โครงการธุดงค์ธรรมชัยของวัดพระธรรมกายในครั้งนี้ เห็นว่าผิดไปจากหลักการของพระพุทธองค์


หมายเหตุ อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ
คำถามถึง สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ
เรื่อง โครงการเดินธุดงค์นำรูปหล่อหลวงพ่อสดทองคำไปวัดปากน้ำ






ตามที่ทางวัดพระธรรมกาย ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้จัดกิจกรรมพิเศษ ตั้งชื่อว่า "ธุดงค์ธรรมชัยอัญเชิญหลวงปู่ทองคำ" เป็นการเดินธุดงค์เพื่อนำเอารูปหล่อหลวงพ่อสด จนฺทสโร อดีตเจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ จากวัดพระธรรมกายไปตั้งไว้ในพระเจดีย์ที่วัดปากน้ำ กำหนดการระหว่างวันที่ 2-6 เมษายน พ.ศ.2555 นั้น

เมื่อนำเอาหลักฐานตามพระไตรปิฎกมาเปรียบเทียบกับโครงการธุดงค์ธรรมชัยของวัดพระธรรมกายในครั้งนี้ เห็นว่าแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนี้

1. ธุดงควัตรที่องค์สมเด็จพระบรมศาสดาในพระพุทธศาสนาทรงบัญญัติไว้จำนวน 13 ข้อ ได้แก่

1. ปังสุกูลิกังคธุดงค์ นุ่งห่มผ้าบังสุกุลจีวรเป็นวัตร
2. เตจีวริกังคธุดงค์ นุ่งห่มผ้าเพียง 3 ผืน (ผ้าไตรจีวร) เป็นวัตร
3. ปิณฑปาฏิกังคธุดงค์ ออกบิณฑบาตเลี้ยงชีพเป็นวัตร
4. สปทานจาริกังคธุดงค์ บิณฑบาตตามตรอกซอกซอยเป็นวัด (ไม่รับบิณฑบาตในที่แห่งเดียวเป็นประจำ)
5. เอกาสนิกังคธุดงค์ นั่งฉันเพียงแห่งเดียวเป็นวัตร
6. ปัตตปาฏิกังคธุดงค์ ถือการฉันในบาตรเป็นวัตร (ไม่ใช้ภาชนะอื่น)
7. ขลุปัจฉาภัตติกังคธุดงค์ ไม่ฉันเป็นครั้งที่สองเป็นวัตร (คือฉันแล้วไม่ฉันอีก)
8. อารัญญิกังคธุดงค์ อยู่แต่ในป่าเป็นวัตร
9. รุกขมูลิกังคธุดงค์ อยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร (ไม่อยู่ในที่กำบังเช่นอาคารบ้านเรือน)
10. อัพโภกาลิกังคธุดงค์ อยู่แต่ในที่แจ้งเป็นวัตร
11. โสสานิกังคธุดงค์ อยู่ในป่าช้าเป็นวัตร
12. ยถาสันถติกังคธุดงค์ ยินดีแต่ในเสนาสนะที่เขาจัดให้ ไม่จู้จี้จุกจิก
13. เนสัชชิกังคธุดงค์ ยินดีในอิริยาบท 3 คือ เดิน ยืน นั่ง แต่ไม่นอน


วัตถุประสงค์ในการบัญญัติธุดงควัตรขึ้นมา เพื่อให้พระภิกษุสามเณรสมาทานเป็นวัตรนั้น ก็เพื่อเป็นตัวช่วยในการปฏิบัติธรรมให้บรรลุผลแห่งการบรรพชาของกุลบุตร ไม่มีธุดงควัตรข้อใดเลยที่ระบุว่า "ให้ใช้ธุดงควัตรเป็นรูปแบบในการแห่รูปเคารพของพระภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง หรือแม้แต่แห่พระพุทธรูป"

2. ในวัสสูปนายิกขันธกะ พระวินัยปิฎก มหาวรรค บันทึกเกี่ยวกับเหตุผลของการทรงมีพระบัญญัติให้พระสงฆ์สาวกได้อยู่จำพรรษาไว้ว่า ในต้นพุทธกาลนั้น ยังไม่มีพระบัญญัติให้พระสงฆ์จำพรรษาเป็นการเฉพาะ พระสงฆ์จึงออกเดินธุดงค์ไปไม่จำกัดฤดูกาล ครั้นถึงฤดูฝน ชาวบ้านหว่านไถ พระภิกษุสงฆ์เดินไปเหยียบต้นไม้บ้าง ข้าวกล้าบ้าง สัตว์ตัวเล็กตายบ้าง จึงเกิดคำครหานินทาว่า เหตุไฉน ในเวลาหน้าฝนเช่นนี้พระสมณศากยุบุตรจึงไม่ยอมหยุด ดูแต่นักบวชในศาสนาอื่นก็ยังหยุด แม้แต่นกก็ยังสร้างรังเพื่อหลบฝน พระพุทธองค์ทรงสดับถ้อยคำนั้นแล้ว จึงทรงโปรดมีพระเมตตาให้พระสงฆ์ "หยุดเดินธุดงค์กลางพรรษา" หมายถึงว่าให้พักจำอยู่ที่แห่งใดแห่งหนึ่งก่อน พ้นฤดูฝนแล้วจึงค่อยออกธุดงค์ต่อไป

วัตถุประสงค์ของการบัญญัติให้จำพรรษา ก็คือว่า เพื่อไม่ให้เกิดความเดือดร้อนแก่ประชาชนผู้ทำมาหากิน

แต่สำหรับโครงการธุดงค์ธรรมชัยของวัดพระธรรมกายในครั้งนี้ เห็นว่าผิดไปจากหลักการของพระพุทธองค์ เพราะ

1. มิได้ธุดงค์ไปตามป่าเขาลำเนาไพรเพื่อบำเพ็ญสมณกิจขัดเกลากิเลส หากแต่เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นมา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเอารูปหล่อหลวงพ่อสดซึ่งหล่อด้วยทองคำ จากวัดพระธรรมกายไปยังวัดปากน้ำ เพียง 5 วันเท่านั้น
2. มีการจัดขบวนธุดงค์อย่างอลังการ เส้นทางที่พระธุดงค์จะเดินผ่าน จะมีการปูพรมและโปรยกลีบกุหลาบให้พระธุดงค์เดิน แถมด้วยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ทางสื่อทุกชนิด
3. ขณะที่พระพุทธองค์ทรงโปรดให้ "หยุดธุดงค์กลางพรรษา" เพื่อให้ประชาชนทำมาหากิน แต่วัดพระธรรมกายกลับทำการ"ปิดถนน" ปิดทางทำมาหากินของประชาชน ถือว่าเป็นพฤติกรรมสวนทางกับพระพุทโธบายอย่างชัดเจน


มันสมองของวัดพระธรรมกายในการจัดโครงการใหญ่ๆ นั้น ทราบว่าคือ พระธรรมกิตติวงศ์ จึงขอเรียนถาม พระธรรมกิตติวงศ์ ว่า ในฐานะราชบัณฑิต ทราบถึงพระบรมราโชบายของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างชัดเจน เหตุใดจึงออกความคิดให้จัดงานนี้ขึ้นมา ?

เพราะว่า ลำพังแค่การ "ย้ายรูปหล่อหลวงพ่อสด" จากวัดพระธรรมกายไปวัดปากน้ำ ซึ่งก็มิใช่องค์ใหญ่โตมโหฬารอะไร ใช้รถบรรทุกคันเดียวใส่ หรือจะทำเป็นขบวน มีรถตำรวจนำหน้า ก็ทำได้ไม่น่าเกลียด ใครๆ เขาก็ทำกัน แต่ครั้งนี้ที่เห็นว่าผิดสังเกตเพราะ

1. ใช้รูปแบบพระธุดงค์มาเพื่อสร้างศรัทธาให้แก่พุทธศาสนิกชนผู้ไม่รู้ไม่เข้าใจในความหมายของการเป็นพระธุดงค์
2. ปิดถนนตลอดเส้นทาง เป็นการสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน

เรื่องการนิมนต์พระสงฆ์ไปร่วมพิธีขนย้ายรูปหล่อหลวงพ่อสดนั้น จะไม่มีใครสงสัยอะไรเลย ถ้าแค่นิมนต์พระไปร่วมขบวน จะเอาซักกี่พันกี่หมื่นกี่แสนหรือเป็นล้านรูปก็ไม่เห็นแปลก (ถ้าเจ้าภาพมีกำลังนิมนต์ เช่นธรรมกายเคยจัดอยู่ภายในวัดพระธรรมกาย) จะครองผ้าคลุมไหล่หรือลดไหล่ จะเดินเช้า-สาย-บ่าย หรือเย็น มีปัญญาจัดได้ก็จัดไปสิ แต่นี่กลับจับแต่งตัวเป็นพระธุดงค์โดยไม่เอาธุดงควัตรมาปฏิบัติ มันก็เป็นได้แค่ธุดงค์กำมะลอเท่านั้น ลำพังการจราจรในกรุงเทพมหานครนั้นก็ติดขัดแทบเป็นปรกติอยู่แล้ว พระสงฆ์น่าจะช่วยลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน แต่นี่กลับปิดถนนซ้ำเติมความเดือดร้อนเพิ่มเข้าไปอีก รวมทั้งต้องใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจคอยปิดถนน-ดูแลพระธุดงค์นับพันๆ รูปในแต่ละวัน มันมิใช่โครงการบุญที่ได้มาจากความทุกข์ยากของประชาชนดอกหรือ

เมื่ออาทิตย์ก่อน อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ได้ตั้งข้อสังเกตว่าด้วยการ "ปิดถนนตักบาตรพระ 1 ล้านรูป เพื่อนำเอาข้าวสารอาหารแห้งไปเลี้ยงพระในสี่จังหวัดชายแดนใต้" ว่ามีความจำเป็นอะไร ทำไมต้องปิดถนนระดมพระถึง 1 ล้านรูปไปเลี้ยงพระแค่ไม่กี่ร้อยรูป และการนำเอาข้าวสารอาหารแห้งนับพันๆ ตัน ใส่รถบรรทุกจากกรุงเทพฯลงไปถึงใต้สุดนั้น จุดคุ้มค่ามันอยู่ตรงไหน ที่สำคัญก็คือ มหาเถรสมาคมไม่ได้มีส่วนร่วมในโครงการตักบาตรนี้แต่อย่างใด กลับมีชื่อสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และวัดพระธรรมกาย เป็นภาคีในการจัดร่วมกัน หนำซ้ำยังนิมนต์ "พระธรรมกิตติวงศ์" ซึ่งเคยถูกปลดจากตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมมาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์อีกด้วย

วันนี้ มีคำถามกราบเรียนถึง "เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรณี "ปิดถนนเดินธุดงค์" ของวัดพระธรรมกายในครั้งนี้ว่า เหตุใดจึงเห็นชอบในการจัดงานอย่างหรูหรา ในขณะที่ประเทศชาติยังเป็นหนี้เป็นสิน และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงมีพระราชดำริเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง แต่ภาพของการจัดงานที่วัดพระธรรมกายและวัดปากน้ำจัดในครั้งนี้ผิดไปจากที่กล่าวโดยสิ้นเชิง ไม่ว่าจะเป็นด้านพระธรรมวินัยและนโยบายของคณะสงฆ์ที่สอดคล้องกับสถานการณ์บ้านเมือง รวมทั้งพระบรมราโชบายเศรษฐกิจพอเพียง ที่ทางมหาเถรสมาคมประกาศให้พระสงฆ์ทั่วประเทศยึดถือเป็นแนวปฏิบัติอีกด้วย

ในฐานะที่ "เจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" มีตำแหน่งเป็นถึงเจ้าคณะใหญ่หนเหนือ เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม และเป็นคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เห็นว่าจำเป็นต้องชี้แจงให้แก่พระสงฆ์สามเณรทั่วสังฆมณฑล และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศไทยได้รับทราบ ถึงเหตุผลของการจัดงานดังกล่าว

เพราะวัดพระธรรมกายอ้างว่า จัดโครงการขึ้นมา เพื่อนำเอารูปหล่อทองคำหลวงพ่อสดไปวัดปากน้ำ จะอ้างว่าไม่ทราบก็คงไม่ได้แล้ว



ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง



อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
วัดไทย ลาสเวกัส






ระเนระนาด !
พายุฤดูร้อนซัดสภาธรรมกายสากลเสียหายหนัก


ข่าวในโต๊ะศาสนา เว็บไซต์พันทิป ระบุว่า ในวันที่ 31 มีนาคม 2555 ซึ่งมีพิธีบรรพชาอุปสมบทหมู่ 100,000 รูป ครั้งที่ 5 ณ ลานธรรมกายเจดีย์ ช่วงบ่ายมีพิธีขอศีลที่สภาธรรมกายสากล ในช่วงที่กำลังกรวดน้ำรับพรอยู่นั้น เกิดพายุฝนและลูกเห็บกระหน่ำเข้าสู่สภาธรรมกายสากลอย่างหนัก เกิดเป็นความเสียหายยังมิสามารถประเมินได้










ข่าว : พันทิป-โต๊ะศาสนา
3 เมษายน 2555



ปิดถนนเดินธุดงค์บาน !
สว.จี้สอบ "ธรรมกาย" ขัดพระธรรมวินัย





"ขัดตรงไหน ?"

เอ..เจ๊นี่ไม่รู้อะไรเสียแล้ว มีตรงไหนที่ธัมมชโยอ้างว่าเป็นพระธรรมวินัยบ้างล่ะ เขาอ้างว่า "ธุดงค์เพื่ออัญเชิญหลวงปู่ทองคำ" มิได้อ้างว่า "ธุดงค์ตามพระธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อขัดเกลากิเลส" ซักหน่อย เป็นถึง สว. จะทำอะไรก็อ่านให้เข้าใจก่อนสิ ถ้าไม่รู้จริงก็อย่าพูด




มาแย้ว ผู้ค้นพบ "ธรรมกาย" ศาสนาใหม่ ก่อนหน้านั้นบอกว่า "บวชเป็นพระภิกษุในบวรพระพุทธศาสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า" แต่พอได้บรรลุธรรมแล้ว ก็บอกว่า "กูไม่ใช่สาวก" แต่กูเป็น "พระบรมศาสดา" เพราะว่า "กูเป็นผู้ค้นพบพระธรรมกาย"



สมเด็จพระบรมศาสดาแห่งศาสนาใหม่ เสด็จอุบัติแล้ว




หล่อด้วยทองคำเชียวนะ




พระธุดงค์ในศาสนาพระโคดม

จะนิยมปลีกวิเวกหลีกเร้นจากเคหสถาน ออกไปบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในป่า





แต่ว่าพระธุดงค์ในศาสนาใหม่
จะใช้ตำรวจปิดถนนประโคมข่าว เกณฑ์ญาติโยมให้มารอต้อนรับ




หางแห่งอริยะสายใหม่ ธุดงค์ธรรมชัย
เส้นทางอันปูด้วยพรมโรยด้วยกลีบกุหลาบ
แม้แต่ดินหรือหญ้า บาทาก็ยังไม่เคยสัมผัส




ธุดงค์กำมะลอ !
อ้าวนั่นใคร ? ว้าว จ๋ำอ้ายได้บ่นาง ข้าพเจ้าคือ พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก ดิลกศีลาจาร สุวิธานปริยัติกิจ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสร บวรสังฆาราม คามวาสี เจ้าอาวาสวัดพระพุทธบาท พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร และเป็นเจ้าคณะจังหวัดสระบุรี มีชื่อเดิมว่า "มหาชวลิต ป.ธ.9"ข้าพเจ้าเคยให้พระเลขาออกมาปฏิเสธว่า "ไม่เคยเกี่ยวข้องกับวัดพระธรรมกาย ไม่ว่ากรณีใดๆ" ทุกโครงการเป็นมันสมองอันสูงส่งของคณะสงฆ์ จังหวัดสระบุรีล้วนๆ แต่ในวันนี้ ข้าพเจ้าอาสาออกนำหน้าเป็นหัวหน้าคณะธุดงค์กำมะลอของธรรมกายเอง  โดยปลายปีนี้ ข้าพเจ้าจะขอเลื่อนสมณศักดิ์เป็น "พระธรรมปิฎก โกหกเป็นกิจ มหาธรรมกายคณิสร"




เจ้าคุณเอื้อนนักเลงกว่า
เพราะชอบ-ก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบ-ก็บอกไม่ชอบ
ส่วนเจ้าคุณชวลิตนั้นนิสัยกระเทย ใช่ก็บอกไม่ใช่ ไม่ใช้กลับบอกใช่
โกหกปลิ้นปล้อน เป็นพระผู้ใหญ่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน ?





อ่านข่าวเก่า







ส.ว.จี้สอบ 'ธรรมกาย' จัดธุดงค์กลางเมือง

"ส.ว.ตรึงใจ" จี้กรมการศาสนาสอบ "ธรรมกาย" ระดมสงฆ์ 1,500 รูป ธุดงค์กลางเมือง ชี้ขัดหลักธุดงควัตร ทำลายพุทธบัญญัติ แถมมีนัยการเมือง ขณะผู้ที่มีจิตศรัทธากว่า 2,000 คน แห่โปรยดอกกุหลาบรับพระธุดงค์ ที่หน้าวัดพระธรรมกาย

เมื่อเวลา 09.35 น. วันที่ เมษายน ที่บริเวณถนนบางขัน-หนองเสือ หน้าวัดพระธรรมกาย ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี มีประชาชนกว่า 2,000 คน มาร่วมโปรยดอกกุหลาบเพื่อรับบุญใหญ่จากพระธุดงค์ 1,500 รูป ที่จะเดินทางธุดงค์จากวัดพระธรรมกายไปตามถนนพหลโยธิน ดอนเมือง สะพานใหม่ บางเขน อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ประตูน้ำ ราชประสงค์ บรรทัดทอง เยาวราช สะพานพระปกเกล้า วงเวียนใหญ่ ตลาดพลู ปลายทางที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร ที่เริ่มขึ้นเป็นวันแรก และจะไปสิ้นสุดในวันที่ เมษายน

พระสนิทวงศ์ พระวัดลูกพระธรรมกาย กล่าวว่า การเดินธุดงค์ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และฉลองพุทธชยันตี2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ฟื้นฟูจิตใจ สร้างบุญใหญ่ให้แผ่นดิน และความเป็นสิริมงคลให้แก่ประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยธรรมชาติ อีกทั้งฟื้นฟูวัฒนธรรมชาวพุทธที่ดีงามกลับคืนสู่สังคมไทย

นางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม กล่าวว่า การเดินธุดงค์ดังกล่าวเป็นกิจไม่เหมาะของสงฆ์ เนื่องจากธุดงควัตรตามหลักพุทธศาสนานั้น ระบุว่า ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ถือการอยู่โคนต้นไม้เป็นวัตร ถือการนุ่งห่มผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ถือการอยู่ป่าช้าเป็นวัตร ฯลฯ การถือธุดงค์บำเพ็ญด้วยการสมาทานอธิษฐานใจ คือ การยังชีพโดยบริสุทธิ์ ไม่เบียดเบียนใคร การปฏิบัติธุดงควัตร คือ การที่สงฆ์จาริกไปตามป่าเขา เป็นอยู่อย่างสมถะ ทำจิตให้เป็นอิสระ จากพันธนาการเครื่องร้อยรัดทั้งปวง

นางตรึงใจ กล่าวว่า การเดินธุดงค์ธรรมชัยครั้งนี้เป็นวิถีตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับธุดงควัตร อย่างน้อย ประการ คือ 1.เดินไปท่ามกลางกิเลสในเมืองหลวง ที่มีแต่สีสันแห่งบริโภคนิยม ซ้ำยังไปเบียดเบียนพื้นผิวจราจรให้ประชาชนที่เดินทางต้องเดือดร้อน2.เหตุใดจะต้องมาจัดเดินตรงกับช่วงวันพระราชสมภพของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมษายน และคร่อมไปถึงวันที่ เมษายน ซึ่งเป็นวันจักรี ซ้ำยังจัดเส้นทางเดินผ่านบริเวณราชประสงค์ด้วย มีนัยทางการเมืองอะไรหรือไม่ และ 3.ขอเสนอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และมหาเถรสมาคม ตรวจสอบว่า ธุดงค์ธรรมชัยครั้งนี้เป็นการเคารพ หรือเป็นการทำลายพุทธบัญญัติและธรรมวินัยกันแน่



ข่าว : คมชัดลึก
3 เมษายน 2555




พระต่อยพระ !
ขัดใจไม่ได้นั่งหัตถบาส
จัดกิจนิมนต์ยังไง ทำไมไม่มีผม
แบบนี้มันต้องสั่งสอน ให้รู้ซะมั่งว่าใครเป็นใคร

อูย ! แบบนี้ซี่ครับหลวงพี่ ถึงจะได้ชื่อว่า "รักพระศาสนา" จริง เพราะงานบวชนั้นถือว่าเป็นสังฆกรรม เป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ที่จะต้องรับรู้และรับรองกุลบุตรที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกในหมู่สงฆ์ แต่พระเจ้าหน้าที่กลับไม่รู้จักภาระหน้าที่ แบบนี้น่าจะปลดออกด้วยนะ





แคร์ทำไม ในเมื่อท่านยังไม่แคร์ผม
จริงไหมครับพระธรรมกิตติวงศ์ ?



งอนแบบพระเด็กๆ บ้านนอก
ก็แค่ชกกันต่อต่อตัว แรงสุดก็ตีกันหัวร้างข้างแตก

งอนแบบพระราชาคณะในกรุง
ต้องปิดถนน แสดงแสนยานุภาพให้เห็น ว่า "กูหญ่าย..."
รุ่นนี้ไม่มีกิเลสพันห้า แต่มีตัณหาร้อยแปด




พระบ้านนอกชกต่อยต่อหน้าชาวบ้าน เห็นกันก็แค่ "หน้าโบสถ์-ในกำแพงวัด"ถือว่ายังไม่โฉ่งฉ่าง แต่พระผู้ใหญ่ต่อสู้กัน ถึงกับยกพวกปิดถนนทั่วกรุงเทพฯ แถมออกข่าวผ่านหนังสือพิมพ์ ทีวี ดาวเทียม ไปทั่วโลก โอ้มายก็อด



ดูสิ พระบ้านนอกชกกัน ยังเอาสังฆาฎิจีวรออกก่อน เพราะชกถนัดกว่า แต่พระราชาคณะต่อสู้กัน เล่นครองผ้า แถมยังเรียกญาติโยมมีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าให้มานั่งประณมมือ "สาธุ สาธุ" เสียอีก คลาสสิกจริงๆ จริงไหมครับท่านราชบัณฑิตพระธรรมกิตติวงศ์ !



พระเขม่นชกต่อยไม่แคร์ญาติโยม
เหตุไม่มีชื่อนั่งลำดับบวชนาค ชกต่อยต่อหน้าชาวบ้าน


เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ เม.ย.เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำศูนย์วิทยุ สภ.นครไทย ได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ว่า มีพระภิกษุทะเลาะวิวาทชกต่อยกัน และมีเสียงดังคล้ายอาวุธปืนดังขึ้น ภายในวัดหน้าพระธาตุ หรือวัดเหนือ เขตเทศตำบลนครไทย จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และแจ้งให้สายตรวจรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที ภายในบริเวณวัดมีชาวบ้านจำนวนมาก ที่มาร่วมงานอุปสมบทเตรียมจะนำนาคเข้าโบสถ์ ได้ยืนวิพากษ์วิจารณ์กันตลอดเวลา สำหรับจุดเกิดเหตุอยู่หน้ากุฏิพระสงฆ์ ส่วนพระที่ก่อเหตุได้แยกย้ายกันกลับกุฏิที่พัก โดยมี พ.ต.อ.จตุเดช อยู่สวัสดิ์ ผกก.สภ.นครไทย ได้เดินทางไปสอบปากคำด้วยตนเอง

พระภัสกร ขันติโก อายุ 44 ปี พระลูกวัด ซึ่งเป็นคู่กรณี กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุจะมีพิธีอุปสมบทภายในวัด ทางเจ้าอาวาสได้กำหนดรายชื่อพระนั่งลำดับภายในโบสถ์ โดยมีพระวิทยาซึ่งเป็นพระคู่สวดและเป็นผู้เขียนรายชื่อพระทั้งหมดรวมทั้งตนด้วย หลังจากนั้นได้เดินบอกพระที่มีรายชื่อตามที่เจ้าอาวาสสั่ง เพื่อเตรียมตัวขึ้นไปนั่งลำดับในโบสถ์ ระหว่างที่กำลังบอกพระลูกวัดตามกุฏิ มีพระชัยวัฒน์ อภิวรรนโณ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นหลานเจ้าอาวาส พระลูกวัดเดียวกันเดินเข้ามาถามว่า มีรายชื่อของพระชัยวัฒน์ ด้วยหรือเปล่า อาตมาจึงบอกไปว่า ไม่มี ทำให้พระชัยวัฒน์ เกิดความโมโห และจะไปถามพระวิทยา ว่า ทำไมไม่มีชื่อของ พระชัยวัฒน์ นั่งลำดับในโบสถ์ อาตมาจึงได้พูดอีกว่า เราเป็นพระบวชใหม่พรรษาน้อยอย่าไปก้าวก่ายพระที่มีพรรษามากกว่าไม่ดี

พระภัสกร ขันติโก กล่าวต่อว่า ระหว่างนั้นได้เดินออกมา เพื่อจะไปตามพระรูปอื่นเตรียมไปนั่งลำดับในโบสถ์ ปรากฏว่าถูกชกที่ท้ายทอยเต็มแรง หันกลับไปดูเป็นพระชัยวัฒน์เดินตามมาทำร้ายอาตมาด้านหลัง ช่วงนั้นเหลือบไปเห็นไม้ไผ่ที่ปักเป็นหลักปลูกต้นไม้ จึงได้ดึงออกมาป้องกันตัวเอง เนื่องจากตัวเล็กกว่าพระชัยวัฒน์ จนเกิดการต่อสู้กันขึ้น ช่วงนั้นพระชัยวัฒน์ได้คว้ากระถางดอกไม้เตรียมทุ่มใส่อาตมา จึงใช้มือซ้ายรีบคว้าจับเอาไว้ ก่อนจะใช้มือขวาที่ถือไม้ไผ่กระหน่ำตีที่ศีรษะและใบหน้าพระชัยวัฒน์หลายครั้ง เพราะอาตมาต้องป้องกันตัว กระทั่งมีพระลูกวัดเดียวกันเข้ามาห้ามแยกกันออกไป

ด้าน พ.ต.อ.จตุเดช อยู่สวัสดิ์ ผกก.สภ.นครไทย  กล่าวว่า ทราบว่าพระชัยวัฒน์เพิ่งบวชเมื่อวันที่ ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยพระชัยวัฒน์มีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าอาวาสวัด หลังจากเข้ามาอยู่ในวัด พระลูกวัดจะเรียกชื่อเล่นว่า พระครูยุ่ย เพราะเป็นที่เกรงใจของพระลูกวัดด้วยกัน ส่วนพระภัสกรเป็นพระที่บวชมาประมาณ 4-5 พรรษาแล้ว ก่อนเกิดเหตุทางวัดกำลังพิธีอุปสมบทบวชนาค มีชาวบ้านนำนาคมาอุปสบบทหลายรูปด้วยกัน ทางเจ้าอาวาสวัดได้กำหนดรายชื่อพระที่จะขึ้นนั่งลำดับในโบสถ์ โดยมีพระวิทยา ซึ่งเป็นพระคู่สวด และเป็นผู้จดรายชื่อพระ โดยให้พระภัสกรเดินไปบอกพระลูกวัดแต่ละรูปตามรายชื่อ

ทั้งนี้ ระหว่างนั้นพระชัยวัฒน์ซึ่งเป็นหลานเจ้าอาวาสได้เข้ามาถามพระภัสกรว่า ตนเองมีรายชื่อร่วมพระรูปอื่นหรือไม่ หลังทราบว่าไม่มีชื่อคิดจะไปถามพระวิทยา ทำให้พระภัสกรตำหนิเกี่ยวกับพรรษาน้อยอย่าไปก้าวก่ายพระผู้ใหญ่ จึงทำให้พระชัยวัฒน์ไม่พอใจเข้าทำร้ายร่างกายพระภัสกร ก่อนที่พระภัสกรจะคว้าไม้ตีที่ใบหน้าและศีรษะแตก

เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้พระทั้งคู่ไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ระบุบาดแผลที่ได้รับบาดเจ็บ หากตกลงกันได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสั่งปรับเหตุทะเลาะวิวาทปรับทั้งคู่ ถ้ามีการแจ้งความเอาผิดจะทำการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป


ข่าว : คมชัดลึก
3 เมษายน 2555
http://www.alittlebuddha.com/

ความคิดเห็น

  1. คงไม่รู้กันว่า

    อธิบดี ห้ามพระธุดงค์ในป่ามาหลายปีแล้ว

    http://www.thairath.co.th/content/235746

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล