วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2556

พุทธะอิสระเรียกว่า "สุมหัวประชุม" ก็น่าจะจริง

มติอัปยศ !

พุทธะอิสระประณามมติสงฆ์นครปฐม

เล่นแรง "สุมหัวประชุม"


ไม่เชิญคู่กรณีเข้าประชุม แต่ลงมติรับรอง "น้ำฝน" จนล้นแก้ว แล้วแบบนี้จะให้ยอมรับได้อย่างไร ?




ภาพการประชุมคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม ณ วัดพระปฐมเจดีย์ วันที่ 3 กันยายน 2556 ซึ่งพุทธะอิสระเรียกว่า "สุมหัวประชุม" ก็น่าจะจริง เพราะเห็นแต่หัวจริงๆ ฮา !


อา..มีแผล เอ๊ย มีประเด็นใหม่อีกแล้วล่ะฮะ ท่านเจ้าคุณชัยวัฒน์ จะว่าอย่างไร มันจริงหรือไม่ ? ที่ว่า วันนั้น (3 ก.ย.) ท่านนัดน้ำฝนกับคณะพระวินยาธิการภายใต้บังคับบัญชาของน้ำฝนเท่านั้น ไปประชุมที่วัดพระปฐมเจดีย์ แล้วจากนั้นก็ออกข่าวมาว่า "น้ำฝนไม่ผิด" แต่ถูก แถมถูกมากเสียด้วย ถึงกับ "ชื่นชม" ว่าทำงานได้สมกับตำแหน่ง ดังนั้นจึงการันตีต่อวีซ่าในตำแหน่งหัวหน้าพระวินยาธิการ แบบว่าตราบใดที่ "ชัยวัฒน์" ยังอยู่ในตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ตำแหน่งหัวหน้าพระวินยาธิการก็ต้องเป็นของ "น้ำฝน" ไปตลอดกาล

เอาเถอะ เรื่องนี้ยกไว้ แต่เรื่อง "เทคนิก" การประชุมนี่สิ ที่พุทธะอิสระว่ามีปัญหานั้น เพราะทางวัดอ้อน้อยได้ทำหนังสือประท้วง "อย่างเป็นทางการ" ไปยังพระราชรัตนมุนี เพื่อขอให้พิจารณาพฤติกรรมของพระน้ำฝน โดยแรกมีข่าวว่า ทางคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐมจะประชุมในวันที่ 6 ก.ย. แต่แล้วจู่ๆ เจ้าคณะจังหวัดก็เรียกเฉพาะ"น้ำฝน" เข้าไปชี้แจง แล้วออกข่าว ออกมาการันตี แบบว่าข้างเดียว

ก็เลยกลายเป็นว่า ทางวัดอ้อน้อยทำอย่างเป็นทางการ แต่ทางเจ้าคณะจังหวัดทำอย่างไม่เป็นทางการ เพราะเรียกประชุมฉุกเฉิน แถมยังเรียกเฉพาะน้ำฝนและคณะพระวินยาธิการเข้าประชุม ส่วนฝ่ายวัดอ้อน้อยนั้นไม่ได้รับเชิญเลย

หรือว่าทางท่านเจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ไม่ยอมรับ "วัดอ้อน้อย" ว่าอยู่ในการปกครองแล้ว ถามว่า ถ้าไม่ยอมรับเขาแล้วไปตรวจฉี่เขาทำไม ? ตะที "ฉี่" จะขอตรวจ แต่ตอน "ประชุม" กลับไม่ยอมเชิญ มันก็เป็นปัญหาน่าสงสัยนะฮะ พณฯท่านชัยวัฒน์ สองมาตรฐานดังเขาว่าหรือเปล่า ?

นี่แหละฮะ ปัญหาที่ "น้ำฝน" ออกทีวีปรามาสว่า "คนละชั้น" ก็คนละชั้นจริงๆ เพราะทางพุทธอิสระเขา "ข้ามชั้น" ไปชกกับ "ลูกพี่" ของน้ำฝน ปล่อยให้น้ำฝนกลายเป็นลูกเล่นลูกไล่อยู่ในเวลานี้ อีแบบนี้เห็นทีต้องปลุกวิญญาณ "เด็กลุมพินี" กลับคืนมาซะแล้ว อิอิ !




สงครามโซเชี่ยลมีเดีย

เฟสบุ๊ค "พุทธะอิสระ" โจมตี "เจ้าคุณชัยวัฒน์-น้ำฝน" ทางอากาศอีกหลายระลอก เห็นทีทางน้ำฝนต้องออกทีวีอีกหลายรายการแล้ว เพราะยิ่งออกก็ยิ่งเปิดแผลให้ฝ่ายตรงข้ามขยายผล Take a look..



ระลอกแรก
ยิงภาพเดี่ยว ฉากต่อฉาก
ใช้ "ปากน้ำฝน" เล่นงานน้ำฝน





ระลอกสอง
ยิงปูพรม เล่นทั้งทีม ทั้งก๊วน แต่เรียก "แก๊งค์"







ชมคลิปพุทธะอิสระประณามการประชุมวัดพระปฐมเจดีย์






อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

5 กันยายน 2556
แสบพอกัน !

เผยหลักฐาน "พุทธะอิสระ" เล่นล้ำหน้า

แรกนั้นทำทีอ่อนน้อม ทำหนังสือ "กราบเรียน" พระราชรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม คล้อยหลัง "ให้ทนายฟ้อง-ออกสื่อด่า พระราชรัตนมุนี" แล้วอย่างนี้จะให้เขาเรียกคุณเข้าประชุมได้อย่างไร ใครล้ำหน้าก่อน ?










แสบสนิท ศิษย์ส่ายหน้า !

จากหลักฐานด้านบนนี้ ชี้ให้เห็นว่า ทางพระสุวิทย์ หรือพุทธะอิสระ ก็ลีลาป่าเถื่อนไม่เบา เพราะหลังจากวัดอ้อน้อยถูกพระน้ำฝนเข้าตรวจสอบในวันที่ 29 ตกค่ำ พุทธะอิสระเจ้าอาวาสตัวจริง ก็ทำหนังสือให้พระบ๊วย เจ้าอาวาสนอมินี เซ็น แล้วส่งไป"กราบเรียน" ให้พระราชรัตนมุนี เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม ได้ทราบ ทำนองร้องทุกข์ และทางคณะสงฆ์จังหวัดนครปฐม จะมีประชุมในวันศุกร์ ที่ 6 เดือนกันยายน ซึ่งคงจะได้พิจารณาจดหมายร้องเรียนดังกล่าว

แต่ปรากฏว่า ก่อนจะถึงวันที่ 6 ตกวันที่ 2 กันยายน พุทธะอิสระ ได้ให้พระบ๊วยและทนายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีกำแพงแสน เอาความกับ พระราชรัตนมุนี พระน้ำฝน และนายวิโรจน์ อุ่นทรัพย์ ผอ.สำนักพุทธฯนครปฐม ส่งผลให้เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม (พระราชรัตนมุนี) กลายเป็นคู่กรณีของพุทธะอิสระ ไปอีกราย ทั้งๆ ที่มิได้เดินทางไปตรวจวัดอ้อน้อยด้วย

พอตกวันที่ 3 เจ้าคณะจังหวัดนครปฐม จึงเรียกพระน้ำฝนไปประชุม ทางฝ่ายพุทธะอิสระก็ออกมาประณามว่า "ประชุมข้างเดียว" ไม่แฟร์ เพราะไม่ได้เรียกตัวเองเข้าประชุมด้วย ซึ่งก็แปลกใจว่า ในเมื่อตัวเอง (พุทธะอิสระ) ทำเรื่องร้องเรียนไปแล้ว เหตุใดไม่รอให้ทางเจ้าคณะจังหวัดดำเนินการประชุมให้เสร็จสิ้น ตามกำหนดในวันที่ 6 กันยา โดยถ้าท่านทำดังว่า ก็น่าเห็นใจว่า "ถูกทำข้างเดียว" แต่เมื่อพุทธะอิสระโจทย์ฟ้องท่านก่อนวันที่ 6 ดังกล่าวแล้ว จะบอกว่าถูกทำข้างเดียวได้อย่างไร ใครๆ ก็เห็นว่าพุทธะอิสระเอาตีนถีบหน้าเขาไปทั่วโลก เรียกเขาว่า "นาย" แบบว่าหมดจากความเป็นพระแล้ว แบบนี้มิใช่การ "เรียกร้องขอความเป็นธรรม" หรอกฮะ แต่ว่าเป็นการ "ตัดสินเขาข้างเดียว" ไปแล้ว ตั้งตัวเองเป็นทั้ง "ผู้เสียหาย" และ "ศาลอาญา" เสียเองเช่นนี้ มีที่ไหนในโลกเขาทำกัน ?

นี่ก็คือ "เรื่องที่เล่าไม่หมด" หรือเป็นเทคนิก ของพุทธะอิสระ ที่อ้างว่า "ถูกรังแก" แต่ความจริงแล้ว "ตัวเองก็ไม่เบาเหมือนกัน" มันทำนองว่า สังคมไทย ใครโวยวายก่อนก็ได้เปรียบ พุทธะอิสระซึ่งเชี่ยวชาญการข่าวผ่านสื่อ จึงชิง "ออกหมัดก่อน" ตั้งข้อหาฝ่ายเดียว ต่อยไปด้วยโวยวายไปด้วย เล่นเอาผู้ชมตาลาย จนฝ่ายตรงข้ามตกอยู่ในสภาพ "ตั้งรับ" และ "เสียเปรียบ" ทางสังคมออนไลน์

ก็ต้องยอมรับว่า ลีลาของพุทธะอิสระ-พระโพธิสัตว์ นั้น ไม่ธรรมดา ถ้าเรียกเป็นภาษาแม่ค้าก็ต้องบอกว่า "แสบจริงๆ" เพราะถึงแม้มิได้สักลายเต็มตัวเหมือนคุณน้ำฝน แต่ก็ออกลายไม่เบาเลย ชักจะกลายพันธุ์เป็น "โพธิสัตว์กำมะลอ" ไปอีกคนแล้ว อิอิ !


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
5 กันยายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ