วันศุกร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2556

"ชมเอาเอง" เพราะสิบปากว่า หรือจะเท่าตาเห็น ?


"พูดคนละภาษา"

อดีตพระเมตตานันโท

เล่าเรื่อง "ฟางเส้น" สุดท้าย

ก่อนวอล์คออกจากอาณาจักร..ธรรมกาย !




Do you know Who am I ?

ท่านเมตตา ท่านรู้ไหมว่า หลวงพ่อเป็นใคร ? ถ้าท่านคิดว่า หลวงพ่อเนี่ย คือพระอธิการไชยบูลย์ ธมฺมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายละ ท่านเข้าใจผิดเสียแล้ว

ผมก็ได้แต่นิ่ง..อึ้ง แล้วก็ ผมมาคิดว่า เออ..รู้สึกว่า เราจะอยู่ที่นี่ไม่ได้แล้ว..!





สามบุคคลสำคัญของธรรมกาย


จากซ้ายไปขวา

1. พระเทพญาณมหามุนี (ไชยบูลย์ ธมฺมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

2. พระภาวนาวิริยคุณ (เผด็จ ทตฺตชีโว) รองเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย

3. ดร.พระมโน เมตฺตานนฺโท อดีตพระนักเรียนทุนวัดพระธรรมกาย ไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด สหรัฐอเมริกา (ปัจจุบันลาสิกขา มีชื่อว่า ดร.นพ.มโน เลาหวณิช)



นอกนั้นก็ไม่มีอะไร นอกจากจะนำเสนอให้ท่านผู้อ่าน "ชมเอาเอง" เพราะสิบปากว่า หรือจะเท่าตาเห็น ?







กดที่ภาพเพื่อชม



ข่าว : รายการเผชิญหน้า
13 กันยายน 2556
 




พระสันตปาปาเสด็จเยือนไทย !

นายกฯยิ่งลักษณ์ทูลเชิญ

ปีหน้าโป๊ปจึงอาจจะมาไทย

งานนี้ ชาวคริสต์ในไทยแฮปปี้






นายกฯเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระสันตะปาปา พร้อมทูลเชิญเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ


 12 ก.ย. 56 เมื่อเวลา 11.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส ประมุขแห่งคริสตจักรนิกายโรมันคาทอลิก ณ พระราชวังสมเด็จพระสันตะปาปา ฟรานซิส (His Holiness Pope Francis) ณ นครรัฐวาติกัน

 โดยนายกรัฐมนตรี ได้แสดงความยินดีต่อความสัมพันธ์ไทย-วาติกันที่มีมาอย่างราบรื่น โดยการเยือนนครรัฐวาติกันครั้งนี้ เป็นการเยือนในรอบ 58 ปีของนายกรัฐมนตรีไทย นับตั้งแต่การเยือนของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ซึ่งเยือนนครรัฐวาติกันครั้งแรกเมื่อปี 2498 โดยความสัมพันธ์ไทย-วาติกันเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสครั้งนี้ จึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ไทย-วาติกันที่สืบเนื่องมายาวนานกว่า 390 ปี และเป็นการแสดงถึงความเคารพต่อคริสต์ศาสนานิกายโรมันคาทอลิกที่มีอิทธิพลต่อโลกและมนุษยชาติ

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวชื่นชมการมีบทบาทของคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่ส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและช่วยเหลือผู้ไร้ที่อยู่อาศัย ตลอดจนการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงยินดีต่อการให้เสรีภาพในการนับถือศาสนาของไทย โดยนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำว่า ไทยเป็นประเทศที่เคารพและเข้าใจในความหลากหลาย รัฐบาลไทยส่งเสริมให้คนทุกชาติและทุกศาสนาสามารถประกอบศาสนพิธีของตนได้อย่างเสรีและอยู่ร่วมกันในสังคมไทยได้ ชาวไทยที่นับถือนิกายโรมันคาทอลิกมีส่วนสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย

นอกจากนี้ สมเด็จพระสันตะปาปาฯทรงมีการสนทนากับนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับสถานการณ์ความยากจนทั่วโลก ซึ่งต่างเห็นว่าการแก้ไขความอดอยากและการพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น นับเป็นเรื่องสำคัญ นโยบายของไทยและวาติกันต่างสนับสนุนให้ประชาชนเข้าถึงการบริการทางด้านสาธารณสุข การรักษาสันติภาพระหว่างทุกศาสนา และการส่งเสริมการเสวนาระหว่างศาสนา ความเชื่อ และวัฒนธรรม (Interfaith Dialogue) เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างสันติภาพระหว่างประเทศ ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้ทูลเชิญสมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเยือนไทยอย่างเป็นทางการด้วย



ข่าว : คมชัดลึก
13 กันยายน 2556
 




อายเณรคำ !

สมเด็จพระสันตปาปารับรถมือสอง

ข่าวว่าจะทรงขับเอง

หุหุ สู้เณรคำของไทยได้ไหมเอ่ย

ข่าวล่า เณรคำปักหลักอยู่จำปาสัก ระดมพระลาวระดับบิ๊กๆ ไปสืบชาตา ไม่แน่นา อนาคตอาจจะได้เป็นสังฆราชลาวด้วยซ้ำไป ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ !





สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส





 

นี่สิของจริง





นี่ก็ของจริง


ถ้าโป๊ปมาอยู่เมืองไทย รับรองว่ามีเบนซ์ 500 เป็นโหล สนพระทัยก็ย้ายสังกัดได้นะ !


สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ทรงรับมอบรถมือสองที่มีผู้ถวาย ที่ต่อจากนี้จะเรียกว่า 'มินิ โป๊ปโมบายล์' และคาดว่าท่านจะทรงขับด้วยพระองค์เอง


12 ก.ย. 56  โฆษกของนครรัฐวาติกันแถลงว่า บาทหลวงท่านหนึ่งทางตอนเหนือของอิตาลี ถวายรถยนต์วินเทจ ปี 2527 รุ่นเรโนลต์ 4 ซึ่งเคยใช้ขับไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน แด่สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ที่มีพระชนมายุ 76 ปี โดยรถยนต์คันนี้เป็นรถ 4 ประตู สีขาว ระบบเกียร์ธรรมดา และเครื่องยนต์ใหม่เอี่ยม

 ผู้บริจาคมีนามว่า บาทหลวงเรนโซ ซอคกา อายุ 69 ปี เขาบอกว่า เขาอุทิศชีวิตเพื่อช่วยชาวบ้านในเมืองเวโรนา ทางตอนเหนือของอิตาลี และเมื่อเห็นโป๊ปประสงค์ที่จะช่วยเหลือคนยากจน และสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้นำทางศาสนาออกเผยแผ่ศาสนาในชนบทห่างไกล จึงตัดสินใจถวายรถที่เขาเรียกว่า "รถของชาวนาฝรั่งเศส" อายุ 25 ปี คันนี้แด่พระองค์

บาทหลวงซอคกา ได้นำรถไปถวายและเข้าพบโป๊ปเป็นการส่วนพระองค์เมื่อวันเสาร์พร้อมทั้งขับรถให้พระองค์ประทับระยะทางสั้นๆ ภายในวาติกัน จากนั้นโป๊ป ตรัสว่าพระองค์ทรงทราบแล้วว่าจะขับรถยนต์คันนี้ได้อย่างไร และบาทหลวงซอคกา คาดว่า โป๊ปจะทรงขับรถคันนี้ระยะทางสั้นๆ ภายในวาติกัน

 ก่อนหน้านี้สมเด็จพระสันตะปาปา เคยตรัสไว้ว่าพระองค์ปรารถนาที่จะเผยแผ่คำสอนของพระเจ้าแก่ผู้คนที่ไม่ศรัทธา และเมื่อวันพุธพระองค์ได้ทรงตอบคำถามทางจดหมาย จากนักข่าวอายุ 86 ปี ซึ่งไม่เชื่อเรื่องพระเจ้า ที่ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์รายวันยักษ์ใหญ่ "ลา ริพับลิกา" โดยนับเป็นครั้งแรกที่ทรงตอบจดหมายในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ และทรงลงท้ายด้ายพระนาม "ฟรานซิสโก" ซึ่งเป็นพระนามของพระองค์ในภาษาอิตาลี


ข่าว : คมชัดลึก

12 กันยายน 2556
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ