ประวัติศาสตร์ ศาลรัฐธรรมนูญ ศุกร์13 มหาอุจ ศาลยกคำร้องแล้ว วันที่ 13 กค.55 เวลา 15.00 น.


ให้ทหารอารักขาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญศุกร์13

วันพุธที่ 11 กรกฎาคม 2555 เวลา 19:42 น.

วันนี้ (11 ก.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีด้านความมั่นคง เปิดเผยหลังประชุมหน่วยงานด้านการข่าว เพื่อประเมินสถานการณ์ทั้งก่อนและหลังวันที่ 13 ก.ค. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นัดวินิจฉัยคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 หรือไม่ ว่า ในทางการข่าวทราบว่าในวันที่ 12 ก.ค. จะมีหลายกลุ่มมาเตรียมการจัดชุมนุมขึ้น  กองบัญชาการตำรวจนครบาล ก็ประชุมเตรียมการรับมือเช่นกัน โดยงานนี้ตำรวจต้องทำงานอย่างหนัก จะไปรอถึงวันที่ 13 ก.ค.ก่อนไม่ได้ ต้องเริ่มทำงานกันตั้งแต่วันนี้  เพื่อให้พร้อมที่สุดและสามารถแก้ปัญหาได้ในวันที่ 13 ก.ค. การประเมินสถานการณ์เราต้องมองในทางเลวร้ายที่สุดเอาไว้มากกว่าที่จะมองอย่างประมาทว่าจะไม่มีสถานการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะหากเราไม่คิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น พอเกิดเหตุขึ้นมาก็จะแก้ไขไม่ทัน ดังนั้นป้องกันไว้ดีกว่าแก้ ต้องดูทุกกลุ่ม และป้องกันไม่ให้แต่ละกลุ่มเกิดการปะทะกัน หรือมีมือที่สามมาสร้างสถานการณ์ โดยสิ่งที่เราต้องทำคือรักษาความสงบไว้ให้ได้มากที่สุด ไม่ให้เกิดความรุนแรงขึ้นในวันดังกล่าว

“สิ่งที่เราจะต้องติดตามคือผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะไปทางไหน เราก็นั่งพิจารณากันว่าถ้าตัดสินไปในทางหนึ่งอะไรมันจะเกิดขึ้น หากตัดสินไปอีกทางหนึ่ง อะไรจะเกิดขึ้น ต้องเพิ่มการระมัดระวังด้วย เพราะทั้ง 2 ฝ่ายเตรียมการในที่ตั้งของตัวเองอยู่ ซึ่งเราได้ประเมินว่าถ้ามีการตัดสินออกมาในทางลบก็อาจจะมีการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายหนึ่งอย่างมากทีเดียว” พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าว

เมื่อถามว่าหมายถึงคนเสื้อแดงใช่หรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่อยากพูดถึงกลุ่มไหน แต่ถ้าระดมการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะจากกลุ่มวิทยุชุมชนต่าง ๆ ทางตำรวจก็จะต้องซักซ้อมและเตรียมความพร้อมไว้ล่วงหน้า ซึ่งตำรวจได้รายงานว่าเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้ 3 กองร้อย ซึ่งตนได้ติงไปว่าอาจจะไม่พอ ต้องเตรียมกำลังตำรวจไว้มากกว่านี้ เพราะในสถานการณ์อย่างนี้จะประมาทไม่ได้ เนื่องจากทุกกลุ่มได้สั่งให้มวลชนของตัวเองเข้ามา ยกเว้นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.)
               

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องใช้กฎหมายพิเศษมาดูแลหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่จำเป็น เพราะยังไม่มีผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมา และไม่จำเป็นต้องเตรียมกฎหมายพิเศษเอาไว้ เพราะเรียกประชุมเมื่อไหร่ก็ได้

เมื่อถามว่าได้ประเมินสถานการณ์ว่าจะมีมือที่สามเข้ามาก่อเหตุหรือไม่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า เราระวังทุกอย่าง แม้แต่เหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นบริเวณศาลรัฐธรรมนูญ ก็ต้องเตรียมแผนอพยพตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกจากพื้นที่ การตั้งด่านตรวจอาวุธยุทโธปกรณ์ ทุกคนที่เข้าไปในบริเวณศาลรัฐธรรมนูญจะต้องไม่พกอาวุธใด ๆ และไม่ให้ดื่มสุราในพื้นที่ชุมนุม นอกจากนี้ก็จะไม่อนุญาตให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปในพื้นที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ให้อยู่เฉพาะนอกรอบเท่านั้น นอกจากนี้ก็จะต้องคุ้มกันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นกรณีพิเศษด้วย โดยกองบัญชาการทหารสูงสุด (บก.สส.)จะให้ความร่วมมือกับตำรวจในการคุ้มครองหรืออพยพตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหากเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

เมื่อถามต่อว่า การข่าวมีรายงานหรือไม่ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่มี เพียงแต่รับทราบว่ากลุ่มไหนจะชุมนุมบริเวณไหน และเชื่อว่าการชุมนุมในวันที่ 13 ก.ค.จะมีไม่มาก แต่หลังจากการตัดสินของศาลแล้ว เราจะต้องระมัดระวังให้มาก ทหารก็พร้อมที่จะเข้ามาสนับสนุนกำลังของตำรวจหากได้รับการร้องขอ และหากการแก้ปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญตำรวจยังทำไม่ได้เต็มที่ ก็อาจต้องให้ทหารเข้ามาช่วยคุ้มกันตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแทน
เมื่อถามอีกว่า จำเป็นต้องเตรียมเฮลิคอปเตอร์เอาไว้อพยพตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่หากเกิดกรณีฉุกเฉิน พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ยังไม่ถึงระดับนั้น อย่างไรก็ตามแนวทางการปฏิบัติทางตำรวจจะไปประชุมกันอีกครั้ง ได้แจ้งว่ามีความพร้อม โดยตนได้ประสานงานกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตลอดเวลา
เมื่อถามด้วยว่า ห่วงหรือไม่ว่าเหตุการณ์จะบานปลายเหมือนกับปี 53 พล.อ.ยุทธศักดิ์ กล่าวว่า ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะบานปลาย เพราะครั้งนี้เราเตรียมการดีมาก  และไม่ประมาท  ส่วนเรื่องคนเสื้อแดงทางผู้บริหารพรรคคงได้ประสานงานกัน.

Online English-Thai-Thai Dictionary









 ๑๓ มหาอุจ แปลว่า

มหาอุจ : (โหร) น. ดาวพระเคราะห์ที่ทรงคุณสูงเด่น ทําให้เจ้าดวงชะตามีความเจริญรุ่งเรือง.
source : ราชบัณฑิตยสถาน 
ความหมายของตัวเลขในฐานที่สี่

3 = อังคารเล็ก

4 = พุธเล็ก

5 = พฤหัสฯ เล็ก

6 = ศุกร์เล็ก / กำลังพระอาทิตย์

7 = เสาร์เล็ก

8 = ราหู / กำลังดาวอังคาร

9 = พระเกตุ = การส่งเสริมเร่งเร้า, จิตวิญญาณที่ปกป้อง, โชคเคราะห์ที่อุบัติโดยไม่คาดหมาย, ต่างชาติต่างถิ่น, พลังเร้นลับ, อานุภาพที่มองไม่เห็น, ความเปลี่ยนแปลง

10 = กำลังดาวเสาร์ (หมายถึงพระเสาร์น่ะแหละ), ความทุกข์, ความเหนื่อยยาก, ความเนิ่นช้า, ความเก่าแก่, ความสุขุมรอบคอบ

11 = ราชาโชค (การมีโชคโดยไม่เหนื่อยมาก), สองเท่า (Double), ความซ้ำซาก

12 = ราหู : ความลุ่มหลงมัวเมา, อบายมุข, ความมืดมัว

13 = มหาอุจจ์ : ความสูงส่ง, พลังหนุน, ความใสสว่าง, เกียรติยศชื่อเสียง, จำนวนมาก

14 = จักรพรรดิ : ความยิ่งใหญ่ (ไม่สูงสุด), ความสำเร็จ, ความมาก

15 = กำลังของดาวจันทร์ (ความหมายเดียวกับดาวจันทร์)

16 = โสฬส : ความอุดมสมบูรณ์, ความสุข, สุรุ่ยสุร่าย

17. กำลังดาวพุธ (ความหมายเดียวกับดาวพุธ)

18. มหาจักรพรรดิ : ความยิ่งใหญ่สมอัตภาพ, สิ่งสูงสุด, จมไม่ลง, อำนาจ, ความมากมาย

19 = กำลังดาวพฤหัสฯ (ความหมายเดียวกับดาวพฤหัสฯ)

20 = เสาร์กำลังสอง : ความเหนื่อยยากมาก, ทุกข์หนัก, ผิดหวังขมขื่น

21 = กำลังดาวศุกร์ (ความหมายเดียวกับดาวศุกร์) ความรัก, การเงิน, ความสนุกสนานร่าเริง, ความสวยงาม, ศิลปะ 



13 มีความหมายว่า มหาอุจจ์

ทีนี้คุณมองเห็นคำตอบได้หรือยัง?

ถ้าคุณจำได้ว่า "มหาอุจจ์" แปลว่ายิ่งใหญ่, มีเกียรติ, มีอำนาจอิทธิพล ฯลฯ เราก็ได้คำพยากรณ์ออกมาแล้วว่า เจ้าชาตาจะต้องพึ่งพาตนเองอย่างเหน็ดเหนื่อย กว่าจะตั้งตัวได้เป็นปึกแผ่นและมีเกียรติ

ทำไมถึงว่า "เป็นปึกแผ่นและมีเกียรติ"?



http://www.facebook.com/thaihistory



พรุ่งนี้ชี้ชะตาประเทศไทย !
ไทยแลนด์จะไปทางไหน แก้ไขรัฐธรรมนูญได้หรือไม่

และอีกคำถามสำคัญ
"ทักษิณจะกลับไทยได้หรือไม่"
นอกจากศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ก็ยังมี "หมอดู"
ช่วยชี้ชะตาประเทศไทย







ไขปริศนาอาถรรพณ์ 'ศุกร์ 13' โหรชี้ 'มหัทธโนฤกษ์แม้วไม่ได้กลับไทย !

3-5 เสียง แก้ไขรัฐธรรมนูญต่อได้ โหรดัง 3 ศาสตร์ย้ำ ศุกร์ 13 ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกลางคดีคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ไร้ความรุนแรง ห่วงปลายปีถึงปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลง เสียเลือดเสียเนื้อใหญ่...

กลายเป็นที่วิตกกันไปทั้งบ้านทั้งเมือง เมื่อมีการผูกโยงความเชื่อและความอาถรรพณ์ของวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.เวลาที่ศาลรัฐธรรมนูญจะขึ้นบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยกลางคดีคำร้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่

ล่าสุด นายเก่งกาจ จงใจพระ โหรการเมืองชื่อดัง ออกมาถอดรหัสความอาถรรพณ์โดยใช้ศาสตร์บวกตัวเลข ผ่านไทยรัฐออนไลน์ว่า องค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญทั้ง 8 จะออกนั่งอ่านคำวินิจฉัยในวันที่ 13 ก.ค.2555 เวลา 14.00 น.

“เมื่อเรามาถอดรหัสเลขต่างๆ จะได้เลข 3 5 8 เลข 3 มาจากการที่ศาลพิจารณามาตรา 291 เมื่อนำเลข 2+9+1 จะเท่ากับ 12 และนำ 1+2 = 3 ส่วนเลข 5 เป็นตัวเลขที่ศาลใช้อำนาจมาตรา 68 ในการจัดการ เมื่อนำ 6+8 จะเท่ากับ 14 และ 1+4 จะได้ผลลัพธ์ 5 และเลข 8 มาจากองค์คณะของศาลรัฐธรรมนูญที่นั่งบังลังก์อ่านคำพิพากษา 8 คน

โหรเก่งกาจบอกว่า ฉะนั้นเรื่องทั้งหมดนี้จะมีตัวเลข 3 5 8 เข้ามาเกี่ยวข้องและเมื่อดูดวงตามประกอบ ผลลัพธ์น่าจะออกมาบวกกับสถานการณ์บ้านเมืองมากกว่าลบ ดังนั้นในวันที่หลายๆ คนกลัวว่าจะมีความรุนแรง ให้สบายใจได้เลย ผมทายผลในการตัดสินว่าน่าจะออกมา 3 ต่อ 5 เสียง

ดังนั้นผลอาจจะออกมาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ แต่อาจจะต้องไปร่างกันใหม่รายมาตรา และก็ตั้ง ส.ส.ร.ขึ้นมา แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่ผมย้ำเสมอก็คือในเดือนพฤศจิกายนน่าจะมีปฏิวัติ แต่เป็นในรูปแบบที่ไม่ใช่เอารถถังมายึดอำนาจ เพราะมันตรงกับปี 2490 ช่วงเวลาที่พลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ (พลเรือตรี ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งนายกฯ ต่อจากนายปรีดี พนมยงค์ เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ.2489 ถูกปฏิวัติโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ และวันนี้เรามีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้หญิงก็น่าเป็นห่วงว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรขึ้นใหญ่ในประเทศไทยแน่นอน”

ด้านภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ซินแสชื่อดัง กล่าวถึงวันศุกร์ที่ 13 ว่า ตามหลักโหราศาสตร์จีน ถือว่าเป็นวันกุน เดือนมะแม ปีมะโรง ซึ่งวันนั้นถือว่าเป็นวันที่สมพงศ์กับนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะท่านเกิดปีมะแม ทายว่าช่วงนั้นไม่น่าจะมีอะไรเกิดขึ้นหนักๆ แบบที่หลายคนกลัวกัน

“ผมทายว่าวันนั้นน่าจะถือว่าเป็นเรื่องที่ดีกับประเทศด้วย จึงไม่อยากให้ตกใจกับวันศุกร์ที่ 13 นี้ แต่ควรระวังเหตุการณ์ปีหน้าให้มากๆ เพราะจะมีการหักหลังมีการชิงเหลี่ยมกัน ปีหน้าเป็นปีที่มีแต่เรื่องหนักๆ มากมายทั้งกับรัฐบาลและประเทศ ส่วนคนที่บอกว่าปีนี้อดีตผู้นำจะได้กลับมาประเทศไทย ผมย้ำตรงนี้อีกครั้ง ปีนี้เขาไม่มีดวงกลับประเทศไทย เพราะดวงเขาจะเหมือนกับ “เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส”

ขณะที่ หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา หมอดูชื่อดังที่ใช้ศาสตร์ไทยในการทำนาย กล่าวว่า ประเด็นวันศุกร์ที่ 13 นี้ ตามหลักโหราศาสตร์ไทยไม่เพียงการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญจะไม่มีอะไรน่ากังวลแล้ว ชีวิตประจำวันของคนทั่วๆ ไป ไม่ได้เป็นที่น่ากลัวในวันศุกร์ที่ 13 นี้เลย

“หลายคนจะไปเอาความเชื่อของตะวันตกมารวมๆ กัน ฝรั่งเขาเรียกว่าวันดีด้วยซ้ำไป จริงๆ ศุกร์ 13 เป็นวันที่พระเยซูถูกตรึงกางเขน แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นศุกร์ 13 แต่เนื่องจากมีคนไปนับว่าการกินข้าวมื้อสุดท้ายของพระเยซูมี 13 คน และยิ่งมาบวกกับภาพยนตร์ฮอลลีวูด มันก็เริ่มมีความน่ากลัวมากขึ้น ซึ่งในทางโหราศาสตร์ไทย วันศุกร์ที่ 13 เป็นแค่วันรถติดมากเท่านั้นเอง"

หมอดูชื่อดังบอกว่า แต่เมื่อลองเอามาคำนวณในเชิงของฤกษ์ วันศุกร์ที่ 13 ตรงกับแรม 10 ค่ำ เดือน 8 ก็ถือว่าเป็นวันมหัทธโนฤกษ์ ซึ่งกินเวลาตั้งแต่เที่ยงคืนของการเริ่มเข้าสู่วันศุกร์ที่ 13 จนถึง 21.54 น. เรียกว่าเป็นช่วงกลางวันตลอดทั้งวัน

“มหัทธโนฤกษ์ถือเป็นฤกษ์ที่ดี คำว่าฤกษ์ดีไม่ได้หมายถึงว่าจะเกิดผลดีกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่น่าจะเป็นบรรยากาศของวันที่ดี ไม่ได้หมายความว่าฤกษ์ดีแล้วคนนั้นคนนี้จะแพ้ ดังนั้นเมื่อเลือกวันนี้เป็นวันที่ตัดสินหรือมีเหตุสำคัญกับบ้านเมืองในวันฤกษ์ดี เชื่อว่ามันจะเป็นข่าวดีสำหรับเมือง สำหรับประเทศ เพราะเราต้องเอาประเทศเป็นตัวตั้งก่อน แต่ถามว่าดาวในช่วงนี้แรงไหม แรงเหมือนกัน แต่เป็นความแรงของการสูญเสียหรือภัยธรรมชาติที่ต้องระวัง ไม่ได้เป็นความแรงในเรื่องของการเมือง ดังนั้นคำพยากรณ์ ถ้าใครที่กำลังมอง จะถูกตัดสินว่าจะมีการพลิกผันเปลี่ยนแปลงในวันที่ 13 นี้ ในหลักโหราศาสตร์ระบุว่าเร็วไปนิดหนึ่ง ถ้ามีผลอะไรที่จะเกิดขึ้นกับวันศุกร์ 13 มันจะไม่ใช่เป็นผลที่จะทำให้เกิดความวุ่นวาย ความรุนแรงตามมาอย่างที่หลายคนกังวลใจ”

สุดท้ายหมอช้างย้ำด้วยว่า ส่วนตัวเชื่อว่าจุดเปลี่ยนของดวงเมืองยังมีดวงใหญ่ๆ ที่รอจะย้ายอีกหลายดวง โดยเฉพาะในเดือนกันยายน

“ผมยังเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงของรัฐบาลน่าจะอยู่ในช่วงเดือนสิงหาคมมากกว่า น่าจะมีการปรับเปลี่ยน ครม.แต่ถ้าเป็นเหตุการณ์ใหญ่ๆ น่าจะอยู่ปลายปีมากกว่า แต่วันศุกร์นี้ขอให้สบายใจได้ว่าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงแน่นอน”


ข่าว : ไทยรัฐ
12
 กรกฎาคม 2555



ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติ 7 ต่อ 1 ยกคำร้องทั้ง 5 ที่ผู้ร้องระบุว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยตุลาการฯ วินิจฉัยว่ายังไม่เห็นข้อบ่งชี้ว่าจะนำไปสู่แนวทางดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ศาลฯ เห็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม เนื่องจากรัฐธรรมนูญฉบับปี 50 ผ่านการทำประชามติของประชาชน ดังนั้น จึงควรทำประชามติเพื่อขอความเห็นจากประชาชนว่าควรมีการแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับหรือไม่ หรืออาจจะทำการแก้ไขรายมาตรา


13  กค.2555

โพสต์ทูเดย์ / 13 ก.ค. 2555 ศาลรธน.ยกคำร้องล้มล้างการปกครอง ชี้ชัด แก้รธน.ต้องทำประชามติก่อน เหตุประชาชน เป็นผู้สถาปนารธน.

องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีความเห็นยกเสียงให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญตามมาตรา 291 ....ไม่เข้าข่ายเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามมาตรา 68โดยศาลรัฐธรรมนูญได้แบ่งประเด็นในการวินิจฉัย 4ประเด็นดังนี้

1.ผู้ฟ้องมีอำนาจในการฟ้องคดีตามมาตรา 68หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่ารัฐธรรมนูญมาตรา 68การให้สิทธิแก่ผู้ทราบการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรา 68สองประการ คือ 1.สามารถให้อัยการสูงสุดตรวจสอบข้อเท็จจริงและยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ และ 2.ยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยกเลิกการกระทำดังกล่าว ศาลเห็นว่าการแปลความดังกล่าวนี้จะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและสิทธิพิทักษ์รธน.ตามมาตรา 69

2.การแก้ไขมาตรา 291ที่เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับสามารถทำได้หรือไม่ ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า การตรารัฐธรรมนูญ 2550เป็นกระบวนการผ่านการประชามติ ประชาชนจึงเป็นผู้สถาปนารัฐธรรมนูญฉบับนี้ ดังนั้น การแก้ไขจะเป็นอำนาจของรัฐสภาแต่การยกร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับยังไม่สอดคล้องเจตนารมณ์ 291เพราะรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550ได้มาจากการลงประชามติ จึงควรให้ประชาชนลงประชามติก่อนว่าสมควรจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ หรือให้อำนาจรัฐสภาดำเนินการแก้ไข จะเป็นการสอดคล้องเจตนารมณ์มาตรา 291

3.การแก้ไขมาตรา 291เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหา กษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่าารแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 291เป็นไปเพื่อให้มีวิธีการแก้ไขเป็นรายมาตราและปรับปรุงโครงสร้างการเมืองใหม่ให้มีประสิทธิภาพและแก้ไขปัญหาบกพร่องในตัวรัฐธรรมนูญเอง หากพิจารณาจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ได้มาจากการแก้ไขมาตรา 291เพื่อให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)มาจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดังที่ผ่านวาระ 2และเตรียมลงมติในวาระ 3ของรัฐสภา จะเห็นได้ว่ากระบวนการดังกล่าวไม่มีข้อเท็จจริงที่จะล้มล้างการปกครอง อีกทั้งยังไม่มีรูปธรรมเป็นการคาดการณ์ล่วงหน้าของผู้ร้อง

หากพิจารณาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 291 (1)วรรค 2บัญญัติว่าญัตติขอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐจะกระทำมิได้ และร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291/11วรรค 5ก็ยังได้บัญญัติคุ้มกันไม่ให้กระทบสาระสำคัญของรัฐอีกชั้น

อย่างไรก็ตาม หากส.ส.ร.ได้ร่างรัฐธรรมนูญที่มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองทั้งประธานรัฐสภาและรัฐสภาก็มีอำนาจยับยั้งให้รัฐธรรมนูญตกไปได้ และผู้ทราบการกระทำดังกล่าวนังสามารถให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งการตามมาตรา 68ได้ อีกทั้งคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาและการไต่สวนที่ผ่าน อาทิ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา นายอัชพร จารุจินดา เลขาคณะกรรมการกฤษฎีกา นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และ นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา ล้วนเบิกความว่าไม่ได้มีเจตนารมณ์ล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย และผู้ถูกร้องยังแสดงเจตคติตั้งมั่นว่าาดำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

พิจารณแล้วเห็นว่ายังไม่เพียงพอวินิจฉัยได้ว่าเป็นการกระทำล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ข้ออ้างทั้งหมดของผู้ร้องเป็นการคาดการาณ์และความห่วงใยต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และยังห่างไกลจะเกิดเหตุขึ้นตามที่กล่าวอ้าง จึงไม่พอฟังได้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนั้น ฟังไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ประเด็นที่ 4 เป็นเหตุให้ยุบพรรคตามรัฐธรรมนูญหรือไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่าเมื่อไม่กระทำล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศโดยวิธีการซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ จึงไม่มีเหตุให้ต้องวินิจฉัยในประเด็นนี้ จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องทั้ง 5

http://www.rsunews.net/index.php/news/detail/2460



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล