วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ผลงานประวัติศาสตร์ ผู้ยิ่งใหญ่นัมเบอร์วันของคณะสงฆ์ไทย


จับสึกพระสุพรรณ 18 วัด 43 รูป !
นายอำเภอนำทีมจับถอดผ้าเหลืองด้วยตัวเอง
ระบุ "ไม่อยากทำ แต่จำใจ" เพราะถูกร้องเรียนบ่อยมาก

อา..ท่านเจ้าคณะภาค 14 และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง รวมทั้งพณฯกรรมการมหาเถรสมาคม อยู่ไหนฮะ มัวจำวัดกันหมดหรือไง พระถูกจับสึกทั้งเมืองอย่างนี้ ไม่รู้ไม่ชี้หรือไร ? ขนาดตำรวจรีดไถประชาชนแค่คนเดียว ผู้กำกับก็โดนเด้งแล้ว แต่คณะสงฆ์ไทยเรากลับกลบขี้เอาไว้เต็มจังหวัด ผลงานระดับนี้มันต้องปลดเจ้าคณะจังหวัดกันแล้ว ปกครองกันยังไง ?




ผู้ยิ่งใหญ่นัมเบอร์วันของคณะสงฆ์ไทย

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D) เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม และคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ปกครองคณะสงฆ์จำนวน 6 ภาค ได้แก่ ภาค 1-2-3-13-14-15 รวม 23 จังหวัด ได้แก่

ภาค 1. กรุงเทพมหานคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการภาค 2. พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สระบุรีภาค 3. ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานีภาค 13. ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราดภาค 14. นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี สมุทรสาครภาค 15. ราชบุรี เพชรบุรี สมุทรสงคราม ประจวบคีรีขันธ์

นี่คืออำนาจสิทธิ์ขาดของสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ ผู้ได้รับการยกย่องจากพม่าว่าเป็นพระไทยเยี่ยมยอดที่สุดในยุคปัจจุบัน เป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง แต่สามารถข้ามห้วยเข้าไปไกล่เกลี่ยเรื่องวัดทรายมูลจังหวัดเชียงใหม่ ในเขตการปกครองของเจ้าคณะใหญ่หนเหนือคือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้อย่างเยี่ยมยอด เลยได้รับการยกย่องเป็น "อัครมหาบัณฑิต" จากรัฐบาลพม่า แต่ว่าวันนี้ พระสงฆ์สามเณรในเขตการปกครองของพระเดชพระคุณฯถูกจับนับได้ถึง 18 วัด ถามว่า จะเอาหน้าไว้ไหน ?

เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2554 มีข่าวทางสื่อว่า พระในจังหวัดอ่างทองไปเดินเลือกซื้อน้ำหอมหลายกลิ่น สงสัยจะเอาไปใช้ผิดพระวินัย ตอนนั้น สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์สื่อว่า "ไม่เหมาะสม" วันนี้มีเหตุใหญ่กว่านั้นมากมายนัก ก็หวังว่าคงจะได้ฟังคำวินิจฉัยอันสูงส่งจากพระเดชพระคุณฯอีกครั้ง นะขอรับ


ปล. ถ้าไม่ทำอะไรให้เป็นเยี่ยงอย่าง ก็ขอนิมนต์สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ลาออกเสียเถิดครับ กิจการพระศาสนาจะได้ไม่เสียหายเกินไปกว่านี้




จับสึกพระสุพรรณ 18 วัด !


สลด !  อู่ทอง คืนเดียวสึกพระ 43 รูป
มั่วเสพ-ค้ายาบ้า,ยาไอซ์

วันที่ 31 พ.ค. 56 นายไพฑูรย์ รักษ์ประเทศ นายอำเภออู่ทอง จ.สุพรรณบุรี แถลงถึงผลการระดมกำลังฝ่ายปกครองและตำรวจ เข้าตรวจค้นและกวาดล้างพระสงฆ์มั่วสุมเสพ-ขายยาเสพติด ตามวัดต่างๆ ในเขต อ.อู่ทอง รวม 18 วัด หลังได้รับการร้องเรียนว่า มีพระในวัดชักชวนวัยรุ่นในหมู่บ้านมาปักหลักมั่วสุมกันเสพและขายยาบ้า สร้างความเอือมระอาให้กับชาวบ้านและพระชั้นผู้ใหญ่เป็นอย่างมาก ว่า ตั้งแต่วันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ตนได้ผนึกกำลังกับ พ.ต.อ.สุรกฤษฏิ์ มาลีสี ผกก.สภ.อู่ทอง เข้าตรวจค้นตามวัดที่ได้รับการร้องเรียน จนสามารถจับกุมพระจาก 14 วัดในข้อเสพยาบ้า ได้รวม 35 รูป ก่อนพาไปสึก แล้วคุมตัวเข้าสู่กระบวนการบำบัด และยังจับกุมเยาวชนที่เข้าไปร่วมมั่วสุมภายในวัดได้อีก 32 คน

โดยรายล่าสุด เมื่อกลางดึกวันที่ 30 พ.ค. นายไพฑูรย์ได้นำกำลังเข้าตรวจค้นที่วัดโภคาราม หรือวัดจรเข้ หมู่ 5 ต.จรเข้สามพัน อ.อู่ทอง ซึ่งเป็นวัดบ้านเกิดของอดีตนักร้องชื่อดัง "สังข์ทอง สีใส" โดยกระจายกำลังกันตรวจค้นตามกุฏิเป้าหมายต่างๆ ภายในวัด ในที่สุดก็สามารถจับกุมตัว พระอนุวัต จันทรปิฏก อายุ 23 ปี พระลูกวัดเอาไว้ได้ พร้อมของกลางที่ซุกอยู่ในกุฏิ เป็นยาบ้า 1,414 เม็ด ยาไอซ์ 97.42 กรัม มูลค่าเกือบ 3 แสนบาท เงินสด 7,360 บาท และอุปกรณ์การเสพยาเสพติดอีกจำนวนหนึ่ง จึงนำตัวไปสึก ก่อนคุมตัวไปดำเนินคดีในข้อหามียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ขณะเดียวกัน ยังได้จับกุมพระลูกวัดอีก 7 รูป นำตัวไปสึกเพื่อนำไปบำบัด หลังตรวจพบว่ามีการเสพยาเสพติด

ทั้งนี้ นายไพฑูรย์ กล่าวว่า จริงๆ แล้วตนก็ไม่สบายใจนักที่ต้องไปจับพระสึกจำนวนมากเช่นนี้ แต่ก็จำเป็นต้องทำ เพราะได้รับการร้องเรียนมามาก หากปล่อยไว้อย่างนี้ต่อไป จะทำให้วัดและศาสนาเสียหายมากขึ้นไปอีก จึงต้องรีบตัดไฟเสียแต่ต้นลม ดีกว่าที่จะปล่อยให้ลุกลามไปจนแก้กันไม่ไหว ถึงวันนี้ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงกัน นิ้วใหนไม่ดีต้องรีบตัดทิ้งก่อน ตนคิดว่าพระผู้ใหญ่เองก็คงไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ โดยได้พยายามแก้ไขมาตลอด แต่ก็ยังไม่สำเร็จ ตนจึงเข้ามาช่วย จากนี้ไปใครที่คิดจะเข้ามาอาศัยวัด อาศัยผ้าเหลือง เป็นที่มั่วสุมกันเสพและขายยาบ้ากัน ขอให้เลิก เพราะตนจะตรวจสอบทุกวัดแบบต่อเนื่องทุกเดือน เพื่อให้วัดใน อ.อู่ทอง เป็นวัดต้นแบบนำร่อง เป็นวัดปลอดยาเสพติดทั้งอำเภอ

สำหรับพระที่ถูกจับสึกนั้น ประกอบด้วย พระจากวัดโภคาราม ต.จรเข้สามพัน 8 รูป วัดเขาพระศรีสรรเพชญาราม ต.อู่ทอง 8 รูป วัดจำปา ต.บ้านโข้ง 6 รูป วัดโภคาราม ต.ดอนคา วัดยางยี่แส ต.กระจัน วัดปากแสก ต.เจดีย์ วัดละ 3 รูป สำนักสงฆ์ทรัพย์ใหญ่ ต.พลับพลาไชย 3 รูป วัดช่องลม ต.อู่ทอง วัดโพธิ์เขียว ต.บ้านโข้ง วัดละ 2 รูป วัดโพธิ์ทองเจริญ วัดชัฏดงคำ วัดเขาวงศ์ ต.พลับพลาไชย วัดหนองหลุด ต.หนองโอ่ง วัดหนองตามสาม ต.อู่ทอง วัดละ 1 รูป.

พบสาเหตุพระสุพรรณถูกจับสึก 18 วัด !

เจ้าคณะจังหวัดไม่ค่อยอยู่ นู่น ! หนีไปรับกิจนิมนต์เดินธุดงค์ธรรมชัย ไปหากินกับธรรมกายที่ปทุมธานี ทอดทิ้งเขตปกครองของตนเอง ปล่อยปละละเลย จนพระเณรหยำเปติดยาบ้าเกลื่อนเมือง จนประชาชนทั่วไปทนไม่ไหวต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจ และถูกจับสึกระนาวถึง 18 วัด งามหน้าไปทั่วโลก

นี่ไงฮะพระตัวอย่างของธรรมกาย เรื่องธรรมกายละรู้หมด แต่เรื่องของตัวเองไม่ยักกะรู้ แบบนี้ท่านนายอำเภอน่าจะจับเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณสึกด้วย เพราะเสพติดอำนาจหนักกว่าพระเณรทั้งจังหวัดอีก


พระเทพสุวรรณโมลี
(สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.8)
เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี

พระเทพสุวรรณโมลี หรือหลวงตาสอิ้ง เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี ผู้ที่ธรรมกายเชิดชูเป็นปูชียบุคคล เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติอย่างยากจะหาได้ในปัถพี แต่วันนี้ก็ปรากฏแล้วว่า "ห่วยแตก" เพราะพระเณรในเขตจังหวัดสุพรรณภายใต้การปกครองของหลวงตาสอิ้ง ทั้งเสพท้งค้ายาบ้า-ยาไอซ์เกลื่อนเมือง ถูกนายอำเภอจับสึกมากมายเป็นประวัติการณ์ถึง 18 วัด 43 รูปเป็นผลงานอัปยศระดับโลกของหลวงตาสะอิ้ง ที่รับรองว่าอีกร้อยปีก็ไม่มีใครสามารถทำลายสถิติลงได้ ธรรมกายน่าจะส่งเรื่องนี้ไปให้แก่ "กินเนสบุ๊ค"บันทึกไว้เป็นเกี่ยรติประวัติแก่หลวงตาสอิ้งด้วยนะ บางทีปีหน้าหลวงตาสอิ้งก็คงจะทำลายสถิติเพิ่มเกียรติประวัติเข้าไปอีก เหมือนธุดงค์ธรรมกายที่ทำลายสถิติตัวเองมาแล้ว จริงๆ นะจ๊ะ ท่านธัมมชโย

ก็คงต้องรอคำตอบจากสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ว่าจะปูนบำเหน็จรางวัลให้แก่พระเทพสุวรรณโมลีอย่างไร จะได้เหมาะสมกับความทุ่มเทเสียสละที่มีให้แก่ธรรมกาย เพราะความจริงก็ไม่ยากเย็นอะไรเลย ในเมื่อตัวเองมีตำแหน่งอยู่สุพรรณ แต่อยากจะไปทำงานที่วัดพระธรรมกายปทุมธานี ก็นิมนต์ไปอยู่ที่วัดพระธรรมกายเสียก็จะสมใจแน่แท้ ชิตัง เม..



ภาพชุด "ไอเลิฟ" ธรรมกาย
ของพระเทพสุวรรณโมลี เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี







อยู่สุพรรณมันไม่อบอุ่น
 สู้อยู่ในอ้อมกอดของธรรมกายไม่ได้
เห็นไหม ล้อมหน้าล้อมหลัง เหมือนดาวล้อมเดือน
เดินก็สบายเท้า ทั้งปูพรมและโรยกลีบกุหลาบ
เกิดชาติหน้าหลวงตาขอเป็นทาสธัมมชโยตลอดไป





แบบหลวงตาสอิ้งนี้เรียกว่า คนไม่รู้หน้าที่
"เขาให้ทำอย่างหนึ่ง แต่ไพล่ไปทำอีกอย่างหนึ่ง"
ถึงอยู่ต่อไปก็ไม่มีความหมาย


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

01 มิถุนายน 2556

ข่าว : ไทยรัฐ01 มิถุนายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ