วันเสาร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2556

จารึกประวัติศาสตร์ สื่อไทยสมยอมให้สองสมุนมหาโจรออกทีวีหลอกชาวไทยไปทั่วประเทศ


จับตอแหล "มหาโจร" เณรคำ !



สมุนออกทีวีบอกว่า "หลวงปู่ไม่รู้ ไม่ยุ่งเกี่ยว ไม่เคยใช้สินค้าแบรนด์เนม คนมีศรัทธาเขาหามาให้ ท่านก็แค่ฉลองศรัทธา" ถามว่าจริงหรือ ?




"เรื่องเล่าเช้านี้" ของนายสรยุทธ สุทัศนจินดา กลายเป็น "เรื่องตอแหลเช้านี้"เพราะเป็นการสมยอมให้สองสมุนมหาโจรออกทีวีหลอกชาวไทยไปทั่วประเทศ นายสรยุทธกลายเป็น "ผู้จัดการมหาโจรทางทีวีไทยสีช่อง 3" ไปเสียแล้ว เพราะขนาดท่าสองนิ้ว ก็ยังยอมให้ไอ้สองตัวตอแหลว่า "ท่านสั่งของสองชิ้น"รายการอัปรีย์นี้มันคงนึกว่าคนไทยโง่เป็นควายกันทั้งเมืองละกระมัง ผู้เสียหาย ถูกไอ้เปรตเณรคำหลอกลวงมีทั้งบ้านทั้งเมือง แต่มันไม่ยอมเชิญไปออกทีวีหรือลงพื้นที่หาข่าว มักง่ายแค่เชิญสองสมุนไอ้มหาโจรเณรคำมาแถล ก็จบรายการ ถือว่าเป็นพิธีการโครตห่วยที่สุดในประเทศไทยได้เลย จัดรายการห่วยๆ แบบนี้ ควายที่ไหนก็จัดได้ นะสรยุทธนะ กลับไปคิดใหม่ทำใหม่เสียเถิด สะสมเครดิตมายาวนาน จะมาตายน้ำตื้นเพราะไอ้เณรคำจัญไรตัวนี้ ถามว่าคุ้มค่าหรือ ?




โอ้ลั่นล่า..
บักอรหันต์ตัวไหนหนอ โดนยึดพาสปอร์ตไปนานถึง 2 เดือน ?

เมนูโปรด : แฮมเบอร์เกอร์
เครื่องดื่มสุดฮิต : กระทิงแดง (Red Bull)

แหล่งข่าวแถวๆ วัดไทยแอลเอ รายงานว่า เมื่อ 5-6 ปีก่อน ตอนที่บักเณรคำเดินทางมาปล้นชาวไทยในอเมริกาเป็นครั้งแรกนั้น ได้ขอเข้าพักที่กุฏิหมายเลข 6 (ห้องมุมสุดซ้ายมือ) แต่พักอยู่ได้ไม่กี่วันก็ถูกตะเพิดออกจากวัด เนื่องจากปฏิบัติตัวนอกรีต ตื่นเช้ามาก็เอาแต่โทรศัพท์ไปเมืองไทยเสียงดังโป๊งเป๊ง ไม่สำรวมอากัปกิริยา ใช้ข้าวของมีราคาแพง ซึ่งก็คือสะพายกระเป๋าหลุยส์วิตตองเดินฉุยฉายให้ชาววัดไทยเห็น เป็นที่น่าทุเรศในสายตานั่นแหละ ตอนนั้นบักเซี่ยงเมียงเณรคำยังขู่อาฆาตพระวัดไทยแอลเอไว้ด้วยว่า "ต่อไปจะต้องให้พระวัดนี้กราบตีนกูให้ได้" ใครได้ยินก็อึ้งว่า "มึงนี่เป็นอรหันต์ทำเหี้ยม (ตก-ม) ได้สุดยอดจริงๆ" ตั้งแต่นั้นมาไอ้อรหันต์จัญไรตัวนี้ก็ไม่กล้าเหยียบวัดไทยแอลเออีกเลย หนีไปซุกหัวนอนกับพระกะเทยแถวๆ เมืองวิทเทียร์โน่น

กระเป๋าหลุยส์ ที่บักเซียงเมี่ยงเณรคำชอบใช้นั้น คนที่หาให้ก็ใช่อื่นไกล ก็คนที่เลื่อมใสในบักเณรคำ เชื่อหัวปักหัวปำว่ามันเป็นอรหันต์ (ตามที่หน้าม้าของบักตัวนี้เป่าหู) เพราะเชื่อ..จึงยอมทำทุกสิ่งทุกอย่าง เพื่อจะไปสวรรค์นิพพานกับพระอริยบุคคล จึงทุ่มเทใจไม่อั้น จะเอาอะไร เมื่อไหร่ ได้ทั้งนั้น ตอนนั้นใครบังอาจแตะ "อรหันต์เณรคำ" เป็นถูกทีมคุณแม่ด่าแหลก เพราะบังอาจมาด่าบิดาบังเกิดเกล้าเข้า

แหล่งช็อปสุดโปรดของบักเณรคำนั้นก็คือ ร้านหลุยส์ วิตตอง ที่ศูนย์การค้าเบฟเวอรี่ ฮิลส์ (louis vuitton beverly hills) สนนราคาที่บักเณรเหี้ยตัวนี้เอาเงินญาติโยมไปถลุงทีร้านแห่งนี้ก็เบาะๆ "หลายล้านบาท" เพราะกระเป๋าสี่เหลี่ยมในรูปที่เห็นนี้มีราคาแค่ 9,000 ดอล่าร์ หรือประมาณ 300,000 บาทเท่านั้นเอง สวรรค์และนิพพานรวมอยู่ในกระเป๋าใบนี้หมดเลยมึง และอื่นๆ อีกนับสิบล่ะ ? มาอเมริกาครั้งใดขนของกลับยังกะเอาไปขาย คนที่ฉิบหายก็พวกสาวกสายงมงายนั่นแหละ กว่าจะไปถึงสวรรค์นิพพานก็ต้องตกนรกไปอีกนาน เพราะฉิบหายกันทั่วหน้า ไอ้ที่โฆษณาว่า "อยู่ใกล้เณรคำแล้วจะรวย" นั้น ก็กลายเป็น "ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งฉิบหาย" มีแต่พวกแก๊งค์วัดป่าขันติธรรมเท่านั้นที่รวยเอาๆ เพราะพวกมึงสุมหัวกันหลอกลวงประชาชน

แก๊งบักเณรคำแถลว่า "หลวงปู่ไม่รู้จัก ไม่ยินดี และไม่เคยใช้สินค้าแบรนด์เนม"แต่แหล่งข่าวกล่าวว่า "ใช่แต่กระเป๋าหลุยส์เท่านั้นที่บักเณรคำชอบใช้ แต่แม้แต่รองตีน เอ๊ย รองเท้า ก็ยังเป็นยี่ห้อ - louis"

"มันบอกมันไม่รู้จักยี่ห้อหลุยส์ และไม่เคยเรียกหลุยส์เลย แต่ญาติโยมเขาได้ยินกันทั่วว่า บักห่านี่คุยโขมงให้โยมคนหนึ่งฟังว่า โยมรู้ไหมว่ารองเท้าแตะคู่นี้ยี่ห้ออะไร ยี่ห้อหลุยส์วิตตองเชียวนะ"

ไอโฟนตัวละเท่าไหร่ ?

"ไอโฟนที่จะ Unlock นำกลับไปใช้เมืองไทยนั้น ต้องซื้อถึงตัวละ 800-900ดอลล่าร์ ไอ้เปรตตัวนี้มันให้สาวกผู้งมงายเหมาซื้อทีละ 10 ตัว ก็บวกลบคูณหารเอาเองว่าสะระตะเป็นเงินเท่าไหร่"

เรื่องเนียนโครต : บักเณรคำมันบวชในคณะธรรมยุต แต่เชื่อไหมว่า เมื่อมาถึงอเมริกาแล้ว มันกลับไปขลุกอยู่วัดฝ่ายมหานิกาย กินข้าวกินปลาร่วมสังฆกรรมจนอิ่มหนำสำราญแล้ว จึงค่อยกลับไปร่วมสังฆกรรมกับธรรมยุต ที่มีหัวหน้าอยู่ที่วัดบวรนิเวศต่อไป "น่ารักเนอะ มันบอกว่า อรหันต์ไม่ต้องมีนิกาย"

อรหันต์ทำกรีนคาร์ด : แหล่งข่าวกระซิบด้วยว่า ถ้าสืบจริงๆ ก็อาจจะ..นะ อาจจะพบว่า บักอรหันต์ระยำตัวนี้มีกรีนคาร์ดของอเมริกาแล้วก็ได้ เพราะทุ่มเงินทองซื้อรถให้เจ้าอาวาสวัดหนึ่งในแคลิฟอร์เนียขี่ใหม่เอี่ยมอ่อง

แค่รถ-เครื่องบิน เรื่องจิ๊บจ๊อย : แหล่งข่าวยังเล่าว่า ไอ้อรหันต์จัญไรตัวนี้ ยังมีทีเด็ดกว่านั้น นั่นคือ ซื้อเรือยอร์ชไว้เที่ยวทะเล แต่พวกหนังสือพิมพ์มัวสนแต่เครื่องบินอย่างเดียว





Benz ทะเบียน CA-5WBY425 พาหนะช็อปปิ้งของบักเณรคำ
วิ่งอื๊ดอืด นำอรหันต์กลับมาแดกข้าวเอาตอนบ่ายสองบ่ายสาม เป็นอกาลิโก




บ้านเลขที่ 32110 Lake Elsanor ขอให้สืบดูว่าเจ้าของบ้านชื่ออะไร ?




แต่ยังมีมีเด็ดมากไปกว่านั้น เมื่อแหล่งข่าวกระซิบว่า บ้านที่เลคเอลซะนอร์นั้น แท้ที่จริงแล้วก็เป็นชื่อของ "บักอรหันต์จอมลวงโลกตัวนี้" อีกต่างหากด้วย

จริงหรือไม่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ลองลงพื้นที่แถวๆ แอลเอ ดูสักทีสิ จะได้อะไรที่มันชัดเจนกว่านี้ อย่ามัวแต่วิ่งเข้าวิ่งออกดัลลัสบ้านลูกบ้านเมียอยู่เลย งานพระศาสนาสาละวันเตี้ยลงทุกวันเพราะพวกนายเอาแต่ปัดสวะอยู่ในห้องแอร์




อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
22 มิถุนายน 2556




เปิดอภิมหาโกงโครงการอรหันต์กำมะลอ

สมุนตั้งโต๊ะแฉแหลก

แต่แปลก เณรคำหายหัวไปไหน ?






แฉ แฉ แฉ !!!


แฉ 1 "กรรมการโกงโครงการ 100 ล้าน"
แฉ 2 "เสียผลประโยชน์จึงใส่ร้ายเณรคำ"
แฉ 3 "น่าแปลกว่าไม่เคยมีการแจ้งความ"

เรื่องประหลาดในโลกที่ต้องทึ่งว่าพวกมึงทำเหี้ยอะไร !





ศิษย์ 'หลวงปู่เณรคำ' ยันที่ดินได้มาถูกต้อง

ศิษย์ 'หลวงปู่เณรคำ' เปิดแถลงข่าวย้ำ ข่าวร้ายที่มีผลต่อชื่อเสียงมาจาก 'กลุ่มศิษย์เก่า' ที่เสียผลประโยชน์


22 มิ.ย.56 ที่สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย ต.บางเสาธง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี กลุ่มลูกศิษย์ลูกปู่เณรคำนำโดย ดร.สุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม นายเริงศักดิ์ กำธร ทนายความประจำเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม นายภานุ สุขวัลลิ โฆษกประจำตัวหลวงปู่เณร คำ นายวิชัย สุขอัมภา กรรมการบริหาวัดป่าขันติธรรม นางณฤดี พีระโรจน์ อายุ 51 ปี ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ และมีข่าวออกมาว่าเป็นคนที่เข้าไปข่มขู่นางลอน มนัส อายุ 68 ปี เจ้าของที่ดินผู้บริจาคถวายที่ดิน 15 ไร่ให้กับวัดป่าขันติธรรม ร่วมกันแถลงข่าว

ดร.สุขุม กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้แท้ที่จริงแล้ว เกิดจากขบวนการปล่อยข่าวเพื่อโจมตีหลวงปู่เณรคำ โดยอดีตกรรมการบริหารวัดชุดหนึ่ง ซึ่งเคยมีอำนาจในการบริหารก่อสร้างวัดป่าขันติธรรมและพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลกมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท และการก่อสร้างมหาวิหารทั้งหมดจะมีมูลค่ากว่าประมาณ 2.5 พันล้านบาท จนมีการโกงกินเงินก่อสร้างเป็นจำนวนมาก หลวงปู่เณรคำ จึงได้ให้นิติธรรมของวัดเข้าทำการตรวจสอบการสั่งซื้อวัสดุก่อสร้างจนเป็นเหตุให้คณะกรรมการวัดชุดเก่าหมดอำนาจลง และเป็นที่มาของกลุ่มลูกศิษย์ที่ออกมาสร้างข่าวใส่ร้ายหลวงปู่เณรคำ

นายวิชัย สุขอัมภา ผู้ดูแลการก่อสร้างของวัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า ตนเองได้รับมอบหมายจากหลวงปู่เณรคำให้เข้ามาทำการดูแลการก่อสร้างพระแก้วมรกตจำลองตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งหลังจากตนเข้ามารับดูงานก่อสร้างแล้วก็พบความผิดปกติในการทุจริตหลายอย่าง เช่น การสั่งซื้อเหล็กซึ่งทางวัดได้สั่งมาจำนวน 10 ตัน แต่เมื่อเหล็กนำมาส่งที่วัดกลับมีเหล็กเพียงแค่ 5 ตันเท่านั้น ที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งหายไปไหนและในการก่อสร้างต่างๆ ตนตรวจพบว่า มีการทุจริตเงินวัดกว่า 70% คิดเป็นเงินมูลค่ากว่า 100 ล้านบาท ตนจึงได้รายงานเรื่องนี้ให้กับหลวงปู่เณรคำทราบ แต่หลวงปู่เณรคำไม่อยากจะดำเนินคดีกับลูกศิษย์จึงได้ลดบทบาทการทำหน้าที่ของอดีตลูกศิษย์และกรรมการวัดชุดเก่าลงจนเป็นที่มาของการออกมาปล่อยข่าวทำลายชื่อเสียงหลวงปู่เณรคำ

นายภานุ สุขวัลลิ โฆษกประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ได้นำภายถ่ายของนางทองมี วุฒิยาสาร ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วออกมาโชว์สื่อมวลชนว่านี้คือคนที่เป็นเจ้าของที่ดินจำนวนดังกล่าวและเป็นผู้มอบให้กับทางวัดเอง ซึ่งไม่ใช้ที่ดินของ นางลอน มนัส อายุ 68 ปี อย่างที่ออกมาอ้างตัวว่า เป็นเจ้าของ เพียงแต่เท่าที่ทราบมานั้นนางทองมี ก่อนเสียชีวิตได้มอบที่ดินดังกล่าวให้กับหลวงปู่เณรคำ โดยอาจจะบอกกับนางลอนให้ฝากดูแลหลวงปู่ ด้วยไม่ใช้ให้ดูแลเรื่องการสร้างวัดแต่อย่างใด แต่เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีหลักฐานอะไรบ้างที่บอกว่า นางทองมี ซึ่งเสียชีวิตไปแล้วเป็นเจ้าของ ก็ได้รับคำตอบต้องรอเอกสารจากทางวัดป่าขันติธรรมส่งมาก่อน โดยยืนยันว่า มีหลักฐานเป็นหนังสือประวัติของวัดที่ระบุว่า ที่ดินดังกล่าวเป็นของนางทองมีบริจาคให้ และการครอบครองที่ดินสามารถไปตรวจสอบได้ที่สำนักงานที่ดิน ซึ่งจะมีการระบุว่า ใครเป็นเจ้าของที่ดินตัวจริง แต่หากมีการพูดคุยกับยายลอนได้ กลุ่มลูกศิษย์ก็จะรวบร่วมเงินซื้อที่ต่อจากยายลอน เพื่อความสบายใจแต่ไม่ใช่ เพราะว่ายายลอนเป็นเจ้าของที่ดินแต่เป็นค่าดูแลแทน

นางณฤดี พีระโรจน์ กล่าวว่า ที่ตนเดินทางมาร่วมแถลงข่าวในวันนี้นั้นก็เพื่ออยากจะชี้แจงกับสื่อว่า ที่มีข่าวออกมาว่าตนเองพาพวกไปข่มขู่นางลอน ยืนยันว่า ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด เนื่องจากก่อนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น ตนเองได้ดูข่าวทางทีวี ทราบว่า นางลอนออกมาพูดว่า จะขอเอาที่ดินจากวัดคืน เพราะให้ไปแล้วไม่มีการสร้างวัดขึ้น ตนเองซึ่งรู้จักกับนางลอนมา 5 ปี แล้วจึงได้เดินทางไปหาที่บ้านพักเพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริง เมื่อไปถึงก็พบว่านางลอน กำลังจะออกไปข้างนอกพอดี ตนจึงถามจะเอาที่ดินของวัดคืนจริงเหรอ ซึ่งนางลอนก็บอกว่า ตนเองไม่ได้พูด ตนจึงได้ขอร้องให้นางลอนช่วยออกมาแก้ข่าวให้กับทางวัด แต่นางลอนอ้างว่า ป่วย ไม่สามารถไปไหนได้ ตนจึงเดินทางกลับ ไม่ได้เข้าไปข่มขู่แต่อย่าไรตามที่มีข่าวเสนอออกไปก่อนหน้านั้น

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ขบวนการจ้องทำลายวัดนั้นเป็นกลุ่มใดและมีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ดร.สุขุม กล่าวว่า เป็นกลุ่มอดีตลูกศิษย์และกรรมการวัดโดยหนึ่งในลูกศิษย์เป็นสื่้อมวลชน และเป็นผู้ที่เสียผลประโยชน์จนนำมาสู่การปล่อยข่าวในทางเสียหายต่อหลวงปู่เณรคำ ซึ่งหลังจากนี้ตนเองจะเตรียมนำเอกสารเข้าดำเนินคดีต่อไป


ข่าว : คมชัดลึก

23 มิถุนายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ