วันจันทร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2556

ทั่วโลกประจักษ์แจ้ง พฤติกรรมมหาเถรสมาคม ?


6 กันยา ชี้ชะตา น้ำฝน !

มีประชุมคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม

สำนักพุทธยืนยันจะนำเรื่องตรวจฉี่วัดอ้อน้อยเข้าพิจารณา

อา..น่าสนใจกว่าประชุมมหาเถรสมาคมซะอีกนะโยม





เมื่อขาใหญ่โคจรมาเจอขาใหญ่ อะไรจะเกิดขึ้น ?

 ทั่วโลกประจักษ์แจ้ง พฤติกรรมมหาเถรสมาคม ? ข้อมูลจาก หลวงปู่พุธอิสระ ศึกษาได้ที่




กดที่ภาพเพื่อชม



อา..ดูท่าว่าเส้นทางสายพระวินยาธิการของพระน้ำฝนจะสั้นลงเสียแล้ว เพราะทางพระสุวิทย์ (พุทธะอิสระ) ได้ประกาศไม่ยอมรับพระน้ำฝนในตำแหน่ง "หัวหน้า" พระวินยาธิการ ประจำจังหวัดนครปฐม ไปทั่วโลกแล้ว เรียกเป็น "ไอ้" เป็น "โจร" ฯลฯ สารพัดจะประณาม จุดมุ่งหมายเดี่ยวก็คือ "ไม่ยอมรับพระน้ำฝน" นั่นเอง เมื่อพระน้ำฝนไม่สามารถเข้าตรวจสอบวัดอ้อน้อยได้ ก็หมายถึงว่าหมดน้ำยาที่จะปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งหัวหน้าพระวินยาธิการได้ จึงเกิดปัญหาตามมาอีก 2 ข้อใหญ่ นั่นคือ

1. ถ้าคณะสงฆ์จังหว้ดนครปฐม ยืนยันให้พระน้ำฝนดำรงตำแหน่งหัวหน้าพระวินยาธิการต่อไป และให้ใช้กำลังเข้าตรวจค้นวัดอ้อน้อยรอบใหม่ ทางวัดอ้อน้อยซึ่งได้ประกาศไม่ยอมรับพระน้ำฝนไปก่อนแล้ว ก็อาจจะขัดขืน และอาจจะมีการแจ้งความจับพระน้ำฝน หรือไม่ก็อาจจะมีการปลุกม็อบต่อต้านพระน้ำฝน จนเกิดชุลมุนวุ่นวาย ไม่สามารถจะตรวจฉี่ได้ สุดท้ายพระสุวิทย์ก็จะออกทีวี "ประกาศลาออก" จากมหาเถรสมาคม ซึ่งพระพุทธะอิสระได้ออกปากกับ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จังหว้ดนครปฐม ไปในวันก่อน

2. ถ้าคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม ยินยอมเปลี่ยนตัวหัวหน้าพระวินยาธิการที่จะเข้าตรวจค้น ไม่ว่าจะปลดพระน้ำฝนออกจากตำแหน่งหรือไม่ก็ตาม นั่นก็เท่ากับว่าพระน้ำฝนกลายเป็นคนไร้สมรรถภาพ เพราะไม่สามารถจะปฏิบัติงานในตำแหน่งได้

ปัญหาสองประการนี้ จะเป็นที่หนักใจในที่ประชุมใหญ่ของคณะสงฆ์ทั้งจังหวัดนครปฐมในวันที่ 6 กันยายน ศกนี้ ซึ่งที่ประชุมจะต้องพิจารณาให้รอบคอบที่สุด เพราะ "น้ำฝนหยดเดียว" อาจจะลุกลามกลายเป็นป้ญหาระดับประเทศ ส่งผลให้เกิดกรณีสันติอโศก =2 ขึ้นมา นั่นหมายถึงว่า ถ้าจะรักษาคณะสงฆ์เอาไว้ไม่ให้แตก ก็ต้องยอม "ปลด" พระน้ำฝนออกจาตำแหน่งหัวหน้าพระวินยาธิการ แต่ถ้าคิดจะเอาพระน้ำฝนไว้ เพราะเห็นแก่ไมตรีหรือเกรงอิทธิพลพระน้ำฝนก็ตามแต่ คณะสงฆ์นครปฐมทั้งจังหวัดก็ต้องเตรียมรับกับเหตุการณ์ที่จะตามมาให้ดี เพราะที่พระสุวิทย์ออกมาพูดทั้งหมดนั้น มีการเปิดปร้ะเด็นไว้ครอบคลุมแล้ว ตีกระทบไปถึงวัดสระเกศและมหาเถรสมาคมเลยทีเดียว

ในปี พ.ศ.2532 คณะสงฆ์ไทยได้ประชุมที่พุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ทำประกาศนียกรรม ขับไล่พระโพธิรักษ์ ออกจากมหาเถรสมาคม ให้พ้นจากความเป็นพระ ปรากฏว่าโพธิรักษ์ได้ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง เป็นศิษย์เอก ได้ประกาศตั้งพรรคพลังธรรมขึ้นมาเล่นการเมือง และต่อมา สันติอโศก ได้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จนสามารถขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ออกนอกประเทศได้สำเร็จ

มาวันนี้ เวที "นครปฐม" จะกลับมามีบทบาทสำคัญในประวัติศาสตร์อีกครั้งหรือไม่ เพราะพุทธะอิสระนั้น ก้อยู่กับมหาเถรสมาคมแต่เพียงในนาม ส่วนตัวและหัวใจนั้นก็แยกออกไปตั้งนานแล้ว เพราะเป็นนักเทศน์ประจำ "เอเอสทีวี" ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งทางกลุ่มพันธมิตรนั้นก็ประกาศอย่างเปิดเผยว่า ไม่เอากับทางคณะสงฆ์ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน

การใช้พระน้ำฝนเข้าตรวจค้นวัดอ้อน้อย แล้วปล่อยให้พระสุวิทย์ประกาศแยกตัวออกจากมหาเถรสมาคมนั้น อาจจะมิใช่เรื่องใหญ่ระดับสันติอโศก แต่ก็เหมือนเพิ่มเติมกำลังให้แก่อีกฝ่าย ที่สำคัญก็คือ พระสุวิทย์เพียงปฏิเสธตัวหัวหน้า คือ "พระน้ำฝน" เท่านั้น มิได้ปฏิเสธการตรวจโดยพระรูปอื่น แต่นั่นก็เท่ากับว่าปฏิเสธ "ตัวแทน" ของคณะสงฆ์นครปฐมทั้งจังหวัด มันก้เป็นเรื่องน่าหนักใจ เพราะถ้าเอาพระสุวิทย์ไว้ ก็ต้องไม่มีน้ำฝน แต่ถ้าจะเอาน้ำฝนไว้ ก็ต้องไม่มีสุวิทย์ เป็นเรื่องที่คณะสงฆ์นครปฐมต้องคิดให้ดี


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

2 กันยายน 2556

2 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ2 กันยายน 2556 19:56

    นี้หรือที่เรียกตัวเองว่าพระอริยะ คนไม่ผิดใครทำอะไรก็ตามเราไม่ผิด ทำยังไงเขาก็ทำอะไรเราไม่ได้

    ตอบลบ
  2. ไม่ระบุชื่อ5 กันยายน 2556 06:23

    นิพพานก็มีอยู่ ทางไปนิพพานก็มีอยู่ เรา(ตถาคต)ผู้ชักชวนก็มีอยู่ ก็เมื่อเป็นเช่นนี้ สาวกทั้งหลายของเรา ที่เราสั่งสอนอยู่ พร่ำสอนอยู่ บางพวกสำเร็จนิพพาน บางพวกไม่สำเร็จ ในเรื่องนี้เราจะทำอย่างไรได้ “ตถาคตก็เป็นแต่ผู้บอกทาง”
    (ม.อุ. (ไทย) ๑๔/๗๗/๘๓.)

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ