วงการไหนจ่ายส่วยหนักที่สุดในโลก ความเสื่อมของพระสงฆ์ไทย ?


เครื่องบินเจ๊ตอรหันต์อลเวง
ลอยแคว้งอยู่ที่ปารีส
หาทางเข้าประเทศไทยยังไม่เจอ !





อาฮ่า.. หลังจากวลีเด็ด "ชาติหน้าไม่ขอมาเกิด" ขายดีเป็นเทน้ำเท่ ส่งผลให้อรหันต์ผันเงินได้เป็นพันล้าน ซื้อรถลีมูซีนและเครื่องบินเจ๊ตเป็นการส่วนตัวไว้ขับขี่ไปโปรดสัตว์ทั่วโลก เหลือแต่นรกยังไม่ได้ลงไปโปรดสัตว์ แต่คิดว่าอีกไม่นานหลวงปู่เณรคำก็คงจะแสดงปาฏิหาริย์ให้คนไทยได้ดู ให้รู้ว่า "ไผเป็นไผ"เพราะบอกแล้วไงว่า "ไม่มีอะไรที่ซื้อเมืองไทยไม่ได้" ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมืองหรือการศาสนา วัดวาอารามไทยเดี๋ยวนี้ นอกจากธรรมกายจะรุกกระหน่ำ เปิดโปรโมชั่น "ฟรี ฟรี ฟรี" ทำทีเป็นแสนเป็นล้าน จากนั้นก็รุกเงียบเข้าครอง "เกาะดอนสวรรค์" อันมีมูลค่าสูงที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นเกาะกลางทะเลสาปน้ำจืดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย แถมยังอยู่ในภาคอีสาน สามารถสร้างเป็นอาณาจักรส่วนตัวของ "พณฯธัมมี่" ได้แบบประธานาธิบดียังอายเลย ทำโครงการบวชแสนรูปล้านรูปเป็นคุณประโยชน์ให้แก่ประชาชนคนไทยได้ทั่วประเทศแล้ว จะขอ "หนองหาน" เป็นธรรมบรรณาการไม่ได้หรือไร จริงไหมจ๊ะน้องต่าย ต่อไปก็ไม่ต้อง "ร้องไห้ใกล้หนองหาน" อีกแล้วนะ เพราะจะเปลี่ยนชื่อเป็น "เกาะธรรมกายแล้ว"

กรณี "เณรคำกำมะลอ" ก็เช่นเดียวกัน สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก แถมยังเดินสายจ่ายสว่ยเจ้าคณะผู้ปกครองของธรรมยุตไล่ตั้งแต่อีสานยัน กทม. อุดปากอุดคอได้แม้กระทั้ง "วัดบวรนิเวศวิหารของสมเด็จพระสังฆราช"ก็ยัง "รับส่วย" แค่นี้ก็คงเพียงพอแล้วที่จะยกระดับบารมีขี่เครื่องบินเจ๊ต สะพายหลุยส์วิตตอง ใช้ไอโฟน 5 ออกโปรดสัตว์ไปทั่วโลก

ส่วนเจ้าคณะพระสังฆาธิการไทยนับตั้งแต่วัดบวรนิเวศวิหารยันศรีสะเกษนั้น ก็แดก เอ๊ย รับประทานน้ำเลี้ยงของเณรคำไปเป็นร้อยๆ ล้านแล้ว จุกปากจุกท้ องจนพูดไม่ออกแล้วตอนนี้ ถ้าจะถามว่า วงการไหนจ่ายส่วยหนักที่สุดในโลก ก็เห็นต้องเชิญไปเรียนถามท่าน "สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร" เสียแล้วล่ะฮะ เพราะท่านเป็นเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตนิกาย ซึ่งเป็นผู้ปกครองของเณรคำโดยตรง ถ้าตรงนี้ยังไม่รู้ ก็นิมนต์ลาออกจากตำแหน่งไปเสียเถิดขอรับท่าน เอาเณรคำมาเป็นเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุตแทนเสียเถิด ประชาชนจะได้หูตาสว่างขึ้น ว่าที่พวกท่านนั่งกินยศกินตำแหน่งเป็นเสนาบดีอยู่ในคราบผ้าเหลือง เดินกร่างกันเต็มบ้านเต็มเมืองนั้น ได้ทำอะไรให้มันสมกับค่าข้าวค่าน้ำของประชาชนคนไทยบ้าง




อรหันต์สมัยนี้ต้องมีตำรวจคอยคุ้มครองทุกย่างก้าว
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน เรื่องจริงไม่ได้โม้




มาดมั่งเอ้เต้ระดับ "สมเด็จเรียกพี่" ทีเดียว
แหมคนมีบุญระดับอรหันต์แล้ว เรื่องจิ๊บๆ แค่นี้มีหรือจะทำไม่ได้




ดูสิ ทำน้ำมนต์ทีละสระ ทั้งว่ายกบ ว่ายกรรเชียง ทั้งอาบ ทั้งดื่มกิน
เป็นไอเดียที่ต้องยอมรับว่าท่านเป็นอรหันต์จริงๆ





มอบรถเก๋งป้ายแดง แก่พระผู้ใหญ่สายธรรมยุต
อุดปากทีละคันแบบนี้มีหรือจะได้ยินเสียงตำหนิติติง




อีสาน ดินแดนที่เชื่อกันว่ามีพระอรหันต์มากที่สุดในยุค 2500
แต่ปัจจุบันมีแต่พระหันซ้ายหันขวาไปตามแรงเงิน




สมัยก่อนพุทธศาสนิกชนจะเล่าลือกันว่า หลวงพ่อหลวงปู่องค์โน้นองค์นี้มีฤทธิ์มีเดช เช่น สามารถย่นระยะทางได้ ไปถึงไวกว่าลูกศิษย์ หรือรู้ใจในเวลาเราคิด เป็นต้น แต่ปัจจุบันคงไม่ต้องแล้วล่ะ เพราะพระอรหันต์ท่านมีรถยนต์และเครื่องบินได้แสดงฤทธิ์ได้เบ็ดเสร็จแล้ว เสียเวลาเข้าฌานให้ปวดหัวเข่า สั่งคนสนิทสตาร์ทเครื่องแป๊ปเดียวก็บึ่งไปโปรดโยมได้ทั่วหล้าแล้ว นี่แหละของจริง




อรหันต์ยังต้องไหว้อธิการบดี รูปที่กฤษฎีกาวินิจฉัยว่า "ได้ตำแหน่งมาโดยมิชอบ" ต้องกระเด็นตกเก้าอี้ไปเมื่อสองเดือนก่อน ส่งผลให้ความฝันของ "ว่าที่ดร.พระอรหันต์เณรคำ" ต้องสลาย และเสียเวลาเดินสายจ่ายส่วยรอบใหม่อีก เฮ้อ..เป็นถึงอรหันต์ แต่อยากจะเป็นด๊อกเตอร์ด้วย มันก็ต้องเสียศักดิ์ศรีพระอริยบุคคลเช่นนี้แล




เป็นพระอรหันต์ก็ต้องขยันออกกำลังกาย





รถเบ๊นซ์เหรอ พระสมเด็จฯรองสมเด็จฯ ก็มีกันเกลื่อนเมือง
แล้วอรหันต์จะมีมั่งมันจะแปลกอะไร ใครๆ ก็มี




เข้าห้าง เรื่องจิ๊บๆ ไปมาหมดทั้งนรกสวรรค์ แล้วกะอีแค่ห้างจะเข้าไม่ได้



เป็นอรหันต์ต้องทันสมัย ไม่ต้องยกมือไหว แค่สองนิ้วก็สื่อสารกันได้แล้ว




พวกรู้ไม่จริงก็หาว่า อรหันต์ไม่ได้ซื้อเครื่องบินขี่ พวกสำนักพุทธฯนี่งี่เง่าเหลือเกิน นพรัตน์น่ะจะไปรู้ขี้หมาอะไร เพราะชาตินี้คงไม่มีโอกาสซื้อเครื่องบินไว้ใช้ส่วนตัวเหมือนเณรคำหรอก เอาคนกระจอกๆ มาสอบอรหันต์มันจะได้ผลอะไร เผลอๆ พรุ่งนี้แกจะรีบวิ่งไปกราบตีนเณรคำด้วยซ้ำไป





ไอโฟน-ไอแพด เครื่องมือสื่อสารของอรหันต์ยุคใหม่ ยุคไอโฟน




หลุยส์วิตตอง-เรแบน และแบรดน์เนมอีกเต็มกุฎิ
อรหันต์วันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว



สร้างพระแก้วมรกตเสร็จ อรหันต์ก็อาจจะสึกไปครองเพศเป็น "อ้ายทิดเณรคำ"เหมือนมิตซูโอะ ที่ประกาศว่า "สละสมณเพศเพื่อประกาศพระพุทธศาสนา"แหมสาวกสายงมงายสาธุกันลั่นเฟซบุ๊คเชียว !


"หลวงปู่เณรคำ" เลื่อนกลับไทย "บินเจ๊ท" ลูกศิษย์เช่าไว้กิจนิมนต์ด่วน

นายภาณุ สุขวัลลิ โฆษกฝ่ายฆารวาส ประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าหลวงปู่เณรคำจะกลับจากฝรั่งเศสในช่วงสายของวันที่ 19 มิ.ย. นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อีกทั้งกำหนดการเดิมที่หลวงปู่เณรคำจะกลับถึงไทยจะเป็นเวลา 05.00น.ของวันที่ 20 มิ.ย. แต่เนื่องจากมีญาติโยมที่ฝรั่งเศสนิมนต์ให้อยู่ต่อ ดังนั้น หลวงปู่เณรคำจะเลื่อนเวลากลับประเทศไทยไปอีก 2-3 วันก่อน ส่วนวันที่ 20 มิ.ย. จะมีเพียงพระสงฆ์ส่วนหนึ่งที่ติดตามหลวงปู่เณรคำไปที่ฝรั่งเศสเดินทางกลับมาก่อนเท่านั้น

"ส่วนกรณีภาพต่างๆ ที่ปรากฎตามสื่อนั้น ขอชี้แจงว่า เป็นภาพเก่าทั้งหมด โดยภาพเครื่องบินเจ๊ทนั้นเป็นเครื่องบินของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่เวลาหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์เร่งด่วนจะมีญาติโยมเช่าเครื่องบินเจ๊ทให้เพื่อใช้เดินทางเป็นประจำ ส่วนเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่มีภาพสัญลักษณ์ของหลวงปู่เณรคำติดอยู่นั้น ก็เป็นเฮลิคอปเตอร์ของทางโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง และมีญาติโยมเช่าให้ใช้เดินทางเวลามีกิจนิมนต์เร่งด่วนเช่นกัน ที่มีรูปหลวงปู่เณรคำติดอยู่นั้นก็มาจากการที่ญาติโยมนำไปติด ยืนยันว่า ไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ของหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด" นายภาณุ กล่าว

นายภาณุ กล่าวต่อว่า ขณะที่เรื่องเงินบริจาคไม่เคยมีครั้งใดที่ทางวัดได้เงินบริจาคในครั้งเดียวมากเป็นร้อยล้านบาท และเงินที่ได้มาจากการบริจาคก็จะนำไปสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลกต่อให้แล้วเสร็จ รวมทั้งจะนำไปช่วยวัดสาขาต่างๆ ด้วย ซึ่งเงินบริจาคจะแบ่งไว้สองบัญชีคือ บัญชีของหลวงปู่เณรคำ กับบัญชีของทางมูลนิธิ ส่วนกรณีรถนำขบวนที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีจำนวนมากนั้น ก็ไม่ได้มาจากการร้องขอของหลวงปู่เณรคำ แต่มาจากการที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม และอดีตผบ.ตร. อนุมัติ ให้เพราะเห็นว่าหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มาก และเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง เนื่องจากหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มาก โดยปัจจุบันนี้หากหน่วยงานใดจะนิมนต์จะต้องจองคิวกันข้ามปี อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดข่าวขึ้นมาทางคณะลูกศิษย์ของหลวงปู่เณรคำ กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อแถลงข่าวชี้แจงทุกประเด็นในเร็วๆ นี้

พระฐกฤต กันตธัมโม โฆษกประจำองค์หลวงปู่เณรคำ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า การที่มีการระบุว่าวัดป่าขันติธรรมไม่ได้มีสถานะเป็นวัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง และเป็นเจตนาของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากท่านต้องการสร้างสถานที่แห่งนี้ เพื่อสร้าง และเมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่ต้องการให้เป็นสมบัติของวัด แต่จะมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน โดยหลวงปู่เณรคำได้บอกไว้แล้วว่า จะขอละสังขาร รวมทั้งยุบวัดป่าขันติธรรมด้วย ให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกต โดยการดำเนินการสร้างพระแก้วมรกตนั้นขั้นตอนต่อไปจะมีการนำทองคำน้ำหนัก 9 ตัน มาทำเป็นเครื่องทรงตามฤดูต่างๆ ด้วย ทั้งนี้การที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)  ต้องการเข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคนั้น สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ แต่อยากให้คุยกับทางหลวงปู่เณรคำโดยตรงจะดีกว่า






สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร
รักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต

กำลังมีภารกิจยิ่งใหญ่ระดับโลก "หาทองคำ 250 กิโล ไปปิดยอพระเจดีย์พุทธคยาเพื่ออวดบารมี" จึงไม่มีเวลาดูแลเณรคำซึ่งอยู่ในความปกครอง



ยื่น 'มส.' สอบข้อเท็จจริง 'หลวงปู่เณรคำ'

ยื่น มส.สอบข้อเท็จจริง 'หลวงปู่เณรคำ' ด้าน 'พศจ.ศรีษะเกษ' มึนไร้สังกัด-ประวัติคลุมเครือ ด้านประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมเลื่อนกลับไทย


เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน เวลา 13.00 น. นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือต่อพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี พระวิระพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กรณีนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและมีการเผยแพร่ภาพคนหน้าตาคล้ายกับหลวงปู่เณรคำนอนอยู่กับผู้หญิง การตรวจสอบต้นสังกัด รวมถึงที่มาที่ไปของเงินบริจาค เพื่อให้ทาง มส. พิจารณาเรื่องดังกล่าวอย่างเร่งด่วน

ซึ่งทางพระพรหมดิลก ออกมารับทราบข้อร้องเรียนเอง และกล่าวว่า อาตมาไม่สามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม มส.ได้ เพราะตามกระบวนการแล้วต้องไปยื่นหนังสือต่อ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นเลขานุการ มส. เป็นผู้พิจารณาเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม มส.เท่านั้น จากนั้นนายวรัญชัยพร้อมคณะจึงได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. ที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงของหลวงปู่เณรคำ ในฐานะประธานสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตด้วย

ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว นายวิรอด ไชยพรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ปัญหาตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อหลวงปู่เณรคำได้ เลยยังไม่ทราบแน่ชัดว่า แท้ที่จริงสังกัดวัดไหนกันแน่ การตรวจสอบเลยไม่ค่อยคืบหน้ามากนัก เพราะยังไม่ทราบต้นสังกัด จึงไม่ทราบว่าจะให้เจ้าคณะปกครองที่จังหวัดอุบลราชธานีหรือว่าให้เจ้าคณะที่จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการเชิญมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

นายวิรอด กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมด และได้ปรึกษาหารือกับคณะสงฆ์และเจ้าคณะปกครองในจังหวัดศรีสะเกษไว้ว่าท้ายที่สุดหากหลวงปู่เณรคำ สังกัดเจ้าคณะปกครองในจังหวัดศรีสะเกษจริงก็ต้องตั้งพระอธิกรณ์มาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยต้องเชิญหลวงปู่เณรคำมาชี้แจง หรือว่าชี้แจงเป็นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับข้อร้องเรียนต่างๆ ทั้งเรื่องภาพหน้าคล้าย ต้นสังกัดที่แท้จริง ส่วนเรื่องบัญชีและการใช้จ่ายเงินบริจาคนั้นก็ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย

ผอ.พศจ.ศรีสะเกษ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าได้สอบถามไปยังวัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่เณรคำบรรพชาเป็นสามเณรนั้น ปรากฎว่าทางวัดปฎิเสธบอกว่า ไม่ได้มาบวชวัดภูเขาแก้วตามที่กล่าวอ้างในประวัติหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด โดยบอกว่า น่าจะไปบวชที่วัดศรีนวล ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานีนั้น เรื่องนี้ยังสับสนต้องตรวจสอบอีกครั้ง ตอนนี้ต้องรอหลวงปู่เณรคำ เดินทางกลับมาเพื่อถามความจริงและขอดูใบสุทธิว่าสังกัดวัดไหน ตอนนี้มีข่าวและข้อมูลเยอะมากต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง ส่วนกรณีที่ภาพคล้ายหลวงปู่เณรคำนอนกับสีกา รวมถึงกระแสข่าวว่ามีครอบครัวนั้น ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มองว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ความจริงกระจ่างและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก” ซึ่งที่ผ่านมามีการโพสต์ภาพและคลิปของหลวงปู่เณรคำซึ่งเดินทางไปรับกิจนิมนต์ในพื้นที่ต่างๆ ตลอด ปรากฎว่าในเวลาประมาณ 20.30 น.ตามเวลาประเทศไทยวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปวีดิโอหลวงปู่เณรคำ ความยาว 3.44 นาที ซึ่งเป็นภาพกิจนิมนต์ในการเจริญพุทธมนต์และพิธีทำน้ำมนต์ ที่วัดธัมมาราม กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

นอกจากนี้ ยังมีการนำภาพถ่ายของหลวงปู่เณรคำถ่ายร่วมกับลูกศิษย์จำนวนมากมาโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวด้วย ผู้สื่อข่าวจึงได้พยายามส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อติดต่อข้อสัมภาษณ์หลวงปู่เณรคำ และสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องๆ ที่สังคมกำลังเกิดข้อสงสัย ปรากฎว่า ได้รับแจ้งกลับมาว่าผู้ที่โพสต์คลิปและภาพนั้นว่า ไม่ใช่หลวงปู่เณรคำ แต่เป็นผู้ดูแลเพจดังกล่าวมีทั้งหมด 20 คน พร้อมชี้แจงว่าไม่มีหน้าที่ออกความเห็นใดๆ มีหน้าที่แค่โพสต์ธรรมะหลวงปู่เณรคำ ไม่ค่อยจะรู้อะไร แม้แต่เบอร์ติดต่อหลวงปู่เณรคำก็ไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพระกรรมฐานวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด (ขอสงวนนาม) กรณีมีภาพหลวงปู่เณรคำเดินทางไปสักการะสรีระสังขารขณะพิธีบำเพ็ญกุศลหลวงตามหาบัว ที่ถูกโพสต์ในเว็บไซต์หลวงปู่เณรคำ โดยพระกรรมฐานรูปนี้ กล่าวตอบว่า พระรูปนี้ไม่ใช่สายวัดป่าหลวงปู่มั่นแน่นอนขอยืนยัน ทางคณะสงฆ์วัดป่าไม่เคยรู้จักท่าน แต่ก็พอทราบมาบ้างว่า ท่านมีกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ช่วยคนที่มีปัญหาส่วนตัวด้านต่างๆ เมื่อช่วยสำเร็จคนก็มีศรัทธาต่อท่านมาก ถวายสิ่งของต่างๆ ให้ท่านมาก ทำให้ท่านมีข้าวของเครื่องใช้เกินความจำเป็นของสงฆ์ ซึ่งแนวปฏิบัติของหลวงปู่เณรคำแตกต่างจากปฏิปทาของพระสายวัดป่าอย่างแน่นอน เพราะว่าพระสายกรรมฐานต้องมักน้อย สันโดษ เคารพต่อพระวินัย โดยเฉพาะการคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน

เมื่อถามว่า ชื่อก็ชื่อวัดป่าขันติธรรม แนวปฏิบัติท่านก็อ้างว่าเป็นพระที่บำเพ็ญเพียรภาวนาทางด้านนี้ตลอดมาจะเกิดผลกระทบต่อสายวัดป่าของหลวงปู่มั่นหรือไม่ ท่านตอบว่า ไม่กระทบแน่นอน ประชาชนที่ไม่รู้ก็อาจจะเข้าใจผิดไปบ้างเป็นธรรมดา แต่ญาติโยมที่รู้จักวัตรปฏิบัติของพระสายวัดป่าเขาจะไม่รู้สึกกระทบ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ของเรายิ่งไม่กระทบเลย อย่างไรก็ตาม อยากให้พระผู้ใหญ่ออกมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับกรณีนี้โดยเร็ว เพราะกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนโดยภาพรวม


ข่าว : คมชัดลึก

20 มิถุนายน 2556

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

หน้าที่ของพระสงฆ์

พระพรหมเมธีเปลี่ยนไป๋ !

เปิดตำนาน...เทพเจ้าองค์แรก พระศิวะ...มหาเทพแห่งจักรวาล