วันอังคารที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เพื่อความมั่นคงของชาติ การครองแผ่นดินโดยธรรม ถวายเป็นพระราชกุศล โดย มหาชนชาวไทย?






ในขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้ความสำคัญกับเกษตรกรชาวนาชาวไร่ จากโครงการฝนหลวง โครงการชลประทาน และโครงการหลวงมากมาย ก็เพราะพระองค์มีพระราชประสงค์ให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศและยากจนให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น พึงตนเองได้ แต่ก็เกิดนักการเมืองและข้าราชการชั่วมาทำลายความหวังดีที่พระองค์ทรงทุ่มเทมาทั้งชีวิตของพระองค์หมด ไม่มีเหลือ  

โครงการช่วยชาวนาแห่งชาติ
                  เพื่อถวายเป็นพระกุศล แด่ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก  และวโรกาสมหามงคล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระชนมพรรษา ๗ รอบ
หลักการและเหตุผล

        เพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ของชาวนาและเกษตรในประเทศ ในขณะนี้   ข้าพเจ้า นาย สมเกียรติ กาญจนชาติ (NGO) อดีตที่ปรึกษาคณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ติดตาม ตรวจสอบ ส่งเสริมกิจการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรมและกฎหมาย วุฒิสภา และคณะทำงาน ได้ประสานกับ ท่านเจ้าคุณ  พระเทพสารเวที ผู้ปฎิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช  โดยหาทางแก้ไขปัญหาด้านความมั่นคงของชาติ
 โดยได้รับข้อมูลและการแนะนำในเรื่องต่างๆที่ สามารถจะนำไปแก้ปัญหาของชาติได้
โดยขอเสนอเนื้อหาดังต่อไปนี้ เพื่อท่านได้พิจารณาและวิเคราะห์หาแนวทาง การประยุคต์ใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนและประเทศชาติ ท่านเจ้าคุณพระเทพสารเวที เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช  ได้ให้ข้อมูลมาประมาณ ๒ ปี
คือ สมัยรัฐบาลทักษิณ ได้พยายามนำศาสนสมบัติของพระศาสนาทั่วประเทศไปเป็นประโยชน์ของตน ร่วมถึงเงินของมูลนิธิของพระศาสนาทั่งประเทศ
เลขานุการสมเด็จพระสังฆราชเห็นว่า ถ้าสามารถนำที่ดินศาสนสมบัติของวัดทั่วประเทศและเงินของมูลนิธิที่ฝากไว้กับธนาคาร(ไม่ต่ำกว่าเก้าแสนล้านบาท มาบริหารจัดการโดย ใช้หลักธรรมของพระศาสนา ตามหลักของเถรวาท คือ ทำให้ประชาชมมีปัจจัยสี่ ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง และมีศีลธรรม ส่งเสริมการศึกษาโดย สามารถนำที่ดินที่มีทั่งหมดและศาสนสมบัติและที่ ราชพัสดุ หมายถึง อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด มาจัดสรรที่ทำกินเพื่อช่วยชาวนารวมถึงเกษตรกรได้ สามารถนำเงินของมูลนิธิมาบริหารจัดการแก้ปัญหาหนี้สินของชาวนา (ข้อมูลล่าสุดวัดธรรมกายได้เข้าไปยึดวัดร้างสามพันกว่าวัดทั่วประเทศแล้ว)
หลักการดำเนินโครงการ  มหาชน ต้องปกป้องหลักธรรมตามพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า เพื่อการครองแผ่นดินโดยธรรม ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งเสริมการอยู่แบบพอเพียง


เป้าหมายระยะยาว 
    เพื่อชาวเหลือชาวนาและเกษตรในประเทศอย่างยังยืน สามารถปกป้องและสืบทอดพระศาสนา โดยแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติ โดยใช้หลักพระศาสนา เน้นการรักษาพระธรรมวินัย ของพระสงฆ์ในประเทศ ให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่เยาวชนและประชาชนในประเทศไทยทั่วทุกภาคส่วน ได้มีความรู้ เกิดจิตสำนึกในคุณธรรมและจริยธรรม (ศีล๕) โดยยึดหลักธรรมะเป็นใหญ่
เป้าหมายระยะ๑๐ปี  (พศ.๒๕๕๙-๒๕๖๙เผยแพร่และปลูกฝังแนวคิดโครงการต้นแบบนี้ทั่วประเทศ

ยุทธศาสตร์การดำเนินงาน  

            . ใช้หลัก การครองแผ่นดินโดยธรรม และหลักศีล๕ บรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ในสังคมไทย
                 ทั้งประเทศ และฟื้นฟูจิตใจประชาชนในกรณีปัญหาต่างๆในประเทศไทย
                 สร้างพื้นที่โครงการต้นแบบขึ้นที่วัดธรรมยุต ประมาณ 2,000 วัด ทั่วประเทศ
             ๒.วางแผนการในการเผยแพร่เอกสารสื่อ DVD การอบรมพระกรรมฐานและหนังสือนิพนธ์ใน
                 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก
             ๓. อบรมธรรม โดย ใช้การบรรยายธรรมกรรมฐาน ของ
                 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก และ พระอริยสงฆ์ในประเทศ
             .พัฒนา ส่งเสริม กิจกรรมทุกจังหวัด และเผยแพร์ข้อมูลข่าวสาร โดยเป็น
                 ช่องทางให้สาธารณชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนโครงการ

กลุ่มเป้าหมาย
             .ชาวนาและเกษตรในประเทศ วัด หน่วยงานราชการ และสถาบันการศึกษา ภาคประชาชน ทั่วประเทศไทย

แนวคิดและรูปแบบการดำเนินงาน

                แนวความคิด กำหนดกิจกรรมในการอบรมสัมมนาเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ทั่วประเทศในระยะเวลา ๑๐ ปีข้างหน้า โดยเน้นความร่วมมือและการสนับสนุนจากรัฐบาล กองทัพ หน่วยงานราชการทุกภาคส่วน โดยพันธมิตรทั้งภาครัฐเอกชน ตลอดจนองค์กรพัฒนาสังคม ที่ให้ความสนับสนุนในการทำประโยชน์ เพื่อปฎิรูปประเทศไทยให้เกิดความสงบอย่างยั่งยืนตลอดไป

กิจกรรมในโครงการ 

                 .คณะทำงานและ ข้าพเจ้า นาย สมเกียรติ กาญจนชาติ ประสานท่านเจ้าคุณ พระเทพสารเวที เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เพื่อเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ให้ชาวนาและเกษตร ประชาชน หน่วยงานและ สถาบันการศึกษาและนักเรียนที่ได้ในประเทศทราบ และเข้าร่วมศึกษา ได้นำไปปฎิบัติ

งบประมาณ

      เสนอของบประมาณสนับสนุน การดำเนินโครงการ จาก ประชาชนผู้มีจิตศรัทธา องค์กรภาคเอกชน และแก้ไขกฎหมายในการนำศาสนสมบัติและที่ราชพัสดุ หมายถึง อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด มาจัดสรรที่ทำกินเพื่อช่วยชาวนารวมถึงเกษตรกรได้ และนำเงินของมูลนิธิมาบริหารจัดการแก้ปัญหาหนี้สินของชาวนา


 ผลที่คาดว่าจะได้รับ

.สามารถแก้ไขวิกฤตการณ์ของชาวนาและเกษตรในประเทศ สร้างจิตสำนึกที่ดี ให้อยู่ในจิตใจของเยาวชนและประชาชนในชาติอย่างยั่งยืน

.สามารถแก้ไขปัญหาของชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศมานานได้ เช่น ปัญหายาเสพติด และ การทุจริตคอรัปชั่น และการนำศาสนสมบัติและที่ราชพัสดุ หมายถึง อสังหาริมทรัพย์อันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินทุกชนิด ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด

.ชาวนาและเกษตรในประเทศ จะมีชีวิตที่ดีขึ้น มีความสุข มีรายได้ กินอยู่พอดี ฝึกความรู้จักพอเพียงยึดธรรมะเป็นใหญ่


.ส่งผลดีในแง่ความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจของชาติ  และการพัฒนาสังคม ตลอดจนความมั่นคงของชาติ  อย่างยั่งยืน

 

เนื่องในเวลานี้ได้มีปัญหาต่างๆเกิดขึ้น กับความมั่นคงของสถาบันพระศาสนาของชาติ 
จึงขอนำความคิดเห็นที่อาจเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพระศาสนา 
โดยขอสรุปภาพรวมดังนี้
 พระมหาเถรที่มาบวชเป็นอาชีพ ได้มองเห็นแล้วว่าผลประโยชน์ในพระศาสนาของชาติไทยนั้น มีมากมายมหาศาล เช่น
๑.ศาสนสมบัติของวัด คือ ทรัพย์สินของวัดใดวัดหนึ่ง และเนื่องจากวัดเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ การดูแลรักษาและจัดการก็เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาส ซึ่งเป็นผู้แทนของนิติบุคคล คือ วัด แต่แม้ว่าการดูแลรักษาและจัดการทรัพย์สินของวัดใดๆ จะเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าอาวาสวัดนั้นๆ ก็ตามการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัดที่เจ้าอาวาสจะกระทำได้นั้น จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย และจำต้องเป็นไปตามวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๑๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ ซึ่งกำหนดวิธีการปฏิบัติในการดูแลรักษาและจัดการศาสนสมบัติของวัดไว้เป็นแม่ บทให้เจ้าอาวาสถือปฏิบัติ ซึ่งการจัดการทรัพย์สินของวัดในด้านการลงทะเบียนทรัพย์สิน การจำหน่ายออกจากทะเบียน การทำทะเบียนที่จัดประโยชน์ ทะเบียนผู้เช่า วัดสามารถกระทำได้โดยเรียบร้อย เพราะมีขั้นตอนการดำเนินงานที่ชัดเจน ประกอบกับแบบทะเบียน แบบบัญชี และแบบพิมพ์อื่นๆ กรมศาสนาก็ได้กำหนดไว้ให้แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการดูแลและจัดประโยชน์ในอสังหาริมทรัพย์ของวัด ให้เกิดประโยชน์สูงสุดทั้งด้านพระศาสนาเอง และการจัดหารายได้เพื่อทำนุบำรุงรักษาวัด
๒.เงินที่อยู่ในมูลนิธิ ที่ฝากธนาคารต่างๆไว้ของแต่ละวัดทั่วประเทศ ประเมินไม่น่าตำกว่าหลักแสนล้านบาท
สรุป ชึ่งถ้านำที่ดินศาสนสมบัติ และ เงินที่อยู่ในมูลนิธิทั่วประเทศของวัดต่างๆ มาบริหารจัดการให้เกิดประโยชน์สุงสุดอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม คงสามารถช่วยเหลือชาวไทยที่ยากจนได้ทั่วประเทศ
และนี้คือที่มาของปัญหา ที่มหาเถรสมาคมและนักการเมือง ต้องการเพื่อผลประโยชน์ตน


หมายเหตุ ประชาชนและสื่อมวลชน หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการตรวจสอบกรรมการมหาเถรทุกท่าน และเจ้าอาวาสวัดทั่วประเทศ ในเรื่องบัญชีธนาคาร และ มูลนิธิของวัดทั่วประเทศ การครอบครองรถหรูตลอดถึงทรัพย์สินต่างๆที่ได้มา ? ท่านใดอาบัติก็ต้องดำเนินการตามพระธรรมวินัย และให้ข้อมูลที่ประจักษ์แจ้งแก่ประชาชนชาวไทย ที่ได้ถวายปัจจัยทำบุญแก่พระสงฆ์ในประเทศนี้

ตัวอย่างของปัญหาน่าศึกษา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ