วันพุธที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2558

ทรราชย์ในผ้าเหลือง? ประจักษ์แล้ววันนี้ มหาชนหมดศรัทธา

ส่งบอล !

สตง.เตรียมโอนบัญชีเจ้าคุณเสนาะให้ดีเอสไอ

รับไว้เป็นคดีพิเศษ

เหตุผล : ยอมความไม่ได้
 


นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส
ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน
 

อา..ถ้าถึงมือดีเอสไอแล้วก็ต้องบอกว่า ไม่ว่าใหญ่ระดับไหนก็เลี่ยงบาลีหนีไม่ได้อีกแล้วครับท่าน งานนี้มีแต่ "เจ๊งกับเจ๊ง" เพราะพระผู้ใหญ่ระดับ"โคตรบิ๊ก" ในประวัติศาสตร์ พร้อมใจกันลงมาเล่นเกมการกุศลของวัดสระเกศแบบไม่ได้นัดหมาย ก็ไม่รู้ว่าคุ้มค่าหรือไม่ เพราะสุดท้ายปัญหาก็อยู่แค่เงิน 15 ล้านบาทเท่านั้น จิ๊บจ้อยมาก เข้าตำรา "ปลาใหญ่ตายน้ำตื้น" เลย เมื่อเทียบกับเงินของธัมมชโยตั้งพันๆ ล้าน ฝีมือบริหารคดีห่างชั้นกันเยอะ นี่คือหลักฐานชิ้นสำคัญ ที่ยืนยันว่า "ที่เขาเล่าลือมานาน ว่ากลุ่มพระอยุธยาเล่นพรรคเล่นพวก เล่นการเมือง ผ่องถ่ายอำนาจการปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลาง ไว้เฉพาะในสายอยุธยาเท่านั้น" เป็นเรื่องจริงกรณีนี้จึงสะท้อนโครงสร้างการบริหารคณะสงฆ์ไทยได้อย่างชัดเจน ต้องมีการปฏิรูปกันยกใหญ่ ไม่งั้นพัง เราจะปล่อยให้พระพวกนี้ยึดครองอำนาจคณะสงฆ์ไทยให้แก่ "พรรคพวกของตัวเอง" ต่อไปอีกไม่ได้แล้ว มิฉะนั้นก็ต้อง "แยกกันอยู่" แบบวัดสระเกศนั่นแหละ

 

สี่คีย์แมนสายอยุธยา

 

เสนาะวันนี้จึงเป็นต้นเหตุของยุทธการ "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว"หากเสนาะตาย รายต่อไปก็วัดสามพระยากับวัดพิชัยญาติ เตรียมรับกับคลื่นสึนามิเอาไว้ให้ดี อย่าคิดว่ามีอำนาจแล้วยั่งยืน เป็นผู้ใหญ่แต่ใจแคบเอาแค่ภาพพจน์ที่สังคมสงฆ์เขานินทากันกระหึ่มเมืองวันนี้ ไปเช็คเร็ตติ้งเอาเองเถิดครับท่าน ว่ามันสวยงามขนาดไหน คำถามง่ายๆ แค่ว่า "จะเป็นพระของชาวไทยทั้งประเทศ หรือเป็นของชาวอยุธยาเท่านั้น" ถ้าตอบไม่ได้ ก็เห็นจะน่าสงสาร ?

 




 

ผู้ว่าฯ สตง. ยืนยันเดินหน้าตรวจสอบกรณีวัดสระเกศฯ ใช้จ่ายงบผิดปกติอย่างจริงจัง แนะให้ส่งเงิน 11 ล้านบาท คืนราชการ

วันนี้ (13 ม.ค. 58) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า จากกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ดำเนินการตรวจสอบงบประมาณแผ่นดินที่ใช้ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช จำนวน 67 ล้านบาท ของพระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งจากการตรวจสอบพบความผิดปกติ 2 กรณี คือ งบประมาณพระไตรปิฎกที่ใช้แจก จำนวน 15 ล้านบาท และงบประมาณในการใช้จัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาจำนวน 11 ล้านบาท

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เปิดเผยว่า ขณะนี้มีการชี้แจงการใช้งบประมาณแล้ว 41 ล้านบาท โดยพบว่า 15 ล้านบาท ถูกส่งไปยังกองทุนพระไตรปิฎก ของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ แต่ที่ยังตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินไม่ได้ คือ เงินจำนวน 11 ล้านบาท ที่ถูกระบุว่านำไปจัดซื้อโต๊ะหมู่บูชาแจกจ­่ายเป็นของที่ระลึกตามวัดต่างๆ แต่จากการตรวจสอบ พบว่า โต๊ะหมู่บูชามีรายชื่อผู้บริจาคจัดซื้อไว้อยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีการนำเงินไปซื้อจตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับพิธี ทั้งที่วัดได้รับเงินบริจาคในพระราชพิธีจำนวนมากกว่า 50 ล้านบาท ตามที่ สตง.ตรวจสอบ ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณอุดหนุนจากรัฐ จึงควรคืนเงินจำนวน 11 ล้านบาทให้ราชการ

ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ยังระบุอีกว่า ยังไม่สามารถคาดการณ์ระยะเวลาการสอบสวนได้ เพราะการตรวจสอบจะดำเนินการได้เร็วขึ้น หากได้รับความร่วมมือในการแจกแจงทุกบัญชีจ­ากทางวัด เพื่อสร้างความกระจ่าง พร้อมยืนยันว่าไม่มีเจตนายุ่งเกี่ยวกับเงินบริจาคของวัดในส่วนอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพระราชพิธี

ส่วนกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อาจรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษนั้น สตง. ยินดีร่วมมือกับดีเอสไอและให้ข้อมูล แต่ สตง. ยังเดินหน้าตรวจสอบต่อ และหากพบว่าวัดมีความผิดจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่กรณีความผิดสงฆ์ก็ให้เป็นไปตามวินัยสงฆ์ ในที่สุดหากไม่สามารถชี้แจ้งรายละเอียดการใช้เงินตามวัตถุประสงค์ได้ พระพรหมสุธีอาจจะต้องอาบัติปาราชิกได้

 

ข่าว : TNN
15 มกราคม 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ