจำนวน 959,300,000 บาท คืนให้แก่วัดพระธรรมกาย การกระทำดังกล่าวของจำเลยที่ 1 กับพวก จึงเป็นการปฏิบัติตามพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ครบถ้วนทุกประการแล้ว" จึงขอถอนฟ้อง เพื่อเห็นแก่ความปรองดอง ซึ่งผลปรากฏว่า ศาลอนุญาต และต่อมา ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยนายถวิล สมัครรัฐกิจ ผอ.สำนักพุทธฯ ในสมัยนั้น ได้ประกาศว่า "เมื่อทางอัยการไม่เอาความพระธัมมชโย คดีความหรืออธิกรณ์ทางสงฆ์ก็เป็นอันยุติ" พระธัมมชโยจึงกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ และได้รับการคืนตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ได้รับการเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระเทพญาณมหามุนี ในปี พ.ศ.2554

 

 

ถึงปี พ.ศ.2557 พระธัมมชโย ต้องมลทินอีกครั้งหนึ่ง โดยครั้งนี้ มีหลักฐานยืนยันว่านายศุภชัย ศรีศุภอักษร อดีตประธานสหกรณ์คลองจั่น ได้เซ็นเช็คในนามสหกรณ์คลองจั่น ถวายแก่วัดพระธรรมกายและพระธัมมชโย เป็นเงินกว่า 800 ล้านบาท และเมื่อสหกรณ์ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องเข้าขั้นวิกฤต ตัวนายศุภชัยถูกปลดและถูกฟ้องร้องเป็นคดีความ เรื่องราวจึงเกี่ยวพันถึง "พระธัมมชโย" อีกครั้ง แต่ข่าวสารล่าสุดระบุว่า พระธัมมชโยและวัดพระธรรมกาย กำลังเจรจากับสหกรณ์คลองจั่น ขอคืนเงินบริจาคตามหลักฐานที่ปรากฏ โดยไม่มีการดำเนินคดีอาญา ส่วนทางคณะสงฆ์นั้นก็ไม่มีใครติดใจจะเอาความ เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องของสหกรณ์คลองจั่นกับวัดพระธรรมกาย

นี่แหละคือ "คดีตัวอย่าง" ที่ทางทีมงาน อย. นำมาพิเคราะห์เทียบเคียง เห็นว่า "น่าจะเข้ากันได้กับกรณีพระพรหมสุธี" จึงมีความพยายามเจรจาขอยอมความกับ สตง. โดยทางพระพรหมสุธ (เสนาะ) ยินยอมคืนเงินให้แก่รัฐบาลผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และขอให้ สตง. ยุติการสอบบัญชีเงินวัดสระเกศ หมายถึงให้กระบวนการสอบสวนทุกสิ่งสิ้นสุดลง โดยเจ้าคุณเสนาะไม่มีมลทิน

 

 

มือโปรหรือมือปล่อย ?

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
ผู้คุมคดีธัมมชโยกับคดีเจ้าคุณเสนาะ

 

ทั้งนี้ เพราะมหาเถรสมาคม เคยตั้งแนวทางการดำเนินคดีทางสงฆ์เอาไว้ในกรณีธัมมชโยว่า "หากมีการคืนเงิน และเจ้าทุกข์ก็ไม่ติดใจเอาความ ก็ถือว่าจำเลยไม่มีความผิด"และรู้แล้วจะหนาวจนสุดขั้วเลยแหละว่า ผู้คุมคดีธัมมชโยในอดีตนั้น หาใช่ใครอื่น ก็คือสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์) อดีตเจ้าคณะภาค 1 และปัจจุบัน เป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลางนั่นเอง ทำเองกับมือมันจะไม่เห็นทางหนีทีไหล่ก็ให้มันรู้ไปสิ งานนี้จึงเท่ากับเอาคนเก๋าเกมลงมาเล่นเต็มสนาม เหมือนหมอคุ้นกับโรคและคนไข้ ถ้ายังรักษาไม่หาย อ่านเกมไม่ออก แก้เกมไม่ตก ก็เห็นทีต้องยกทั้งทีมกลับอยุธยา

อย่างไรก็ตาม ยังมีความลักลั่นกันในกรณีเปรียบเทียบ ระหว่างธัมมชโยกับเจ้าคุณเสนาะ เพราะคดีธัมมชโยนั้น ฝ่ายผู้บริจาคไม่มีใครติดใจเอาความ เป็นแต่ทางโจทย์ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ (ตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) ได้ทำการฟ้องร้อง พูดง่ายๆ ก็คือว่า เงินที่เกี่ยวกับคดีท่านธัมมชโยนั้น เป็นเงินบริจาคของญาติโยมวัดพระธรรมกาย แต่สำหรับกรณีพระพรหมสุธีนั้น เป็นเงินหลวง เป็นเงินที่รัฐบาลได้อนุมัติผ่านสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ให้นำไปใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

กรณีเจ้าคุณเสนาะจึงถือว่า "แตกต่าง" จากธัมมชโยโดยสิ้นเชิง นั่นจึงเป็นเหตุผลว่า"ทำไม สตง. ไม่ยอมความ" ก็เพราะยอมไม่ได้ ขืนยอม สตง. ก็อาจจะถูกฟ้องร้องเสียเอง ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

มองอีกด้าน ถ้าหากเงินจำนวนที่เป็นคดีความอยู่ในขณะนี้ เป็นเงินบริจาคของพุทธศาสนิกชนทั่วไปให้วัดสระเกศ ในงานทำบุญศพสมเด็จเกี่ยว ก็ถือว่าเป็นเงินส่วนตัว ส่วนบุคคล ไม่เกี่ยวกับเงินหลวงหรืองบประมาณแผ่นดิน ถ้าหากทางเจ้าของเงิน (ผู้บริจาค) ไม่ฟ้องร้องเอง ไม่ติดใจเอาความ ทาง สตง. ก็ไม่มีสิทธิ์ไปสอบสวนวัดสระเกศในเรื่องการเงินเช่นกัน

ในความเป็นจริงอีกชั้นหนึ่งก็คือ ในบรรดาผู้บริจาคเงินให้แก่วัดสระเกศ ในงานศพสมเด็จเกี่ยว ซึ่งประมาณว่ากว่า 100 ล้านบาทนั้น น่าจะมีผู้บริจาคนับพันนับหมื่นราย แต่ไม่มีใครติดใจเอาความกับเจ้าคุณเสนาะในข้อหาฉ้อโกงเลย แม้แต่มูลนิธิสิริวัฒนภักดี ของนายเจริญ คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี ซึ่งมีชื่อเป็นผู้บริจาคค่าโต๊ะหมู่บูชา เป็นจำนวนเงิน 11.5 ล้านบาท และทาง สตง. พบว่า มีความซ้ำซ้อนกับรายการที่ทางวัดสระเกศยื่นขอต่อรัฐบาลไปนั้น ฝ่ายผู้บริจาคคือมูลนิธิสิริวัฒนภักดี ก็ยังไม่ความเคลื่อนไหวเอาความต่อเจ้าคุณเสนาะแต่อย่างใด

ด่านหินที่สุด ของพระพรหมสุธี เวลานี้ จึงอยู่ที่ "สตง." เพราะนอกจากจะไม่ยอมความแล้ว ยังระบุอย่างชัดเจนว่า "ถึงจะมีการคืนเงินให้แก่รัฐบาล แต่คดีอาญาหายอมความได้ไม่" ก็หมายถึงว่า เจ้าคุณเสนาะเตรียมรับกับการ "แจ้งความ" ในข้อหาฉ้อโกง เป็นรายการต่อไปได้เลย

เหตุการณ์สำคัญซึ่งน่าสนใจนั้นอยู่ที่

1.  8 ม.ค. 58 ที่ผ่านมา ทาง สตง. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปยังพุทธมณฑล เพื่อเข้าชี้แจงกรณีบัญชีเงินวัดสระเกศต่อมหาเถรสมาคม ปรากฏว่าติดไฟแดง ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปชี้แจงในห้องประชุม 

2. 8 ม.ค. 58 วันเดียวกัน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้สลักในหนังสือ สตง. ข้อความว่า "ดำเนินการต่อไป" นั่นคือสัญญาณ "ไฟเขียว" จากวัดปากน้ำ ให้ดำเนินการกับเจ้าคุณเสนาะตามกฎหมาย ผิดว่าไปตามผิด ถูกว่าไปตามถูก

โดยนัยยะนี้ หากทางเจ้าคุณเสนาะ ถูกแจ้งดำเนินคดีโดย สตง. ก็จะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 12 และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ทันที ไม่มีข้อแม้

ส่วนกรรมการฝ่ายสงฆ์ ที่ตั้งขึ้นมาผ่านมติมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 8 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะถ้ากฎหมายบอกว่าผิด กรรมการฝ่ายสงฆ์จะบอกว่าถูกก็ไม่ได้ ถึงจะมีกรณีธัมมชโยเทียบเคียงอยู่ก็ตาม แต่นั่นเทียบเคียงได้เฉพาะกรณีที่เจ้าทุกข์หรือเจ้าทรัพย์ไม่ติดใจเอาความ แต่กรณีของเจ้าคุณเสนาะนี้ จะหลุดข้อหาได้ก็กรณีเดียว คือ "สามารถเคลียร์บัญชีเงินวัดสระเกศได้ทุกประเด็น" เท่านั้น หากเคลียร์ตรงนี้ไม่ได้ ไม่ว่าใหญ่แค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ คณะนิคหกรรมต้นสังกัดของเจ้าคณะ กทม. และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่จะตั้งขึ้นมาสอบสวนเจ้าคุณเสนาะ ตามมติมหาเถรสมาคม วันที่ 8 ม.ค. ที่ผ่านมา จึงถือว่าไม่มีผลอะไร ตั้งไว้เฉยๆ สอบก็ได้ไม่สอบก็ได้ เพราะถึงอย่างไร ผลสอบของคณะสงฆ์ ก็ต้องอิงหลักฐานจากทาง สตง. อยู่วันยังค่ำ

ดังนั้น จึงต้องจับตาว่า จากนี้ไป ทาง สตง. จะดำเนินการอย่างไร เพื่อเอาผิดกับพระพรหมสุธี ตามที่ได้พบพยานหลักฐานและได้ฟันธงลงไปว่า  "ผิด" ถึงกับนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ได้เข้ากราบถวายรายงานต่อสมเด็จพระมหารัชมังคลจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ที่วัดปากน้ำ ด้วยตนเอง คนระดับนี้ ถ้าไม่มีพยานหลักฐานมัดแน่นแบบชัวร์ๆ คงไม่มั่วนิ่มถึงกับออกหน้าดังที่เห็น เป็นเรื่องที่มีเดิมพันสูงอย่างยิ่ง

กรณี "ฝ่ายเจ้าคุณเสนาะ" ขอพบ สตง. ที่วัดยานนาวา คืนวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ส่งสัญญาณว่า ทางฝ่ายเจ้าคุณเสนาะออกอาการเมาหมัดแล้ว สู้ต่อไปไม่ไหว จึงขอตัวช่วย-ขอคุยนอกสนาม ขอลงอย่างไร้การตัดสิน ไม่มีผลคะแนน เท่ากับไม่มีการชก

แต่มวยดีมีคุณภาพระดับ "สตง" จะยอมความกันในเวลาวิกาลก็เชิงชาย สุดท้ายจึงต้องเดินเกมต่อ ส่งผลให้ทาง อย. ต้องเปิดเกมใหม่ เบรกตัวแทน สตง. ไว้นอกห้องประชุม ก่อนจะดึงคดีไปให้แก่เจ้าคุณเอื้อนเจ้าคณะ กทม. ซึ่งทาง สตง. ก็ไม่ยอมเช่นกัน ได้เข้าหาสมเด็จวัดปากน้ำ เพื่อขอสัญญาณพิเศษ จัดการกับเจ้าคุณเสนาะ และก็ได้ไฟเขียวจากวัดปากน้ำมาแล้วเช่นกัน

นั่นจึงเป็นการส่งสัญญาณว่า ศึกวัดสระเกศ มาถึงยกสุดท้ายแล้ว ปี่กลองเชิด !

โชว์ฟอร์ม ไล่ต้อน ไล่ทุบ เจ้าคุณเสนาะ ฝ่ายเดียวมาตั้งแต่ต้น จนข้ามเดือนข้ามปี ภายในเดือนมกราคม ศกนี้ ถ้าทาง สตง. ยังปิดเกมไม่ลง หาความผิดเจ้าคุณเสนาะไม่ได้ ก็คงจบเห่ โดนแฟนมวยโห่ไล่ออกจากสนาม ไม่ต่างจากทำฟลาวน์ เหตุผลหรือก็คืออารมณ์ความรู้สึกของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ เขาเบื่อลีลาของเจ้าคุณเสนาะมานาน แต่ถ้าทาง สตง. ทำคดีแบบผีเข้าผีออก กอดคอเจ้าคุณเสนาะรอระฆังยกสุดท้าย อารมณ์เบื่อหน่ายเจ้าคุณเสนาะก็จะหวนกลับมาหา สตง. แทน แถมจะเพิ่มเป็นสองเท่า !

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
11 มกราคม 2558


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ