วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ประวัติศาสตร์สรุปข้อมูล การคืนความสุขให้ประชาชน



ของขวัญจากกระทรวงกลาโหม เพิ่มความปลอดภัย-เปิดแหล่งท่องเที่ยวทหาร
พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เปิดกิจกรรม “เติมความสุขให้คนไทยจากใจทหาร” เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.2557 ประกอบด้วย 3 โครงการหลัก 51 แผนงาน เช่น การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พัฒนาอาชีพ  การช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาอาชีพ  การให้บริการทางการแพทย์และกิจกรรมบันเทิงภายในสัปดาห์นี้ โดยได้ให้กำลังพลร่วมกิจกรรมทำความสะอาดศาสนสถานและแหล่งชุมชนทั่วประเทศ 395 แห่ง ตั้งจุดบริการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ทั้งทางบกและทางน้ำทั่วประเทศ เปิดแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ในเขตทหารทั่วประเทศ และเปิดให้บริการศูนย์เรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหน่วยทหาร 
สำหรับกระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเดือนธันวาคม และจัดงานเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน 8 กิจกรรม ทั้งงานทำบุญปีใหม่

กองทัพบก จัดหนัก "เติมความสุขให้ประชาชน" 16 แผนงาน เน้นความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558 
เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงเทศกาลปีใหม่ 2558 ของกองทัพบก ที่ได้จัดทำแผนงานโครงการ เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จำนวน 16 แผนงานนั้น ได้มีจุดมุ่งหมายให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากการบรรเทาความเดือดร้อน ให้มีผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมระยะยาว และที่สำคัญเพื่อเป็นการเติมความสุขให้กับประชาชนในห้วงเทศกาลปีใหม่นี้ โดยแผนงานทั้ง 16 เรื่อง จะครอบคลุมใน 3 ลักษณะ คือ 1. การสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน 2. การช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาอาชีพ
และ 3.การให้บริการด้านต่างๆ โดยรายละเอียดต่าง ประกอบไปด้วย การสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน ได้แก่ การเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในทุกพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน, การเพิ่มมาตรการของด่านตรวจ จุดสกัดในพื้นที่รับผิดชอบของกองกำลังป้องกันชายแดน เพื่อป้องปรามการกระทำผิดกฎหมายและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านเข้า-ออกตามด่านตรวจและพื้นที่ชายแดน, การก่อสร้างและปรับปรุงถนนที่ชำรุดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (จชต.) จำนวน 37 เส้นทาง ซึ่งหน่วยทหารช่างได้เริ่มปรับปรุงเส้นทางแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ขณะนี้มีความคืบหน้าร้อยละ 8, การจัดระเบียบรถสาธารณะ จักรยานยนต์รับจ้างและรถตู้ในพื้นที่ กทม. เน้นสร้างความปลอดภัย ขจัดผู้มีอิทธิพล เป็นไปตามกฎหมาย และโครงการคืนคนดีสู่สังคม ในศูนย์วิวัฒน์พลเมือง ที่ฝึกอบรม ฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติดทั่วประเทศกว่า 6,000 คน ในปี 2558
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวต่อว่า การช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาอาชีพ ได้แก่ เปิดให้บริการ ศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในหน่วยทหาร 227 แห่ง, โครงการปรับปรุงพัฒนาแหล่งน้ำที่ดำเนินการโดยกองทัพบก, การซ่อมแซมและก่อสร้างที่พักอาศัยให้กับผู้ยากไร้ กำลังพลชั้นผู้น้อย กำลังพลที่ปลดพิการ, การก่อสร้างอาคารเรียนทดแทน กรณีโรงเรียนถูกลอบวางเพลิงใน อ.มายอ และ อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี, การจัดชุดบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่, โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ เพื่อคืนความร่มรื่น สวยงามสู่พุทธมณฑล กทม. และการจัดกิจกรรมสัปดาห์ทำความสะอาดศาสนสถาน แหล่งชุมชุนทั่วประเทศ 319 แห่ง ระหว่าง 22 – 26 ธันวาคม 2557, การให้บริการด้านต่างๆ ได้แก่ จัดตั้งจุดบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ทั้งทางบกและทางน้ำ 243 จุด ในช่วงวันหยุดเทศกาล ระหว่าง 27 ธันวาคม 2557 ถึง 4 มกราคม 2558 บริเวณหน้าค่ายทหารและเส้นทางคมนาคมสำคัญ, เปิดแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ในเขตทหาร 58 แห่ง ให้ประชาชนได้เข้าชมโดยไม่คิดค่าบริการ ระหว่าง 31 ธันวาคม 2557 ถึง 4 มกราคม 2557, การเปิดศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในหน่วยทหาร ให้ประชาชนได้เข้าศึกษาเรียนรู้ ในระหว่าง 31 ธันวาคม 2557 ถึง 4 มกราคม 2558, การจัดกิจกรรมแสดงดนตรีโดยหน่วยทหารทั่วประเทศ เพื่อสร้างความบันเทิงให้กับประชาชน ในห้วงเทศกาลปีใหม่ และแผนงานสุดท้าย คือ การจัดทำโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะ
"สำหรับกิจกรรม "สัปดาห์ทำความสะอาดศาสนสถานและแหล่งชุมชนทั่วประเทศ" ภายใต้แนวคิด "เติมความสุข ให้คนไทย จากใจทหาร" นั้น กระทรวงกลาโหมได้เปิดกิจกรรมในวันที่ 22 ธันวาคม 2557 โดยส่งทหารจากทุกเหล่าทัพ เข้าทำความสะอาดศาสนสถาน และแหล่งชุมชนในพื้นที่รอบเกาะรัตนโกสินทร์ กทม. สำหรับกองทัพบก เข้าทำความสะอาด ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม"
พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวว่า ทั้งนี้ ในทุกแผนงานที่ดำเนินการ กองทัพบกหวังว่าคงจะสร้างความสุข ความประทับใจ และก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน ที่สำคัญจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมไทยให้มีความรัก ความสามัคคี เป็นสังคมไทยที่น่าอยู่ ตั้งแต่เริ่มศักราชใหม่ในปี 2558 นี้
เร็ว ๆ นี้  ณ ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานปล่อยขบวนคาราวานสู้ภัยแล้ง ตามโครงการ "คืนความสุขให้คนไทย รวมใจสู้ภัยแล้ง” ซึ่งเป็นการบูรณาการของกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษแบบเชิงรุกเร่งเข้าไปดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งในหมู่บ้านที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 31 จังหวัด
สืบเนื่องจากที่มีการคาดการณ์ว่า ในปี พ.ศ. 2558 ประเทศไทยมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์ ภัยแล้ง และภาวะฝนทิ้งช่วงในหลายพื้นที่ ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทาน กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ว่าจะมีพื้นที่เสี่ยงภัยแล้งจำนวน 31 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยนาท นครสวรรค์ สุพรรณบุรี ปราจีนบุรี จันทบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตราด สระแก้ว เชียงราย เชียงใหม่ น่าน พะเยา แพร่ แม่ฮ่องสอน ลำพูน สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก ตาก กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม หนองบัวลำภู นครราชสีมา ชัยภูมิ สุรินทร์ หนองคาย ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ        
เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาภัยแล้งในพื้นที่ดังกล่าวตามนโยบายของรัฐบาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ร่วม กับ 3 กระทรวงหลัก ประกอบด้วย กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ระดมสรรพกำลังทั้งด้านบุคลากร เครื่องจักรและอุปกรณ์ในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้ง โดยจัดหน่วยปฏิบัติการพิเศษแบบเชิงรุกเร่งเข้าไปดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ในหมู่บ้านที่คาดว่าจะเป็นพื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 31 จังหวัด ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ก่อนภัยแล้งจะมาถึง เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่จากรัฐบาลที่มอบให้กับประชาชน         
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้กำหนดให้พื้นที่เสี่ยงภัยแล้ง 31 จังหวัด เป็นพื้นที่เร่งด่วนที่ทุกหน่วยงานของกระทรวงจะต้องจัดแผนงานเร่งด่วนเข้าดำเนินการแก้ไขก่อนจะเกิดภัยแล้งขึ้น โดยดำเนินการดังนี้  
1) การเตรียมความพร้อมรับมือภัยแล้ง         
- จัดตั้งศูนย์อำนวยการติดตามและแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยกรมทรัพยากรน้ำและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล รวมทั้งสิ้นจำนวน 25 แห่ง        
- จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ อุปกรณ์ เครื่องมือ และบุคลากร ให้มีความพร้อมในการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาภัยแล้ง        
- จัดเตรียมชุดสูบน้ำเคลื่อนที่ สูบน้ำจากลำน้ำสายหลักไปเก็บกักไว้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ แหล่งน้ำขนาดเล็ก         
- จัดรถบรรทุกน้ำ นำน้ำไปแจกจ่ายสำหรับอุปโภคบริโภคในหมู่บ้านขนาดแคลนน้ำตามที่ประชาชนร้องขอ         
- ระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อการซ่อมแซมประปาบาดาลและเครื่องสูบน้ำไฟฟ้า 64 ชุด         
- ระดมหน่วยเจาะบ่อน้ำบาดาล 78 ชุด เพื่อเร่งรัดการดำเนินงานเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่เป้าหมาย 31 จังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 1,321 แห่ง ใน 3 โครงการหลัก ได้แก่ การแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภค ในหมู่บ้านขาดแคลนน้ำ 305 แห่ง จัดหาน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียน 323 แห่ง และพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร 693 แห่ง         
- จัดเตรียมจุดจ่ายน้ำถาวร 87 แห่ง และรถบรรทุกน้ำ เพื่อแจกจ่ายน้ำตลอด 24 ชั่วโมง        
- ให้บริการจุดจ่ายน้ำดื่มสะอาดภายในโรงเรียนให้แก่ชุชนโดยรอบ 413 แห่ง        
2) การดำเนินการให้ความช่วยเหลือและแก้ไขภัยแล้งที่ผ่านมาถึงปัจจุบัน        
กรมทรัพยากรน้ำ สูบน้ำเพื่อบรรเทาปัญหาภัยแล้ง 13 พื้นที่ 7 จังหวัด ประชาชนได้รับประโยชน์ 3,159 ครัวเรือน 7,317 คน พื้นที่การเกษตร 25,100 ไร่ พร้อมเร่งรัดดำเนินโครงการอนุรักษ์และฟื้นฟูแหล่งน้ำ 817 แห่ง สามารถเก็บกักน้ำได้ 236 ล้านลูกบาศก์เมตร กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ 31 จังหวัดไปแล้ว ดังนี้       
- เจาะบ่อน้ำบาดาลแล้วเสร็จ 190 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 15 ของบ่อน้ำบาดาลทั้งหมด 1,321 แห่ง      
- ซ่อมแซมระบบประปาและเครื่องสูบน้ำ 43 แห่ง      
- การแจกจ่ายน้ำ 195,570 ลิตร  พร้อมเร่งรัดดำเนินการตามแผนงานโครงการที่ได้รับงบประมาณปี 2558 ทั่วประเทศ ได้แก่ โครงการแก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคในหมู่บ้านขาดแคลนน้ำ 683 แห่ง โครงการจัดหาน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียน 700 แห่ง และโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร 1,285 แห่ง รวม 3 โครงการ จำนวนทั้งสิ้น 2,668 แห่ง
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติรับทราบของขวัญปีใหม่ตามที่กระทรวงต่าง ๆ เสนอ ดังนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรายงานว่า ได้จัดทำโครงการที่มีประโยชน์เพื่อมอบให้เป็นของขวัญให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ใน 5 กล่องของขวัญ รวม 26 โครงการ ดังนี้ 1.วิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน ประกอบด้วย งานคืนความสุขให้เธอ...เยาวชนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ งานถนนสายวิทยาศาสตร์ 2015 Ice Age The Exhibition เปิดประสบการณ์แสนสนุก...ยุคน้ำแข็ง "จดหมายถึงดวงดาว สื่อเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์" เปิดหอดูดาวส่วนภูมิภาค "เปิดบ้านฉายดาว" เทศกาลเปิดฟ้า...ตามหาดาวรับลมหนาว การพัฒนาเครื่องเคลือบกระจกเส้นผ่าศูนย์กลางกระจก ๒.๔ เมตร ของกล้องโทรทรรศน์สำหรับหอดูดาวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ค่ายเยาวชนตะลุยอวกาศ รายการโทรทัศน์ The surveyor เที่ยวสนุกทุกพิกัด เกมส์ผจญภัย G Adventure และ การพัฒนากำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STEM Education)
2.วิทยาศาสตร์เพื่อทรัพยากร ประกอบด้วย พัฒนาระบบน้ำอุปโภค-บริโภค ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง "ส่งน้ำสะอาด คืนความสุขชาวอีสานตอนล่าง" และกิจกรรม GISTDA เพื่อชุมชน 3.วิทยาศาสตร์เพื่อเศรษฐกิจ ประกอบด้วยกิจกรรม คืนความสุข ชุบชีวิต สังคม OTOP/SMEs การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการ OTOP ด้วย วทน. ๕ ภูมิภาค (Science Technology and Innovation Matching Programme : STIMP) คาราวานเทคโนโลยี 4 ภาค เพื่อประชาชน คืนความสุขให้ประชาชน ด้วยสารละลายไคโตซานฉายรังสี การพัฒนานักประกอบการวิสาหกิจชุมชนข้าวอินทรีย์ จังหวัดยโสธร ต้นแบบระบบบูรณาการการเรียนกับการทำงาน (Work Integrated Learning หรือ WiL) ในรูปแบบโรงเรียน-โรงงาน แจกตัวอย่างผลิตภัณฑ์จากเทคโนโลยีฟิล์มยืดอายุผลิตผลสด นวัตกรรมการเพิ่มมูลค่าชีวมวลเป็นเชื้อเพลิงอัดแท่ง (wood pallet) สำหรับโรงไฟฟ้าแก๊สซิฟิเคชั่นชีวมวลในระดับชุมชน
4.วิทยาศาสตร์เพื่อการบริการ ประกอบด้วย การมอบชุดทดสอบความกระด้างในน้ำเพื่อประชาชน การบริการรับคำขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์ (e-License) และ 5.วิทยาศาสตร์เพื่อชีวิตและสังคม ประกอบด้วย ชุดคืนความสุขให้แก่ ผู้ดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ การสร้างความมั่นใจในการใช้เครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดด้วยวิธีเป่าลมหายใจ มาตรวิทยากับการบูรณาการเพื่อพัฒนาวิธีการทดสอบเครื่องมือวัดทางการแพทย์ฉบับภาษาไทย
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) เสนอ ได้แก่ 1.พศ. ร่วมกับวัดทุกวัดและวัดไทยในต่างประเทศ สำนักปฏิบัติธรรมทั่วประเทศและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วน ดำเนินการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เพื่อเป็นการเริ่มต้นชีวิตที่ดีงามตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาด้วยการจัดกิจกรรมสวดมนต์เจริญจิตตภาวนาข้ามปีเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ครอบครัว และสังคม ซึ่งกิจกกรรมดังกล่าวได้มีการดำเนินการติดต่อกันมาอย่างต่อเนื่อง
2.มหาเถรสมาคมมีมติเห็นชอบโครงการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่2558 โดยให้ดำเนินการดังนี้ 2.1 ให้วัดทุกวัดและวัดไทยในต่างประเทศจัดให้มีการสมาทานศีล ฟังพระธรรมเทศนา สวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนาข้ามปีใหม่ในวันที่ 31 ธันวาคม 2557 และให้มีพิธีทำบุญตักบาตรในวันที่ 1 มกราคม 2558 ตามความเหมาะสม
2.2 ให้วัดทุกวัดและวัดไทยในต่างประเทศประชาสัมพันธ์เชิญชวนพุทธศาสนิกชนพร้อมครอบครัว ลด ละ เลิก อบายมุข สิ่งเสพติด และร่วมกันทำกิจกรรมที่เป็นมงคลดังกล่าวที่วัดแทนการละเล่นหรือกิจกรรมรื่นเริงอย่างอื่น 2.3 ให้ พ.ศ.จัดพิมพ์หนังสือสวดมนต์เพื่อแจกจ่ายให้แก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป 2.4 ส่วนกลาง ให้วัดปากน้ำ กรุงเทพมหานคร และพุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ เจริญจิตตภาวนาข้ามปี ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม
2.5 ส่วนภูมิภาค ให้ทุกจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการสวดมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2558 โดยมีเจ้าคณะจังหวัดเป็นประธานฝ่ายบรรชิตหากจังหวัดใด มีคณะสงฆ์ 2 ฝ่าย ให้ฝ่ายที่มีอาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์เป็นประธานฝ่ายบรรพชิต และอีกฝ่ายเป็นรองประธาน ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ และมีคณะกรรมการประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ที่เกี่ยวข้องตามความเหมาะสม โดยให้ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ กำหนดวัดที่เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมสวดมนต์ และเจริญจิตตภาวนาข้ามปี รวมทั้งประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมที่แต่ละวัดจัดขึ้น
กระทรวงมหาดไทย (มท.) ได้แก่ 1.ศูนย์ดำรงธรรมนำสุข แก้ทุกข์ 24 ชั่วโมง สำนักงานปลัด มท.1. บริการปีใหม่ ไม่มีวันหยุดเพิ่มเครือข่ายแก้ปัญหาช่วงปีใหม่ใส่ใจให้ข่าวสารผู้เดินทาง สร้างทีมงานช่วยฉุกเฉิน 2.พัฒนาบริการ รวมงานที่หลากหลายโดยการบันทึกข้อตกลงกับหน่วยงานของรัฐ เพื่อให้เกิดการบริการเบ็ดเสร็จอย่างทั่วถึง (One Stop Service) ใส่ใจลดเรื่องค้างให้การแก้ไขปัญหาประชาชนบรรลุผลสัมฤทธิ์ที่เป็นรูปธรรม ประชาชนพึงพอใจ เพิ่มช่องทางรับร้องทุกข์ พัฒนาเครื่องมือรับและวิเคราะห์ข้อมูลความต้องการให้มีประสิทธิภาพ โดยใช้ศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหา พัฒนา application ให้รับและส่งข้อมูลทางมือถือ (Smart Phone) นำสุขสู่ประชาชน
2.ท้องถิ่นโปร่งใสจัดสรรงบประมาณใหม่ทั่วถึงเป็นธรรม กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น 1.จัดสรรเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเป็นธรรม ทั่วถึงประชาชนได้รับบริการสาธารณะ และพัฒนาคุณภาพชีวิตที่รวดเร็วมากขึ้นเกิดผลดีต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ 2.มีกลไกในการตรวจสอบการบริหารงบประมาณ
3.อยุธยาเมืองประวัติศาสตร์ เมืองสะอาดปลอดขยะต้นแบบสร้างระบบการจัดการขยะมูลฝอยตกค้างพื้นที่นำร่องจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยบูรณาการทุกภาคส่วน เพิ่มมูลค่าขยะ แปลงภาระจากการฝังกลบขยะให้เป็นพลังงาน โดยการสร้างเตาเผานำเอาความร้อนไปผลิตกระแสไฟฟ้า รณรงค์ปลูกฝังจิตสำนึกและค่านิยม วัฒนธรรมประชาชนในการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางอย่างมีส่วนร่วมมุ่งสู่การเป็นเมืองสะอาดปลอดขยะ เพื่อเป็นต้นแบบให้พื้นที่อื่นต่อไป
4.ติดต่อราชการทันใจ ไม่ต้องใช้สำเนาบัตรประชาชน กรมการปกครอง 1.พัฒนาระบบบริการทะเบียนบัตร ลดภาระประชาชน ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ไม่เรียกสำเนา เข้าถึงทุกบริการของที่ว่าการอำเภอทุกแห่งและขยายผลสู่ 118 หน่วยงานนอกกระทรวงมหาดไทยที่เชื่อมโยงใช้ประโยชน์ระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร 2. สำนักทะเบียนอำเภอบริการไม่มีวันหยุดช่วงปีใหม่ 30 ธันวาคม 2557 – 5 มกราคม 2558 เปิดระบบเชื่อมโยงข้อมูลให้ตรวจสอบแก่หน่วยงานและบริการประชาชน
5.OTOP ทั่วไทย ส่งความสุขปีใหม่สร้างรายได้ขยายตลาดสู่อาเซียน กรมการพัฒนาชุมชน 1.จัดงาน OTOP CITY 2014 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพคเมืองทองธานี จำหน่ายสินค้า "OTOP ของขวัญปีใหม่ คืนกำไรประชาชน" ระหว่างวันที่ 16 – 24 ธันวาคม 2557 2.จัดจำหน่ายสินค้า OTOP เป็นของขวัญ ของฝาก 76 จังหวัด ช่วงเดือนธันวาคม 2557 – กุมภาพันธ์ 2558
3.พัฒนายกระดับผลิตภัณฑ์ ทั้งมาตรฐานและบรรจุภัณฑ์ 4.จัดแสดงสินค้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในประเทศ ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และจังหวัด 5.ขยายตลาดต่างประเทศ โดยจัดแสดงผลิตภัณฑ์ OTOP สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน ขยายช่องทางการตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่ติดชายแดนไทย 10 จังหวัด 6.ตลาดนัดชุมชนไทยช่วยไทย คนไทยยิ้มได้ จัดตลาดนัดชุมชนในสถานที่จังหวัดกำหนดอย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง โดยมีกำหนดระยะเวลาจัดเป็นประจำแน่นอน เพื่อเพิ่มโอกาสและช่องทางจำหน่ายสินค้า OTOP โดยอาจผนวกรวมกับการจำหน่ายผลิตผลการเกษตร ผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตร
7.สำนักงานที่ดินทั่วไทย รวดเร็ว โปร่งใส ใส่ใจบริการกรมที่ดิน 1.ปรับปรุงบริการให้รวดเร็ว กำหนดมาตรฐานเวลา และขั้นตอนให้บริการที่รวดเร็ว ชัดเจน ประชาชนรู้ทั่วถึง เจ้าหน้าที่ใช้เป็นคู่มือการให้บริการที่เป็นธรรมถ้วนหน้า ทุกสำนักทะเบียนที่ดิน ประชาสัมพันธ์สำนักทะเบียนที่ดินต้นแบบ บริการด้วยใจ โปร่งใสทุกขั้นตอน และมีมาตรการกำชับ/กำกับการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ 831 สำนักงานอย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีมาตรการพัฒนาจิตวิญญาณการบริการ (Service mind) และจัดการกับการทุจริตอย่างจริงจัง 2.ดำเนินการพัฒนาการให้บริการ 2 โครงการ ได้แก่ มอบโฉนดที่ดินทั่วถิ่นไทย รวดเร็วทันใจ โปร่งใส เป็นธรรม และ จัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดินของรัฐให้ประชาชน ผู้ยากจนได้ใช้ทำกิน เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 60 พรรษา 60 ร้อยแปลง
8. 2558 ปีทอง ผังเมืองพัฒนาทั่วไทย ก้าวไกลสู่อาเซียน กรมโยธาธิการและผังเมือง  1. เร่งรัดวางผังเมืองรวมจังหวัดให้เข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ ภายในปี พ.ศ. 2558 เพื่อเป็นแผนผังแม่บทชี้นำการใช้ประโยชน์ที่ดินและการพัฒนาพื้นที่ระดับจังหวัด อำเภอเมืองและชุมชน โดยดำเนินการวางผังเมืองรวมจังหวัด 73 จังหวัด และวางผังพื้นที่เฉพาะชุมชนชายแดน 5 พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษโดยกำหนดบทบาทและองค์ประกอบของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ วางผังโซนนิ่งการใช้ประโยชน์ที่ดิน วางระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการและออกแบบรายละเอียดโครงการพัฒนาต่าง ๆ
9.มอบความสุขทั่วไทย สัญจรปีใหม่ ปลอดภัย ทุกคน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น         บูรณาการทุกหน่วยงาน ทั้งกระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการอื่น ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและนักท่องเที่ยว ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 30 ธันวาคม 2557 – 5 มกราคม 2558
10.รวมพลคนกู้ชีพกู้ภัย เพื่อคนไทยมีความสุข 1.บูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ทั้งทหาร พลเรือน และเครือข่ายอาสาสมัครบรรเทาสาธารภัย ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อุบัติภัยและอุบัติเหตุต่าง ๆ เพื่อมอบความสุขให้แก่ประชาชนคนไทย 2. พัฒนาระบบการจัดการสาธารณภัยและการบัญชาการเหตุการณ์ที่มีความเป็นเอกภาพ ประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล
3.สร้างเสริมศักยภาพและเตรียมความพร้อมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องมืออุปกรณ์และระบบสื่อสาร เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือจัดการสาธารณภัยต่าง ๆ ได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพ 4.บูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ทั้งทหาร พลเรือนและอาสาสมัครต่าง ๆ กระจายทั่วทุกพื้นที่ เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2558
11.คลองสวยน้ำใส คนไทยมีความสุข กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย/กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (อปท.) กำจัดผักตบชวาทั่วประเทศ เพื่อให้แม่น้ำ คูคลอง เอื้อต่อการสัญจร กำจัดแต่ต้นทางในพื้นที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนไปสู่แม่น้ำสายหลัก และนำผักตบชวามาสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน หรือผลิตเป็นอาหารสัตว์ ทำปุ๋ย และเชื้อเพลิง เป็นต้น
12.ถนนสวยเดินได้ ปั่นได้ ค้าขายคล่องตัวกรุงเทพมหานคร 1.พัฒนาถนนสวย 10 สาย โดยจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยที่ค้าขายบนทางเท้าให้เป็นระเบียบ มีภูมิทัศน์สวยงาม และอำนวยความสุขให้ประชาชนที่ใช้ทางเท้าในการสัญจร ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จำนวน 20 จุด ในพื้นที่ 13 เขต 2.พัฒนาเส้นทางจักรยานพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ระยะทาง 8 กิโลเมตร
13.สว่างไสวทั่วไทยจ่ายไฟทุกครัวเรือนการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการขยายเขตไฟฟ้าให้ครอบครัวที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ในพื้นที่ปกติที่สามารถดำเนินการได้ จำนวน 61,271 ครัวเรือน ให้มีไฟฟ้าครบร้อยละ 100 ภายใน 5 ธันวาคม 2558
14.LED สว่างไสวรับปีใหม่มหานคร การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ติดตั้งโคมไฟฟ้าสาธารณะชนิด LED ให้ประชาชนมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินยามค่ำคืน บนถนน 12 สาย และสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณสถานพักตากอากาศบางปู กรมพลาธิการทหารบก และชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่จำหน่ายไฟฟ้าของ กฟน. แล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558
15.ประปาสร้างสุขทุกคนมีน้ำใช้ การประปานครหลวง 1. ลดค่าติดตั้งประปาใหม่ร้อยละ 10 แบ่งผ่อนชำระ 1 ปีไม่มีดอกเบี้ย 2. สำรวจท่อรั้วฟรี ไม่มีคิดค่าใช้จ่าย ตรวจสอบท่อรั่วน้ำไหลล Home Care Center แก้ไขถึงบ้าน
16.ประปาทันใจ คนไทยมีสุข การประปาส่วนภูมิภาคสร้างความสุขคนไทย บริการประทับใจ 234 สาขาประปาภูมิภาคทั่วประเทศ 2 กิจกรรม คือ 1.ติดตั้งประปาใหม่ มาตรวัดใหม่ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ½ นิ้ว ผ่อนชำระ 1 ปี ไม่มีดอกเบี้ย ยื่นความจำนงร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มกราคม 2558  และ 2.ศูนย์ประปาทันใจ แก้ไขถึงบ้าน โดยมีระบบสายด่วน และมิสเตอร์ประปาลงพื้นที่ ตรวจสอบปัญหา ให้คำแนะนำ ซ่อมแก้ไข ไม่มีวันหยุด
17.ปากคลองตลาดโฉมใหม่ สะอาด ปลอดภัย สินค้าสดใหม่ทุกวันองค์การตลาดปรับปรุง พัฒนาจัดระบบตลาดปากคลองใหม่ให้ประชาชนจับจ่ายสะดวก เป็นระเบียบ สินค้าปลอดภัย สะอาดสดใหม่ทุกวัน
กระทรวงกลาโหม (กห.) รายงานการจัดกิจกรรม “เติมความสุข ให้คนไทย จากใจทหาร” เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน ดังนี้ 1. กลุ่มงานการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน จำนวน 19 แผนงาน/โครงการ เช่น การใช้กำลังของกองบัญชาการกองทัพไทยและตำรวจตระเวนชายแดนในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้านสอดคล้องกับการบริหารจัดการชายแดนตามกรอบประชาคมอาเซียนเพื่อให้เกิดความสงบสุขและพัฒนาร่วมกันการก่อสร้างและปรับปรุงถนนที่ชำรุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การจัดตั้งศูนย์ประสานการปฏิบัติเพื่อดูแลประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งทะเล และการจัดกิจกรรมเยาวชนไทยใต้ฟ้าเดียวกันและโครงการชุมชนสัมพันธ์เพื่อปลูกฝังทัศนคติที่ดีให้ผู้นำชุมชนและเยาวชน
2.กลุ่มงานการช่วยเหลือประชาชนและพัฒนาอาชีพ จำนวน 23 แผนงาน/โครงการ เช่น โครงการมอบผ้าห่มกันหนาวช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยพิบัติหนาว การจัดตั้งหน่วยบรรเทาสาธารณภัยเคลื่อนที่เร็วเพื่อช่วยเหลือประชาชน จำนวน 30 ชุด การซ่อมแซมและก่อสร้างที่พักอาศัยให้กับผู้ยากไร้ กำลังพลชั้นผู้น้อย/กำลังพลที่ปลดพิการของกองทัพภาคที่ 1-4 การจัดชุดบริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ และการสนับสนุนน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในพื้นที่ประสบภัยแล้งบริเวณรอบฐานทัพอากาศ กองบินต่างจังหวัด และพื้นที่ที่มีการร้องขอความช่วยเหลือ
3.กลุ่มงานการให้บริการต่าง ๆ จำนวน 9 แผนงาน/โครงการ เช่น การตั้งศูนย์บริการช่วยเหลือประชาชนในห้วงเทศกาลปีใหม่ 2558  (วันที่ 29-31 ธันวาคม 2557) การจัดแสดงดนตรีเพื่อสร้างความบันเทิงให้กับประชาชนในห้วงเทศกาลปีใหม่ การจัดจุดพักรถและการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ และการให้บริการแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่กองทัพอากาศโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
4.การจัดกิจกรรมในภาพรวมของ กห. โดยดำเนินการพร้อมกันทุกหน่วยทั่วประเทศ จำนวน 4 กิจกรรม ได้แก่ 4.1 กิจกรรมสัปดาห์ทำความสะอาดศาสนสถานและแหล่งชุมชนทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 22 ถึงวันที่ 26 ธันวาคม 2557 จำนวน 395 แห่ง 4.2 การจัดตั้งจุดบริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวทั้งทางบกและทางน้ำ ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2558 จำนวน 260 จุด  4.3 การเปิดแหล่งท่องเที่ยวและพิพิธภัณฑ์ในเขตทหารโดยไม่คิดค่าบริการ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2558 จำนวน 103 แห่ง 4.4 การเปิดให้บริการศูนย์การเรียนรู้ตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในหน่วยทหาร ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึงวันที่ 4 มกราคม 2558 จำนวน 267 แห่ง
กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ทก.) จำนวน 19 กิจกรรม ซึ่งสรุปได้ดังนี้ 1. จัดทำสติ๊กเกอร์ LINE ค่านิยม 12 ประการ โดยความร่วมมือกับกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งประชาชนสามารถดาวน์โหลดได้ในวันที่ 30 ธันวาคม 2557 และมีระยะเวลาในการใช้งานสติ๊กเกอร์ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 3 เดือน
2.จัดงาน ICT Expo Grand SALE 2015 ซึ่งมีกำหนดที่จะจัดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2558 โดยภายในงานจะมีการลดราคาสินค้า 20-70% ในกลุ่ม IT, Telecom และเครื่องใช้ไฟฟ้า การประมูลสินค้าราคาถูก มอบของขวัญกับประชาชนที่มาร่วมงานและจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องเทคโนโลยีการสื่อสารและเทคโนโลยีด้านการศึกษา
3.โครงการบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงด้วยเทคโนโลยี Wi-Fi โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพื่อประโยชน์สาธารณะ (ICT Free Wi-Fi) จำนวนกว่า 130,000 จุด ทั่วประเทศ โดยจะเริ่มให้บริการได้ภายในเดือนเมษายน 2558
4.โครงการเสริมสร้างองค์ความรู้และการมีส่วนร่วมด้านอุตุนิยมวิทยาสู่ประชาชน เพื่อก้าวสู่ศักราชใหม่ปลอดจากภัยธรรมชาติ กำหนดจัดกิจกรรมในวันที่ 11 มกราคม 2558 ณ ศูนย์เยาวชนบางนา
5.โครงการพัฒนาเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อให้ประชาชน/หน่วยงานต่าง ๆ สามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารด้านอุตุนิยมวิทยาได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทันเวลา เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
6.โครงการปันน้ำใจให้น้อง โดยจัดหาอุปกรณ์การเรียนการสอน เครื่องอุปโภคบริโภค สิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ มอบให้แก่นักเรียนและประชาชน ณ โรงเรียน ตชด. ชมรมอนุรักษ์พุทธศิลปไทยอนุสรณ์ 2 บ้านปุงยาม ตำบลนาปู่ป้อม อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน ในวันที่ 20-21 ธันวาคม 2557
7.การจัดทำสื่อสร้างสรรค์เพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์และเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านอุตุนิยมวิทยา โดยจัดทำปฏิทิน พ.ศ.2558 ที่มีข้อมูลอุตุนิยมวิทยา สำหรับแจกจ่ายแก่หน่วยงานและประชาชนให้ได้รับรู้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับอุตุนิยมวิทยาที่สำคัญ
8.สำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับของขวัญปีใหม่ที่ต้องการจากรัฐบาล พ.ศ. 2558 จากประชาชนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ เพื่อรวบรวมข้อมูลความคิดเห็นและความต้องการของประชาชน เพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนและกำหนดนโยบายในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก่ประชาชน
9.จัดทำรายการส่งเสริมการขาย “ทีโอที ขอบคุณ 60 ปี” สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการโทรศัพท์ประจำที่ของทีโอที ทุกเลขหมาย จะได้รับสิทธิ์ยกเว้นค่าโทรเฉพาะที่โทรไปยังเลขหมายปลายทางที่เป็นโทรศัพท์ประจำที่ทุกโครงข่ายทั่วไทย ในวันที่ 30 ธันวาคม 2557 – วันที่ 2 มกราคม 2558
10.จัดโปรโมชั่นคืนประโยชน์ให้ผู้ใช้บริการ เช่น ปรับลดค่าอินเทอร์เน็ต ON Net 15M/1M ลง 8 % ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2557 (ตั้งแต่เวลา 00.01 น.) ปรับลดค่าโทรระหว่างประเทศ 001 ทุกประเทศ ลง 18 % จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2558 (สิ้นสุดเวลา 23.59 น.)
11.กิจกรรม “เขียนคำว่ารัก ประเทศไทย” กำหนดจัดกิจกรรมเป็นระยะเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 9 ธันวาคม 2557 -9 มกราคม 2558 เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนเขียนบอกรักประเทศไทยผ่านโปสการ์ดแจกฟรีสำหรับเทศกาลปีใหม่ โดย ปณท จะรวบรวมโปสการ์ดที่สะท้อนความรักของคนไทยส่งมอบให้กับรัฐบาลต่อไป
12.แจกโปสการ์ดฟรีให้กับประชาชนทั่วประเทศ ผ่าน ปณ. ในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และที่ทำการไปรษณีย์จังหวัด รวม 120 ที่ทำการ โดยจัดสรรโปสการ์ดออกแบบพิเศษชุด Love Series สำหรับวันปีใหม่ ระหว่างวันที่ 11 ธันวาคม – 30 ธันวาคม 2557
13.รณรงค์ให้คนไทยส่งกำลังใจให้ทหารชายแดน โดยประชาชนสามารถขอใช้บริการไปรษณีย์สนามชายแดน น้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัมฟรี เพื่อส่งสิ่งของ เช่น หนังสือ เสื้อผ้า อาหาร ฯลฯ ไปชายแดน
14.ให้บริการสืบค้นข้อมูลบริษัทซอฟต์แวร์ที่มีผลิตภัณฑ์เป็นที่น่าเชื่อถือทางเว็บไซต์ http://sipamember.sipa.or.th  พร้อมเปิดใช้งานได้ในเดือนมกราคม 2558
15.โครงการศึกษาและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการบริหารด้านสาธารณสุข ข้อมูลบุคคลของจังหวัดนครนายก เป็นโครงการที่สร้างความยั่งยืนทั้งทางด้านระบบสุขภาพของคนไทย และได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครนายก ในการให้ความคิดเห็นและพัฒนาข้อมูล เพื่อนำไปใช้งานได้อย่างยั่งยืนต่อไป
16.โครงการ  Ancient Lanna สถาปัตยกรรมด้านซอฟต์แวร์เพื่อการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ในจังหวัดเชียงใหม่ มีการใช้เทคโนโลยีต่อยอดอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยการพัฒนาสื่อผสมอิเล็กทรอนิกส์เพื่อการท่องเที่ยวประวัติศาสตร์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ใช้งาน ให้ได้รับความรู้ทั้งทางด้าน ข้อมูลประวัติศาสตร์ของแหล่งท่องเที่ยวได้พัฒนาระบบพร้อมการติดตั้งให้มีการใช้งาน โดยให้บริการ 3 วัด ได้แก่ วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร วัดสวนดอก และวันเจดีย์หลวง โดยแปลเป็น 6 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น จีน ฝรั่งเศส และเยอรมัน
17.โครงการผลิตภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น เรื่อง “พระมหาชนก” ผลิตภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่น เรื่อง “พระมหาชนก” พร้อมทั้งได้เผยแพร่ให้ประชาชนได้เรียนรู้สาระจากบทพระราชนิพนธ์ ที่ทรงมุ่งเน้น ทั้งในเรื่องความเพียร การใช้สติปัญญาและเรื่องการศึกษา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการดำเนินชีวิตต่อไป ได้ฉายรอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2557 และฉายให้ประชาชนทั่วไปได้รับชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) รายงานการจัดทำโครงการที่จะเป็นของขวัญให้ประชาชนของ ทส. ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี “ของขวัญปีใหม่จากใจ ทส.” ดังนี้ 1.ของขวัญปีใหม่ตามนโยบายรัฐบาลที่ประชาชนจะได้รับผลประโยชน์ในระยะยาว  1.1 นโยบายแก้ปัญหาอุทกภัยและภัยแล้
1.1.1 จัดทำโครงการ “คืนคลองให้น้ำไหล คืนความใสให้แม่น้ำทั่วประเทศ” เพื่อบำรุงรักษาขุดลอกคู คลอง แหล่งน้ำธรรมชาติ และประชาสัมพันธ์และสร้างการมีส่วนร่วม ในพื้นที่ 77 จังหวัด จำนวน 77 ลำน้ำ/คลอง ระยะทางรวม (อย่างน้อย) 999 กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาการระบายน้ำ หรือคลองชักน้ำเข้าสู่แหล่งกักเก็บน้ำธรรมชาติ หรือแหล่งน้ำที่มีผลกระทบกับชุมชน และ 1.1.2 สร้างระบบประปาบาดาลให้โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) จำนวน 10 โรงเรียน ให้บริการเป่าล้างและซ่อมแซมระบบบาดาลเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้ง 500 พื้นที่ และมอบน้ำดื่มสะอาด จำนวน 240,000 ขวด แก่สถานสงเคราะห์เด็ก คนชรา และผู้ยากไร้
1.2 นโยบายบริหารจัดการขยะของประเทศไทย 1.2.1 ร่วมกับกระทรวงมหาดไทยในการกำจัดขยะมูลฝอยเก่าที่ตกค้างสะสม จำนวน 3,786,434 ตัน และปรับปรุบฟื้นฟูสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยในพื้นที่วิกฤติ จำนวน 6 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นครปฐม สระบุรี ลพบุรี สมุทรปราการ และปทุมธานี 1.2.2 แจกเตาเผาขยะชีวมวลไร้ควัน 187 เตา ให้กับพื้นที่นำร่องเพื่อให้ประชาชนกำจัดขยะชีวมวลอย่างมีประสิทธิภาพและลดปัญหาหมอกควันจากการเผาในที่โล่งโดยเฉพาะพื้นที่วิกฤติ 9 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเตาเผาขยะชีวมวลไร้ควันนี้สามารถใช้ประโยชน์เป็นเตาเผาถ่านมลพิษต่ำได้อีกทางหนึ่งด้วย
1.3 นโยบายการบริหารจัดการพื้นที่ป่าไม้อย่างยั่งยืน 1.3.1 เปิดปฏิบัติการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่าอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดลำดับความเร่วด่วนของพื้นที่ป่าเป้าหมายและวิธีการที่เหมาะสม ซึ่งจะเริ่มจากการเร่งรื้อถอนสิ่งก่อสร้างในพื้นที่ป่าที่คดีสิ้นสุดแล้ว จำนวน 3,619 ไร่ และนำพื้นที่นี้กลับมาฟื้นฟูสภาพป่าต่อไป โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนมีนาคม 2558
1.3.2 ส่งเสริมและจัดตั้ง “ป่าชุมชน” เพื่อให้ประชาชนที่อยู่ติดกับพื้นที่ป่าสามารถเข้าไปใช้ประโยชน์จากของป่าแลกกับการช่วยดูแลรักษาป่า ให้ประชาชนอยู่กับป่าได้อย่างยั่งยืน จำนวน 260 แห่ง ใน 64 จังหวัด พื้นที่ 260,000 ไร่ มีประชาชนได้รับประโยชน์ 124,800 คน
1.4 นโยบายจัดที่ดินให้ราษฎรผู้ไร้ที่ดินทำกิน 1.4.1 ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการจัดหาที่ดิน จำนวน 58,700 ไร่ เพื่อจัดให้ราษฎรผู้ยากไร้และไม่มีที่ดินทำกินเข้าใช้ประโยชน์ในลักษณะเป็นสิทธิชุมชน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการส่งเสริมอาชีพ 1.4.2 นำร่องระบบสหกรณ์เพื่อจัดการใช้ประโยชน์ที่ดินจำนวน 6,800 ไร่ และฟื้นฟูป่าชายเลนเสื่อมสภาพให้เป็นป่าชายเลนสมบูรณ์ จำนวน 5,800 ไร่
1.5 จัดทำเส้นทางจักรยานในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ จำนวน 147 แห่ง โดยเริ่มที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์เป็นพื้นที่นำร่อง ระยะทางรวม 44.5 กิโลเมตร
2.ของชำร่วยปีใหม่ แถมให้ประชาชน 2.1 เปิดให้เข้าเยี่ยมชม ใช้บริการ และร่วมกิจกรรมส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในช่วงระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2557 ถึง 13 มกราคม 2558 (ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกำหนดการให้บริการของแต่ละพื้นที่) ในสถานที่ท่องเที่ยวของ ทส. ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ จำนวน 147 แห่ง สถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ (Aquarium) จังหวัด ภูเก็ต ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย จังหวัดลำปาง สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ทางธรณีวิทยาและซากดึกดำบรรพ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ฯลฯ
2.2 ปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี ระยะทาง 2 กิโลเมตร 2.3 จัดทำ Application คาร์บอนฟุตพรินท์ของกิจกรรมส่วนบุคคลเพื่อรณรงค์สร้างความตระหนักแก่ประชาชนให้มีส่วนร่วมในการลดโลกร้อน 2.4 จัดทำโครงการรณรงค์รักษาความสะอาดในพื้นที่สาธารณะและสร้างวินัยในการจัดการขยะ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์(กษ.) เสนอโครงการ “เกษตรกรได้รับ ประชาชนได้รู้ คืนความสุขสู่คนไทย จากใจกระทรวงเกษตรและสหกรณ์" สรุปได้เป็น 3 กิจกรรมหลัก ดังนี้ 1. "เกษตรกรได้รับ" 1.1 เกษตรกรได้รับระบบชลประทาน แหล่งน้ำขนาดเล็ก ระบบส่งน้ำ สระน้ำในไร่นา และกรรมสิทธิ์ในโค-กระบือ โดยหน่วยงานที่มีกิจกรรมดำเนินการ ได้แก่กรมชลประทาน กรมพัฒนาที่ดิน และกรมปศุสัตว์ และ 1.2 จัดแจกปัจจัยการผลิต หน่วยงานที่มีกิจกรรมดำเนินการ ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน
2."ประชาชนได้รู้" 2.1 จัดสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและให้ความรู้ด้านการเกษตร เช่น ศูนย์/สถาบัน/เครื่องมือด้านการเกษตร โดยหน่วยงานที่มีกิจกรรมดำเนินการ ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง กรมชลประทาน กรมการข้าว กรมวิชาการเกษตร และกรมหม่อนไหม
2.2 เปิดสถานที่เข้าชมโดยไม่เก็บค่าผ่านประตูช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยมีหน่วยงานที่มีกิจกรรมดำเนินการ ได้แก่ กรมประมง องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อสค.) สำนักงานพิพิธภัณฑ์การเกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน) และอุทยานหลวงราชพฤกษ์ จังหวัดเชียงใหม่
3."กระเช้าปีใหม่" 3.1 จัดกิจกรรมเลือกชมและเลือกซื้อกระเช้าสินค้าจากกลุ่มสหกรณ์โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ 3.2 จัดกิจกรรมเลือกชมและเลือกซื้อของขวัญและของที่ระลึกโดยองค์การสะพานปลา 

ศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการของกระทรวงกลาโหม” ภายหลังจากที่ “คณะรักษาความสงบแห่งชาติ”(คสช.) ออกประกาศ คสช.ฉบับที่ 122/2557 แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งใน คสช. เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คสช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้เเต่งตั้ง คสช.เพิ่มอีก 9 คน ทำให้วันนี้ คสช.มีสมาชิก 15 คน ประกอบด้วย 1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้า คสช. 2.พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร 3.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย4.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง และ 5.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ยังคงเป็นรองหัวหน้า คสช. แต่เพิ่ม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นรองหัวหน้า คสช.อันดับ 1 อีก 1 ตำแหน่ง ขณะที่ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ว่าที่ผู้บัญชาการทหารบก ยังคงเป็นเลขาธิการ คสช.เหมือนเดิม
ส่วนที่เข้ามาเป็นสมาชิก คสช. เพิ่มเติมอีก 8 คน ประกอบด้วย 6 ผู้บัญชาการเหล่าทัพ และ 2 พลเรือน คือ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ว่าที่ผู้บัญชาการทหารสูงสุด , พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ว่าที่รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ รมว.ยุติธรรม , พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ว่าที่ผู้บัญชาการทหารเรือ , พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง ว่าที่ผู้บัญชาการทหารอากาศ , พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ว่าที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ , นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง


ความมุ่งหวังให้การปฏิบัติหน้าที่ของ คสช.เป็นไปด้วยความเรียบร้อย และมีประสิทธิภาพ ตามเหตุผลในประกาศ คสช.ฉบับที่ 122/2557 คงไม่ใช่เพียงเหตุผลเดียวที่ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องการ แต่น่าจะมีเรื่องความมั่นคงของรัฐบาลเป็นอีกเหตุผลหนึ่งด้วย เพราะต้องไม่ลืมว่าหลังวันที่ 30 กันยายน นี้ บรรดาผู้บัญชาการเหล่าทัพที่มีอำนาจควบคุมกำลังหลักในกองทัพของคณะ คสช.เดิม ทั้ง พล.อ.ประยุทธ์(ผู้บัญชาการทหารบก) , พล.อ.ธนะศักดิ์(ผู้บัญชากาทหารสูงสุด) , พล.ร.อ.ณรงค์(ผู้บัญชาการทหารเรือ) , พล.อ.อ.ประจิน(ผู้บัญชาการทหารอากาศ) และ พล.ต.อ.อดุลย์(ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ) จะ “เกษียณอายุราชการ” เว้นแต่ พล.อ.อุดมเดช ที่ขยับตำแหน่งขึ้นไปเป็นผู้บัญชาการทหารบก

ในจุดนี้จะส่งผลให้คณะ คสช.เดิม เกือบทุกคนอยู่ในสภาวะ “เท้าลอย” ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทั้งต่อ คสช. และรัฐบาล นั่นเพราะความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่อต้านที่ถูก “กฎอัยการศึก” สะกดเอาไว้ จะอาศัยช่วง “หัวเลี้ยวหัวต่อ” ครั้งนี้ “ลุกฮือ” ขึ้นมาอีกครั้ง ดังนั้นการตั้งรัฐมนตรีกลาโหม , ผบ.เหล่าทัพ และ ผบ.ตร. เข้าไปเป็น คสช.ชุดใหม่ จึงน่าจะ “สกัด” ความเคลื่อนไหวที่รอก่อหวอดขึ้นมาได้
อีกทั้งยังถือเป็นการ “เสริมทัพ” เพื่อเข้ามาช่วยกันประคับประคองดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ เพื่อให้รัฐบาลสามารถบริหารราชการแผ่นดินได้ตามโรดแมปที่ คสช.กำหนด เพราะผู้ที่เข้ามาใหม่ทั้งหมดถือเป็นผู้มีอำนาจเต็มในการสั่งการ และควบคุมกำลังในกองทัพอย่างแท้จริง เพราะผู้บัญชาการเหล่าทัพที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในสิ้นเดือนนี้ จะกลายเป็นแค่ “เสือที่ไม่มีเขี้ยวเล็บ” ที่ทหารในกองทัพเพียงให้ความเคารพ แต่จะให้ไปสั่ง “ซ้ายหัน ขวาหัน” เหมือนเดิมคงไม่ได้

นอกจากนี้การได้ “พี่ใหญ่แห่ง 3 ป.บูรพาพยัคฆ์” อย่าง พล.อ.ประวิตร และ พล.อ.ศิริชัย ว่าที่ปลัดกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีหน้าที่กำกับดูแล “ศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการของกระทรวงกลาโหม” ที่ตั้งขึ้นแบบสดๆร้อนๆ เพื่อวิเคราะห์ เสนอแนะการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับนโยบายภายใต้แผน “แอ็คชันแพลน” ก็น่าจะช่วยให้การกำกับดูแลงานด้านความมั่นคงที่ คสช.เป็นห่วง ราบรื่นมากขึ้น และยังช่วยให้ คสช.ทำงานควบคู่กับรัฐบาลได้ง่ายขึ้น เพราะ พล.อ.ประวิตร จะมีอำนาจสั่งการทั้งในฐานะรัฐมนตรี และในฐานะรองหัวหน้า คสช.
ส่วนพลเรือน 2 คนที่เข้ามาเป็น คสช.ชุดใหม่ คนหนึ่งเป็น “มือกฎหมายชั้นครู” นายมีชัย ฤชุพันธุ์ และคนหนึ่งเป็น “มือเศรษฐกิจชั้นเซียน” นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี แต่ก็มีบทบาทในการทำงานร่วมกับรัฐบาลทั้งทางตรงและทางอ้อม น่าจะถูกดึงตัวเข้ามารับภาระหน้าที่ในการดูแลงานหลักในด้านอื่นๆ เพราะต้องไม่ลืมว่าความมั่นคงของประเทศ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านการทหารอย่างเดียว แต่ยังมีในเรื่องความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศ สภาพสังคม วัฒนธรรม ก็อยู่ในมิติของความมั่นคงทั้งสิ้นสำหรับนายมีชัย จะเข้ามาดูแลนโยบายด้านกฎหมายของ คสช. ความต้องการของประชาชนในสังคม มุมมองภาพลักษณ์ของ คสช. ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความเชื่อมั่น ความศรัทธา และความไว้วางใจของประชาชนที่จะให้ คสช.บริหารประเทศต่อไป โดยจะเข้ามาทำงานควบคู่ และเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม ที่ต้องเข้ามาสานต่องานด้านกฎหมาย เพื่อให้สำเร็จเป็นรูปธรรมและเป็นสากลมากที่สุด
ส่วนนายสมคิด เดิมเป็นที่ปรึกษาให้กับ คสช. และเป็นที่ไว้วางใจของหัวหน้า คสช.เป็นอย่างยิ่ง เพราะมีนโยบายด้านเศรษฐกิจ และมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับกลุ่มนักธุรกิจในประเทศแถบเอเชีย โดยเฉพาะจีนและญี่ปุ่น ที่ยอมรับในชื่อชั้นของนายสมคิดเป็นอย่างมาก จึงถูกดึงมาช่วยงานอย่างเต็มรูปแบบ โดยรับผิดชอบเรื่องของเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของ คสช.และรัฐบาล รวมถึงยังมีอำนาจกำกับดูแลคนของตนที่อยู่ใน ครม. ทั้งเป็นรัฐมนตรี เลขานุการ รมต. ที่ปรึกษา รมต. และในบอร์ดต่างๆด้วย
เมื่อได้ทั้ง “มือกฎหมาย” และ “มือเศรษฐกิจ” เข้ามาช่วยงานน่าจะช่วยให้ คสช.และรัฐบาล เกิดความมั่นคงมากขึ้น โดยมีมิติด้วยกฎหมายและเศรษฐกิจรวมอยู่ด้วย เมื่อผนวกรวมเข้ากับการที่ คสช.มีกองทัพทุกเหล่าทัพเป็นสมาชิก อำนาจของ คสช.ที่จะดูแลความมั่นคงของชาติก็จะทำได้โดยสะดวก คสช.เองก็มั่นคง รัฐบาลก็มั่นคง ไม่มีอะไรให้ต้องระวังหลัง
การหลบมาอยู่หลังฉากของ คสช. จึงเป็นเพียงการลดบทบาทงานด้านบริหาร แต่ “แอบ” เสริมความแข็งแกร่งความมั่นคงในทุกด้าน เพื่อหวังสยบ “คลื่นใต้น้ำ” ให้ราบคาบ พร้อมเสริมกลยุทธ์ สร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนไว้วางใจการบริหารประเทศของ คสช. และรัฐบาล
ถ้าทำได้ตามเป้าก็เท่ากับว่า คสช.ที่มี “บิ๊กตู่” คุมอำนาจ จะมีความมั่นคง แข็งแกร่งมากขึ้น และกลายเป็นดั่ง “กระดองเสริมใยเหล็ก” ที่คอยคุ้มกันรัฐบาลของ “พล.อ.ประยุทธ์” ไม่ให้สั่นคลอน


ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่
https://www.facebook.com/thaihistory

http://www.pinterest.com/Thaihistory/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%95%E0%B8%A8%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2/

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ