ถ้อยคำอันทรงคุณค่าพระมหาเถระ : พระพรหมดิลก กรรมการมหาเถรสมาคม


ศิโรราบ !
เจ้าคุณเอื้อนแลบลิ้นเลียแข้งธัมมชโย
"พระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนี"
อุ๊ย ! เสียวไปถึงสะดือ
ยิ่งกว่าฟังเพลง "คันหู" เชียวจ๊ะ !



กดที่ภาพเพื่อสดับ
ถ้อยคำของพระมหาเถระ

ทรงคุณค่า..ของชาวธรรมกาย
แต่ไร้คุณค่า..ในสายตาของปัญญาชน

พระพรหมดิลก (เอื้อน หาสธมฺโม ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหารพระอารามหลวง ซึ่งในอดีตมีสมภารผู้เกรียงไกรนามว่า สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น ชุตินฺธโร ป.ธ.9) ผู้มีอุดมการณ์แน่วแน่ ขนาดว่าตำแหน่ง "สังฆมนตรี" ก็ยังไม่อาลัยไยดี สลัดทิ้งดังก้อนเขฬะ กล่าวอาสภิวาจาว่า "ขอให้คิดว่าเลือดก้อนเลือดก้อนหนึ่งมันตกทะเลไปแล้ว" จากนั้นจึงสร้าง "สำนักอบรมครูวัดสามพระยา" ให้เกรียงไกร พัฒนามาจนกลายเป็น"โรงเรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูงของคณะสงฆ์ไทย" ในปัจจุบัน

แต่..เตี่ยตายไปตั้งนาน เสี่ยซึ่งมีอายุถึง 67 ปี อาศัยกินบุญเก่า ไต่เต้าได้ดิบได้ดีเป็นถึงเจ้าคณะภาค 14 และเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมด้วย กลับแสดงอาการ "เลี้ยงไม่โต" อยู่วัดสามพระยาแต่คลานไปกินนมที่วัดพระธรรมกาย ออดอ้อนธัมมชโยยังกะบิดาบังเกิดเกล้าฯ เห็นแล้วก็สงสารสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์นะ ไม่รู้จะตายตาหลับหรือไม่ ?

โดยเฉพาะเรื่องบิณฑบาตภาคใต้นั้น เจ้าคุณเอื้อนยกย่องธัมมชโยว่าเป็นผู้นำ ทำให้แดนใต้สงบร่มเย็น ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นถึงรัฐมนตรีในรัฐบาลคณะสงฆ์ ที่เรียกว่ากรรมการมหาเถรสมาคม มีอำนาจและหน้าที่โดยตรงในการแก้ไขปัญหาของพระศาสนา แต่กลับไม่ยอมทำงาน ไม่ทำไม่พอ ยังออกหน้าไปยกย่องธัมมชโยซึ่งเป็นเพียงเอกชนให้สูงส่งกว่ารัฐบาลคณะสงฆ์ไทยเสียอีก อีแบบนี้เอาควายมาเป็นกรรมการมหาเถรสมาคมก็ได้มั๊ง



ธัมมชโย
อภิมหาปูชนียาจารย์ของพระพรหมดิลก




ถ้อยคำอันทรงคุณค่าพระมหาเถระ : พระพรหมดิลก
กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 14 เจ้าอาวาสวัดสามพระยาวรวิหาร


"ในยุคสังคมในปัจจุบันนี้ พระพุทธศาสนาของเราต้องการบุคคล เช่นพระเดชพระคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น ในปัจจุบันนี้จึงที่ปรากฏได้ว่า พระพุทธศาสนาที่มีการปลุกกระแสขึ้นก็เพราะอาศัยพระเดชพระคุณเป็นผู้ปลุกกระแส และให้พระสงฆ์ในประเทศไทยของเรา และพระสงฆ์ที่อยู่ในต่างแดน และพุทธศาสนิกชนที่นับถือพระพุทธศาสนาทั่วโลก ได้หันมาสนใจพระพุทธศาสนา และร่วมใจกันอุปถัมถ์พระบวรพระพุทธศาสนา

เพราะฉะนั้นท่านพระเดชพระคุณมีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้นเท่าใด ก็จะทำประโยชน์ให้เกิดขึ้น แก่พระพุทธศาสนามากขึ้นเท่านั้น จากการปฏิบัติธรรมก็ดี จากการธุดงค์ธรรมทายาทก็ดี หรือการเดินธุดงค์ธรรมชัยก็ดี ที่พระเดชพระคุณได้ปฏิบัติมาแล้วข้างต้น และมีการตักบาตร 1,000,000 รูป ที่ผ่านมาแล้วก็ตาม ก็ปรากฏว่าพุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้มีความสนใจต่อพระพุทธศาสนามากขึ้น

เพราะฉะนั้น ถ้างานนี้ เราจะกระทำติดต่อกันเป็นประจำทุกปีๆ ก็จะเป็นประโยชน์แก่พุทธศาสนิกชน ก็จะทำให้พุทธศาสนิกชนทั้งหลายได้กลับมาดูแลพระพุทธศาสนามากขึ้น และจะได้มองเห็นความสำคัญของพระพุทธศาสนา ว่าเป็นมรดกอันล้ำค่าที่เราชาวพุทธควรจะรักษาเอาไว้เป็นมรดกทางธรรมในประเทศไทยของเรา และก็จะเป็นมรดกทางธรรมแก่ชาวโลกสืบต่อไป

เพราะฉะนั้น งานทุกสิ่งทุกอย่างที่จะดำเนินไปด้วยดีนี้ ก็ต้องอาศัย
พระเดชพระคุณจัดกิจกรรมในทางพระพุทธศาสนาให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลงานที่พระเดชพระคุณได้เริ่มปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มตักบาตรมาเป็นระยะเวลาอันยาวนานเช่นนี้
  เป็นประโยชน์อันเกิดขึ้นแก่พระสงฆ์ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระสงฆ์ในแดนใต้ของเรา ก็ได้มีความมั่นอกมั่นใจว่าเขาจะไม่ได้อยู่โดดเดี่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็มีพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนีพร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนทั้งหลายที่ให้ความห่วงใยในพระสงฆ์ในแดนใต้ และอยากให้แดนใต้ของเราสงบสุข มีความร่มเย็น

ดังนั้น ความห่วงใยที่
ท่านพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนีนั้น จึงเป็นพยานทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อให้ได้มั่นใจว่า เราทั้งหมดในฐานะที่เป็นพุทธศาสนิกชนและผู้ที่นับถือศาสนาเราจะไม่ทิ้งกัน ทั้งในยามสุขเราก็จะมีสุขร่วมกัน  ในความทุกข์เราก็จะมีความทุกข์ร่วมกัน เพราะฉะนั้น ผมเองจึงอยากให้พระเดชพระคุณนั้นมีสุขภาพแข็งแรง ถ้าพระเดชพระคุณมีสุขภาพแข็งแรงอยู่ตราบใด งานของพระพุทธศาสนาก็จะดำเนินต่อไปไม่มีสะดุดแม้แต่นิดเดียว ขอให้พระเดชพระคุณได้ถนอมกาย และรักษากายของพระเดชพระคุณให้มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง สมบูรณ์ เพื่อที่จะได้ทำหน้าที่แก่พระบวรพระพุทธศาสนาสืบต่อไป"


การเดินธุดงค์ในกรุงเทพฯ

"ในการเดินธุดงค์คิดว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะว่าประชาชนทั้งหลายไม่ค่อยได้รู้กันว่าเขาเดินธุดงค์กันแบบไหน โดยมากเราจะเห็นแต่ว่าพระเดินธุดงค์รูปเดียว สองรูปบ้าง แต่ว่าจะเดินยาวๆ นี้ไม่มี เราจะเห็นได้ว่าในส่วนของต่างประเทศเขาให้ความสนใจในการเดินธุดงค์ธรรมชัย ก็มีนักข่าวในหลายประเทศเอาไปออกข่าว เป็นการส่งเสริมสนับสนุน เพราะกิจกรรมในการเดินธุดงค์ของพระเรามีการเดินเป็นระเบียบเรียบร้อยนำมาซึ่งศรัทธาแก่พุทธศาสนิกชนทั้งหลายโดยทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่นับถือศาสนาอื่นก็ยังให้ความสนใจในการเดินธุดงค์ของวัดพระธรรมกาย
ได้จัดขึ้น
เพราะฉะนั้นการเดินธุดงค์ ถ้าเราจัดเป็นประจำก็จะเป็นประโยชน์ให้เกิดขึ้น ถ้าประชาชนในประเทศไทยของเรา ถ้ามีความเข้าใจสักนิดนึง โดยที่ไม่ติดตรงที่ว่าไปทำความลำบากแก่ท่านทั้งหลาย ให้ท่านนึกว่าพระสงฆ์ท่านได้ทำหน้าที่ของท่านในฐานะที่เป็นเนื้อนาบุญของโลก บัดนี้เนื้อนาบุญของเรามาหาแล้ว เราก็มาตักบาตรท่าน ร่วมบุญกับท่าน ก็จะได้บุญทั้งหลาย แต่ถ้าเราไปคิดเอาแต่ส่วนตัวของเรา โดยไม่คิดเอาเรื่องบุญ มันก็มีปัญหาเกิดขึ้น

เพราะฉะนั้น ถ้าเราเอาเรื่องบุญมาเป็นที่ตั้ง ความลำบากเพียงนิดหน่อยเราละทิ้งไป แล้วเรามาหันเอาบุญก่อน เพราะบุญนี้ไม่ใช่มันจะมาได้ง่ายๆ เมื่อเนื้อนาบุญมาถึงท่านแล้ว ท่านควรจะรับบุญในส่วนนั้น ไม่ควรตำหนิในส่วนนี้ เพราะถ้าท่านติแล้วมันมีโทษ เพราะว่าอกุศลจิตมันได้เกิดขึ้นในใจแล้วในใจของท่าน เมื่อเกิดอกุศลจิตแล้ว เราก็ไม่มีความสุข แต่ถ้าเราอนุโมทนาในบุญ เราก็ได้บุญจากกุศลจิตที่เกิดขึ้น

เพราะฉะนั้นอยากจะฝากถึง
สาธุชนทั้งหลายที่พระธุดงค์ท่านเดินไปนั้น ขอให้ท่านทั้งหลายรีบมารับบุญกัน เพราะบุญเช่นนี้ไม่ได้มาหาท่านทุกเวลา  
และก็ฝากถึงท่านพระเดชพระคุณพระเทพญาณมหามุนีไว้ว่าอยากให้ทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน หรือทุกปี ญาติโยมก็จะเกิดความเคยชินกับการปฏิบัติธรรมและจะมีความเคยชินกับเรื่องบุญ

นึกถึงพระบาลีบทนึงพระพุทธเจ้าตรัสว่า "อภิตถะเรถะ กัลยาเณ ปาปา จิตตัง นิวาระเย ทันธะหิกะระโตปุญ ญัง ปาปัสสะมิงระมะตีมะโน แปลว่า จงเร่งสร้างความดีไว้ในดวงจิต จงเร่งปิดกันใจให้ไกลชั่ว เมื่อสร้างดีช้าไปใจอาจเผลอตัว หลงทำชั่วจะพาตัวให้ทุกข์ตม

เมื่อพระธุดงค์มาเป็นประจำๆ ใจของญาติโยมทั้งหลายก็ยินดีอยู่แต่ในบุญตลอด ก็เท่ากับว่าพระเดชพระคุณได้ปิดประตูอบายให้แก่ญาติโยมทั้งหลาย”



ฟังแล้วซึ้งใจ
อยากร้องไห้ แต่ก็เสียดายน้ำตาค่ะ
ที่มา : DMC
29 เมษายน 2555


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล