วันจันทร์ที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ใช้ปัญญาพิจารณา บวชเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา" แต่วัดนี้กลับบอก "สึกเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา" ?

ากลิ้ง !
วัดป่าสุนันทวนารามออกแถลงการณ์
ประกาศสาเหตุพระมิตซูโอะสึกกะทันหัน
"เพราะต้องการเผยแผ่พระพุทธศาสนา"
ฮ่าๆ แหมคนไทยนี่งี่เง่ากันทั้งประเทศละกระมัง
พระวัดป่าท่านบอกอะไรก็เชื่อไปหมด

สอนให้เขาใช้ปัญญาพิจารณา
แต่ว่าตัวคนสอนน่ะ กลับไม่ยอมใช้ปัญญา ก็น่าสงสาร
สั่งสมศรัทธามานมนาน มาล้มละลายภายในวันเดียว


อา..ชักจะเลอะเทอะไปกันใหญ่แล้วไหมล่ะท่าน ออกแถลงการณ์แบบนี้ก็เสียมวยสิฮะ เขามีก็แต่ "บวชเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา" แต่วัดนี้กลับบอก "สึกเพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา" ไม่บ้าก็คงบ๊องละกระมัง วันนี้เห็นที "หม่ำจ๊กมก"จะเล่นตลกไม่ออกซะแล้ว เพราะถูกพระวัดป่าขโมยมุก ถ้ากระนั้นก็นิมนต์พระสงฆ์ไทยสึกให้หมดประเทศเสียทีเถิด อยู่ในผ้าเหลืองมิได้ช่วยเผยแผ่พระพุทธศาสนาอะไร สึกออกไปจะดีกว่า ตอบแบบนี้ถือว่าดูถูกภูมิปัญญาหลวงพ่อชานะครับท่าน เพราะชาวไทยเชื่อว่า พระสายวัดหนองป่าพงนั้นสมบูรณ์พูนพร้อมด้วยศีล สมาธิ และปัญญา มีเหตุมีผลที่สามารถรับฟังได้ ความจริงคืออะไรก็บอกไปสิ จะกลัวอะไร ในเมื่อใส่กางเกงแล้วมันจะต่างตรงไหนกับคนทั่วไป ดังนั้น แค่เหตุผลว่า "ป่วยและต้องการเผยแผ่พระพุทธศาสนาในรูปแบบของฆราวาส" นี้ ยังไม่เพียงพอต่อคำถามที่ค้างคาใจสังคมไทยหรอก เนื่องเพราะพระมิตซูโอะนั้นได้แสดงตัวต่อสาธารณชนคนไทยมายาวนาน ว่ามุ่งมั่นในการปฏิบัติธรรมเพื่อหลุดพ้น มิใช่การบวชตามประเพณีเหมือนพระไทยทั่วไป ดังนั้น จะพูดอะไรก็ขอคิดให้ดี อย่าผลีผลามตามกระแส เป็นถึงลูกศิษย์หลวงพ่อชา อย่าทำให้เสียหน้าครูบาอาจารย์เลย มันจะได้ไม่คุ้มเสีย นะ เสือยังไว้ลาย นี่เป็นถึงระดับพระกรรมฐานชั้นครู จะไม่เหลือลวดลายอะไรเลยหรือ พูดแบบนี้ ประเดี๋ยวก็ไม่ได้เข้าวัดหนองป่าพงหรอก





"พระอาจารย์หนูพรม" ออกแถลงการณ์ ยืนยัน "หลวงพ่อมิตซูโอะ" ลาสิกขาแล้ว เดินทางไปญี่ปุ่นบ้านเกิด เผยแผ่พระพุทธศาสนาในฐานะฆราวาส ย้ำมูลนิธิ และโครงการที่พระอาจารย์ริเริ่ม ยังคงดำเนินงานปกติ...

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. จากกรณีพระมิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขาแล้วที่วัดชนะสงคราม กทม. และเดินทางกลับประเทศญี่ปุ่นทันที จากการออกมายืนยันของแม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี อุบาสิกาที่ปฏิบัติธรรมในวัดป่าสุนันทวนาราม ซึ่งได้สร้างความตกใจให้กับศิษยานุศิษย์

ล่าสุดที่มูลนิธิมายาโคตมี ย่านพัฒนาการ พระอาจารย์หนูพรม สุชาโต รองเจ้าอาวาส และรักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ตามที่ปรากฎเป็นข่าวในสื่อต่างๆว่า พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก ลาสิกขานั้นเป็นความจริง โดยขณะนี้ได้เดินทางไปต่างประเทศแล้ว โดยมีจุดหมายปลายทางที่ประเทศญี่ปุ่นบ้านเกิดของพระอาจารย์ โดยจะยังคงทำงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาในฐานะฆราวาสต่อไป

ทั้งนี้ในส่วนของมูลนิธิ และโครงการต่างๆ ที่พระอาจารย์ได้ริเริ่มไว้ คณะทำงานจะยังคงดำเนินงานไปตามปกติ เนื่องจากพระอาจารย์ได้วางรากฐานไว้แข็งแรงแล้ว พร้อมลงท้ายในแถลงการณ์ว่า ขอให้พวกเราทุกคนรักเมตตาต่อกัน และดำเนินงานประหนึ่งเป็นครอบครัวเดียวกัน ดังความประสงค์ของพระอาจารย์ไว้ให้จงดี


ข่าว : ไทยรัฐ
11 มิถุนายน 2556



อึ้ง-ทึ่ง !
ผอ.พศ. ตีหน้าเซ่อ "ผมเองก็งง"
ไม่รู้ว่าพระมิตซูโอะสึก สึกที่ไหน และทำไมถึงสึก

นั่นนะสิ เรื่องแบบนี้นพรัตน์จะไปรู้อะไร เขากำลังคิดการใหญ่ให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพุทธศาสนาโลก จึงไม่ได้สนใจเรื่องขี้ปะติ๋วอะไรพวกนี้ ถามเรื่องเมืองดัลลัสจะตอบง่ายกว่ามั๊ง

 


นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

เจ้าของฉายา "แสนรู้" รู้ทุกเรื่องในเมืองไทย

 

คาด 2 ปม 'พระอาจารย์มิตซูโอะ' สึก

พศ. ช็อก ! 'พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก' สึก ยันไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย แม่ชียืนยันลาสิขาบทจริง คาดสาเหตุมาจากปัญหาสุขภาพและอยากกลับไปพัฒนาญี่ปุ่นบ้านเกิด

10 มิ.ย. 2556 นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยถึงกรณีพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี พระชื่อดัง ลูกศิษย์หลวงพ่อพระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา) ลาสิกขาบทว่า หลังทราบข่าวตนรู้สึกงงๆ และตกใจมาก เนื่องจากพระอาจารย์มิตซูโอะได้บรรพชามานานหลายสิบปี ทำคุณประโยชน์ด้านพระพุทธศาสนามากมาย โดยเฉพาะการสอนและเผยแผ่การปฎิบัติธรรมที่มีความชัดเจน เข้าใจง่าย มีการปฎิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งสอนให้ทั้งชาวพุทธที่เป็นคนไทยและต่างชาติ และเดินทางไปเผยแผ่ทั่วประเทศ นอกจากนี้ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับแนวทางปฎิบัติธรรม ทำการกุศลต่อสาธารณะนำสิ่งของที่ได้รับการถวายมาไปบริจาคช่วยเหลือพี่น้องในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

“ตอนแรกที่ทราบข่าวก็ไม่อยากเชื่อ ช็อกไปเลย เพราะไม่คิดว่าท่านมิตซูโอะจะสึก แต่คนจะคลอดลูก พระจะสึก ห้ามกันไม่ได้ ถือเป็นเรื่องของความพอใจของท่าน ท่านน่าจะคิดทำดีที่สุดแล้ว ส่วนเหตุผลของการสึกครั้งนี้น่าจะเป็นเหตุผลส่วนตัว ที่เรามิอาจจะทราบได้ เพราะที่ผ่านมาท่านไม่เคยมีเรื่องเสื่อมเสีย หรือมีปัญหา มีความขัดแย้งเรื่องใดๆ ท่านทำดีมาโดยตลอด เมื่อท่านสึกออกไปก็น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งที่ท่านได้สร้างแนวทางปฎิบัติไว้จะมีลูกศิษย์สืบทอดต่อไป อย่างไรก็ตาม กรณีมีกระแสข่าวว่าพระมิตซูโอะสึกที่วัดชนะสงครามฯนั้น บอกตรงๆผมไม่ทราบว่าท่านสึกที่ไหนจริงๆ เพราะการสึกอยู่ที่ผู้บวชพอใจว่าจะสึกที่ไหน กับใคร” ผอ.พศ. กล่าว

แม่ชียืนยันลาสิกขาบทจริง ด้วยเหตุผล "ช่วยเมืองไทยมามากแล้ว อยากช่วยญี่ปุ่นบ้านเกิดบ้าง"

ด้านนายสมชาติ ธีรสุวรรณจักร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมนายศุภมิตร แก้วงอก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ร่วมกันเดินทางไปที่วัดป่าสุนันทวนารา หมู่ 8 ต.ไทรโยค เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อไปถึงวัดพบว่า วัดเงียบเหงามาก โดยนายสมชาติได้สอบถามเรื่องดังกล่าวจากแม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี แม่ชีที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้นานกว่า 8 ปี โดยแม่ชีพิณพรรณ เปิดเผยว่า ตนได้ทราบเรื่องหลวงพ่อลาสิกขาบทเมื่อประมาณ 7 โมงเช้า โดยทางมูลนิธิได้แจ้งมายังทางวัด รู้สึกตกใจมาก โดยทราบว่าสึกที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ และตอนนี้เดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว

"ส่วนสาเหตุดิฉันไม่ทราบ แต่ได้รับทราบว่าหลวงพ่อท่านป่วยเป็นโรคเบาหวานมานานกว่า 2 ปีแล้ว ท่านไม่ค่อยแข็งแรง และมีกิจนิมนต์ตลอดเกือบทุกวัน และอีกเหตุหนึ่งน่าจะมาจากท่านเคยพูดกับญาติโยมว่าท่านเป็นคนญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากจะกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นบ้าง เพราะคนญี่ปุ่นขณะนี้ก็ยังมีคนที่ลำบากมากเช่นกัน ซึ่งดิฉันเชื่อว่าเรื่องสุขภาพกับเรื่องการอยากกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นทำให้ท่านลาสิขาบท แต่เรื่องอื่นๆไม่เคยได้รับทราบ ท่านเป็นพระที่น่ายกย่องนับถือเป็นพระที่มีคำสอนให้แก่ญาติธรรมเพื่อให้เกิดสติในการแก้ปัญหาต่างๆจำนวนมาก รู้สึกเสียดายมาก" แม่ชีพิณพรรณ กล่าว

ส่วนนายสมชาติ กล่าวว่า ตนได้รับทราบข่าวจากหลายฝ่ายที่โทรศัพท์มาถาม ดังนั้นเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงจึงเดินทางมาตรวจสอบ และทราบว่าพระอาจารย์มิตซูโอะได้ลาสิกขาบทแล้ว โดยตอนนี้พระอาจารย์หนูพรม รองเจ้าอาวาสเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสแต่ตอนนี้ไม่อยู่ที่วัดก็เลยยังไม่ทราบว่าจะมีแนวทางอย่างไร แต่ตนรู้สึกว่าเสียดายพระปฏิบัติที่สึกออกไป เพราะประชาชนในพื้นที่ใกล้วัดต่างชื่นชมมากเพราะเป็นพระนักพัฒนาและมีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก รวมถึงได้บริจาคเงินช่วยพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่จำนวนมาก จึงรู้สึกเสียดายมาก

นายศุภมิตร กล่าวว่า ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้มีโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก ยิ่งเมื่อสอบถามมายังวัดทราบว่าพระอาจารย์มิตซูโอะลาสิขาบทจริงยิ่งเสียใจ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความรักและบูชาท่านมาก เพราะท่านให้ทั้งการพัฒนาคน ทั้งพัฒนาท้องถิ่น ท่านให้ทั้งทุนการศึกษากับเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้มีเงินเรียนหนังสือ วัดมีลูกศิษย์มากชาวบ้านก็ทำมาค้าขายได้มีรายได้สามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ตนรู้สึกเสียดายท่านมาก ซึ่งต้องรอดูว่าท่านอาจารย์หนูพรมท่านจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในส่วนของผู้นำท้องที่ก็พร้อมที่จะช่วยวัดให้สามารถพัฒนาต่อ

 11 มิถุนายน 2556

ข่าว : คมชัดลึก
ทางพระนิพพานขาดสะบั้น !
ข่าวยืนยันหลวงพ่อมิตซูโอะสึกจริง !

แม่ชีวัดป่าสุนันทวรารามยืนยัน หลวงพ่อมิตซูโอะ เจ้าสำนัก ลาสิกขาไปแล้ว และไปเลย ไม่มีวันกลับมาในรูปแบบเดิมอีก เหตุผลหลักคือเรื่องสุขภาพ อืม !ฟังยากนะ เพราะถ้าขนาดพระป่ากรรมฐานสายหลวงพ่อชา ซึ่งได้รับการยอมรับว่า "เคร่งครัดและเสียสละมากที่สุดในบรรดาพระสงฆ์ไทยสมัยปัจจุบัน"ยังอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพแล้วลาสิกขา มันก็น่าเสียดายว่า ไม่สมเหตุสมผลเลย เพราะการปฏิบัติเพื่อบรรลุมรรคผลนั้น ล้วนแต่เอาชีวิตเป็นเดิมพันทั้งสิ้น แต่การลาสิกขาด้วยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพก็หมายถึงว่า "กลัวตาย" กระนั้นหรือ ไม่จริงมั๊ง ? ที่สังคมตั้งคำถามตามมาก็คือว่า สึกแล้วทำไมต้องรีบออกจากเขตประเทศไทย ที่นี่ไม่มีหมอหรือไร หรือเขาไม่ให้อยู่วัดอีกต่อไปแล้ว ฯลฯ



"บ๊ายบายไทยแลนด์"
ธรรมะฉบับสุดท้ายของหลวงพ่อมิตซูโอะ



แม่ชีวัดสุนันทวนาราม ยืนยัน 'พระมิตซูโอะ' ลาสิกขาจริง และเดินทางกลับญี่ปุ่นแล้ว คาดปัญหาสุขภาพ-อยากกลับไปช่วยที่บ้านเกิด 'พระอาจารย์หนูพรม' รักษาการเจ้าอาวาสแทน...

จากกรณีที่มีข่าวลือแพร่สะพัดว่า หลวงพ่อมิตซูโอะ เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขา และได้เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้วนั้น

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.30 น. ของวันที่ 10 มิ.ย. 2556 นายสมชาติ ธีรสุวรรณจักร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อม นายศุภมิตร แก้วงอก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ออกเดินทางไปที่วัดป่าสุนันทวนาราม เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อไปถึงวัดพบว่า วัดเงียบเหงามาก โดยนายสมชาติ ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวจาก แม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี อุบาสิกาที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้นานกว่า 8 ปี

แม่ชีพิณพรรณ เปิดเผยว่า ตนได้ทราบเรื่องหลวงพ่อลาสิกขาเมื่อประมาณ 7 โมงเช้า โดยทางมูลนิธิได้แจ้งมายังทางวัดว่าท่านลาสิกขา ตนรู้สึกตกใจมาก ทราบว่าสึกตั้งแต่เมื่อวานนี้ที่วัดชนะสงคราม กรุงเทพฯ และตอนนี้เดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบ แต่ได้รับทราบว่าหลวงพ่อท่านป่วยเป็นโรคเบาหวานมานานกว่า 2 ปีแล้ว ท่านไม่ค่อยแข็งแรง และมีกิจนิมนต์ตลอดเกือบทุกวัน และอีกเหตุผลหนึ่งน่าจะมาจากท่านเคยพูดกับญาติโยมว่า ท่านเป็นคนญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากจะกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นบ้าง เพราะคนญี่ปุ่นขณะนี้ก็ยังมีคนที่ลำบากมากเช่นกัน ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องสุขภาพกับเรื่องการอยากกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นทำให้ท่านลาสิกขาบท แต่เรื่องอื่นๆ ไม่เคยได้รับทราบ ท่านเป็นพระที่น่ายกย่องนับถือ เป็นพระที่มีคำสอนให้แก่ญาติธรรมเพื่อให้เกิดสติในการแก้ปัญหาต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งรู้สึกเสียดายมาก

ด้าน นายสมชาติ นายอำเภอไทรโยค เปิดเผยว่า ตนได้รับทราบข่าวจากหลายฝ่ายที่โทรศัพท์มาถาม ดังนั้นเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงจึงเดินทางมาตรวจสอบ และทราบว่าท่านได้ลาสิกขาแล้ว โดยตอนนี้พระอาจารย์หนูพรม รองเจ้าอาวาส เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาส แต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่ที่วัดก็เลยยังไม่ทราบว่าท่านจะมีแนวทางอย่างไร แต่ตนรู้สึกว่าเสียดายพระปฏิบัติที่ท่านสึกออกไป เพราะประชาชนในพื้นที่ใกล้วัดต่างชื่นชมท่านมาก เพราะท่านเป็นพระนักพัฒนาและมีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก รวมถึงท่านได้บริจาคเงินช่วยพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่จำนวนมาก

นายศุภมิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ไทรโยค เปิดเผยว่า ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้มีโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก ยิ่งเมื่อสอบถามมายังวัดทราบว่าท่านลาสิกขาบทจริงยิ่งเสียใจ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความรักและบูชาท่านมาก เพราะท่านให้ทั้งการพัฒนาคน ทั้งพัฒนาท้องถิ่น ให้ทั้งทุนการศึกษากับเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาส ได้มีเงินเรียนหนังสือ วัดมีลูกศิษย์มามากชาวบ้านก็ทำมาค้าขายได้ มีรายได้ สามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ตนรู้สึกเสียดายท่านมาก ซึ่งต้องรอดูว่าท่านอาจารย์หนูพรม ท่านจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในส่วนของผู้นำท้องที่ ก็พร้อมที่จะช่วยวัดให้สามารถพัฒนาต่อไป.

ข่าว : ไทยรัฐ
11 มิถุนายน 2556



ยัน 'พระมิตซูโอะ' ลาสิกขาแล้ว
คาดมีปัญหาสุขภาพ

หุหุ สุขภาพกายหรือสุขภาพใจฮะ ?






ข่าวสะพัด ! 'พระมิตซูโอะ คเวสโก' เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มมูลนิธิมายา โคตมี ให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาสในอุบลฯ ลาสิกขาแล้ว คาดเป็นเพราะปัญหาด้านสุขภาพ ...
วันที่ 10 มิ.ย. มีรายงานว่า พระมิตซูโอะ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขาแล้ว พร้อมทั้งเดินทางออกจากประเทศไทยโดยไม่มีกำหนดกลับ ท่ามกลางความตกใจของศิษยานุศิษย์จำนวนมาก ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ พระมิตซูโอะ คเวสโก ลาสิกขานั้น ยังไม่เป็นที่แน่ชัด แต่ก็มีรายงานว่า เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งในเย็นวันนี้ ทางมูลนิธิมายาโคตมี จะมีการประชุมถึงเรื่องดังกล่าว คาดว่าจะมีความแน่ชัดออกมาในวันพรุ่งนี้

สำหรับ พระอาจารย์มิตซูโอะ ได้รับฉายาว่า คเวสโก เกิดที่จังหวัดอิวาเตะ ประเทศญี่ปุ่น โดยเมื่อพระอาจารย์มิตซูโอะ อายุ 20 ปี ได้เดินทางออกจากประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก เพื่อแสวงหาสัจธรรมของชีวิต โดยได้ท่องเที่ยวศึกษาชีวิต สังคม วัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ในเอเชียใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรป เป็นเวลา 2 ปีเศษ กระทั่ง พ.ศ.2517 หลังจากเดินทางถึงพุทธคยา ประเทศอินเดีย ท่านได้พบว่า “นี่คือสิ่งที่แสวงหาสัจจะความจริงอยู่ภายในกายกับใจของเรานี่เอง ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่ใจทุกคน ทุกชีวิตสามารถพ้นทุกข์ได้” ท่านจึงหยุดการแสวงหา และเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดเบญจมบพิตร จังหวัดกรุงเทพมหานคร

เมื่ออายุได้ 24 ปี พระอาจารย์ได้รับคำแนะนำให้ไปศึกษาธรรมจากหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ครั้นเมื่อได้พบกับหลวงพ่อชาแล้ว รู้สึกซาบซึ้งในหลักธรรม และวัตรปฏิบัติจึงขออุปสมบท ณ วัดหนองป่าพง จากนั้น พ.ศ.2525 พระอาจารย์ มิตซูโอะ ได้ขออนุญาตหลวงพ่อชาออกธุดงค์และปฏิบัติธรรมที่ประเทศอินเดีย เป็นเวลา 1 ปี และเมื่อหลวงพ่อชาอาพาธ พระอาจารย์ได้เดินทางกลับมาปฏิบัติธรรม ณ วัดหนองป่าพง และวัดป่านานาชาติจังหวัดอุบลราชธานีอีกครั้ง

กระทั่ง พ.ศ.2533 นางสุนันท์ บุษสาย คหบดีชาวจังหวัดกาญจนบุรี ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ป่าเต่าดำ จังหวัดกาญจนบุรี มีความศรัทธาอย่างแรงกล้าในพระธุดงค์กัมมัฏฐานศิษย์หลวงพ่อพระโพธิญาณเถร(หลวงพ่อชา) จึงได้ถวายที่ดิน 500 ไร่ ซึ่งเป็นป่าเสื่อมโทรมจากการทำไร่อ้อยของราษฎรเพื่อจัดตั้งวัด เพื่อพระสงฆ์จะได้มีเสนาสนะ และชาวบ้านจะได้มีโอกาสเข้าวัดปฏิบัติธรรมตามแนวทางสายวัดป่า ซึ่ง พระอาจารย์มิตซูโอะ ได้รับมอบหมายให้ไปเป็นผู้บุกเบิกก่อตั้งสำนักสงฆ์ชื่อ “วัดป่าสุนันทวนาราม” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยได้รักษาข้อวัตรปฏิบัติตามแนวทางสายวัดป่า ที่หลวงพ่อชาได้วางไว้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งได้พัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าโดยรอบ เพื่อให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ และประชาชนผู้สนใจ ทำให้มีประชาชนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาและเข้ามาปฏิบัติธรรมมากขึ้น เสนาสนะที่กลมกลืนกับธรรมชาติจึงถูกสร้างขึ้น และพัฒนามาโดยลำดับตามความจำเป็น สรุปคือ นอกจากงานเผยแผ่พระพุทธศาสนาแล้ว พระอาจารย์มิตซูโอะ ยังมีภารกิจสำคัญอีกประการหนึ่ง 
คือ "การฟื้นฟูพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม"

นอกจากนี้แล้วในปี พ.ศ.2533 ยังเป็นผู้ริเริ่มมูลนิธิมายาโคตมี ที่ให้การช่วยเหลือด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาส ที่จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่ท่านได้อุปสมบทมาก่อน.

ข่าว : ไทยรัฐ
11 มิถุนายน 2556



ช็อควงการกรรมฐานโลก !

สุดยอดพระกรรมฐานดังในสายวัดหนองป่าพง "พระมิตซูโอ คเวสโก" เจ้าสำนักดัง "วัดป่าสุนันทวาราม-กาญจนบุรี" ศิษย์สายหลวงพ่อชา วัดหนองป่าพง "รุ่นแรก" ได้ตัดสินใจ "ลาสิกขา" และ "บินกลับญี่ปุ่น" อย่างกะทันหัน โดยให้ข่าวสั้นๆ แต่เพียงว่า "ป่วย" แต่ป่วยจริงหรือไม่ก็ไม่มีใครยืนยัน เพราะบวชมาจนปูนนี้แล้ว เรื่องป่วยเรื่องตายถือเป็นเรี่องธรรมดาไม่ว่าใครก็ต้องป่วย แต่ป่วยแล้วทำไมต้องสึก ถ้าหากว่านี่คือเหตุผลที่พระกรรมฐานต้องสึก ต่อไปพระกรรมฐานป่วยก็ต้องสึกเหมือนกันใช่หรือไม่ ?




กาญจนบุรี - วงการสงฆ์ช็อก พุทธศาสนิกชนเศร้า "พระมิตซูโอะ คเวสโก" พระชื่อดังสายวิปัสสนากรรมฐาน เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค กาญจนบุรี ศิษย์รุ่นแรกของ "หลวงพ่อชา สุภทฺโท" ลาสิกขาแล้วที่วัดชนะสงคราม ก่อนเดินทางออกจากประเทศไทยไปญี่ปุ่นบ้านเกิดทันที เผยสาเหตุป่วยเป็นโรคเบาหวานทำให้ไม่สามารถปฏิบัติภารกิจสงฆ์ได้เป็นปกติ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก อายุ 63 ปี พระสายวิปัสสนากรรมฐาน เจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม สาขาวัดป่าพง ที่ 117 หมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ได้ลาสิกขาบทแล้วเมื่อเช้าวานนี้ (10 มิ.ย.) ที่วัดชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร ภายหลังการลาสิกขาบท มิตซูโอะ ได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่ประเทศญี่ปุ่นทันที

ต่อมาเวลา 15.00 น.วันนี้ (10 มิ.ย.) นายสมชาติ ธีรสุวรรณจักร นายอำเภอไทรโยค จ.กาญจนบุรี พร้อมด้วยนายศุภมิตร แก้วงอก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรดยค จ.กาญจนบุรี ได้เดินทางไปที่วัดป่าสุนันทวนารา หมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค เพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าวโดยเมื่อไปถึงวัดพบว่า วัดเงียบเหงามากโดยนายสมชาติ ได้สอบถามเรื่องดังกล่าวจาก แม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี แม่ชีที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดนี้นานกว่า 8 ปี

นายสมชาติ ธีรสุวรรณจักร นายอำเภอไทรโยค เปิดเผยว่า ตนได้รับทราบข่าวจากหลายฝ่ายที่โทรศัพท์มาถาม ดังนั้น เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงจึงเดินทางมาตรวจสอบ และทราบว่า ท่านได้ลาสิกขาบทแล้ว โดยตอนนี้พระอาจารย์หนูพรม รองเจ้าอาวาสเป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสแต่ตอนนี้ท่านไม่อยู่ที่วัดก็เลยยังไม่ทราบว่าท่านจะมีแนวทางอย่างไร แต่ตนรู้สึกว่าเสียดายพระปฏิบัติที่ท่านสึกออกไป เพราะประชาชนในพื้นที่ใกล้วัดต่างชื่นชมท่านมากเพราะท่านเป็นพระนักพัฒนา และมีศิษยานุศิษย์จำนวนมาก รวมถึงท่านได้บริจาคเงินช่วยพัฒนาท้องถิ่นในพื้นที่จำนวนมาก เสียดายมาก

แม่ชีพิณพรรณ เนียมมุณี แม่ชีที่มาปฏิบัติธรรมที่วัดป่าสุนันทวนารามนานกว่า 8 ปี เปิดเผยว่า ตนได้ทราบเรื่องหลวงพ่อลาสิกขาบทเมื่อประมาณ 7 โมงเช้า โดยทางมูลนิธิได้แจ้งมายังทางวัด รู้สึกตกใจมาก โดยทราบว่าสึกที่วัดชนะสงคราม และตอนนี้เดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว ส่วนสาเหตุตนไม่ทราบ แต่ได้รับทราบว่าหลวงพ่อท่านป่วยเป็นโรคเบาหวานมานานกว่า 2 ปีแล้ว ท่านไม่ค่อยแข็งแรง และมีกิจนิมนต์ตลอดเกือบทุกวัน และอีกเหตุหนึ่งน่าจะมาจากท่านเคยพูดกับญาติโยมว่าท่านเป็นคนญี่ปุ่น หากมีโอกาสก็อยากจะกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นบ้าง เพราะคนญี่ปุ่นขณะนี้ก็ยังมีคนที่ลำบากมากเช่นกัน ซึ่งตนเชื่อว่าเรื่องสุขภาพกับเรื่องการอยากกลับไปช่วยคนญี่ปุ่นทำให้ท่านลาสิขาบท แต่เรื่องอื่นๆไม่เคยได้รับทราบ ท่านเป็นพระที่น่ายกย่องนับถือเป็นพระที่มีคำสอนให้แก่ญาติธรรมเพื่อให้เกิดสติในการแก้ปัญหาต่างๆจำนวนมาก รู้สึกเสียดายมาก

ด้านนายศุภมิตร แก้วงอก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 8 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค เปิดเผยว่า ตนรู้สึกตกใจมาก เพราะตั้งแต่ช่วงบ่ายวันนี้มีโทรศัพท์มาสอบถามจำนวนมาก ยิ่งเมื่อสอบถามมายังวัดทราบว่าท่านลาสิขาบทจริงยิ่งเสียใจ ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความรักและบูชาท่านมาก เพราะท่านให้ทั้งการพัฒนาคน ทั้งพัฒนาท้องถิ่น ท่านให้ทั้งทุนการศึกษากับเด็กเยาวชนที่ด้อยโอกาสได้มีเงินเรียนหนังสือ วัดมีลูกศิษย์มามากชาวบ้านก็ทำมาค้าขายได้มีรายได้สามารถมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งในส่วนนี้ตนรู้สึกเสียดายท่านมาก ซึ่งต้องรอดูว่าท่านอาจารย์หนูพรมท่านจะดำเนินการอย่างไร ซึ่งในส่วนของผู้นำท้องที่ก็พร้อมที่จะช่วยวัดให้สามารถพัฒนาต่อไป

นางถาวร จันทร์แก้ว อายุ 58 ปี แม่ค้าขายกาแฟโบราณ อยู่ที่บริเวณทางเข้าหน้าวัด กล่าวว่า ตนไม่เคยทราบข่าวดังกล่าวมาก่อนเลย มาทราบก็ต่อเมื่อมีผู้สื่อข่าวมาสอบถาม ตนไม่เชื่อว่าพระอาจารย์สึกจนถึงตอนนี้ก็ไม่เชื่อ แต่อย่างไรก็ตาม หากเรื่องนี้เป็นเรื่องจริง ตนเชื่อว่าพ่อค้าแม่ค้าทุกคนที่ค้าขายอยู่บริเวณนี้จะต้องรู้สึกเสียใจและเสียดายอย่างแน่นอน

"ท่านเป็นพระที่มีคุณธรรม ขยันหมั่นเพียร และช่วยเหลือพวกเราให้มีที่ทำกินจนถึงทุกวันนี้ นอกจากนั้นท่านยังมอบทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนในพื้นที่ทุกปี เพื่อให้ได้มีทุนไปเรียนหนังสือ ซึ่งสามารถแบ่งเบาภาระให้ความผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ส่วนสาเหตุที่ท่านสึกนั้น ฉันไม่เคยทราบข่าวมาก่อน ยอมรับว่าท่านเป็นพระที่ดีมาก"

นายฉัตรชัย ชูเชื้อ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบเกี่ยวกับเรื่องการลาสิขาบถของเจ้าอาวาสวัดป่าสุนันทวนาราม เบื้องต้นมีสาเหตุมาจากท่านเป็นโรคเบาหวานซึ่งเป็นประจำตัวมานาน ทำให้สุขภาพไม่แข็งแรงไม่สามารถปฏิบัติภารกิจทางสงฆ์ได้เป็นปกติ จึงตัดสินใจลาสิขาบถ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้คณะเจ้าหน้าที่มูลนิธิมายา โคตมี ซึ่งเป็นมูลนิธิที่พระมิตซูโอะสร้างขึ้น ในวัดป่าสุนันท์วนาราม โดยจะทำการแถลงข่าวให้ทราบอีกครั้งในวันนี้ (11 มิ.ย.)

สำหรับ พระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นพระภิกษุชาวญี่ปุ่น บวชในพระพุทธศาสนานิกายเถรวาท คณะมหานิกาย เป็นศิษย์รุ่นแรกของพระโพธิญาณเถร (ชา สุภทฺโท) พระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโก มีชื่อเดิมว่า "มิตซูโอะ ชิบาฮาชิ" เป็นชาวจังหวัดอิวะเตะ ประเทศญี่ปุ่น เกิดเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2494 สำเร็จการศึกษาในระดับไฮสคูล (เทียบเท่าระดับ ปวช.หรือ มศ.5 ตามระบบการศึกษาไทย) สาขาเคมี ณ เมืองโมะริโอะกะ จังหวัดอิวะเตะ เมื่อสำเร็จการศึกษาแล้วจึงทำงานจนสามารถเก็บเงินได้จำนวนหนึ่ง และออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วโลกเพื่อแสวงหาความหมายของชีวิตตั้งแต่ พ.ศ.2514

พระอาจารย์มิตซูโอะ ได้เดินทางมาสู่ประเทศไทย หลังจากได้เดินทางแสวงหาธรรมะที่แท้จริงมาแล้วจากหลายประเทศทั่วโลกทั้งอินเดีย, เนปาล, อิหร่าน, ยุโรป แล้วเปลี่ยนความตั้งใจที่เดิมจะไปยังแอฟริกา ไปเป็นที่อินเดียอีกครั้งในปี พ.ศ.2517 แต่ได้เปลี่ยนใจเมื่อระลึกได้ถึงพุทธคยา เห็นพระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ก็ระลึกถึงคำสอนของพระพุทธเจ้าและประจักษ์ต่อใจตนเองว่า แท้จริงแล้วความสุขที่แท้จริงอยู่ที่จิตใจภายในตนเอง จึงหยุดการแสวงหาจากภายนอกมาสู่การแสวงหาจากภายใน

ในชั้นแรกพระอาจารย์มิตซูโอะ ไปฝึกโยคะอยู่ที่สำนักโยคีแห่งหนึ่งในประเทศอินเดีย และเกิดความพอใจที่จะเป็นโยคีอยู่ที่อินเดียตลอดชีวิต แต่ต่อมาเกิดปัญหาว่าวีซ่าของท่านหมดอายุ ท่านจึงเดินทางมาประเทศไทยอีกครั้งเพราะมีผู้แนะนำให้ท่านไปศึกษาพุทธศาสนาที่ประเทศไทย เมื่อมาถึงเมืองไทยแล้วท่านจึงได้บรรพชาเป็นสามเณรอยู่ ณ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพฯ

จากนั้นเมื่อท่านบรรพชาได้ 3 เดือน ท่านได้แสวงหาสถานที่ปฏิบัติธรรม มีผู้แนะนำท่านให้ไปกราบหลวงพ่อชา สุภทฺโท ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งท่านก็ได้เป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อตั้งแต่บัดนั้น และได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2518 ได้รับฉายา "คเวสโก" หมายถึง "ผู้แสวงหาซึ่งฝั่ง"

พระอาจารย์มิตซูโอะ เป็นผู้บุกเบิกวัดป่าสุนันทวนาราม อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งเป็นวัดป่านานาชาติ และก่อนลาสิกขาบทดำรงสถานะเป็นเจ้าอาวาสซึ่งนับเป็นสาขาที่ 117 ของวัดหนองป่าพง จ.อุบลราชธานี

นอกจากนี้ ในปี พ.ศ.2533 ยังเป็นผู้ริเริ่มมูลนิธิมายา โคตมี ที่ให้การช่วยเหลือด้านการให้ทุนการศึกษาแก่เด็กๆ ที่ขาดโอกาส ที่ จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นจังหวัดที่ตั้งของวัดหนองป่าพง ที่ท่านได้อุปสมบทมาก่อน
 
ข่าว : ผู้จัดการ
11 มิถุนายน 2556

1 ความคิดเห็น:

  1. ผมยังเชื่อมั่นว่าพระอาจารย์มิตซูโอะต้องมีเหตุผลที่ดีและอยากให้อาจารย์ได้แสดงเหตุผลที่แท้จริงให้ทราบด้วยตัวท่านเอง

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ