วันพุธที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2555

พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตนายทหาร จปร.7 กล่าวว่า ประเทศกำลังถูกความชั่วร้ายครอบครองชาติ



ที่บ้านพระอาทิตย์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) พร้อมด้วยแกนนำได้ร่วมกันประชุมที่บ้านเจ้าพระยา ถนนพระอาทิตย์ เพื่อกำหนดแนวทางในการเคลื่อนไหวคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐบาล

นายปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ โฆษก พธม. แถลงภายหลังการประชุมว่า กลุ่มพันธมิตรฯจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 68 เพื่อดำเนินการกับกระบวนล้มล้างรัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเพื่อให้ได้มาซึ่งการปกครองที่ไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ

กรณีดังกล่าว มีคณะบุคคลเป็นผู้ออกแบบจำนวน 416 มีทั้ง รัฐมนตรี ส.ส. และ.ส.ว. ซึ่งต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรมนูญวินิจฉัยสั่งยุติการกระทำการ โดยไม่มีผลกระทบต่อการกระทำผิดที่เกิดขึ้นแล้ว โดยศาลรัฐธรรมนูญอาจสั่งให้ยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิหัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการพรรคการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

นอกจากนี้ในรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 275 ระบุว่า กรณีรัฐมนตรี ส.ส.-ส.ว.กระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่หรือทุจริตให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีอำนาจพิพากษา ด้วยเหตุผลดังกล่าว การล้มล้างรัฐธรรมนูญเป็นการกระทำผิดต่อหน้าที่กระทบความมั่นคงของรัฐ กลุ่มพธม.จึงจะยื่นเรื่องต่อคณะกรรมการป้องกันและราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ดำเนินการตามมาตรา 250 วรรคสอง ส่งเรื่องให้ปปช.ดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ในวันที่ 26 เม.ย.กลุ่มพธม.จะนัดชุมนุมในเวลา 09.00 น.เพื่อยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุด จากนั้นเวลา 11.00 น. จะยื่นเรื่องต่อ ปปช.เพื่อให้ดำเนินคดีกับนักการเมืองทั้ง 416 คน เพื่อหยุดยั้งการล้มล้างรัฐธรรมนูญให้ได้

ด้าน พล.ต.จำลองกล่าวว่า กลุ่มพธม.ไม่ได้เข้าร่วมชุมนุมที่หน้าสโมสรกองทัพบกในวันที่ 21 เม.ย.นี้ตามที่ปรากฎเป็นข่าว โดยการชุมนุมดังกล่าวเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มอื่น

อย่างไรก็ตามในวันที่ วันที่19 เม.ย.นี้ พธม.จะเชิญกลุ่มนักวิชาการสยามประชาภิวัตน์มาให้คำปรึกษาเกี่ยวการบริหารประเทศ โดยยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกัยการนิรโทษกรรม เพราะบ้านเมืองได้รับความเสียหายมามากแล้ว

ขณะที่ พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ อดีตนายทหาร จปร.7 กล่าวว่า ประเทศกำลังถูกความชั่วร้ายครอบครองชาติ การที่คนเสื้อแดงและนีกการเมืองไปรดน้ำดำหัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ประเทศลาวและกัมพูชา ถือเป็นการเหยียบย่ำประเทศไทย เหยียบหน้าแล้วเอาเท้าเขี่ยตา โดยการเคลื่อนไหวที่กัมพูชาถือว่าเป็นการเหยียบย่ำศักดิ์ศรีคนไทย เพราะกัมพูชาแย่งดินแดนของไทย แต่อดีตนายกฯที่ไปร้องเพลงด้วยภาษาที่ไม่คิดว่าคนเคยเป็นนายกฯจะร้องออกมากลับไปทำท่าว่าจะยกดินแดนให้เขา

อนึ่งแกนนำที่เข้าร่วมหารือในวันนี้ประกอบด้วย พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นายพิภพ ธง และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์

ขณะที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ร่วมประชุมทางโทรศัทพ์จากต่างประเทศ โดย พล.ต.จำลองระบุว่า อยู่ระหว่างการรักษาอาการป่วยและไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว เพราะรับเงินจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด ส่วนนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ เดินทางไปสหรัฐอเมริกา



เขาเป็นชายชาติทหาร
ผู้กรำศึกในสมรภูมิอย่างท้าทาย
ด้วยพลังแห่งความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
เขาคือ ทหารหาญ ผู้องอาจ แกล้วกล้า
เขาเป็นทหารแก่ ไม่มีวันตาย
รู้จักพลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ
ผมเกิดจังหวัดสุพรรณบุรี คุณพ่อจบ ธรรมศาสตร์ รับราชการเป็นตำรวจ สุดท้ายรับยศ พันตำรวจเอก คุณแม่เป็นแม่บ้าน มีลูก ๕ คน ผมเป็นลูกชายคนเดียวในครอบครัว นอกนั้นเป็นผู้หญิงหมด เรียนมัธยม วัดทรงธรรม อ.พระประแดง สอบเข้าเตรียมทหาร และเรียนต่อเตรียมนายร้อย จบ จปร. รุ่น ๗ ภรรยาคือ คุณจุฑามณี อดีตเคยเป็น ผู้ตรวจราชการกระทรวงวิทยาศาสตร์ มีบุตรด้วยกัน ๘ คน
ฐานะครอบครัวค่อนข้างยากจน ปากกัดตีนถีบ บรรพษุรุษของผมเป็นชาวนา คุณพ่อเป็นลูกคุณปู่ แต่เนื่องจาก เป็นข้าราชการผู้น้อย ไม่มีเงิน ตอนสอบ เข้าร.ร.เตรียมนายร้อย ต้องใช้เงิน ผมขอเงิน คุณปู่ ๑,๖๐๐ บาท ปู่ขายข้าว ๒ เกวียนและบอกผมว่า เอ็งเป็นหลานข้า ใช้นามสกุลข้า เอ็ง อย่าไปโกงเขาŽ เป็นเงินก้อนโตที่สุด ที่ผมใช้ในชีวิตของผม คุณปู่ไม่ได้เรียนจบอะไร เป็นชาวนาไทยธรรมดา ๆ แต่มีอำนาจต่อรองกับนายทุนสูง ไม่ได้เกวียนละ ๘๐๐ บาท ไม่ขาย ผมรู้ตอนนั้นว่า คนที่พึ่งตัวเองและไม่เป็นหนี้ จะมีอำนาจต่อรองสูง สามารถกำหนดอะไรได้ทุกอย่าง ด้วยชีวิตของตนเอง แม้กระทั่งราคาสินค้า ซึ่งผิดกับสมัยนี้ เกษตรกรเรา กำหนดราคาข้าวไม่ได้ นายทุนและพ่อค้า เป็นผู้กำหนด จากเงินจำนวนนั้น ทำให้ผมรู้ทุกอย่าง รู้ความเชื่อมโยง ของชีวิต ไม่รู้อย่างเดียว ทำไมคนจนไม่มีวันเป็นอิสระได้เลยในทุกเรื่อง
วางแผนการศึกษาเอง
ผมสอบเข้าได้ทั้งเตรียมจุฬาฯ และเตรียมนายร้อย พ่อแม่อยากให้เรียนเป็นหมอมาก ผมต่อรองเรียน ร.ร.นายร้อย พ่อให้เลือกตำรวจ อันดับหนึ่ง เพราะพ่อเป็นตำรวจ แต่ผมเห็นพ่อเป็นตำรวจแล้ว จึงเลือกทหาร อันดับหนึ่ง จริงๆ แล้ว ในส่วนตัวผม นึกอย่างเดียวเรื่องฐานะ คิดตั้งแต่เรียน ม.๖ แล้วว่า ( ม ๖. คือ ม.ศ ๓) พ่อแม่ ไม่มีปัญญา ส่งเสีย เสียค่าเรียน ในมหาวิทยาลัยได้หรอก เราไม่อยากให้พ่อแม่เดือดร้อน เพราะตั้งแต่เล็ก ผมเป็นลูกชายคนเดียว เย็นย่ำค่ำคืน ยังต้องไปเก็บจาก ให้แม่เย็บขาย หน้าหนาวเคยอยากได้ เสื้อหนาวสักตัว ผมต้องไปเป็น กรรมกรแบกหาม ทำงานยังกับสายพานมนุษย์ ตั้งแต่ ๘ โมง เช้า เป็นช่วงวัยรุ่น ที่มีความอยากสูงมาก
ผมไม่ใช่คนเก่ง แต่มีความคิดว่า ถ้าจะสอบคัดเลือกแข่งขัน เราต้องรู้ทุกอย่าง ผมจะพกสมุดโน้ตเล็ก ๆ เล่มหนึ่ง สำหรับ short note วิชาต่าง ๆ พยายามทำความเข้าใจและท่องจำไว้ แม้ขณะเล่นกับเพื่อน ก็จะหยิบออกมา ทบทวนเสมอ ช่วงเวลาที่ผมทุ่มเทมาก ๒ ครั้ง ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ของชีวิต คือตอนสอบเข้า ร.ร.นายร้อย และตอนสอบเข้า ร.ร. เสนาธิการทหารบก
ได้ดีเพราะถูกพ่อแม่ตี
ผมถูกสอนเรื่องความรับผิดชอบต่อหน้าที่ งานบ้านทุกอย่างต้องทำ เป็นลูกชายคนเดียวที่อยู่ ใกล้คุณแม่ ตลอดเวลา คุณพ่อไปทำงานลูก ๆ ไปโรงเรียนตามเวลา กลับตามเวลา กินตามเวลา ถ้าไม่กินตามเวลา ก็ไม่ได้กิน ทุกอย่างจบเพราะบ้านเราไม่ร่ำรวย กินข้าวพร้อมกันพ่อแม่ลูก คุณแม่นั่งข้าง ๆ และเป็นคนสุดท้าย ที่กินอาหารเหลือจากสำรับ ทำให้เรามีระเบียบ มีเวลา เมื่องานที่รับผิดชอบเสร็จแล้ว จะไปทำอะไรอื่น พ่อแม่ไม่ว่า แต่ถ้างานที่รับผิดชอบ ยังไม่เสร็จ ถูกตีแน่ และผมถูกตีบ่อย ๆ หน้าที่ผม ต้องล้างกระโถนของพ่อแม่ ปูที่นอน ให้พ่อแม่ ซึ่งผมจะปูไว้ ตั้งแต่บ่าย ๒ โมง ถ้าเป็นวันหยุด เพราะบ่าย ๓-๔ โมง เพื่อน ๆ จะมาเรียก ไปเล่นฟุตบอล เราเรียนรู้ ว่า ถ้าได้ทำหน้าที่ รับผิดชอบสำเร็จแล้ว จะมีเวลาไปพบปะ เพื่อน ๆ หรือทำเรื่องอื่น ๆ ที่เราชอบได้
พ่อแม่จะกำหนดหน้าที่ให้ลูกแต่ละคนทำอะไร ส่วนเรื่องหนังสือหนังหา พ่อแม่ไม่ค่อยเข้มงวด เท่ากับหน้าที่ รับผิดชอบในครอบครัว แม่คือครู คนแรก ที่จับมือผมสอนเขียน ก ไก่ ข ไข่ คุณพ่อ ดุมาก เวลาลูก ๆ ทำผิด จะถูกตี ๒ ครั้ง แม่ตีแล้วก็เล่าให้พ่อฟัง พ่อตีต่ออีก ๑ ครั้ง
ผมรักแม่
ครอบครัวของเราอบอุ่นมากแม้เราจน เพราะฉะนั้น เราต้องเพิ่มรายได้ ด้วยการรับดอกไม้ประดิษฐ์ ที่เขาใช้กัน ในงานเข้าพรรษา มาทำที่บ้าน พี่ ๆ น้อง ๆ ช่วยกันทำ ร่วมสุขร่วมทุกข์
ตอนที่ผมไปตัดจากให้แม่เย็บ เมื่อกลับถึงบ้าน คุณพ่อจะรอล้างเนื้อล้างตัวให้ผมก่อนเข้านอน ความผูกพัน ระหว่างกัน มีเสมอ ตอนถูกตี เราก็จะสำนึกในความผิดและตั้งใจจะไม่ทำอีก เกิดความกลัว ในการทำผิด และอาจเพราะผมเป็นลูกชายคนเดียว แม่จึงรักใคร่ผูกพันเป็นพิเศษ อย่างเช่น เวลาแม่ไปตลาด ต้องชวนให้ผมไปด้วย บางครั้งผมกำลังเล่นสนุกกับเพื่อน ๆ ไม่อยากไป ผมก็ประท้วง ด้วยวิธีต่าง ๆ นั่งถ่างขา ถ่างแข้ง แม่ไม่ว่า อะไร แม่จะเดินนำไปก่อนให้เราแสดงสุดฤทธิ์ สุดเดช แต่ถ้าแม่เดินย้อนกลับมาอีกครั้ง จะถูกตี แม่คงมีจิตวิทยา ให้เด็ก ๆ ได้ระบายอารมณ์ หรือเวลาแม่เข้าครัว ผมจะเข้าไปช่วยปอกหอม กระเทียม คั่วพริก ขูดมะพร้าว ตำน้ำพริก จนทำอาหารเป็น แม่ทำอาหารทุกอย่างอร่อยมาก จะไม่ซื้ออาหารข้างนอก ให้ลูกๆ กิน เพื่อเป็นการประหยัดด้วย ทำให้ผมมีความรู้สึกผูกพันกับแม่
สังคมไทยในอดีต
ผมนำประสบการณ์ การสอนบางอย่างของพ่อแม่มาดัดแปลงในการเลี้ยงดูลูก อะไรที่ควรจะเสริมเติมแต่ง ให้มันสมบูรณ์ขึ้น ประกอบกับผมเป็นทหาร การเรียนรู้ในระบบทหาร ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่นำมาปรับใช้ ในการเลี้ยงลูกด้วย
สมัยก่อน แม่จะมีเวลาอยู่กับลูกเกือบ ๒๔ ชม. เว้นแต่เวลาเราไม่อยู่บ้านไปเรียนหนังสือ พ่อแม่ดูลูก อย่างใกล้ชิด อยู่ในบ้าน ก็อยู่ในสายตาพ่อแม่ ออกจากบ้าน อยู่ในสายตาเพื่อนบ้าน สายตาของชุมชน พอเข้าร.ร. ก็อยู่ในสายตา ของครู เพราะฉะนั้น เด็กสมัยก่อนจะถูกเฝ้ามองตลอดเวลา เหมือนมีกล้องวงจรปิด คอยสอดส่อง ผมไปทำอะไรผิด กลับมาบ้านถูกตีแล้ว เพราะมีเพื่อนพ่อ เพื่อนแม่มาฟ้อง เรียกว่า ทุกส่วนของภาคประชาชน จะดูแลเด็กให้อยู่ในกรอบ ไม่คลาดสายตาไปได้เลย ทุกคนในชุมชน เหมือนญาติพี่น้อง สื่อสารกันได้ตลอด ลูกเต้าบ้านไหน ทำอะไรผิด จะรู้ถึงหูพ่อแม่ ก่อนเจ้าตัว จะกลับถึงบ้าน ซะอีก พวกเขาต่างมี ความมุ่งปรารถนาดีต่อกัน บ้านผมทำกับข้าว ๑ อย่าง ก็เดินแจกบ้านต่าง ๆ และเราก็ได้รับกลับมา เพิ่มอีกหลายอย่าง มันเหมือนเป็น การแลกเปลี่ยนกัน แต่ไม่ใช่ เราให้กัน ด้วยจิตอยากจะให้ ผมอยากให้สังคมวันนี้ เป็นอย่างวันก่อน ๆ แต่รู้ว่าคงยาก
พ่อแม่ที่อ่อนแอเลี้ยงลูกให้แข็งแรงไม่ได้
ผมเลี้ยงลูกแบบทหาร ผมคิดว่าเด็กไม่มีอะไรมาก เราควรมีเงินสนับสนุนให้เขาเรียน ถ้าเขาเรียน เราหาเงิน ให้เขาเรียน และจะไม่ไปยุ่งในรายละเอียด ไม่ถามไม่แทรกแซง ให้เกียรติเขา บอกเขา เพียงว่า ขอให้ลูก ตั้งใจเรียน เพราะความรู้ คือเครื่องผ่อนแรงในชีวิตของคนเรา ถ้าไม่มีความรู้เป็นเครื่องผ่อนแรง เราต้องใช้แรงกาย การมีความรู้ เราก็ใช้ปัญญาแทนแรงกาย เพราะฉะนั้น เราจึงต้องมีความเหนื่อยยาก ในการใช้แรง ในช่วงหนึ่งช่วงใด ถ้าลูกไม่ใช้ความรู้ เป็นเครื่องผ่อนแรง ลูกก็ต้องใช้แรงกาย ไปตลอดชีวิต ลูกจะไหวหรือ สอนให้เขาคิดโดยไม่จ้ำจี้จำไชเขามาก แต่ถ้าไม่เรียน หรือเกเร ก็ตัดน้ำตัดไฟ มีข้าวให้กินที่บ้าน ไม่ต้องไปไหน ไม่ให้เงินที่จะไปทำอะไรไม่ถูกต้อง ถ้าอยากมีความเจริญก้าวหน้า ก็ต้องเรียน และเรียน อย่างประหยัด ใช้เท่าที่จำเป็น เพราะพ่อไม่ใช่คนร่ำรวย ข้าราชการทหารไม่ร่ำรวย ลูกคนไหน สอนไม่ได้ ก็ไม่ต้องเป็นพ่อลูกกัน ไม่ยอมให้ลูก เอาเท้าเขี่ยตา ไม่ยอมเด็ดขาด
คนเป็นพ่อต้องเข้มแข็ง เราอย่ารักตัวเอง เราจะไม่กลัวว่าลูกไม่รัก อย่ากลัวเสียหน้าเสียตา ว่าลูกจะมาท้าทาย อะไรเรา แม้บางคนอาจมองว่า ผมไม่รักลูก ก็ไม่ว่าอะไร เราต้องเชื่อมั่น และแฟร์ ทุกอย่าง ในที่สุด ลูกก็ปรับตัวได้ ขอบคุณพ่อ เข้าใจก็ดีแล้วลูก ผมไม่ว่าไม่ซ้ำเติมลูก นี่เป็นจุดวิกฤต ในครอบครัว ที่เราต้องผ่านให้ได้
ลูกแต่งงานไปแล้วผมจะไม่ไปยุ่ง ไม่โทรหา ไม่ร้องขอ ไม่ออดอ้อน ไม่ไปสร้างภาระ ให้ลูกเลี้ยงดูตัวเอง และเลี้ยงครอบครัวให้ดี เมื่อลูกขอคำแนะนำ ทำอะไรก็ได้ที่ลูกชอบ แต่ลูกต้องไม่เป็นหนี้ ไม่เป็นโรค ไม่ประพฤติ เสียหาย ลูกทำได้ ๓ อย่าง ลูกชนะ ลูกไม่จำเป็นต้องรวย ไม่เคยสอนให้ลูก หาเงินมากๆ แต่สอนให้ลูก เป็นคนมีคุณค่า ผมมีลูก ๘ คนชาย ๗ หญิงคนสุดท้อง พวกเขาและครอบครัว จะมาเยี่ยมเยียนพ่อ ในวันสำคัญ ๆ รับผมไปเที่ยวไปกิน ผมจะจ่ายเองทุกครั้ง ลูกไม่ต้องจ่าย พ่อรู้ว่าลูกมีภาระ พวกเขาก็นำของ มาให้แทน ผมรับ แต่เงินลูกไม่เอา พ่อขอเป็นผู้ให้ และพ่อก็ให้ อย่างคนที่ไม่ร่ำรวยอะไร ไม่ได้แสดงว่า กูเป็นพลเอก ทำกร่างให้ลูกเหิมเกริม ไม่มี
ผมไม่เอาหลานมาเลี้ยง ลูกของเขาต้องเลี้ยง เอง เราเป็นคนแก่แล้ว บางทีเผลอไผลตามเด็กไม่ทัน ทำให้ลูกเขา หกล้มหกลุก ผมมีข้อสังเกตด้วยนะ แม่จะเลี้ยงเราแบบหนึ่ง พอเลี้ยงหลานอีกแบบ ในเรื่องเดียวกัน ป่านนี้แม่ตีแล้ว แต่เป็นหลานกลับไม่ตี
เจียมตัวเจียมใจ
ตั้งแต่วัยเด็กผมกินอยู่หลับนอนอย่างไรเดี๋ยวนี้ก็ทำอย่างนั้น ผมจะหลีกเลี่ยงการเป็นหนี้ เช้ามีกล้วยน้ำว้า ใส่กระเป๋า ๒ ใบ กลางวันอีก๒ ใบ ตามด้วยน้ำก๊อกที่กองร้อย ผมระวังการใช้เงินเกิน จ่ายแต่ละวัน ไม่เกิน ๓๐ บาท ต้องมีระเบียบวินัยในการใช้เงิน เพราะสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคือ อากาศหายใจ คนไม่ได้คิด เพราะไม่เห็น และจับต้องไม่ได้ สูดทุกวันฟรี น้ำก็หากินได้ฟรี ในเมื่อสิ่งที่จะเป็นที่สุดในชีวิตเราฟรี เรื่องอะไร จะเป็นทาส ให้คนอื่นมาเหยียบเรา ดังนั้น เราจึงไม่จำเป็นต้องเป็นหนี้ใคร
พลังชีวิตของผม
ทุกขั้นตอนของชีวิตถูกหล่อหลอม ทุจริต สักบาทไม่เคยทำ เพราะฉะนั้นพูดได้เสียงดังฟังชัด ผมนั่งรถเมล์ ไปทำงาน บางคนว่าสร้างภาพ เราก็ไม่ว่า ชีวิตผมเรียบง่าย ติดดินออกไปไหน ๆ ก็ใส่ ชุดนี้ ไม่โอ้อวดใคร ๆ มันเป็นระเบียบของชีวิตที่ทำมาจนชิน จนกระทั่งอะไรที่เกินเลยกว่านั้น เราก็ทำไม่เป็น บางทีพอเราเป็น ทหารชั้นผู้ใหญ่ หน่วย เขาให้เกียรติ เขาเอาสารวัตร มาเฝ้าหน้าห้อง เป็น ระเบียบของเขา หรือเวลาไปไหน ๆ มีรถนำ เราอายมีความรู้สึกว่า ทำไมต้องให้เขามาลำบาก บางทีเราขอร้อง น้องไปเถอะ ไม่ต้องหรอก ไม่รู้บางทีอาจเพราะ ชีวิตเป็นอย่างนี้ มาตั้งแต่เด็ก เป็น อัตโนมัติ จะตกแต่งอย่างไร ก็คงไม่เข้าท่า ในรุ่นของผม จบมาก็รบทัพจับศึกแล้ว ในสนามรบ ก็มีแต่ความอดอยากยากแค้น เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย นอนกลางดิน กินกลางทราย มันก็เป็นหนึ่ง ที่หล่อหลอม ให้เราตัดทอน สิ่งฟุ่มเฟือย หรูหราออกไป
การอยู่ในสนามรบนาน ๆ เราก็ติดชีวิตที่ไม่ปรุงแต่งอะไรมาก มันก็สบายแก่ตัวเรา บางทีเราอาจเป็นอีกแบบก็ได้ ถ้าไม่มามีชีวิตอย่างนี้แต่บังเอิญมันถูกตกแต่ง ถูกหล่อหลอมมาอย่างง่าย ๆ แล้ว ผมจะไม่เอาตัวเอง เป็นมาตรฐาน ในบั้นปลายความต้องการในอาชีพของเราต้องสละได้แม้ชีวิต เพราะฉะนั้น ต้องเตรียมพร้อม ทุกอย่าง เมื่อถึงคราว ที่เราจะเสียสละชีวิต ต้องสละได้ ในเรื่องความฟุ่มเฟือย ความสะดวกสบาย ต้องฝึกปรือ ตัวเอง ถ้าเรามุ่งมั่นเป็นทหารที่ดี สุขภาพร่างกาย วัตรปฏิบัติ การกิน การอยู่ การนอน ต้องให้เรียบง่ายที่สุด และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด คือนอนตรงไหน ก็หลับได้ หลับง่าย ตื่นง่าย กินง่าย
สัจธรรมในสงคราม
การทำหน้าที่คือ การปฏิบัติธรรม เรามุ่งทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด ในสนามรบ ลูกน้องผมถูกฝ่ายข้าศึก ยิงมา บาดเจ็บสาหัส ผมเข้าไปช้อนประคองเขา เมื่อกี้ยังเห็นกันอยู่ยังพูดกันอยู่ ลมหายใจสุดท้ายของเขา ในอ้อมอกผม เห็นอย่างนี้ บ่อย ๆ ลูกน้องบางคนข้าศึกกำลังระดมยิงเข้ามา แกเป็นห่วงของในบังเกอร์ จะเข้าไป ผมบอก อย่าเข้าไปนะ เข้าไปปั๊บตูมพอดี ผมเห็นความไม่เที่ยงแท้ แน่นอนของชีวิต นี่คือธรรมะ สอนให้เราเห็นเลย ในสงคราม ตายวันไหน เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด ในขณะยังมีชีวิตอยู่ สถานการณ์มันสอน มันบอกเราเอง เห็นเอง
สงครามหรืออุปสรรคทั้งหลายเหมือนแรงดัน เหล็กเวลาเราต้องการหล่อหลอม ให้มันเป็นเหล็กที่ดี เราต้องใช้ไฟ ให้ร้อน ใช้ความดันมาก ชีวิตของมนุษย์ ก็เหมือนกัน ถ้าพันฝ่าอุปสรรค มุ่งมั่นที่จะเอาชนะ ให้ได้ ตัวเอง ก็จะถูกหล่อหลอม ให้มีจิตที่แข็งแกร่ง ให้เป็นคนที่สลัด สิ่งที่ไม่ดีงาม ออกไปได้ง่าย ถ้าเรามุ่งที่จะสำเร็จ ในหน้าที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะการรักษาชาติบ้านเมือง
เดินตามหาข้อมูล
ผมเองเป็นคนช่างสังเกตสังกาจากสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นในชีวิต ประจำวัน ในสนามรบ ในชีวิตปกติ ต่อมาคือการเห็นบุคคลอื่นที่ได้ประพฤติปฏิบัติ เช่น เพื่อนร่วมงาน ผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บังคับบัญชา ที่จริงชีวิตของคนเรา เกิดมาก็เหมือนต่อสู้ในสงคราม ถ้าเราไม่สนใจ สิ่งรอบข้าง เราจะรักษาชีวิตของเรา ให้มีความสุข ผ่านอุปสรรคอันตราย ผ่านความยากลำบากไม่ได้เลย
บทบาททหารกับการเมืองแบบไทย ๆ
ผมเป็นทหารไม่มีใครบังคับให้ผมเป็น เป็นอาชีพที่ผมภูมิใจและรักมาก ถูกชะตากับตัวเอง มาก ได้ทำในสิ่งที่ ผาดโผนโจนทะยาน ผมชอบบู๊ เพราะฉะนั้นอะไรที่ผมรับหน้าที่มา ผมต้องทำให้ดีที่สุด เพื่อชาติบ้านเมืองของเรา ในสนามรบเราผ่านความเป็นความตายมามาก หน้าที่ของทหาร มีอย่างเดียว คือปกครองชาติบ้านเมืองให้อยู่ ร่มเย็นเป็นสุข นักการเมืองมาแล้วก็ไป ระบบราชการ เป็นหลักของชาติบ้านเมือง ต้องอยู่ตลอดไป นักการเมือง มาใช้นโยบายของรัฐ ผิดบ้างถูกบ้าง ทุจริตบ้านจนเกิดความสับสน ในที่สุดเกิดความผิดพลาด ใครจะรับผิดชอบ ทหารเป็นระบบราชการ ก็เป็นหลักของ นักการเมือง ถ้าเขาเป็นรัฐบาลที่ดี เห็นแก่ประเทศชาติ อย่างแท้จริงๆ เราก็ต้องเป็นเครื่องมือ กลไกที่ดี ถ้ารัฐบาลทำไม่ดี เราก็ใช้อำนาจที่มีอยู่ ทำความเข้าใจ ตักเตือน ป้องปราม ที่สุดทำอะไรไม่ได้ ก็ต้องปราบปราม ดีกว่าปล่อยให้ชาติ ย่อยยับจนแก้ไขไม่ได้ ความ รับผิดชอบ มาถึงตัวเราเสมอ อยู่ที่เราจะเข้าไป รับผิดชอบตอนไหน
หลังเกษียณอายุสดชื่นแข็งแรงและหนุ่มขึ้น
ความรักชาติบ้านเมืองเป็นแหล่งรวมพลังของทุกสิ่ง มันเป็นความบริสุทธิ์สะอาดเป็นมิติที่สูง ต้อง เสียสละ ต้องเป็นผู้ให้ การเป็นผู้ให้เรามีความสุข สมัยที่ยังรับราชการ เราต้องมุ่งมั่นทำงาน ผม ไม่ค่อยมีเวลาพักผ่อนนัก ตอนนี้ได้พักผ่อนเต็มที่ ดูแลตัวเอง กินอาหารครบ ๕ หมู่ ออกกำลังกายแบบท่าทหาร ยึดพื้น ย่อเข่า ซิท-อัพ จ๊อกกิ้ง ไปไหนมาไหนถ้าไม่ไกลมากใช้วิธีเดิน ซึ่งได้ประโยชน์หลายอย่าง ได้พบปะเพื่อนบ้าน พูดคุย ส่งทอดประสบการณ์ ทักทายให้กำลังใจกัน บางที พบแม้ค้าขายถั่ว เขานอนฟุบข้าง ๆ หาบ ไม่มีใคร ซื้อ เราก็ซื้อ ยกระดับจิตใจไม่ให้เขาหงอยเหงา วันนี้เขาขายได้แล้ว เราได้กินถั่วก็มีประโยชน์ ได้สร้างขวัญ กำลังใจ ให้คนสู้ชีวิต ทำสัมมาอาชีพ เงินของเราใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมใช้ทุกอย่างมีเหตุผล
จิตเบิกบานคิดถึงชาติบ้านเมือง จิตไม่ตกเป็นทาสของความอยาก จิตพยุงสังขารให้เข้มแข็ง ผมเอง มีโรคโลหิตจางแต่กำเนิด หมอบอกจะเอาเป็นคนไข้ตัวอย่าง เพราะมีความสดชื่น ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น อย่าไปกังวลกับมันเลย โรคภัยไข้เจ็บก็อยู่กับมันไปถึงเวลาต้องตายมันก็ตายผมไม่ทุกข์ ไม่กังวล
พิสูจน์สิ่งที่ท่านพุทธทาสสอน หน้าที่คือธรรมะ คนเราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ต้องเป็น คนดี ทำหน้าที่ ให้สำเร็จ คนรักชาติ คือคนที่ทำ สิ่งดี ๆ ให้ชาติ ผมเชื่อว่า คนที่มีจิตวิญญาณรักชาติ เขาจะเป็นซูเปอร์แมน
ความเสียสละเหนือสิ่งอื่นใด
ทุกคนมีหน้าที่ก็ทำไป คนตายก็ตายไป คนอยู่ ก็ทำต่อไป ครอบครัวไม่เป็นอุปสรรค ในการที่ผมจะมีชีวิต เสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เขาต้องรู้ว่า ผมเป็นทหาร เขาต้องยอมรับ ผมไม่กังวล ถ้าผมตาย ลูกจะอยู่กับใคร ไม่เคยคิด พอเข้าสู่สนามรบ มุ่งอย่างเดียว ให้ชนะเท่านั้น ไม่ได้คิดถึงครอบครัว แต่ทุกอย่างที่เราทำ ทำให้ครอบครัว มีความสุข ความเจริญ ทุกวันนี้ ทั้งลูกและเมีย ก็ดูแลผม
ผมคือผม
ผมใช้เหตุผลและโดยมากเหตุผลของผม ถูกต้องเสมอ เพราะผมไม่มีอารมณ์หรือประโยชน์ส่วนตน เข้ามาเกี่ยวข้อง เอาความถูกต้องเป็นหลัก ในการตัดสินใจ แม้ชีวิตยังยอม เพราะฉะนั้น เรื่องอื่นอย่ามาขวาง อะไร ที่ไม่ถูกตรง ผมไม่เคยทำ ยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง และยึดอันนั้นเลย ไม่ มุ่งมั่นในประโยชน์ส่วนตน มุ่งมั่นทำทุกอย่างให้สำเร็จ ผมไม่คาดเลยว่า ตัวเราเท่านี้ จะทำอะไรมากมาย หลายอย่างได้ขนาดนี้

จากผู้เขียน blog  ข้าพเจ้า สมเกียรติ กาญจนชาติ ประวัติ http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2011/08/blog-post_6999.html รู้จักท่านมาประมาณ 20 ปี สรุปท่านเป็นแบบอย่างในการปกป้องประเทศชาติ ของข้าพเจ้า 
บันทึกประวัติศาสตร์

2 ความคิดเห็น:

  1. ขอแสดงความนับถือและชื่ คุณสมเกียรติฯ ที่บันทึกประวัติคนดีๆ ที่น่ายกย่องไว้ ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เป็นกำลังใจ-แบบอย่างให้หลายคนเดินตาม เพราะมีเพื่อนร่วมทาง

    ตอบลบ
  2. ขอแสดงความนับถือและชื่ คุณสมเกียรติฯ ที่บันทึกประวัติคนดีๆ ที่น่ายกย่องไว้ ตั้งแต่ท่านยังมีชีวิตอยู่ เป็นกำลังใจ-แบบอย่างให้หลายคนเดินตาม เพราะมีเพื่อนร่วมทาง

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ