วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

พระไทยติดบุหรี่งอม ! ผลวิจัย ม.จุฬา ระบุ มากถึง 44 เปอร์เซ็นต์

พระไทยติดบุหรี่งอม !

ผลวิจัย ม.จุฬา ระบุ มากถึง 44 เปอร์เซ็นต์

เผลอๆ จะมากกว่าญาติโยมทั่วไทยด้วยซ้ำไป ลองทำการวิจัยเปรียบเทียบดูบ้างสิ

แต่ความจริงแล้วก็น่าเห็นใจนะ พระไทยช่วงหลังนี้ก็เครียดเรื่องการเมืองพอๆ กับโยมนั่นแหละ แม้แต่มหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่งก็เล่นการเมืองด้วย มมร.ก็ฟัดกันนัวเนีย จนได้ตาอยู่มาเป็นอธิการบดี ส่วน มมร. ก็หันไปเอาดีทางงานวิจัยการเมือง กวาดต้อนนักการเมืองมาเข้าพรรค เอ๊ย เข้ามาเป็นนิสิตเพียบ ตั้งแต่..คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ ร.ต.ท.ชวรินทร์ ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ว.ราชบุรี นายพิเชษฐ์ พัฒนโชติ ส.ว.นครราชสีมา เป็นต้น ล่าสุด อาทิตย์ก่อนก็เปิดสุดยอดผลงานวิจัยระดับ "ยอดมงกุฎ" ก็มีแต่เรื่องการเมือง ดังนั้นจึงอย่าแปลกใจที่พระไทยสูบบุหรี่มากขึ้น เพราะคงจะหันไปศึกษาการเมือง แล้วปล่อยให้ญาติโยมหรือนักการเมืองหันมาศึกษาพระพุทธศาสนาแทน นับว่าเป็นกุศโลบายอันเริ่ดฮ่ะ !
จากงานวิจัยของสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พบว่า วัด 3 หมื่นแห่ง มีพระภิกษุ 2.9 แสนรูป สามเณร 7 หมื่นรูป มีพระติดบุหรี่มากถึง 43.1 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งติดก่อนบวช ทำให้คณะกรรมการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. มุ่งหวังรณรงค์ให้พระสงฆ์เลิกสูบบุหรี่ เพราะเป็นจุดเริ่มต้นของยาเสพติดชนิดอื่น และเพื่อต้องการให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน

อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่อัตราการสูบบุหรี่เพิ่มขึ้น เพราะคนไทยสูบบุหรี่มวนเองเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากยาเส้นมีอัตราภาษีต่ำ ทั้งนี้หากต้องการลด ละ เลิกบุหรี่ สามารถเริ่มทำได้ทันทีด้วย 10 ขั้นตอนดังนี้ 1.หาที่ปรึกษา 2.หากำลังใจ 3.หาเป้าหมาย 4.ไม่รอช้า 5.ไม่หวั่นไหว 6.ไม่กระตุ้น 7.ไม่หมกมุ่น 8.ไม่นิ่งเฉย 9.ไม่ท้าทาย และ 10.ไม่ท้อแท้
 
ท้ายที่สุดทาง สสส. ตั้งความหวังไว้ว่า จะสามารถสร้างค่านิยมที่ไม่สูบบุหรี่แก่เด็กและเยาวชน เพื่อสุขภาพของผู้คนที่แข็งแรง
 



ข่าว : ผู้จัดการ
15 กันยายน 2556
ตุ๊พันยักษ์เอาอีก !

คราวนี้อ้าง "มีคนฝังคุณไสยใต้ทำเนียบ

ต้องทำพิธีถอนออกให้ถูกต้อง ไม่งั้นปูอยู่ไม่ได้


มิน่า เห็นเดินทางไปต่างประเทศบ่อย





ว่าแต่ถามตุ๊พันหน่อยเถิด ว่ามันกงการอะไรของคนในผ้าเหลือง ที่วันๆ เอาแต่หายใจเป็นการเมือง จดจ่อแต่เรื่องที่มิใช่พระธรรมวินัย ถ้าอยากจะเล่นการเมืองนัก ก็สึกออกไปเสียซี ไปสังกัดพรรคที่อยากจะเชียร์ ถึงตอนนั้นก็ไม่มีใครว่าให้หรอก แต่นี่เอาผ้าเหลืองไปเล่นการเมืองอย่างออกหน้า มันเสียชื่อพระเชียงใหม่หมด แล้วดูสิ แต่ละปีก็ออกมานั่งจ้องมองตะวัน อ้างจะทำให้บ้านเมืองร่มเย็นเป็นสุข โตจนหัวหงอกแล้ว ยังง่าวกว่าเด็กวานซืนอีก นี่แหละหนาที่เขาว่า "แก่เพราะกินข้าว เฒ่าเพราะอยู่นาน"





พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือตุ๊พันยักษ์ วัดศรีบุญเรือง

ก็มัวแต่นั่งจ้องตะวันแบบนี้ไง สติปัญญาถึงไม่พัฒนาซักที น่าจะเปลี่ยนชื่อเป็น "พระครูรัฐบาลพิทักษ์" นะ จะเข้าแก๊ก


เกจิดังอ้างมีคนปองร้ายนายกฯนำกระดูกผี 7 ป่าช้ามาฝังในทำเนียบ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ก.ย. ที่วัดศรีบุญเรือง ต.หนองหอย อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระครูสุเทพสิทธิคุณ หรือ "หลวงพ่อพันเทวา" อายุ 75 ปี เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง พร้อมพระลูกวัดอีก 5 รูป ได้ร่วมกันประกอบพิธี "เพ่งดวงอาทิตย์ด้วยตาเปล่า" ที่บริเวณหน้าวิหารของวัดศรีบุญเรือง เป็นเวลานานกว่า 30 นาที โดยมีการสวนมนต์แผ่เมตตาขอบารมีสุริยะ ให้ปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายที่กำลังคุกคามรัฐบาล นอกจากนั้นยังมีบทสวดถอนขึด ให้รัฐบาล แสดงพระธรรมเทศนา ให้รัฐบาลพบแต่สิ่งที่ดีจากนี้

หลวงพ่อพันเทวา กล่าวว่า การทำพิธีในครั้งนี้ เนื่องจากวันนี้เป็นวันพระใหญ่ ก่อนออกพรรษา และทราบว่าตอนนี้มีคนทำคุณไสย์ ใส่รัฐบาลมีการนำดินและกระดูก 7 ป่าช้า มาใส่ไว้ในทำเนียบรัฐบาล ทำให้รัฐบาลประสพปัญหาต่างๆนานา ทุกวันมีเรื่องมีราว มีผู้อยู่เบื้องหลังในการก่อความวุ่นวายหลากหลายชนิดใส่รัฐบาล เพราะหวังล้มล้างรัฐบาล แม้รัฐบาลจะนำพระมาสวด แต่ไม่ถูกหลักการ

การเพ่งดวงอาทิตย์เพื่อขอบารมีสุริยะเทพลดกระแสความร้อนแรงของสถานการณ์บ้านเมืองลง จากการทำพิธีในช่วงต้นพิธีได้มีเมฆมาบดบังดวงอาทิตย์ จากนั้นไม่นานกลุ่มเมฆก็ได้เคลื่อนตัวออกไป ซึ่งตีความได้ว่าว่า ประเทศชาติอาจจะประสบปัญญาภัยคุกคามในบางช่วง แต่จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้นเป็นนายกที่ดี เป็นคนเชียงใหม่ ทำงานเพื่อประเทศชาติ ก็อยากให้ตั้งใจทำสิ่งที่ดีๆ ทำงานเพื่อประเทศชาติ และประชาชนต่อไป อย่าท้อถอย การเพ่งมองดวงอาทิตย์เพื่อขอให้พลังสุริยะเทพแผ่พลังคุ้มครองให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมรัฐบาลพ้นจากเคราะห์ภัย และคุณไสย์ ต่างๆที่คนคิดไม่ชื่อได้ทำไว้ก็จะกลายเป็นกรรม กลับไปหาคนที่ทำไว้

สำหรับหลวงพ่อพันเทวา ถือเป็นเกจิอาจารย์ชื่อดังของเชียงใหม่และดินแดนล้านนา มีชื่อเสียงทางด้านวิชาอาคมจนเป็นที่นับถือของชาวเชียงใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มคนเสื้อแดง และเป็นพระอาจารย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี





โหรสภาสูง "สวนหมัด" ตุ๊พันยักษ์

เทศน์สอนคนในผ้าเหลือง อย่าเชื่อเรื่องงมงาย แต่กรรมดีกรรมชั่วเท่านั้น ที่จะรักษาหรือว่าทำลายรัฐบาลลงได้ ตามหลักของพระพุทธศาสนาว่าอย่างนี้ ใครพูดนอกจากนี้ไปท่านเรียกว่า"เดียรถีย์ในผ้าเหลือง" อืม เดี๋ยวนี้รู้สึกว่าโยมจะพูดธรรมะได้ดีกว่าพระบางรูปนะ



นายบุญเลิศ ไพรินทร์
ส.ส.ประชาธิปัตย์ จังหวัดฉะเชิงเทรา
เจ้าขอฉายา "โหรสภาสูง"



“โหรสภาสูง” สวดยับ คุณไสยทำเนียบ ไร้สาระ ยันปัญหารุมเร้าเพราะรัฐบาลทำตัวเอง ฟันธง“รัฐบาลปู”ร่อแร่ แฉช่วง 3 เดือน ก.ย.-พ.ย. ถึงขั้นประชาชนลุกขับไล่

เมื่อวันที่ 13 ก.ย. นายบุญเลิศ ไพรินทร์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคประชาธิปัตย์ เจ้าของฉายา “โหรสภาสูง” กล่าวถึงกรณี “หลวงพ่อพันเทวา" เจ้าอาวาสวัดศรีบุญเรือง ระบุมีคนทำคุณไสย ใส่รัฐบาลมีการนำดินและกระดูก 7 ป่าช้า มาใส่ไว้ในทำเนียบรัฐบาล ทำให้รัฐบาลประสพปัญหาต่างๆนานา ว่า เป็นเรื่องงมงาย ไร้สาระ เชื่อถือไม่ได้ ไม่อยากให้สังคมยึดติด เพราะเป็นการสร้างกระแสที่เป็นผลลบต่อประเทศชาติ อาจทำให้คนที่ไม่เข้าใจหลงเชื่อจนกระทบต่อการศึกษาของประเทศ ตนไม่เชื่อว่ามีการทำคุณไสยใส่รัฐบาลและน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และไม่มีใครทำร้ายรัฐบาลได้ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นกับรัฐบาลในขณะนี้ มาจากการกระทำของนายกฯ และรัฐบาลเองที่บริหารงานไม่เก่ง เพราะขาดความรู้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน ใช้พวกมากลากไปเป็นเผด็จการรัฐสภา

“ในทางโหราศาสตร์ที่วิเคราะห์จากดวงดาว พบว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังอยู่ในอาการร่อแร่ จะอยู่ได้ไม่ครบเทอม เนื่องจากบริหารผิดพลาด ทั้งโครงการจำนำข้าว การบริหารจัดการน้ำ การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท แก้รัฐธรรมนูญ ผลักดันกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นปัญหาที่รัฐบาลสร้างเอง โดยในช่วงเดือนก.ย.-พ.ย.นี้ เป็นช่วงดาวอาทิตย์ ดาวพุธ ดาวศุกร์ ดาวเสาร์ ดาวราหู ดาวเกตุ เคลื่อนตัวมาอยู่ในราศีตุลย์ เล็งมายังราศีเมษ ซึ่งเป็นดวงของกทม.และดวงโลก จะทำให้เกิดวิกฤตไปทั้งโลก นอกจากนี้ยังมีดาวอังคารเคลื่อนมายังราศีสิงห์ ทับดวงประเทศไทย จะทำให้เกิดวิปริต เกิดความแตกแยก นองเลือด 3 เดือนนี้ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาลกำลังตกอยู่ในวิกฤต อาจถูกมหาประชาชนขับไล่ ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลจะถูกปฏิวัติโดยประชาชน โดยมีทหารเข้าร่วมในภายหลัง ถ้าผ่านช่วงนี้ไปได้สถานการณ์จะเบาลง แต่ก็ยังไม่ปลอดภัย” โหรสภาสูง กล่าว

นายบุญเลิศ กล่าวอีกว่า  สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ละคนจะอยู่พื้นดวงของตัวเอง ทางแก้คือละเว้นการทำชั่ว หันมาทำบุญ ทำทาน ถือศีล สวดมนต์ภาวนาอย่างถูกวิธี จะส่งผลให้พลังจิตเข้มแข็ง


ข่าว : เดลินิวส์

14 กันยายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ