วันศุกร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ชาวพุทธทั่วโลกประจักษ์แจ้ง พฤติกรรมมหาเถรสมาคม ที่ต้องตรวจสอบเรื่องการมีทรัพสินและรถหรูด้วย (จากกรณีเณรคำอรหันต์หรือมหาโจร !)


อรหันต์หรือมหาโจร !

รื่องแดงถึงปานนี้แล้ว ไม่ทราบว่าทาง "รัฐบาลไทย" และ"มหาเถรสมาคม" จะจัดการอย่างไรกับคนจัญไรคนนี้ คนที่ทำวิปริตผิดประเพณี ที่พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวไทย เคยประพฤติปฏิบัติมานานนับพันๆ ปี จะเก็บ "มารศาสนา" คนนี้ไว้อีกต่อไปอย่างนั้นหรือ ?


ถามผ่านไปยังบุคคลสำคัญในประเทศไทย 3 ท่าน

1. นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
2. สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในฐานะผู้มีอำนาจสูงสุดในคณะสงฆ์ไทย
3. สมเด็จพระวันรัต เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดของพระสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตในประเทศไทย





อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
21 มิถุนายน 2556



อรหันต์กลัวตาย !

แหมก็กลัวสิฮะ เพราะว่าเป็นชาติสุดท้ายแล้ว จะไม่มาเกิดอีกแล้ว ดังนั้น ขืนรีบตายไปเสียก่อน ก็อดใช้ของดีที่ปอกลอกมาจากศรัทธาญาติโยมสิฮะ



อรหันต์ แปลว่า ผู้ห่างไกลจากกิเลสกังวลทั้งปวงแล้ว
ห่วงก็แต่อย่างเดียวคือ ความปลอดภัย
เพราะทรัพย์สินพระอรหันต์นั้นนับพันล้าน
ดังนั้น จึงต้องจ้างตำรวจและทีม รปภ.มาคอยคุ้มกัน
แหมคนเดี๋ยวนี้ไว้ใจได้ที่ไหน

ภาพเณรคำกำมะลอออกบิณฑบาต
ท่ามกลางการอารักขาเข้ม






 
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของอรหันต์


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
21 มิถุนายน 2556



ซูเปอร์โจ๊ก !

ศิษย์อรหันต์แปลความหมายรหัสลับเณรคำ
สองนิ้ว=สองชิ้น

อ้าฮ่า.. ในที่สุด "อรหันต์เณรคำ" ก็ผันตัวเองไปเป็น "บักเซี่ยงเมี่ยง" หรือ "ศรีธนญชัย" กลางจอแก้วของ "สรยุทธ" ไปเต็มตัวแล้ว เล่นมุกใหม่ซะจนตลกเมืองไทยคิดไม่ทัน เมื่อศิษย์ใกล้ชิดซึ่งเล่าประวัติของตัวเองว่า "อยู่กับพระอริยะมาหลายรูป" ได้ตอบคำถามคาใจสังคมต่อหลวงปู่เณรคำ ได้แปลรหัสทางมือของหลวงปู่ว่า "ท่านตอบคำถามลูกศิษย์ว่าให้ซื้อสินค้าสองชิ้น" หุหุ สมองของอรหันต์เมืองศรีสะเกษนี่คิดแก๊กได้แค่นี้เอง นึกว่าจะลึกซึ้งเพียงใด สงสัยคืนนี้หม่ำจ๊กมกจะนอนฝันดีแน่ เพราะพรุ่งนี้มีมุกอรหันต์ให้เล่นโดยไม่ต้องซื้อหาแล้ว



สองนิ้ว=สองชิ้น




สองนิ้ว=สองเครื่อง ?


ห้านิ้ว=กี่เครื่อง ?


กระเป๋าหลุยส์
ท่านไม่เคยเรียก ไม่เคยซื้อ และไม่เคยถือ
ดูสิ ขนาดบนเครื่องบินท่านยังวางไว้เลย ไม่เคยถือ เชื่อสิ








หลวงปู่ไม่ทราบ ลูกศิษย์จัดให้
แต่เอา..ไอ้เบื๊อกตัวไหน บินไปดูโรงงานเครื่องบินถึงอเมริกา ?

หมายเหตุ : ภาพตัดต่อจากหลวงปู่เณรคำดอทคอม



เครื่องบินเช่า แต่ติดสติกเกอร์
บริษัทไหนในโลกเขามีบริการเหรอฮะ คุณศิษย์อริยะกำมะลอ ?






กดเพื่อชมตลกอรหันต์

สรุปว่า

โต้ข้อกล่าวหาหลวงปู่เณรคำ
กลับกลายเป็น
เพิ่มข้อหาหลวงปู่เณรคำ

เพราะมันโง่กันทั้งศิษย์ทั้งอาจารย์ไง จึงบรรลัยเห็นๆ

ข่าว : เรื่องเล่าเช้านี้
22 มิถุนายน 2556



หลักฐานชัดเจน
"ไม่ตั้งวัด เพราะกลัวตรวจสอบการเงิน"
มันสมองของอรหันต์กำมะลอแห่งยุคไอโฟน
แหมน่าจะได้ดุษฎีบัณฑิตสาขาเลี่ยงภาษีอีกซักใบนะ


อา..ไหนใครว่า "เณรคำ" คืออรหันต์มาจุติเพื่อโปรดสัตว์โลกในยุคพระศรีอาริย์ไง แต่แค่สืบไปไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ก็ปรากฏว่า เณรคำถูกชาวบ้านขับไล่ ไม่มีที่ซุกหัวนอน บังเอิญโชคดีได้สตรีท่านหนึ่งช่วยโอบอุ้ม ก็เลยรอดตายในครั้งนั้น

นี่ไงที่เป็นสาเหตุว่า "ทำไม" เณรคำถึงต้องกระเสือกกระสน ดิ้นรนเอาทั้งปริญญามาครอบหัวตัวเอง และวิ่งเต้นเส้นสายเข้าหาพระผู้ใหญ่ ใช้เงินใช้ทองไปในการติดสินบาทคาดสินบนจนฉาวโฉ่ไปทั่วโลก รายการนี้ถ้าดูให้ดีก็จะหนักกว่าคดี "เครื่องราชย์" วัดเทพศิรินทร์เสียอีก เพราะติดสินบนได้แม้กระทั่ง "พระเทพปริยัติวิมล" และ "มหามกุฏราชวิทยาลัย" อันมีวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นฐานที่มั่นของคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกาย เลยทีเดียว เสียวฮ่ะ ไม่น่าเลยนะ แรกนั้น เมื่อตั้งคณะธรรมยุตขึ้นมา ก็ประกาศว่า "จะทำการอภิวัฒน์พระพุทธศาสนาซึ่งเสื่อมทรุดเศร้าหมอง ให้กลับคืนสู่ความบริสุทธิ์ผุดผ่อง" ในช่วงก่อนปี 2500 นั้น พระธรรมยุตมองพระมหานิกายเป็นเพียงแค่ "สามเณร" เท่านั้นเอง

แต่แล้ววันนี้ กลับกลายเป็นว่า บรรดาความเสื่อมทรุดเศร้าหมองของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2556 เกิดขึ้นเพราะคณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายเสียเอง ถ้าเสียเฉพาะเปลือกหรือกระพี้ก็คงพอบรรเทา แต่นี่เสื่อมเสียไปถึงวัดบวรนิเวศวิหาร อันเป็นศูนย์กลางของคณะธรรมยุต และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ นับตั้งแต่รัชกาลที่ 4 เป็นต้นมา ทรงผนวชและเสด็จมาประทับ ณ พระอารามหลวงแห่งนี้

นี่สิคือความเสื่อมเสียแบบที่เรียกว่า ประวัติศาสตร์ต้องจารึก

หรือว่าจะถึงเวลา "ขาลง" ของคณะธรรมยุตแล้ว ?





เจ้าของที่ ตะเพิด"หลวงปู่เณรคำ" พ้น "วัดป่าขันติธรรม" ฉุนผิดสัญญา-มีข่าวไม่เหมาะสม

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 21 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นางลอน มนัส อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดิน จำนวนประมาณ 15 ไร่ ที่มอบให้ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เพื่อให้ดำเนินการสร้างวัด กล่าวว่า จากกรณีที่พระรูปหนึ่งที่อ้างว่าเป็นประชาสัมพันธ์ของวัดป่าขันติธรรมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลวงปู่เณรคำจะไม่ยอมตั้งวัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดที่ถูกต้อง โดยเมื่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองเสร็จแล้วจะยุบวัดป่าขันติธรรมนั้น ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งในตอนแรกที่ตนมอบที่ดินตรงจุดนั้นให้กับหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เนื่องจากต้องการให้มีการจัดสร้างวัดอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งทางหลวงปู่เณรคำเอง ก็ตกลงที่จะดำเนินการตามที่ตนต้องการ จนกระทั่งระยะเวลาผ่านไปนานร่วม 10 ปี ก็ยังไม่มีการดำเนินการสร้างวัดแต่อย่างใด มีเพียงแค่การยื่นเรื่องเสนอกับทางกรมการศาสนา เพื่อขอสร้างวัด เพื่อขอใบอนุญาตตั้งวัด จนกระทั่งใบอนุญาตได้หมดอายุ ตามกำหนดเวลา 5 ปี ก็ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างวัดได้สำเร็จ ตนได้ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางหลวงปู่เณรคำอีกครั้ง แต่กลับได้คำตอบว่า จะไม่มีการสร้างวัด แต่จะสร้างเป็นวิหารหลวง โดยหลวงปู่เณรคำ แจ้งว่า หากสร้างเป็นวัดขึ้นมา ก็จะต้องมีการตรวจสอบรายได้เงินบริจาคต่าง ๆ จากสำนักงานพระพุทธศาสนา และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

นางลอน กล่าวต่อไปว่า จุดมุ่งหมายของตนตั้งแต่แรกในการมอบที่ดินให้กับหลวงปู่เณรคำ นั้น เนื่องจาก ว่า หลวงปู่เณรคำถูกชาวบ้านชุมนุมขับไล่ให้ออกไปจากป่าช้าของชาวบ้าน ทำให้ต้องหาที่อยู่ใหม่ ตนจึงได้มอบที่ดินของตน จำนวนประมาณ 15 ไร่ ให้สร้างวัด ตนต้องการที่จะทำบุญโดยการสร้างวัดที่สมบูรณ์แบบ เพราะตนก็มีอายุ 68 ปี แล้ว แต่หลวงปู่เณรคำไม่ทำตามสัญญา ตนจึงจะดำเนินการสร้างวัดเอง ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่เริ่มแรก โดยจะไม่ให้หลวงปู่เณรคำ และพระสงฆ์บางรูปอยู่ในวัดนี้ด้วย ซึ่งในช่วงแรกที่ตนรู้จักกับหลวงปู่เณรคำ ท่านเป็นพระที่ดีมาก ไม่มีเรื่องราวเสียหาย จนกระทั่งผ่านมา 2 – 3 ปี ให้หลัง พฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไป โดยไม่ยอมมาจำพรรษาที่วัด แต่จะกลับมาวัดเฉพาะช่วงที่มีการจัดงานที่วัดเท่านั้น ซึ่งหลังจากเสร็จงาน หลวงปู่เณรคำก็จะนำเอาเงินไปด้วย และเดินทางไปทำกิจนิมนต์ต่อ แต่ตนก็ไม่ทราบว่า หลวงปู่เณรคำรับกิจนิมนต์ที่ใดบ้าง ซึ่งในจุดนี้ทำให้ตนคิดว่า หากหลวงปู่เณรคำ มีกิจนิมนต์มาก ก็ไม่จำเป็น ต้องเข้ามาอยู่ที่วัดแห่งนี้ได้ ส่วนจะไปอยู่ที่ใด ก็เป็นสิทธิ์ของท่าน ที่จะเลือกทางเดินเอง

นางลอน กล่าวต่อไปว่า การที่มีข่าวความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำ ได้ส่งผลกระทบกับจิตใจตนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวบ้านในหมู่บ้านที่ต่อต้านหลวงปู่เณรคำมาโดยตลอด และได้มีการต่อต้านหลวงปู่เณรคำมากกว่าเดิม ชาวบ้านต่างพากันสมน้ำหน้า ในการตัดสินใจของตนกับพวก ที่มอบที่ดินให้หลวงปู่เณรคำ เพื่อสร้างวัด แต่กลับไม่ได้เป็นวัด อย่างที่ใจตนต้องการไว้ ซึ่งก็ไม่เป็นไรหลวงปู่เณรคำทำตัวของท่านเอง อีกทั้งท่านไม่ได้อยู่สังกัดใด พระผู้ใหญ่ก็ปกป้องไม่ได้ และหลังจากที่ข่าวคราวของหลวงปู่เณรคำเงียบไปแล้ว ตนก็จะเอาที่ดินที่ตั้งสำนักสงฆ์ขันติธรรมคืนมาเพื่อไปขออนุญาตสร้างเป็นวัดที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบ และจะตั้งชื่อวัดใหม่อย่างที่ตนและชาวบ้านทุกคนต้องการ และพระแก้วมรกตจำลอง ก็จะยังประดิษฐานที่แห่งนี้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชน กราบไหว้บูชาต่อไป ส่วนหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโกกับ พระสงฆ์บางรูป โดยเฉพาะพระกฤต นั้น ตนจะไม่ให้อยู่ที่วัดแห่งนี้และไม่ให้เข้ามาบริหารวัดอีกต่อไป เพราะไม่อยากให้เสื่อมเสียไปมากกว่านี้



ข่าว : มติชน
22 มิถุนายน 2556




ฟ้าผ่า !!
เจ้าของที่อัปเปหิ "เณรคำ" พ้นวัดป่าขันติธรรม

เป็นถึงอรหันต์แต่ไม่มีสัจจะ เลยโดนเช็คบิลจนหารันเวย์ไม่เจอ ข่าวว่าวันที่ 30 มิถุนายนนี้ พระอรหันต์ไฮโซแห่งยุค จะบินลัดฟ้าเข้ามาตั้งโต๊ะแถลงข่าวที่วัดป่าขันติธรรม แต่กลับถูกเจ้าของที่ดินประกาศ "ห้ามเข้า-ไม่งั้นเจอคุก"

อา..แบบนี้ก็อลเวงยิ่งกว่าสัมภเวสีอีกสิฮะ ไม่น่าเชื่อเลยนะว่า พระอรหันต์ผู้โด่งดังที่สุดในพระพุทธศาสนาจะกลายเป็นสัมภเวสีภายในพริบตา น่าสงสารก็แต่คณะสงฆ์ธรรมยุติกนิกายทั้งภาคกลางและภาคอีสาน ต้องมามัวหมองเพราะลาภสักการะทีเดียวแท้ๆ ทั้งๆ ที่พระพุทธองค์ก็ทรงตรัสไว้ในพระไตรปิฎกว่า "ลาภสักการะฆ่าโมฆะบุรุษ" มีโมฆบุรุษในผ้าเหลืองไปรับสินบนจากเณรคำกำมะลอกันเต็มวัดป่าขันติธรรม วันนี้จึงเหมือนโศกนาฏกรรม "ตายหมู่" ของพระธรรมยุตสายอีสาน เป็นตำนานที่โลกต้องจารึกไปอีกหลายพันปี



คุณแม่ลอน มนัส
เจ้าของผู้บริจาคที่ดินสร้างวัดป่าขันติธรรม
วีรสตรีผู้อาจหาญทำการสั่งสอนธรรมะแก่อรหันต์กำมะลอ
เพราะเมื่อไม่ทำตามสัจวาจา ก็หมดพันธสัญญาในทางธรรม



เมื่อสติปัญญาไม่แก่กล้า แต่อุตริเป็นหลวงปู่
สุดท้ายจึงต้องมืดมน แม้แต่ครูบาอาจารย์ก็ช่วยไม่ได้
เณรคำเอย พรุ่งนี้จะนอนไหน ?



Good Bye My Love

วันนี้ ( 21 มิ.ย.)  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นางลอน มนัส หรือ คุณแม่ลอน อายุ 68 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินประมาณ 15 ไร่ ที่มอบให้ พระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ดำเนินการสร้างวัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า 

จากกรณีที่พระรูปหนึ่งที่อ้างว่าเป็นประชาสัมพันธ์ของวัดป่าขันติธรรมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า หลวงปู่เณรคำจะไม่ยอมตั้งวัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยเมื่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกเสร็จแล้วจะยุบวัดป่าขันติธรรม นั้น ตนรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะในตอนแรกที่มอบที่ดินตรงจุดนั้นให้กับ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เนื่องจากต้องการให้จัดสร้างวัดอย่างสมบูรณ์ ซึ่งทางหลวงปู่เณรคำเอง ก็ตกลงที่จะดำเนินการตามที่ตนต้องการ

จนกระทั่งระยะเวลาผ่านไปนานร่วม 10 ปี ก็ยังไม่มีการดำเนินการสร้างวัดแต่อย่างใด มีเพียงแค่การยื่นเรื่องเสนอกับทางกรมการศาสนา เพื่อขอสร้างวัด และขอใบอนุญาตตั้งวัด กระทั่งใบอนุญาตได้หมดอายุ ตามกำหนดเวลา 5 ปี ก็ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างวัดได้สำเร็จ

ตนได้ไปสอบถามข้อเท็จจริงกับทางหลวงปู่เณรคำอีกครั้ง แต่กลับได้คำตอบว่า จะไม่มีการสร้างวัด แต่จะสร้างเป็นวิหารหลวง โดยหลวงปู่เณรคำแจ้งว่า หากสร้างเป็นวัดขึ้นมา ก็จะต้องมีการตรวจสอบรายได้เงินบริจาคต่าง ๆ จากสำนักงานพระพุทธศาสนาและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง

นางลอน กล่าวต่อว่า จุดมุ่งหมายตั้งแต่แรกในการมอบที่ดินให้กับหลวงปู่เณรคำ นั้น สืบเนื่องจากหลวงปู่เณรคำถูกชาวบ้านชุมนุมขับไล่ให้ออกไปจากป่าช้าของชาวบ้าน ทำให้ต้องหาที่อยู่ใหม่ ตนจึงได้มอบที่ดินของตัวเองจำนวนประมาณ 15 ไร่ให้สร้างวัด และต้องการทำบุญโดยการสร้างวัดที่สมบูรณ์แบบ เพราะตนมีอายุ 68 ปี แล้ว แต่หลวงปู่เณรคำไม่ทำตามสัญญา ตนจึงจะดำเนินการสร้างวัดเอง ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้แต่เริ่มแรก โดยจะไม่ให้หลวงปู่เณรคำและพระสงฆ์บางรูปอยู่ในวัดนี้ด้วย

ในช่วงแรกที่ตนรู้จักกับหลวงปู่เณรคำ ท่านเป็นพระที่ดีมากไม่มีเรื่องราวเสียหาย จนกระทั่งผ่านมา 2 -3 ปี ให้หลังพฤติกรรมเริ่มเปลี่ยนไป โดยไม่ยอมมาจำพรรษาที่วัดป่าขันติธรรม (สำนักสงฆ์ขันติธรรม) แต่จะกลับมาวัดเฉพาะช่วงที่มีการจัดงานที่วัดเท่านั้น ซึ่งหลังจากเสร็จงานหลวงปู่เณรคำก็จะนำเอาเงินไปด้วย และเดินทางไปทำกิจนิมนต์ต่อ แต่ไม่ทราบว่าหลวงปู่เณรคำรับกิจนิมนต์ที่ใดบ้าง ซึ่งในจุดนี้ทำให้ตนคิดว่า หากหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มาก ก็ไม่จำเป็นต้องเข้ามาอยู่ที่วัดแห่งนี้ ส่วนจะไปอยู่ที่ใดก็เป็นสิทธิ์ของท่านที่จะเลือกทางเดินเอง

นางลอน กล่าวต่อว่า การที่มีข่าวความไม่เหมาะสมเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำ ได้ส่งผลกระทบกับจิตใจตนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะชาวบ้านในหมู่บ้านที่ต่อต้านหลวงปู่เณรคำมาโดยตลอด ก็ได้ต่อต้านมากกว่าเดิม ชาวบ้านต่างพากันสมน้ำหน้า ในการตัดสินใจของตนกับพวก ที่มอบที่ดินให้หลวงปู่เณรคำเพื่อสร้างวัดแต่กลับไม่ได้เป็นวัดอย่างที่ใจต้องการไว้ ซึ่งก็ไม่เป็นไรหลวงปู่เณรคำทำตัวของท่านเอง อีกทั้งท่านไม่ได้อยู่สังกัดใดพระผู้ใหญ่ ก็ปกป้องไม่ได้

ทั้งนี้ หลังจากที่ข่าวคราวของหลวงปู่เณรคำเงียบไปแล้ว ตนจะนำที่ดินที่ตั้งสำนักสงฆ์ขันติธรรมคืนมาเพื่อไปขออนุญาตสร้างเป็นวัดที่ถูกต้องสมบูรณ์แบบ และจะตั้งชื่อวัดใหม่อย่างที่ตนและชาวบ้านทุกคนต้องการ และพระแก้วมรกตจำลอง ก็จะยังประดิษฐานอยู่ที่แห่งนี้ เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชาต่อไป

“ส่วนหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กับ พระสงฆ์บางรูป โดยเฉพาะ พระฐกฤต นั้น จะไม่ให้อยู่ที่วัดแห่งนี้และไม่ให้เข้ามาบริหารวัดอีก เพราะไม่อยากให้เสื่อมเสียไปมากกว่านี้” นางลอน กล่าวในตอนท้าย

ข่าว : ผู้จัดการ
21 มิถุนายน 2556



ล้มมวย !!
ตั้งเจ้าคณะอำเภอสอบเณรคำ

อ้าฮ่ะ..แบบนี้รันเวย์ก็เคลียร์สิฮะ เพราะขนาดระดับเจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด ทั่วอีสาน ก็รับประทาน เอ๊ย ฉันส่วยจากมือของผม-เณรคำมาหมดแล้ว แล้วพระเด็กๆ แค่เจ้าคณะอำเภอจะมีน้ำยาอะไรมาจับผิดผม ดมตดยังไม่รู้เลยว่าเหม็นหรือหอม ดูภาพข้างล่างเหล่านี้สิฮะ แล้วจะรู้ว่า "ไผเป็นไผ"

 



พระธรรมฐิติญาณเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต) วัดบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด
รับคัมรี่ป้ายแดงมูลค่า 2 ล้านก่าๆ ไป 1 คัน วันนี้ปิดปากเงียบ



พระเทพปริยัติวิมลอธิการบดีมหาวิทยาลัยสงฆ์ฝ่ายธรรมยุต (มมร)
รับมอบรถตู้ป้ายแดงมูลค่า 3 ล้านบาทไป 1 คัน
วันนี้ศิษย์ มมร.ทั่วประเทศจึงไม่กล้าวิจารณ์เณรคำ




ส่วนภาพนี้
นิมนต์เจ้าคณะจังหวัดทั่วอีสานมากินทีเดียว 7 จังหวัด
งานนี้เลยไม่มีเจ้าคณะจังหวัดองค์ไหนกล้าเป็นประธานสอบเณรคำ
สั่งตั้งเจ้าคณะอำเภอกระจอกๆ มาเป็นประธาน
 ล้มมวยตั้งแต่ยกแรกเลยนะคณะธรรมยุตนี่

พระโฆษก ปธ.สงฆ์วัดป่าขันติธรรม เผยหลวงปู่ไม่วิตกข่าวฉาว เตรียมเปิดแถลงแก้ข้อสงสัยทุกเรื่อง คาดช่วงบ่าย 30 มิ.ย. นี้ ด้านคณะสงฆ์ศรีสะเกษตั้งคณะพระอธิกรณ์สอบสวนข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน นายวิรอด ไชยพรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสื่อมวลชนทุกแขนงเผยแพร่ภาพพฤติกรรมไม่เหมาะสมกับสมณเพศของพระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ รวมทั้งเสียงเรียกร้องของพุทธศาสนิกชนให้ตรวจสอบเงินบริจาค สถานะการเงิน และภาพบุคคลหน้าคล้ายหลวงปู่เณรคำนอนกับสีกาว่า เรื่องนี้ได้มอบเอกสารข้อมูลต่างๆ ให้กับพระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุตแล้ว พร้อมทั้งได้ขอคำชี้แนะในการดำเนินการต่อไปด้วย ซึ่งทางคณะสงฆ์ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้แต่งตั้งคณะพระอธิกรณ์ขึ้นมาสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว โดยมีเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์เป็นประธาน เจ้าคณะตำบลกันทรารมย์เป็นกรรมการ โดยมีพระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ในฐานะพระเลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต เป็นเลขานุการของคณะพระอธิกรณ์ชุดนี้

"จะมีการสอบสวนเกี่ยวกับสถานะทางการเงิน กรณีภาพบุคคลหน้าคล้ายหลวงปู่เณรคำนอนกับสีกา รวมทั้งเรื่องสงสัยต่างๆ ที่เกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำ หากสอบสวนพบว่าหลวงปู่เณรคำกระทำผิดจริง มีโทษถึงขั้นจับสึก โดยจะดำเนินการสอบสวนทันที เมื่อหลวงปู่เณรคำเดินทางกลับมาจากต่างประเทศแล้ว นอกจากนี้ ผมได้มอบเอกสารการขอจัดตั้งวัดป่าขันติธรรม ที่ประมาณปี พ.ศ.2545 ทางวัดเคยยื่นขอและมีการอนุญาตไปนานแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการจัดตั้ง จนหนังสืออนุญาตหมดอายุ 5 ปี ให้กับคณะสงฆ์ได้ตรวจสอบด้วย" นายวิรอดกล่าว

นายวิรอดกล่าวต่อว่า สำหรับกรณีภาพหลวงปู่เณรคำโพสต์ท่าทางอิริยาบถต่างๆ ที่อาจไม่เหมาะสมกับสมณเพศนั้น บทลงโทษของทางคณะสงฆ์สามารถทำได้เพียงว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น เพราะไม่ถือว่ากระทบต่อพระธรรมวินัยมากนัก ส่วนเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินวัดป่าขันติธรรมนั้น คงยังไม่สามารถตรวจสอบได้ เพราะยังเป็นเพียงที่พักสงฆ์เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กำลังทำหนังสือเสนอมายังจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อขอให้ตรวจสอบเรื่องบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดป่าขันติธรรม ตามที่จะสามารถทำได้ ซึ่งเบื้องต้นเงินของทางวัดที่สามารถตรวจสอบได้คือ เงินที่ประชาชนบริจาคมา แล้วทางวัดดำเนินการนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์การบริจาคหรือไม่ แต่ในส่วนเรื่องของที่มาของเงินในส่วนอื่นๆ ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงการตรวจสอบบัญชีของวัดว่า เป็นบัญชีของทางวัด หรือบัญชีส่วนตัวของหลวงปู่เณรคำ ทั้งนี้ ถ้าวัดป่าขันติธรรมได้ขึ้นทะเบียนจัดตั้งเป็นวัดแล้ว จะสามารถตรวจสอบได้ง่ายกว่า เพราะทางวัดจะต้องส่งบัญชีรายรับ-รายจ่ายให้กับหน่วยงานเกี่ยวข้องตรวจสอบเป็นประจำทุกปี

"ส่วนเรื่องที่มีการจัดตั้งวัดป่าขันติธรรมเป็นในรูปของบริษัทนั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดแน่ชัด ทราบเพียงเบื้องต้นว่า มีการจัดตั้งมูลนิธิขึ้นมาเท่านั้น ส่วนเรื่องการจัดตั้งบริษัทจะต้องมีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่า การที่จัดตั้งเป็นเพียงที่พักสงฆ์ของวัดป่าขันติธรรม ทำให้มีอุปสรรคตรวจสอบได้ยาก อย่างไรก็ตาม ผมจะดำเนินการตรวจสอบเรื่องดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง เพื่อได้ทราบข้อเท็จจริงต่อไป" นายวิรอดกล่าว

นายวิรอดกล่าวด้วยว่า กรณีที่มีพระรูปหนึ่งอ้างเป็นประชาสัมพันธ์ของวัดป่าขันติธรรมได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า เป็นเจตนาของหลวงปู่เณรคำที่ไม่ต้องการจัดตั้งเป็นวัด เพื่อให้สถานที่แห่งนี้ รวมถึงพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกที่กำลังสร้าง เป็นสมบัติของแผ่นดิน ไม่ใช่แค่ของวัด และว่าหลังจากพระแก้วมรกตจำลองสร้างเสร็จแล้ว หลวงปู่เณรคำบอกไว้ว่า จะขอละสังขารและยุบวัดป่าขันติธรรม ให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกตจำลองนั้น เห็นว่าเป็นการตอบเพื่อหลีกเลี่ยงคำถามจากสังคมทั่วไปว่า เพราะเหตุใดจึงไม่ตั้งเป็นวัดให้ถูกต้อง เพราะการขอสร้างวัดเป็นเจตนาของญาติโยม ดังนั้น ต้องตรวจสอบดูว่าสาเหตุที่ไม่ขอสร้างวัดเหมาะสมถูกต้องหรือไม่ ทั้งที่วัดป่าขันติธรรมมีความพร้อมทุกด้านที่จะจัดตั้งเป็นวัดได้ เพื่อให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. เป็นประธาน ในวันเดียวกันนี้ ที่ประชุมกรรมการ มส.ไม่ได้นำเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำเข้าหารือ และไม่มีกรรมการ มส.หยิบยกขึ้นมาพูดถึง นอกจากนี้ ในการประชุมครั้งนี้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงาน พศ. ไม่ได้เข้าร่วมประชุมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ขณะนี้ได้มีการเผยแพร่คลิปการ์ตูนล้อเลียนเกี่ยวกับพฤติกรรมพระสงฆ์ไทยที่ไม่เหมาะสมในเว็บไซต์ยูทูบ http://www.youtube.com/watch?v=bTJM4wGE308 ซึ่งเขียนข้อความไว้ว่า Thai Buddhist monks in private jet are big pimpin ความยาว 1.47 นาที มียอดคลิกกว่า 2,100 วิว หลังอัพโหลดเมื่อวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยมุมซ้ายด้านบนของคลิปมีภาษาอังกฤษเขียนไว้ว่า NMA.TV ซึ่งคลิปดังกล่าวได้บรรยายพฤติกรรมพระสงฆ์ไทยอย่างละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ ในคลิปนี้ยังมีเรื่องราวล้อเลียนหลวงปู่เณรคำ โดยนำภาพหลวงปู่เณรคำนั่งเครื่องบินเจ็ตมาประกอบด้วย รวมทั้งมีภาพการ์ตูนพระสวมแว่นตาดำสะสมรถหรู อยู่กับสีกา เครื่องบินส่วนตัว หลุยส์ วิตตอง รวมถึงมีภาพพระสงฆ์นั่งเครื่องบินแล้วกระโดดมาที่หอไอเฟล ประเทศฝรั่งเศส และท้ายคลิปได้ระบุข้อความว่า FOLLOW US ON TUMBLR nmatv.tumblr.com นอกจากนี้ คลิปการ์ตูนเดียวกันนี้ยังมีการแปลเป็นภาษาจีนเผยแพร่ทางเว็บไซต์ http://www.dailymotion.com/video/x112ivg_thai-buddhist-monks-in-private-jet-are-big-pimpin_news โดยมียอดคลิกกว่า 90 วิว

นายปรีชา กันธิยะ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า ได้รับรายงานเกี่ยวกับคลิปดังกล่าวแล้ว โดยคลิปนี้ได้รวบรวมการกระทำที่ไม่เหมาะสมของพระสงฆ์มาล้อเลียน และมีการนำศาสนาอื่นๆ มาเกี่ยวข้อง ถือว่าไม่เหมาะสม แม้ว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แต่การนำศาสนาที่เป็นเรื่องของศรัทธา โดยเฉพาะพระสงฆ์และผู้นำศาสนาอื่นๆ มาล้อเลียน ถือเป็นสิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง ส่วนการ กระทำของพระสงฆ์จะผิดหรือถูกนั้น เป็นเรื่องของแต่ละบุคคลไป

ด้านพระฐกฤต กันตธัมโม โฆษกประจำตัวหลวงปู่เณรคำ และประชาสัมพันธ์วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า ยืนยันว่าหลวงปู่เณรคำจะกลับมาร่วมงานมหาพิธีห่มผ้าฤดูฝนองค์พระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกระหว่างวันที่ 27-30 มิถุนายนนี้ ที่วัดป่าขันติธรรมอย่างแน่นอน เพียงแต่วันเดินทางกลับจากต่างประเทศยังไม่แน่ชัด ทั้งนี้ หลวงปู่เณรคำได้แจ้งกับอาตมาว่า จะเปิดแถลงข่าวด้วยตัวเองให้สื่อทุกแขนงได้ซักถามทุกเรื่อง โดยไม่มีปิดบัง คาดว่าจะเป็นช่วงบ่ายวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ส่วนวันเวลาที่ชัดเจนจะให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์วัดป่าขันติธรรมแจ้งไปยังสื่อทุกแขนงอีกครั้ง

"อาตมาได้พูดคุยกับหลวงปู่เณรคำถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ซึ่งหลวงปู่ทราบทุกเรื่องแล้ว ท่านปรารภว่ารู้สึกเฉยๆ ไม่รู้สึกวิตกทุกข์ร้อนกับข่าวฉาวที่เกิดขึ้น ทุกความจริงจะกระจ่างชัดในภายหลัง ท่านยังบอกว่าในวันแถลงข่าวอยากให้สื่อเดินทางมาสัมภาษณ์กันมากๆ จะได้แก้ข้อสงสัยทุกเรื่อง ซึ่งล้วนแต่มีความคลาดเคลื่อน และพูดกันไปมาเพียงด้านเดียว อย่างเช่นเรื่องการขอละสังขาร ท่านไม่เคยบอกว่าจะละสังขารในตอนนี้ แต่จะขอละสังขารเมื่ออายุ 50 กว่าปี หรือกรณียุบวัดป่าขันติธรรม ก็ไม่ได้ยุบ เพราะไม่มีสถานะเป็นวัดอยู่แล้ว" พระฐกฤตกล่าว

นพ.ณรงค์ อึ้งตระกูล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวชี้แจงกรณีมีการกล่าวพาดพิงว่า หลวงปู่เณรคำเข้าร่วมก่อสร้างตึกโรงพยาบาลร้อยเอ็ด และมีเงินบริจาคหายไป 5 แสนบาทว่า ไม่เป็นความจริง เรื่องนี้สืบเนื่องจากเดิมหลวงปู่เณรคำเดินทางมาพบว่าโรงพยาบาลร้อยเอ็ดมีคนป่วยล้น และมีการเสนอแนวคิดจะสร้างตึกสงฆ์อาพาธหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เป็นตึก 10 ชั้น ราคา 214 ล้านบาท แต่หลังจากเริ่มโครงการและมีการเสนอความเห็นชอบไปยังกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งทาง สธ.ขอตรวจสอบยอดเงินในบัญชีตามระเบียบของหลวงปู่เณรคำที่จะเข้ามาใช้ชื่อในการตั้งต้นเพื่อขอรับการบริจาคเงินจากประชาชนช่วยก่อสร้างตึก ซึ่งเป็นการตรวจสอบสถานะทางการเงินของผู้ที่จะสนับสนุนการก่อสร้างก่อนว่า การเงินมั่นคง จึงจะอนุญาต แต่จากการตรวจสอบบัญชีของหลวงปู่เณรคำพบว่ามีเงินในบัญชีไม่ถึง 4 แสนบาท จึงไม่อนุมัติ และยกเลิกชื่อดังกล่าว และได้ระงับโครงการไว้ชั่วคราว จึงชี้แจงให้ทราบว่าไม่มีการโกงเงินของคนร้อยเอ็ดตามที่เข้าใจ

วันเดียวกัน ที่บ้านเลขที่ 61/221 หมู่บ้านบางใหญ่ซิตี้ ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายดำรงชัย ปานจุ้ย ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ได้จัดแถลงชี้แจงกรณีหลวงปู่เณรคำตกเป็นข่าววิพากษ์วิจารณ์ โดยมีนายภัทรเดช โสพรรณพาณิชกุล หรือเสี่ยก้าวหน้า กรรมการบริหารวัดป่าขันติธรรม นายภาณุ สุขวัลลิ โฆษกฝ่ายฆราวาส นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ พระครูภาวนา วรธรรม อิเทศน์ พระมาเจอร์ และพระเบอร์นาท จากวัดโพธิญาพาราม ประเทศฝรั่งเศส ร่วมแถลง และมีคณะศิษย์หลวงปู่เณรคำเกือบร้อยคนมาคอยให้กำลังใจ

นายภัทรเดชกล่าวชี้แจงว่า 1.กรณีเครื่องบินเจ็ตที่หลวงปู่เณรคำนั่งเป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำของบริษัท เอ็มเจ็ต (MJETS) ที่ลูกศิษย์เช่าให้เดินทางไปทำกิจนิมนต์ต่างๆ เพื่อความสะดวกรวดเร็วขึ้น เพราะบางครั้งมีกิจนิมนต์มาก 2.กรณีเรื่องรูปภาพคนหน้าคล้ายหลวงปู่เณรคำนอนใกล้กับผู้หญิงนั้น ถ้าอยู่ที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือหรือดูในเฟซบุ๊กจะรู้ว่า รูปนี้มีมานาน 4-5 ปีแล้ว และได้พิสูจน์ภาพแล้วว่าเป็นการตัดต่อ ถ้าผู้หญิงที่อยู่ในภาพมีตัวตนจริงก็ออกมาแสดงตัวได้เลย 3.เรื่องเงินและจำนวนทองคำที่มีการบริจาคเข้ามานั้น มีคณะกรรมการของวัดดูแลอยู่ แต่ไม่สามารถบอกยอดที่แน่นอนได้ เนื่องจากได้มาก็ใช้ไปในการสร้างวัดสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก สร้างจากหยกเนื้อดีจากประเทศอินเดีย มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนทองคำก็นำมาสร้างเป็นชุดประดับเครื่องทรงสามฤดู ทั้งยังต้องสร้างวิหารขนาดใหญ่คลุมองค์พระไว้ เพื่อทำให้อยู่ไปได้ถึง 2,500 ปี เพราะต่อไปต้องตกเป็นสมบัติของประเทศ ส่วนเรื่องทำไมต้องมีขวบวนรถนำจำนวนหลายคัน เพราะในอดีตเคยมีการลอบทำร้ายเกิดขึ้น และเพื่อความรวดเร็วและปลอดภัย

"สำหรับภาพต่างๆ ที่หลุดออกมานั้น มาจากมีผู้ไม่หวังดีที่เป็นอดีตลูกศิษย์มาขอเงินหลวงปู่เณรคำบ่อยครั้ง จนครั้งสุดท้ายมาขอเงินหลักล้านบาท จึงกลั่นแกล้งทำลายชื่อเสียงของหลวงปู่" นายภัทรเดชกล่าว

สำหรับบรรยากาศที่วัดป่าขันติธรรม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบริเวณวัดยังคงค่อนข้างเงียบเหงา มีประชาชน 5 ราย เดินทางมาจุดธูปเทียนกราบไหว้พระแก้วมรกตจำลอง ในขณะที่พระสงฆ์ในวัดไม่ออกมานอกกุฏิ มีเพียงคนงานหญิง 2 คนกำลังจัดเก็บภาชนะเครื่องครัวของวัด และปฏิเสธที่จะตอบข้อซักถาม โดยอ้างเพียงว่า ไม่ทราบเรื่องที่เกิดเหตุ ต้องรอสอบถามหลวงปู่เณรคำเอง

ข่าว : มติชน
21 มิถุนายน 2556



มส.ยังหลับไหล
ไม่พิจารณาปัญหาเณรคำ !

เอ้อ..คือว่า เวลานี้สมเด็จพระวันรัตท่านทรงไม่ว่าง เพราะมีภาระสำคัญ ต้องหาทองคำ 250 กิโล ไปให้แขกพุทธคยาตามคำขาด ในฐานะที่ประเทศไทยเป็นเมืองขึ้นของอินเดียทางด้านการศาสนา ดังนั้น เมื่ออินเดียปรารถนาสิ่งใด พระสงฆ์ไทยซึ่งเป็นทาสทางปัญญา ก็จำเป็นต้องสนองตอบให้ถูกใจ ไม่งั้น ประเดี๋ยวแขกห้ามนับถือพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นบ้ากันทั้งประเทศไทย จริงไหมครับท่านสมเด็จพระวันรัต ?


วัดดีครับท่านสมเด็จพระวันรัต ผมเณรคำ พระอรหันต์


"มส." ไม่ได้ถกปมร้อน "หลวงปู่เณรคำ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ที่วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ซึ่งมีสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. เป็นประธาน โดยที่ประชุม มส. ไม่ได้มีการนำประเด็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำ วัดป่าขันติธรรม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ที่กำลังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนักมาหารือในการประชุม ขณะเดียวกัน กรรมการ มส. หรือพระผู้ใหญ่ในที่ประชุมก็ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นดังกล่าวมาพูดในการประชุมแต่อย่างใด โดยการประชุมครั้งนี้ใช้เวลาประมาณ 30 นาทีก็เลิกการประชุม

อย่างไรก็ตาม การประชุมวันนี้นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ไม่ได้เดินทางมาเข้าร่วมประชุมด้วย


ข่าว : มติชน
21 มิถุนายน 2556




โอละพ่อ !

เงินทองที่ญาติโยมถวายเณรคำ "อรหันต์กำมะลอ" สุดท้ายก็กระจายไปอยู่ที่แก๊งค์ลูกศิษย์หมด ข่าวระบุ ทั้งคัมรี่ป้ายแดง และเงินนับสิบๆ ล้าน ถูกบริวารเบิกไปใช้กินเที่ยวเยี่ยวฉี่สวีวี่วี เฮ้อ ! นึกไปก็สงสารก็แต่เณรคำนะ สู้อุตส่าห์ตั้งตัวเป็นอรหันต์กับเขาทั้งชาติ ก็ดันมาโดนมาเฟียศรีสะเกษแบล็กเมล์เข้า มิน่า ถึงกล้าประกาศว่า "ชาติหน้าไม่มาเกิดอีกแล้ว" เพราะคงเข็ดแล้วจริงๆ ต่อไปก็ออกธรรมะเวอร์ชั่น "กูละเบื่อ" เลยสิบักเณรคำ



อุบลราชธานี - ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ แฉมีขบวนการที่เป็นอดีตกรรมการวัด ข้าราชการ และนักข่าวในพื้นที่ทำลายหลวงปู่เณรคำ เพราะแค้นที่ขอเงิน 1,000,000 บาทไม่ได้ นอกจากนี้ยังข่มขู่หลวงปู่ด้วย เผยรถคันใหม่ล่าสุดที่ดยมนำมาถวายยังนำไปให้เมียขับ แต่ไม่ยืนยันเรื่องคลิปหลวงปู่กับหญิงสาวมีจริงหรือไม่ ยันหลวงปู่เณรคำจะกลับประเทศไทยวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เพื่อร่วมพิธีห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วมรกตจำลอง

วันนี้ (20 มิ.ย.) น.ส.ณฤดี พีระโรจน์ เจ้าของร้านอุบลอินเตอร์คอม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุการปล่อยคลิปของหลวงปู่เณรคำ โดยเป็นฝีมือของกรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ที่ติดตามหลวงปู่มานานจนหลวงปู่ ไว้ใจให้ดูแลเรื่องการเงิน ค่าใช้จ่ายของวัดทั้งหมด

กระทั่งเมื่อปลายปี 2555 มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินภายในวัด พบมีเงินที่ประชาชนบริจาคทั้งที่ส่งมาทางไปรษณีย์เงินในตู้บริจาคสูญหายไปจำนวนนับสิบล้านบาท รวมทั้งยังมีรถที่ประชาชนนำมาบริจาคให้หลวงปู่ และทางวัดใช้งานจำนวนหลายคันหายไป โดยรถคันล่าสุด คือ โตโยต้า คัมรี่ รุ่นไฮบริค ก็พบกรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษคนนี้นำไปให้ภรรยาใช้ หลวงปู่ จึงไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกและลูกศิษย์ที่ถวายรถได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องเอารถคืนด้วย

ต่อมาเมื่อเดือนมกราคมปีเดียวกันนี้กรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวรายนี้ได้โทรศัพท์มาข่มขู่สอบถามเรื่องเงินและทองคำที่นำมาใช้สร้างพระแก้วมรกต มีเหลืออยู่จำนวนเท่าไหร่ หากไม่ต้องการมีเรื่องราวให้หลวงปู่ จ่ายเงินให้จำนวน 1 ล้านบาท แต่ทางหลวงปู่ ได้ปฏิเสธไป แต่กรรมการวัดคนนี้ยังได้ตามมาข่มขู่อีกว่าจะนำเอาคลิปที่หลวงปู่ใช้พาหนะหรูเดินทางไปกิจนิมนต์มาโจมตี รวมทั้งอ้างว่ามีคลิปที่หลวงปู่อยู่กับสีกาอย่างใกล้ชิดด้วย แต่หลวงปู่ ก็ยังไม่ยอมให้เงินตามที่ขอมาอยู่ดี ทำให้กรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษคนนี้มีการนำคลิปไปปล่อยไว้ในยูทิวบ์ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาและสื่อมวลชนมาพบเข้า จึงเอามานำเสนอเป็นข่าว ซึ่งเข้าทางของกรรมการวัดรายนี้ที่เป็นนักข่าวอยู่ด้วยจึงได้ส่งข้อมูลให้ร้ายหลวงปู่อย่างหนักทำให้ลูกศิษย์ทนไม่ไหวต้องออกมาตอบโต้เพื่อให้สังคมทราบข้อจริงอีกด้านหนึ่ง

"สวนเรื่องคลิปหลวงปู่อยู่กับสีกาจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ฉันยืนยันไม่ได้ แต่เท่าที่ติดตามหลวงปู่ มานานกว่า 5 ปีก็ไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมเชิงชู้สาวของหลวงปู่กับหญิงอื่น มีเพียงบางครั้งมีกิจนิมนต์เดินทางไปไกล ลูกศิษย์ก็จะส่งเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์มารับ เพื่อเดินทางไปได้ทันเวลาสำหรับหลวงปู่ขณะนี้ อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและจะเดินทางกลับประเทศไทยถึงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้แน่นอนเพื่อมาทำพิธีห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วมรกตจำลอง โดยจะมีคณะพระธรรมฑูตจากหลายประเทศเข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งวันนั้นคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศจะนัดกันมารวมตัวให้กำลังกับหลวงปู่หากสื่อมวลชนต้องการพบกับหลวงปู่สามารถมาสอบถามได้ในวันนั้น" น.ส.ณฤดี กล่าว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายเทพพนม นามลี ประธาน นปช.แดงสุรินทร์ และ น.ส.หมวย นามสมมุติ แกนนำ นปช.แดง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยื่นหนังสือผ่านผู้อำนวยการ สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 ถึง รมว.ศึกษาธิการให้ตรวจสอบพฤติกรรมข้าราชการคนหนึ่งในสังกัด สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย คือ ใช้เวลาในการปฏิบัติงานราชการไปทำหน้าที่เป้นผู้สื่อข่าวและเป็นผู้มีอิทธิพลใน จ.ศรีสะเกษ จึงขอให้สอบสวนวินัยร้ายแรง และย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่มีใครกล้ามายุ่งเกี่ยวด้วย และมีการเรียกรับผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อตัวเอง

"คิดดูเป็นข้าราชการครูระดับแค่นี้สร้างบ้านได้ในราคากว่า 10 ล้านมีรถเก๋ง รถปิกอัพถึง 7 คัน ระดับอธิบดียังไม่มีขนาดนี้เลย ที่สำคัญนักข่าวคนนี้กับพวกได้เข้าพบหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก วัดป่าขันติธรรม ข่มขู่คุกคามหลวงปู่เณรคำ เอารถเก๋งป้ายแดง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ รุ่นไฮบริค ทะเบียน 999 จำจังหวัดไม่ได้ เอามาใช้เป็นรถเก๋งของตัวเอง ซึ่งเป็นรถเก๋งที่โยมชื่อจากสระแก้ว ซื้อถวายให้หลวงปู่ เพื่อใช้ในกิจการของสงฆ์ ทางวัดป่าขันติธรรมได้ทวงคืนรถเก๋งคันดังกล่าวด้วยวาจาและหนังสือหลายครั้ง แต่ก็ไม่ยอมคืนรถมาให้ทางวัด และสมคบคิดกับนาย "ก" ไม่ทราบนามสกุล มีหน้าที่อยู่ในวัด ปลอมแปลงลายเซ็นของคณะกรรมการวัดป่าขันติธรรม ไปเบิกเงินจากที่ทำการไปรษณีย์ศรีสะเกษ ที่ญาติโยมส่งมาถวายหลวงปู่เณรคำ เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท เอาเข้าพกเข้าห่อตัวเอง และปัจจุบันทางวัดไม่อนุญาตให้ 2 คนนี้เข้ามาในบริเวณวัดโดยเด็ดขาด ที่ต้องร้องผ่านสื่อ เพราะคิดว่าจรรยาบรรณของความเป็นมืออาชีพต้องไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ผมไม่กลัวที่จะถูกฟ้องร้องในเรื่องนี้ เพราะผู้ที่จะเป็นพยานให้คือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก"

 
ข่าว : ผู้จัดการ
21 มิถุนายน 2556



แต่งตัวหรู-ไอเดียเริ่ด !

สาวกเณรคำเผย สาเหตุไม่ยก "ป่าขันติธรรม" ขึ้นเป็นวัด เพราะต้องการมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน อุเหม่ พูดแบบนี้ก็อัปรีย์ดีๆ นี่เอง นึกหรือว่าคนเขาไม่รู้ทัน เพราะว่าถ้ายกฐานะขึ้นเป็นวัด ทรัพย์สมบัติก็จะตกเป็นของสงฆ์ทั้งหมด จะบริหารกิจการงานใดๆ ก็ไม่สะดวก สู้ตั้งเป็นมูลนิธิบริหารผลประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอ สุมหัวประชุมกันไม่กี่คนก็สบาย แล้วเรื่องอะไรจะไปขอเป็นวัดเสียให้โง่ ถามเสี่ยปาโมดดูสิ ถ้าไม่มีเรื่องราวอื้อฉาว จะยอมจดทะเบียนเป็นวัดไหม นี่ไงมันสมองของอริยะบุคคลต้องแบบนี้ แบบที่ศรีธนญชัยเรียกพี่ทีเดียว


พระฐกฤต กันตธัมโม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า กรณี พศ.ระบุว่า วัดป่าขันติธรรมไม่ได้มีสถานะเป็นวัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง และเป็นเจตนาของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากต้องการสร้างสถานที่แห่งนี้ เพื่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ไม่ต้องการให้เป็นสมบัติของวัด แต่จะมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน หลังจากนั้นหลวงปู่เณรคำได้บอกไว้ว่า จะขอละสังขาร รวมทั้งยุบวัดป่าขันติธรรมด้วย ให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกตจำลอง ทั้งนี้ การสร้างพระแก้วมรกตจำลองนั้น ถึงขั้นตอนที่จะนำทองคำน้ำหนัก 9 ตัน มาทำเป็นเครื่องทรงตามฤดูต่างๆ ส่วนกรณีที่ พศ.ต้องการเข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคนั้น เข้ามาตรวจสอบได้ แต่อยากให้คุยกับหลวงปู่เณรคำโดยตรงจะดีกว่า 
 
ข่าว : มติชน
21 มิถุนายน 2556


ว้าว !
เรื่องราวประหลาดในประเทศไทย

การบินไทยระบุ มีพระหลายรูป บินออกนอกประเทศโดยใช้ชื่อ "นาย" เดินผ่านด่าน ตม. มิยอมใช้ชื่อพระ อา..งานนี้เห็นทีต้องถาม "นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์" ผอ.สำนักพุทธฯ ผู้แสนรู้แล้วล่ะ ว่าเป็นจริงหรือไม่ และมีพระอรหันต์รูปไหนสามารถใช้ชื่อ "นาย" เดินทางออกนอกประเทศในคราบผ้าเหลืองได้



นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

แหล่งข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการเข้าใช้บริการท่าอากาศยานของหลวงปู่เณรคำ ไม่ว่าจะเป็นการนำเครื่องขึ้นหรือลง ซึ่งนอกจากท่าอากาศยานของ ทอท.ที่มีอยู่ 6 แห่งทั่วประเทศแล้ว ยังมีท่าอากาศยานของกรมการบินพลเรือน (บพ.) และของเอกชนด้วย จึงไม่ทราบว่าจะใช้ท่าอากาศยานใดบินกลับมาเมืองไทยภายในวันเดียวกันนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าเมื่อมีกระแสข่าวออกมาแบบนี้ หลวงปู่เณรคำอาจจะใช้เส้นทางอื่นเดินทางก็ได้ เช่น เดินทางเข้ามาทางด่านชายแดน หรือใช้บริการเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งจะตรวจสอบได้ลำบาก และไม่ทราบว่าหลวงปู่เณรคำใช้ชื่อในตอนที่บวชเป็นพระแล้ว หรือใช้ชื่อเดิมก่อนบวช เพราะที่ผ่านมายังพบว่ามีพระบางรูปยังใช้ชื่อตอนที่ยังไม่ได้บวชในการเดินทางเข้าออกประเทศ

ข่าว : มติชน

21 มิถุนายน 2556
หลวงปู่เณรคำ ถูกเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ทางเฟซบุ๊ก เข้าร้องกองปราบฯ ให้ตรวจสอบ หลวงปู่เณรคำ 13 ประเด็น เพื่อหาข้อเท็จจริงในประเด็นความประพฤติที่ขัดต่อศาสนาและขัดต่อกฎหมาย

            หลังจากตกเป็นประเด็นให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันในวงกว้าง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เมื่อมีภาพหลุด หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก เดินทางด้วยการโดยสารเครื่องบินส่วนตัวและใช้ของแบรนด์เนมซึ่งขัดกับวินัยสงฆ์ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น

            วันนี้ (21 มิถุนายน 2556) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติศาสนาพระมหากษัตริย์ทางเฟซบุ๊ก ได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่มีพฤติกรรมขัดต่อกฎหมายและขัดต่อพระธรรมวินัยหลายประเด็น

            โดย นายสงกรานต์ กล่าวว่า หลังจากที่ หลวงปู่เณรคำ หรือ พระวีรพล สุขผล มีความประพฤติไม่เหมาะสมซึ่งขัดต่อพระธรรมวินัยและมีผู้เกี่ยวข้องในกรณีดังกล่าวด้วย ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงประเด็นต่าง ๆ จำนวน 13 ประเด็น คือ

           1. การบรรพชาเป็นพระภิกษุนั้นถูกต้องตามพระธรรมวินัยหรือไม่

           2. กรณีที่ปรากฎภาพชายคล้ายพระภิกษุ นอนหลับอยู่กับผู้หญิงนั้น เป็นภาพผู้ใดและมีการตัดต่อภาพหรือไม่

           3. สถานะทางการเงินของบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องของทรัพย์สินก่อนบวช กับทรัพย์สินในปัจจุบัน

           4. การรับบริจาคทรัพย์สินต่าง ๆ จากพุทธศาสนิกชน มีจำนวนเท่าใด มีผู้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายหรือไม่ รวมทั้งมีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปทั้งภายในและภายนอกประเทศหรือไม่

           5. สถานที่ตั้ง วัดป่าขันติธรรม อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ มีเนื้อที่เท่าใด และใครเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์

           6. การจัดสร้างองค์พระแก้วมรกตจำลองที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้รับอนุญาตให้จัดทำถูกต้องหรือไม่ มีการประเมินราคาก่อสร้างหรือไม่ เนื่องจากมีการเปิดรับบริจาคโดยไม่ได้กำหนดยอดเงินและวันเวลาการสร้างให้เสร็จสิ้น

           7. รถนำขบวนที่นำมาใช้ เป็นรถตำรวจหรือไม่

           8. ขอให้ตรวจสอบบุคคลและนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินต่าง ๆ ของวัดป่าขันติธรรม

           9. ขอให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารทุกแห่งที่มีเงินหมุนเวียน ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องและมีการยักย้ายถ่ายเทไปยังบุคคลที่สามหรือไม่

           10. กรณีการอ้างว่าอิทธิฤทธิ์เหาะเหินเดินอากาศได้ ระลึกชาติได้ รวมทั้งมีการคุยกับเทพยดา มีการกระทำต่าง ๆ ดังกล่าวหรือไม่

           11. ขอให้สอบสวนหญิงสาวที่ปรากฎในภาพว่าเกี่ยวพันหรือมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับภาพชายคล้ายพระภิกษุนอนอยู่

           12. ขอให้ตรวจสอบบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นลูกศิษย์และได้ออกมาแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ที่ผ่านมา ที่สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย จ.สมุทรปราการ นั้นเป็นกรรมการ บริษัท ขันติธรรมก้าวหน้า จำกัด หรือไม่

           13. ขอให้ตรวจสอบว่า พระภิกษุกับกรรมการบริษัท ขันติธรรมฯ และบริวาร เกี่ยวพันกันในเรื่องผลประโยชน์ต่าง ๆ หรือไม่

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ