วันพฤหัสบดีที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2558

สันดานมารศาสนาในประวัติศาสตร์ไทย เกิดขึ้นมานานแต่ยังไม่มีใครแก้ไข?

อย. ยึด มส. !

กันสมเด็จวัดปากน้ำไว้นอกห้องประชุม

ดันสมเด็จวัดราชบพิธขึ้นเป็นประธาน

ปิดห้องให้สมเด็จสมศักดิ์และทีม อย. คุมคดีวัดสระเกศ

ยุทธการขั้นเทพของทีมอยุธยา

 

อา..ก็บอกแล้วว่า งานนี้ใช่มีแต่ "เสนาะ" คนเดียวเท่านั้น แต่ อย. เขาเล่นกันเป็นทีม ถึงมิใช่ทีมชาติไทย แต่ก็มีแรง ตามคำขวัญว่า "สามัคคี คือพลัง" เพราะสามารถ "กีดกัน"สมเด็จวัดปากน้ำไว้นอกห้องประชุมได้ แล้วทีนี้ พอเข้าไปในห้อง ก็ทำทียกตำแหน่ง"ประธาน" ให้แก่สมเด็จอัมพร วัดราชบพิธ ซึ่งเป็นธรรมยุต ครั้นประธานเปิดการประชุมแล้ว ก็เป็นอันเสร็จพิธีกรรมของ อย. เพราะธรรมยุต "ไม่มีสิทธิ์ยุ่ง" ในฝ่ายมหานิกาย จากนั้น กรรมการ มส. สายอยุธยา ก็แท็กทีมเข้าเลี้ยงลูกจนจบเกม ผลปรากฏว่า การแข่งขันนัดนี้ มีแต่ผู้เล่นชาวอยุธยา ส่วนคนอื่นๆ นั้น เป็นเหมือนผู้สังเกตการณ์ เป็นตัวประกอบ หรือพระอันดับ นั่งหลับนั่งหาว อือๆ ออๆ รอส้มหล่น ขนาดวัดปากน้ำซึ่งมีกรรมการ มส. มากมายถึง 3 รูป ก็ยังไม่มีเสียง เป็นเรื่องอัศจรรย์ ต้องนับถือว่า "ป๋าเหนาะ" ของเขาดีจริง

ก็ต้องขอวิจารณ์ว่า "เป็นไปตามสูตรเดิม" ที่เคยเล่นๆ กันมา เพียงแต่พลิกแพลงเทคนิคนิดหน่อย ได้แก่

1. กัน "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" ไว้นอกห้องประชุม ทั้งนี้สมเด็จวัดปากน้ำก็ไม่กล้าเล่นเกมแรง คือไม่กล้าสั่งพักงานเจ้าคุณเสนาะ ก็เลยเข้าทางกัน แต่สังคมสงฆ์และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศจับตามอง งานนี้จึงมีรายการ "ป่วยการเมือง" ไม่เข้าประชุมนัดแรกของปี 58 เฉย ป่วยก็ไม่ว่า ดีก็ไม่ว่า ถือว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ต้นปีของคณะสงฆ์ไทย จำไว้เลยว่า กรณีนี้เป็นรายการ "ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น" ตัวจริงเสียงจริง ช้างวัดปากน้ำตัวใหญ่คับบ้านคับเมืองลอดกระแสข่าวสื่อทุกฉบับไปได้ยังไง ถ้าไม่ใช่ปาฏิหาริย์ !

2. ให้สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธ ขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานมหาเถรสมาคม เพราะนับโดยสมณศักดิ์แล้ว ในห้องประชุมวันนี้ สมเด็จอัมพรมีอาวุโสสูงสุดโดยตำแหน่ง

3. เชิญเจ้าคุณเสนาะออกนอกห้องชั่วคราว ทั้งๆ ที่ในห้องก็ล้วนแต่ "คน" ของเสนาะ นั่งอยู่เต็ม การอยู่ในห้องหรือนอกห้องมันไม่มีอะไรแตกต่าง แต่ต้องทำเนียน ให้คนเชื่อว่า ประชุมกันจริงๆ ไม่ใช่การล็อบบี้ เหมือนที่วัดยานนาวา

4. แยกปัญหาระหว่างนิกาย เหมือนกรณีเณรคำ ตอนนั้น ทางฝ่ายธรรมยุตก็กีดกันว่า"มหานิกายอย่ายุ่ง เขตปกครองของใครก็ของมัน" มาครั้งนี้ มหานิกายก็ส่งสายตาห้ามปรามตามมารยาทว่า "คนของข้าใครอย่าแตะ" สมเด็จอัมพรจึงนั่งเป็นพระประธาน สายธรรมยุตรูปอื่นๆ ก็เป็นผู้สังเกตการณ์ เคี้ยวหมากจิบน้ำชากาแฟ ชมเกมมหานิกายเขาปิดประตูตีแมวกันลั่นห้อง เร้าใจยิ่งกว่าถ่ายทอดสด เพราะเกมนี้มีการ "ขอเวลานอก" ขอให้เจ้าคุณเสนาะออกนอกห้องประชุมไปชั่วคราวด้วย

5. สมเด็จสมศักดิ์ เล่นบทกัปตันทีม อย. เปิดเกมอุ้มเสนาะ ขอให้ช่วยกันพิจารณาว่าจะทำอย่างไร คุมเกมไปจนกระทั่งจบ

6. มือปืนซึ่งรออยู่แล้ว รับลูก-ต่อเกม เปิด "มติ มส. พ.ศ.2544" ให้โอนคดีไปยังเจ้าคณะผู้ปกครองท้องถิ่น ในที่นี้หมายถึง "เป็นอำนาจของเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร" ซึ่งก็คือ พระพรหมดิลก หรือเจ้าคุณเอื้อน นั่นเอง ความหมายก็คือ เริ่มนับหนึ่งใหม่ ถ้าเป็นภาษานักฟุตบอลก็คือ ส่งลูกคืนผู้รักษาประตู ไม่ยอมโยนเหรียญเพื่อเขี่ยลูกใหม่ ซึ่งไม่รู้ว่าจะออกหัวหรือออกก้อย

7. เหตุผลอ้างอิง จริงอยู่ ครั้งก่อนนั้น มหาเถรสมาคมได้สั่งตั้งกรรมการสอบเจ้าคุณเสนาะแล้ว โดยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ สั่งให้พระพรหมดิลก เป็นประธาน และการสอบก็เสร็จสิ้น ไม่มีมลทินติดตัวเจ้าคุณเสนาะเลย แต่ครั้งนี้ เป็นอีกคดีหนึ่ง ซึ่งไม่เกียวกับการสอบครั้งแรก ครั้งแรกสอบตามข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ ครั้งนี้สอบตามหนังสือของ สตง. จึงถือว่าแตกต่างกัน สามารถอ้างเข้าในมติ มส. 2544 ได้

ก็เป็นอันเสร็จโรงเรียนอยุธยาไปเรียบร้อย พ่ะย่ะค่ะ

 

คราวก่อน หลวงพ่อใหญ่ไม่สบาย วัดปากน้ำขึ้นป้ายหราไปทั่วโลก

 

เฟสบุ๊ควัดปากน้ำ อัพเดทครั้งล่าสุด 8 ม.ค. 58
ไม่แจ้งข่าวว่าสมเด็จเป็นอะไร ทำไมไม่ไปโรงเรียน เอ๊ย ไม่ไปประชุม

 

สามผู้ปกครองคณะสงฆ์ส่วนกลางสายอยุธยา

ซ้าย : พระพรหมดิลก เจ้าคุณเอื้อน เจ้าอาวาสวัดสามพระยา กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ผู้ปกครองชั้นแรกสุดของเจ้าคุณเสนาะ

ขวา : พระราชวิสุทธิเวที มหาสายชล เจ้าคณะภาค 1 วัดชนะสงคราม เด็กปั้นของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ และศิษย์ในคาถาของพระพรหมดิลก ถึงจะมีอำนาจสูงกว่าเจ้าคุณเอื้อน แต่ก็เป็นลูกศิษย์ ไม่กล้าสั่งงาน แต่กลับถูกเจ้าคุณเอื้อนบงการ

กลาง : สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง คุมการบริหารกิจการคณะสงฆ์ส่วนกลางไว้ทั้งหมด ตั้งแต่เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร เจ้าคณะภาค 1-2-3-13-14-15

งานนี้จึงชี้ว่า สายอยุธยาปิดประตูตีแมว กีดกันสายอื่นๆ ไม่ให้เข้ามายุ่งคดีเจ้าคุณเสนาะ ขนาดสมเด็จวัดปากน้ำ ซึ่งเป็นถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช ก็ยังถูกกันไว้ไม่ให้เข้าประชุม แน่ไม่แน่ก็ดูเอา ต่อไป ก็จะเป็นการรายงาน (ทำนองตกแต่งบัญชี) ของทีมงานอยุธยา เจ้าคุณเอื้อนก็ทำหน้าที่สอบไป มหาสายชลก็นั่งหลับต่อไป สมเด็จสมศักดิ์ก็ทำทีรอผลสอบ ใครถามก็ตอบว่า "ยังไม่ได้รับรายงาน" ครั้นเขารายงานมาแล้ว ก็ยื่นให้สมเด็จวัดปากน้ำ "เงียบๆ" เหมือนผลสอบครั้งก่อน ซึ่งบอกว่าเสร็จนานแล้ว แต่จนบัดนี้ ยังไม่เคยมีใครเห็นแม้แต่อักษรตัวเดียว

ส่วนสำนักพุทธฯ ก็เล่นบท "นกแล" เพราะสำนักงานใหญ่ พศ. ตั้งอยู่ในส่วนกลาง จึงต้องทำงานกับส่วนกลางมากกว่าภาคอื่นๆ ดังนั้น จึงต้องเอาใจส่วนกลางไว้ให้มากที่สุด งานนี้จึงเห็น ผอ.สำนักพุทธฯ (นายพนม ศรศิลป์) เล่นบทเล่าปี่ ประณมมือสิบทิศ แบะท่าพาดพะองให้เจ้าคุณเสนาะลงใน 2 ประเด็น

1. เจ้าคุณเสนาะยังไม่ผิดชัดเจน จึงยังไม่ต้องสั่งพักงาน

2. รายงานของ สตง. ก็ยังไม่ชัดเจน ว่าเจ้าคุณเสนาะทุจริตจริง จึงยังไม่ต้องสั่งพักงาน

สรุปก็คือ ต่อเวลาครึ่งหลังไปอีกไม่มีกำหนด จนกว่า สตง. จะชี้มูลว่า เจ้าคุณเสนาะโกงเงินศพสมเด็จเกี่ยวจริง เท่านั้น นอกนั้นไม่มีทางกินเสนาะได้หรอก บอกให้รู้เลยว่า เหนาะไม่ใช่ขี้ไก่ ไม่แน่จริงไม่ขึ้นมาถึงรองสมเด็จหนุ่มน้อยที่สุดหรอก บอกให้ ถึงเหนาะไม่เก่งบริหาร แต่เหนาะก็เก่งการเมือง เหมือนสมเด็จเกี่ยวนั่นแหละ เล่นการเมืองเป็น ถึงบริหารไม่เป็น แต่อำนาจอยู่ในมือตลอดกาล ถึงไม่เป็นต่อก็ไม่เป็นรอง เกมของเสนาะวันนี้ยังสูสี ก็ดูซี โดนรุมกระหน่ำมาปีกว่าๆ แต่เหนาะยังเกาะเก้าอี้ 4 ตัวไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ไม่หลุดแม้แต่ตัวเดียว เชื่อหรือยังว่าของเขาดีจริง

ส่วนวัดปากน้ำนั้น เหมือนเศรษฐีมือใหม่ ได้รถคันใหญ่ แต่ยังขับไม่ชำนาญ ยิ่งอยู่ภาคเหนือมานาน ขับเข้ากรุงเทพ เจอเด็กแว้นในกรุงบิดเครื่องใส่หน่อยก็ถอยกรูด ขนาดมีกรรมการ มส. ในวัดถึง 3 รูป แต่นับไปนับมากลับเหลือเพียงคะแนนเดียว เป็นไปได้ไง สมเด็จวัดปากน้ำไม่เข้าประชุมเสียรูปเดียว ที่เหลือก็นั่งเป็นพระเตมีใบ้ ปล่อยให้ทีม อย. เขาพับสนามเล่น เป็นเรื่องแปลกแต่จริง

 

ต่อชาตา

 

มส. มอบเจ้าคณะปกครองแก้ปัญหาวัดสระเกศ

เวลา 14.00น. วันนี้ (8 ม.ค.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม มีการประชุมมหาเถรสมาคม(มส.)ครั้งที่ 1/2558 โดยมีสมเด็จพระมหามุนีวงศ์ เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม กรรมการ มส.เป็นประธานการประชุม มีกรรมการ มส.ประกอบด้วย สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง สมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม เจ้าคณะใหญ่หนตะวันออก พระพรหมวชิรญาณ เจ้าอาวาสวัดยานนาวา พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร พระพรหมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา พระพรหมมุนี วัดราชบพิธฯ พระวิสุทธิวงศาจารย์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ พระพรหมเมธาจารย์ เจ้าอาวาสวัดบุรณศิริ พระธรรมธัชมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม และพระธรรมบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก เข้าร่วมประชุม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุม มส.ครั้งแรกนี้ นายชัยวัฒน์ อนันตศาสต์ ผอ.สำนักตรวจสอบการบริหารพัสดุและสืบสวนที่ 3 สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ในฐานะผู้แทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้มาติดตามเรื่องเงินงบประมาณ 67 ล้านบาทต่อที่ประชุม มส.ด้วย โดยได้หารือร่วมกับนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ก่อนที่การประชุม มส.จะเริ่มขึ้น ขณะเดียวกัน พระพรหมสุธีก็ได้มีการหารือกับผู้ตรวจราชการ พศ.ด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด และได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กรณีเงิน 67 ล้านบาท ก่อนที่จะเดินเข้าประชุม มส. ซึ่งการประชุมในครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

นายสมชาย สุรชาตรี โฆษก พศ.กล่าวภายหลังการประชุมว่า สตง.ได้มีหนังสือการตรวจสอบเงินอุดหนุนงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) กราบถวายรายงานถึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และนำเข้าสู่การพิจารณาของ มส. โดยกรรมการ มส.ขอให้พระพรหมสุธี ออกจากห้องประชุม และที่ประชุมได้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งที่ประชุม มส.ได้สรุปว่า ให้ยึดมติ เรื่องการปกครองคณะสงฆ์ ปี 2544 โดยเมื่อเกิดปัญหาในพื้นที่ใดให้เจ้าคณะปกครองตามลำดับชั้นดำเนินการกับปัญหาให้เป็นที่เรียบร้อย ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของวัดสระเกศขึ้นอยู่กับคณะสงฆ์หนกลาง ซึ่งสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลางได้รับปากที่จะดำเนินการและกำกับดูแลเรื่องดังกล่าวให้เป็นที่เรียบร้อย

นายสมชาย กล่าวต่อไปว่า ส่วน พศ. ในฐานะผู้จัดสรรเงินอุดหนุน จะประสานกับเจ้าอาวาสจัดทำรายละเอียดชี้แจง สตง. ในขณะที่ผู้แทนของ สตง.ได้มาเตรียมรายงาน แต่ไม่ได้รายงาน เนื่องจากมส.เห็นว่า เป็นเรื่องของวัดสระเกศ จึงต้องให้ เจ้าคณะปกครอง เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการให้เป็นข้อยุติ ซึ่งขณะนี้ผลการตรวจสอบของสตง.ก็ยังไม่ได้ข้อยุติเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อมีกระบวนการตรวจสอบจะมีการพักตำแหน่งพระพรหมสุธีหรือไม่ นายสมชาย กล่าวว่า เมื่อผลการตรวจสอบยังไม่ได้ข้อยุติ และยังไม่มีการชี้ชัดถึงความผิด ก็คงไม่ต้องถึงขึ้นพักตำแหน่ง และต้องยอมรับว่า พระสงฆ์ไม่มีความชำนาญในเรื่องของบัญชี อาจทำให้การชี้แจงยังไม่ครอบคลุมตามที่สตง.ต้องการ หากข้อมูลที่สตง.ร้องขอยังไม่ชัดทางวัดต้องทำหลักฐานเพิ่มเติมให้

ข้อมูลกรรมที่พระปราชิกต้องได้รับคือลงนรก

ข่าว : เดลินิวส์
9 มกราคม 2558

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ