วันพฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2556

บันทึกความทรงจำโลก การดูแลพระศาสนาของมหาเถรสมาคมและข้าราชการไทย ?


จากบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้กำหนดหน้าที่ของประชาชนไทย ไว้ในหมวด 4 หน้าที่ของชนชาวไทย ดังนี้
1. บุคคลมีหน้าที่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญนี้ (มาตรา 70)[7] โดยมีเจตนารมณ์ เพื่อกำหนดให้เป็นหน้าที่ของบุคคลทุกคนในการพิทักษ์รักษาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งหลักการดังกล่าวเป็นหลักการเดิมตามที่ได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 แต่แก้ไขถ้อยคำเพื่อให้ชัดเจนยิ่งขึ้น นอกจากนี้หลักการดังกล่าวยังได้บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2492 เป็นครั้งแรกอีกด้วย[8],[9] ศึกษาที่ http://www.kpi.ac.th/wiki/index.php/%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%99%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%97%E0%B8%A2
ประชาชนทั่งประเทศต้อง ถามมหาเถรและข้าราชการไทย ? 
จับสึกเณรคำ !


สำนักพุทธฯชี้ 3 ช่อง จัดการปัญหาเณรคำ


1. ถ้าพบว่าประพฤติผิดพระธรรมวินัยเป็นอาจิณ แม้ไม่ถึงปาราชิกก็สั่งสึกได้

2. ไม่มีสังกัดเป็นหลักแหล่ง ก็สามารถสั่งสึกได้

3. ต้องคดีอาญา ก็สามารถสั่งสึกได้

เห็นหรือยังว่าข้าราชการไทยเรานั้นอัจฉริยะปานใด เขามอมเมาประชาชนมาเป็นสิบปี ได้เงินไปเป็นพันล้าน ถามพระสังฆาธิการและสำนักพุทธฯ กลับไม่มีใครรู้อะไรเลย แค่ต้นสังกัดยังไม่รู้ พอข่าวดัง สังคมกดดัน ก็แสดงอัจฉริยภาพได้ไม่ต่างไปจากอรหันต์เณรคำเท่าใดนัก น่านับถือจริงๆ ข้าราชการไทย





"กมธ.ศาสนา" ถกปม "หลวงปู่เณรคำ" จี้ "สำนักพระพุทธศาสนา" เร่งดำเนินการ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ประชุมคณะกรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ซึ่งมีนายจักรธรรม ธรรมศักดิ์ สว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ คนที่ 3 เป็นประธานในการประชุม ได้ประชุมพิจารณาเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมของพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) วัดป่าขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ นั่งเครื่องบินเจ็ต มีภาพถ่ายนอนคู่กับสีกา และใช้สิ่งของที่มีราคาแพง โดยได้เชิญนายวิรอด ไชยพรรณา ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนา จ.ศรีสะเกษ นายกนก แสนประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และดร.สุขุม วงประสิทธิ์ ผู้แทนสำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม เข้าร่วมประชุม

นายกนก กล่าวว่า จากการตรวจสอบพบว่าหลวงปู่เณรคำเป็นพระจริง ซึ่งสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติขณะนี้ได้เรียกพระภิกษุสงฆ์เข้ามารายงานแล้ว โดยถ้าไม่มารายงานก็จะมีกระบวนการทางสงฆ์ ทั้งนี้ในการตรวจสอบต้องดูว่ามีการละเมิดพระธรรมวินัยอย่างไร ถ้าตรวจสอบแล้วพบว่าละเมิดมากก็จะให้สึก อย่างไรก็ตาม ตามระเบียบการสร้างวัด ในการสร้างวัดให้เสร็จไม่จำเป็นต้องมีโบสถ์ แค่มีกุฎิพระให้อยู่ได้ และมั่นคง มีพระจำพรรษาก็ตั้งวัดได้ ส่วนกรณีการอวดอ้างทางธรรมต้องให้คณะกรรมการสงฆ์พิจารณา ส่วนการดูุแลเงินทางสำนักงานพระพุทธศาสนาได้ประสานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าไปตรวจสอบแล้ว แต่หากหลวงปู่เณรคำไม่เดินทางกลับมา การสอบสวนก็สามารถดำเนินการได้ และหากตรวจสอบแล้วว่าผิดจริงก็จะสั่งให้สึกทันที

ขณะที่นายวิรอด กล่าวว่า วัดป่าขันติธรรมสถานะจริงคือ เป็นที่พักสงฆ์ ยังไม่ได้มีการขออนุญาตตั้งเป็นวัด และจากที่สื่อมวลชนรายงานข่าวพบว่า มีการนำป้ายวัดป่าขันติธธรรมออกแล้ว และเปลี่ยนเป็นที่สำนักสงฆ์แทน ทั้งนี้ เรื่องสถานะภาพของหลวงปู่เณรคำ หนังสือสุทธิยังไม่เห็น อย่างไรก็ตามสำนักงานพระพุทธศาสนาได้เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด และได้ส่งเรื่องให้คณะจังหวัดแล้ว ซึ่งทางคณะจังหวัดก็ได้จัดตั้งคณะทำงานขึ้นมา ส่วนเรื่องของการสร้างพระแก้วมรกตนั้น การขออนุุญาตยังไม่มี ไม่ทราบว่ามีเจตนาอย่างไร และเรื่องของการตรวจสอบว่ามีประพฤติกรรมไม่เหมาะสมผิดหรือไม่ ก็กำลังตรวจสอบอยู่เช่นกัน

ทั้งนี้ ในที่ประชุมกรรมาธิการฯหลายคนได้ตั้งข้อสงสัย พร้อมได้ซักถามว่า สำนักพระพุทธศาสนาจะมีการดูแลเรื่องที่หลวงปู่เณรคำได้พูดในสิ่งที่ไม่สมควรพูดอย่างไร ทั้งยังได้แนะอีกว่า สำนักพระพุทธศาสนาต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น และวัดไม่ต้องไปสร้างเพิ่มอีก แต่ให้เอาวัดที่ร้างมาบูรณะใหม่แทน ทั้งนี้ยังได้แนะด้วยว่าเรื่องนี้ต้องทำให้เร็วเพื่อปกป้องพระพุทธศาสนา ซึ่งสำนักพระพุทธศาสนาจึงมีความสำคัญมาก




ข่าว : คมชัดลึก

28 มิถุนายน 2556
21 กระทง จ่อคอหอยเณรคำ !

สงกรานต์แจ้งซ้ำ
 ถ้าเหยียบแผ่นดินไทยได้ก็มหัศจรรย์แล้วเณรคำเอ๋ย
เป็นคดีอาญาทั้งนั้นเลย เหมาะสมกับพระอริยะนะเนีย


ต้องลงไปว่ายกบด้วยนะหลวงปู่ ถึงจะขลัง



เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รอง ผบก.ป. เพื่อขอให้สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม กรณีหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสำนักสงฆ์ขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ที่มีการกระทำที่เข้าข่ายขัดต่อพระธรรมวินัย และเป็นความผิดคดีอาญาหลายประเด็น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เคยเข้าร้องเรียนขอให้ บก.ป.ตรวจสอบการกระทำที่ขัดต่อพระธรรมวินัย และขัดต่อกฎหมายไว้แล้ว 13 ประเด็น โดยทำหนังสือร้องเรียน พร้อมกับนำภาพถ่ายและเอกสารต่างๆ อาทิ คำให้การต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ใบประเมินราคาทองคำจากผู้เชี่ยวชาญ ฯลฯ มอบไว้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาดำเนินการ

นายสงกรานต์ กล่าวว่า จากกรณีพระวิรพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ร่วมกับบริษัท ขันติธรรมก้าวหน้า จำกัด และพวก ได้กระทำการที่เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายอาญา หลายประเด็น ซึ่งตนเคยเข้าร้องเรียนให้ทาง บก.ป.ตรวจสอบข้อเท็จจริงไว้แล้ว 13 ประเด็น ขณะนี้ ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบการกระทำที่น่าจะเข้าข่ายความผิดเพิ่มเติมอีก 8 ประเด็น ประกอบด้วย

1. การออกใบสำคัญรับเงิน หรืออนุโมทนาบัตร หรือเอกสารอื่นใดที่แสดงว่าได้รับเงินหรือทรัพย์สินจากการบริจาค หรือเรี่ยไร ของหลวงปู่เณรคำ หรือบริษัท ขันติธรรมฯ มีหรือไม่

2. บุคคล หรือนิติบุคคล ที่หลงเชื่อโฆษณาการจัดสร้างถาวรวัตถุต่างๆ ของหลวงปู่เณรคำ หรือบริษัท ขันติธรรมฯ นั้น มีหลักฐานการส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ หรือไม่ เช่น ใบนำฝากเงิน สลิปการโอนเงิน ฯลฯ

3. ผู้รับเหมาก่อสร้างองค์พระแก้วมรกต หรือถาวรวัตถุในสำนักสงฆ์ขันติธรรม จ.ศรีสะเกษ และสาขาอื่นๆ ได้จดแจ้งสถานะของสำนักสงฆ์เป็นเช่นไร เกี่ยวกับสถานะการจัดสร้างองค์พระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ว่าได้รับพระบรมราชานุญาต แล้วหรือไม่

4. ทรัพย์สินต่างๆ ที่ได้รับบริจาค หรือเรี่ยไร หลวงปู่เณรคำ หรือบริษัท ขันติธรรมฯ ได้นำไปมอบให้ หรือยักย้าย ถ่ายเท หรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยใช้ชื่อบุคคล หรือนิติบุคคล เป็นผู้ถือครอง หรือมีผู้ถือกรรมสิทธิแทนหรือไม่

5. การขอรับเงินบริจาค หรือเรี่ยไร ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ และหากได้รับอนุญาต มีระยะเวลากำหนดเริ่มต้นและสิ้นสุดเมื่อใด ตลอดจนในใบอนุญาตก็จะต้องระบุปริมาณเงินที่ประสงค์จะรับบริจาค หรือเรี่ยไร ไว้ด้วย โดยใบอนุญาตดังกล่าวจะออกโดยกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย

6. การใช้ชื่อ รพ.ร้อยเอ็ด รับเงินบริจาค หรือเรี่ยไร โดยมีชื่อหลวงปู่เณรคำ ในการโฆษณารับบริจาคเพื่อสร้างอาคารสูง มีการเปิดบัญชีธนาคาร โดยทาง ผอ.รพ.ดังกล่าว มีส่วนรู้เห็นหรือไม่ และจำนวนเงินในบัญชีมีเท่าใด รวมทั้งได้นำเงินไปใช้ตามที่โฆษณาไว้หรือไม่

7. การใช้ชื่อวัดป่าขันติธรรม ไปโฆษณาชวนเชื่อหรืออวดอ้างต่อประชาชน โดยรู้อยู่แล้วว่ามิได้มีสถานะเป็นวัด แต่อย่างใด และยังไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ให้มีชื่อเป็นวัดป่าขันติธรรม โดยให้ประชาชนหลงเชื่อบริจาคเงิน หรือทรัพย์สิน จึงเป็นการเจตนาปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ประชาชนทราบ ทำให้ผู้อื่น หรือประชาชนได้รับความเสียหาย และ

8. เรื่องของการรับเงิน และทรัพย์สินที่เกิดความเสียหายชัดแจ้ง ปรากฏพยานหลักฐานจาก 2 กรณี คือ 8.1 กรณีการจัดพิธี “มหากฐินทาน” โดยจัดทำต้นกฐินสูง 9 เมตร 36 ต้น ได้รับเงินบริจาคกว่า 100 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2553 และ 8.2 หลวงปู่เณรคำ ได้กล่าวในพิธีวางศิลาฤกษ์สร้างมหาวิหารคลุมองค์พระแก้วมรกต ระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน 2554 มีใจความว่า ทองคำที่รับบริจาคมากว่า 2 ปี มีจำนวนกว่า 8,000 กิโลกรัม จึงได้ประสานร้านทองคำซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญให้คำนวณปริมาณทองคำกับราคาขาย ซึ่งพบว่า ทองคำกว่า 8,000 กิโลกรัม นั้น มีมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนมหาศาล
นายสงกรานต์ กล่าวอีกว่า การร้องเรียนในประเด็นต่างๆ เพิ่มเติมในครั้งนี้ อยากให้ทางตำรวจ บก.ป.ช่วยสืบสวนสอบสวน และหากพบว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิดคดีอาญา ก็ขอดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องตามความผิดในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 และความผิดในฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.ประสพโชค กล่าวว่า ได้รับเรื่องไว้โดยจะเร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงในประเด็นต่างๆ ที่มีการร้องเรียนดังกล่าว เบื้องต้นได้มอบหมายพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป.รับไว้ดำเนินการ อย่างไรก็ดี ทางตำรวจ บก.ป.ยืนยันว่าพร้อมจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะมีการแจ้งผลการสืบสวนสอบสวนประเด็นต่างๆ ให้ทราบต่อไป



ข่าว : เดลินิวส์
28 มิถุนายน 2556




เตรียมปลดบักเณรคำ !

ขีดเส้นตาย รายงานตัวภายใน 3 วัน
มิเช่นนั้นจะเปลี่ยนเจ้าอาวาสวัดป่าขันติธรรมทันที

อา..กล้าหรือฮะ ปลดเณรคำจากเจ้าอาวาสก็เท่ากับปลดพระอรหันต์เชียวนะ บาปมหันต์ระดับอนันตริยกรรมเชียว !




"เณรคำ" ยังไม่มาร่วมงานประจำปีของวัด

พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต, พระครูกิตติวรโสภณ เจ้าคณะตำบลดูน รักษาการเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์, พระครูสิริวินัยวัฒน์ เจ้าอาวาสอำเภอเมืองศรีสะเกษ และพระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ภายหลังจากที่เดินทางนำหนังสือคำสั่งของ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ( ธ ) ไปมอบให้พระผู้ที่ดูแลแทนหลวงปู่เณรคำ ที่วัดป่าขันติธรรม แล้วตั้งแต่บ่ายวานนี้ ได้นำรายงานความคืบหน้ามารายงานให้เจ้าคณะจังหวัดได้ทราบ โดยเฉพาะในเรื่องการจัดงาน และการตรวจสอบวัดสาขาของหลวงปู่เณรคำ ที่อยู่อำเภอขุนหาญ อีก 2 สาขาด้วย


ถ้าไม่มารายงานตัวภายใน 3 วัน จะตั้งรักษาการแทน

พระครูวัชระสิทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าศรีสำราญ ตำแหน่ง พระเลขาเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต รายงานเจ้าคณะจังหวัด(ธ) ทราบว่า ภายหลังจากบ่ายวานนี้ ได้นำหนังสือคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัดไปอ่านให้พระผู้ดูแลวัด พร้อมญาติโยมมัคทายกวัดได้ทราบแล้ว ก่อนที่มอบหนังสือคำสั่งดังกล่าวให้ไปปฎิบัติทันที โดยเฉพาะในเรื่องให้ พระวีรพล ฉัตตฺโก หรือ หลวงปู่เณรคำ เดินทางกลับมาให้รับการสอบสวนจากคณะสงฆ์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัด ถึงข้อเท็จจริงด้วยตนเองภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2556 และหากไม่มาคณะสงฆ์เห็นว่า ต้องมีการแต่งตั้งผู้ดูแลสำนักสงฆ์ใหม่ เพื่อสร้างความกระจ่างให้สังคม พร้อมเร่งรัดในการจัดตั้งวัดให้ถูกต้องต่อไป โดยอาจจะต้องขอประชามติจากชาวบ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ ในการนำเสนอข้อมูลการจดตั้งวัด และแต่งตั้งผู้ดูแลสำนักสงฆ์เพื่อจะได้เสนอตั้งวัดให้ถูกต้องหากพระวีรพล ไม่เดินทางกลับมาตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัด(ธ) ส่วนเรื่องประเด็นเส้นทางการเงินบริจาคต่างๆ ที่สังคมสงสัยก็จะได้รอการรายงานการทำบัญชีเข้าออกจากลูกศิษย์วัดต่อไป


ข่าว : คมชัดลึก
28 มิถุนายน 2556





"หนีไม่ออก"

เจ้าคณะจังหวัดอุบลยอมรับ
"เณรคำสังกัดวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ"
มีพระราชธรรมโกศลเป็นเจ้าอาวาส

"ย้ายมาสังกัดตั้งแต่ 5 ปีก่อน"


อา..งานเข้าเลยทีนี้ ขอถามทีนะครับ พระเดชพระคุณพระราชธรรมโกศลที่เคารพ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อจะรับผิดชอบอย่างไร ในฐานะที่เป็นผู้ปกครองโดยตรงของเณรคำ

1. เณรคำสังกัดวัดเจ้าคณะจังหวัด แต่กลับไม่เคยจำพรรษาที่วัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อเลยนั้น มันเป็นไปได้อย่างไร พระระดับเจ้าคณะจังหวัดปกครองลูกวัดกันอย่างนี้หรือ ?

2. เณรคำมีสาขาอยู่ทั้งในและต่างประเทศนับเป็นร้อยๆ แห่ง และมีที่อยู่ไม่เป็นหลักแหล่งนั้น ถามว่าหลวงพ่อไม่รู้เรื่องเลยหรือ หรือว่ารู้ แต่สมรู้ร่วมคิด

3. หลวงพ่อเคยได้รับนิมนต์ไปร่วมงานที่วัดป่าขันติธรรม ศรีสะเกษ หรือเปล่า ถ้าเคยไป, ก็ถามว่า ไม่เคยเฉลียวใจเลยหรือไร ว่าทำไมเณรคำซึ่งเป็นพระลูกวัดของท่านมาสร้างอาณาจักรที่ต่างจังหวัดมูลค่าเป็นพันล้าน แล้วตัวหลวงพ่อซึ่งเป็นถึงเจ้าอาวาสและเจ้าคณะจังหวัดมีฐานะอะไร มิใช่ถูกเณรคำหลอกใช้เป็นที่คุ้มหัวป้องกันภัยดอกหรือ

4. กรณีเณรคำซึ่งเป็นธรรมยุตทำสำส่อน ไปร่วมสังฆกรรม กินนอนอยู่กับพระในคณะมหานิกาย ทั้งในและต่างประเทศนั้น ถามว่าถูกต้องตามพระธรรมวินัยนิยมหรือเปล่า


ความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อคณะสงฆ์ไทยในวันนี้ พระราชธรรมโกศล จึงไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบไปได้ ต้องนิมนต์ลาออกสถานเดียว นิมนต์ลงโทษตัวเองเสียเถิดครับหลวงพ่อ อย่าให้สังคมลงโทษท่านเลย

ขอประทานกราบเรียนไปยัง เจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัต ในฐานะเจ้าคณะใหญ่ธรรยุติกนิกาย ว่าจะปูนบำเหน็จเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ผู้มีผลงานดีเด่นระดับโลกในครั้งนี้




พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์ ทสฺสนีโย)
เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธรรมยุต)
เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี
รับค่าย้ายสังกัดจากหลวงปู่เณรคำ



จากกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า พระวิรพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำสังกัดวัดใดนั้น ความคืบหน้าล่าสุด วันนี้ (27 มิ.ย.) พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า กรณีมีข้อสงสัยว่า หลวงปู่เณรคำ สังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อหรือไม่นั้น ทราบว่าหลวงปู่เณรคำได้บวชที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี จากนั้นในปี 2549 ได้มาเข้าสังกัดวัดนี้ โดยหลังจากที่ได้สังกัดแล้วก็ได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษจนถึงปัจจุบัน ส่วนเวลาไปต่างประเทศก็จะใช้สังกัดของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ซึ่งได้เคยถามหลวงปู่เณรคำกลับไปว่า ทำไมไม่ย้ายไปสังกัดที่จังหวัดศรีสะเกษให้เรียบร้อย หลวงปู่เณรคำก็ตอบว่า ยังติดขัดอยู่ จึงยังขอขึ้นที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อไปก่อน แต่หลวงปู่เณรคำไม่ได้อยู่หรือจำพรรษาที่วัดเลย ส่วนใหญ่จะอยู่ที่วัดป่าขันติธรรม

“หลวงพ่อได้รายงานเอกสารการสังกัดวัดของหลวงปู่เณรคำ ให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรายงานให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ รับทราบแล้ว โดยอาตมาเป็นผู้อนุญาตให้หลวงปู่เณรคำใช้สังกัดของวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตี้อเอง ส่วนโทษที่ไม่ได้อยู่วัดที่สังกัดนั้น คงต้องไปดูในรายละเอียดอีกครั้ง” เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ กล่าว



ข่าว : ข่าวสด
28 มิถุนายน 2556




เจ็ดวันบรรลุธรรม !

แฉ ดร.เก๊ "สุขุม" เพิ่งร่วมแก๊งค์เณรคำแค่ 7 วัน แต่มันทำแสนรู้ไปหมด แปลศัพท์แสงอริยะซะจนกลายเป็นพจนานุกรมตลกแห่งประเทศไทย ถ้าเป็นสมัยก่อนรับรองว่า"โดนกระทืบจมแผ่นดินไปแล้วมึง"




โฉมหน้า ดร.กำมะลอ



พศ.แฉ "สุขุม" ยอมรับ เพิ่งเข้ามาช่วยงาน

เมื่อเวลา 13.30น. ที่ห้องประชุม 310 อาคารรัฐสภา 2 รัฐสภา คณะ กรรมาธิการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้เชิญตัวแทนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และตัวแทนจากทางกลุ่มลูกศิษย์พระวิรพลเข้ามาชี้แจงกรณีข่าวต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับตัวของหลวงปู่เณรคำ โดยมีนพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธานคณะกรรมาธิการศาสนาฯ คนที่สาม เป็นประธานการประชุม และให้ผู้แทนจากทั้งสองกลุ่มเข้าชี้แจงคนละรอบ ซึ่งทางผู้แทนจากทางสำนักงานพระพุทธศาสนาฯเป็นฝ่ายเข้าชี้แจงก่อน

ขณะที่นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ (พศจ.ศรีสะเกษ) กล่าวว่า ทางคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะสงฆ์จ.ศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต ได้กำหนดให้หลวงปู่เณรคำ มาชี้แจงข้อเท็จจริงภายในวันที่ 30 มิ.ย. นี้ หากไม่เดินทางมาภายในวันที่กำหนด จะมีการหารือถึงแนวทางในการดำเนินการต่อไป พร้อมกันนี้พศจ.ศรีสะเกษ ยังได้ทำหนังสือแจ้งไปยังพล.ต.จตุรานนท์ สิงหเดช อยู่บ้านเลขที่ 99/9 หมู่ที่ 11 แขวงคันนายาว เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ซึ่งมีชื่อเป็นผู้ขออนุญาตสร้างวัดป่าขันติธรรม ว่าจะยังยืนยันในการขออนุญาตสร้างวัดบนพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่

จากนั้นทางคณะกรรมาธิการศาสนาฯ วุฒิสภา ยังตั้งข้อสังเกตในกลุ่มลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ ที่ออกมาชี้แจงในแต่ละครั้ง จึงมีการสอบถามในการประชุมถึงผลการประชุมของคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ที่มีการเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาชี้แจงในเรื่องหลวงปู่เณรคำเช่นกัน ซึ่งที่ประชุมได้สอบถามไปยังนายบุญเชิด กิติธรางกูร ผอ.ส่วนกิจการคณะสงฆ์ สำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สํานักงานพระพุทธศาสนาฯ ซึ่งเข้าร่วมประชุมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. ด้วย โดยนายบุญเชิด กล่าวว่า นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานที่ปรึกษาเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ซึ่งเข้าชี้แจงในฐานะตัวแทนของที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม ยอมรับในที่ประชุมดังกล่าวว่าเพิ่งเข้ามาช่วยงานกับทางที่พักสงฆ์ขันติธรรมเพียง 7 วัน เท่านั้น



ข่าว : คมชัดลึก
28 มิถุนายน 2556



"ยายลอน"
เจ้าของที่วัดป่าขันติธรรม !

อธิบดีกรมที่ดินยืนยัน

อา..แล้วศิษย์พระอริยะคนไหนที่ไปออกรายการทีวีว่า ยายลอนไม่ใช่เจ้าของ ไม่มีสิทธิ์ เป็นแต่เพียงยายเฒ่าเฝ้าวัดเฉยๆ แถมยังเคยโกงเงินวัดอีกด้วย งานนี้แหละที่จะทำให้พระอรหันต์กำมะลอเข้าวัดป่าขันติธรรมไม่ได้






อธิบดียันที่ดิน "ยายลอน"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแถลงการณ์ของวัดป่าขันติธรรมที่นำมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการศาสนาฯในครั้งนี้ ปรับเปลี่ยนชื่อจากวัดป่าขันติธรรม เป็นที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม มีพระครูภาวนาวรธรรมวิเทศ เป็นรักษาการแทนประธานสงฆ์ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม

ขณะเดียวกัน กลุ่มพุทธศาสนิกชนไทยแจ้งว่าที่ได้ยื่นหนังสือขอให้กรมที่ดินตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าที่ดินบริเวณของวัดป่าขันติธรรมเป็นที่ดินของใครนั้น กรมที่ดินได้มีหนังสือแจ้งมาแล้ว ลงนามโดยนายวานิตย์ อินทรักษ์ รองอธิบดี ปฏิบัติราชการแทนอธิบดีกรมที่ดิน ระบุว่า ที่ดินบริเวณวัดป่าขันติธรรม มีชื่อ
 นางลอน มนัส เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในที่ดิน จำนวน 5 แปลง เนื้อที่รวม 14 ไร่ 1 งาน 19 ตารางวา ประกอบด้วยโฉนดที่ดินเลขที่ 44712, 47177, 50067, 50065 และ 50260 อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งโฉนดดังกล่าวอยู่ในการรับผิดชอบของสำนักงานที่ดินจังหวัดศรีสะเกษ สาขากันทรารมย์
ยายลอนโชว์โฉนดที่ดิน

ด้านนางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดินตั้งวัดป่าขันติธรรม อ.กันทรารมย์ นำเอกสารสำเนาโฉนดที่ดิน 5 แปลงที่เป็นชื่อของตัวเองมาแสดงให้ตรวจพิสูจน์ว่าเป็นเจ้าของที่ดินตั้งวัดป่าขันติธรรมอย่างแท้จริง โดยนางลอนกล่าวว่า โฉนดตัวจริงจำนวน 3 ฉบับ มอบให้หลวงปู่เณรคำไปแล้ว เพื่อสร้างสำนักสงฆ์วัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดโดยสมบูรณ์แบบ แต่ไม่ได้จัดสร้าง ไปสอบถามความคืบหน้าของการจัดตั้งวัด หลวงปู่เณรคำบอกว่าหากตั้งวัดให้ถูกต้องสำนักงานพระพุทธศาสนารวมทั้งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องก็จะเข้ามาตรวจสอบเกี่ยวกับเงินบริจาคทั้งหมด จะทำให้ใช้จ่ายเงินไม่สะดวก


ข่าว : ข่าวสด
28 มิถุนายน 2556



เจออีกข้อหา

"อุปัชฌาย์เถื่อน"
หลายเถื่อนเลยนะบักเณรคำนี่






ศูนย์รวมของเถือนของโลก


 1. อรหันต์เถื่อน
2. วัดเถื่อน
3. พระแก้วเถื่อน
4. พระอุปัชฌาย์เถื่อน
ต่อไปอาจจะมีรถเถื่อน ฯลฯ



ชี้เณรคำไม่ใช่พระอุปัชฌาย์

ที่ จ.ศรีสะเกษ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าอาวาสวัดหนองหญ้าลาด อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) กล่าวถึงกรณีที่หลวงปู่เณรคำประกอบพิธีบรรพชาอุปสมบทเป็นพระภิกษุให้ชาวต่างชาติ ว่า พระภิกษุที่จะได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ต้องได้รับตราตั้งพระอุปัชฌาย์ จึงจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เท่าที่ทราบหลวงปู่เณรคำไม่ได้รับการแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์แต่อย่างใด หากคณะสงฆ์ทราบหรือมีหลักฐานว่าหลวงปู่เณรคำไปประกอบพิธีอุป สมบทให้ ถือว่าหลวงปู่เณรคำมีความผิด ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 17 (พ.ศ.2536) ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระอุปัชฌาย์


ข่าว : ข่าวสด
28 มิถุนายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ