วันพฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ประวัติศาสตร์การตรวจสอบมารศาสนา สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ว่าจะรักษาอะไร ระหว่างพระธรรมวินัยกับเครื่องบินเจ๊ต


โอละพ่อ !

เงินทองที่ญาติโยมถวายเณรคำ "อรหันต์กำมะลอ" สุดท้ายก็กระจายไปอยู่ที่แก๊งค์ลูกศิษย์หมด ข่าวระบุ ทั้งคัมรี่ป้ายแดง และเงินนับสิบๆ ล้าน ถูกบริวารเบิกไปใช้กินเที่ยวเยี่ยวฉี่สวีวี่วี เฮ้อ ! นึกไปก็สงสารก็แต่เณรคำนะ สู้อุตส่าห์ตั้งตัวเป็นอรหันต์กับเขาทั้งชาติ ก็ดันมาโดนมาเฟียศรีสะเกษแบล็กเมล์เข้า มิน่า ถึงกล้าประกาศว่า "ชาติหน้าไม่มาเกิดอีกแล้ว" เพราะคงเข็ดแล้วจริงๆ ต่อไปก็ออกธรรมะเวอร์ชั่น "กูละเบื่อ" เลยสิบักเณรคำ



อุบลราชธานี - ลูกศิษย์หลวงปู่เณรคำ แฉมีขบวนการที่เป็นอดีตกรรมการวัด ข้าราชการ และนักข่าวในพื้นที่ทำลายหลวงปู่เณรคำ เพราะแค้นที่ขอเงิน 1,000,000 บาทไม่ได้ นอกจากนี้ยังข่มขู่หลวงปู่ด้วย เผยรถคันใหม่ล่าสุดที่ดยมนำมาถวายยังนำไปให้เมียขับ แต่ไม่ยืนยันเรื่องคลิปหลวงปู่กับหญิงสาวมีจริงหรือไม่ ยันหลวงปู่เณรคำจะกลับประเทศไทยวันที่ 27 มิ.ย.นี้ เพื่อร่วมพิธีห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วมรกตจำลอง

วันนี้ (20 มิ.ย.) น.ส.ณฤดี พีระโรจน์ เจ้าของร้านอุบลอินเตอร์คอม อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ออกมาให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวถึงสาเหตุการปล่อยคลิปของหลวงปู่เณรคำ โดยเป็นฝีมือของกรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ ที่ติดตามหลวงปู่มานานจนหลวงปู่ ไว้ใจให้ดูแลเรื่องการเงิน ค่าใช้จ่ายของวัดทั้งหมด

กระทั่งเมื่อปลายปี 2555 มีการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินภายในวัด พบมีเงินที่ประชาชนบริจาคทั้งที่ส่งมาทางไปรษณีย์เงินในตู้บริจาคสูญหายไปจำนวนนับสิบล้านบาท รวมทั้งยังมีรถที่ประชาชนนำมาบริจาคให้หลวงปู่ และทางวัดใช้งานจำนวนหลายคันหายไป โดยรถคันล่าสุด คือ โตโยต้า คัมรี่ รุ่นไฮบริค ก็พบกรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษคนนี้นำไปให้ภรรยาใช้ หลวงปู่ จึงไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวอีกและลูกศิษย์ที่ถวายรถได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องเอารถคืนด้วย

ต่อมาเมื่อเดือนมกราคมปีเดียวกันนี้กรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวรายนี้ได้โทรศัพท์มาข่มขู่สอบถามเรื่องเงินและทองคำที่นำมาใช้สร้างพระแก้วมรกต มีเหลืออยู่จำนวนเท่าไหร่ หากไม่ต้องการมีเรื่องราวให้หลวงปู่ จ่ายเงินให้จำนวน 1 ล้านบาท แต่ทางหลวงปู่ ได้ปฏิเสธไป แต่กรรมการวัดคนนี้ยังได้ตามมาข่มขู่อีกว่าจะนำเอาคลิปที่หลวงปู่ใช้พาหนะหรูเดินทางไปกิจนิมนต์มาโจมตี รวมทั้งอ้างว่ามีคลิปที่หลวงปู่อยู่กับสีกาอย่างใกล้ชิดด้วย แต่หลวงปู่ ก็ยังไม่ยอมให้เงินตามที่ขอมาอยู่ดี ทำให้กรรมการวัดคนหนึ่ง ซึ่งรับราชการครูและเป็นนักข่าวในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษคนนี้มีการนำคลิปไปปล่อยไว้ในยูทิวบ์ตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมาและสื่อมวลชนมาพบเข้า จึงเอามานำเสนอเป็นข่าว ซึ่งเข้าทางของกรรมการวัดรายนี้ที่เป็นนักข่าวอยู่ด้วยจึงได้ส่งข้อมูลให้ร้ายหลวงปู่อย่างหนักทำให้ลูกศิษย์ทนไม่ไหวต้องออกมาตอบโต้เพื่อให้สังคมทราบข้อจริงอีกด้านหนึ่ง

"สวนเรื่องคลิปหลวงปู่อยู่กับสีกาจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ฉันยืนยันไม่ได้ แต่เท่าที่ติดตามหลวงปู่ มานานกว่า 5 ปีก็ไม่เคยพบเห็นพฤติกรรมเชิงชู้สาวของหลวงปู่กับหญิงอื่น มีเพียงบางครั้งมีกิจนิมนต์เดินทางไปไกล ลูกศิษย์ก็จะส่งเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์มารับ เพื่อเดินทางไปได้ทันเวลาสำหรับหลวงปู่ขณะนี้ อยู่ที่ประเทศฝรั่งเศสและจะเดินทางกลับประเทศไทยถึงในวันที่ 27 มิ.ย.นี้แน่นอนเพื่อมาทำพิธีห่มผ้าฤดูฝนพระแก้วมรกตจำลอง โดยจะมีคณะพระธรรมฑูตจากหลายประเทศเข้ามาร่วมงานด้วย ซึ่งวันนั้นคณะศิษยานุศิษย์จากทั่วประเทศจะนัดกันมารวมตัวให้กำลังกับหลวงปู่หากสื่อมวลชนต้องการพบกับหลวงปู่สามารถมาสอบถามได้ในวันนั้น" น.ส.ณฤดี กล่าว

ขณะที่ก่อนหน้านี้ นายเทพพนม นามลี ประธาน นปช.แดงสุรินทร์ และ น.ส.หมวย นามสมมุติ แกนนำ นปช.แดง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้ยื่นหนังสือผ่านผู้อำนวยการ สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 ถึง รมว.ศึกษาธิการให้ตรวจสอบพฤติกรรมข้าราชการคนหนึ่งในสังกัด สพป.ศรีสะเกษ เขต 4 เนื่องจากปฏิบัติหน้าที่ไม่เป็นไปตามระเบียบและกฎหมาย คือ ใช้เวลาในการปฏิบัติงานราชการไปทำหน้าที่เป้นผู้สื่อข่าวและเป็นผู้มีอิทธิพลใน จ.ศรีสะเกษ จึงขอให้สอบสวนวินัยร้ายแรง และย้ายออกจากพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เนื่องจากบุคคลดังกล่าวไม่มีใครกล้ามายุ่งเกี่ยวด้วย และมีการเรียกรับผลประโยชน์เข้าพกเข้าห่อตัวเอง

"คิดดูเป็นข้าราชการครูระดับแค่นี้สร้างบ้านได้ในราคากว่า 10 ล้านมีรถเก๋ง รถปิกอัพถึง 7 คัน ระดับอธิบดียังไม่มีขนาดนี้เลย ที่สำคัญนักข่าวคนนี้กับพวกได้เข้าพบหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก วัดป่าขันติธรรม ข่มขู่คุกคามหลวงปู่เณรคำ เอารถเก๋งป้ายแดง ยี่ห้อโตโยต้า คัมรี่ รุ่นไฮบริค ทะเบียน 999 จำจังหวัดไม่ได้ เอามาใช้เป็นรถเก๋งของตัวเอง ซึ่งเป็นรถเก๋งที่โยมชื่อจากสระแก้ว ซื้อถวายให้หลวงปู่ เพื่อใช้ในกิจการของสงฆ์ ทางวัดป่าขันติธรรมได้ทวงคืนรถเก๋งคันดังกล่าวด้วยวาจาและหนังสือหลายครั้ง แต่ก็ไม่ยอมคืนรถมาให้ทางวัด และสมคบคิดกับนาย "ก" ไม่ทราบนามสกุล มีหน้าที่อยู่ในวัด ปลอมแปลงลายเซ็นของคณะกรรมการวัดป่าขันติธรรม ไปเบิกเงินจากที่ทำการไปรษณีย์ศรีสะเกษ ที่ญาติโยมส่งมาถวายหลวงปู่เณรคำ เป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท เอาเข้าพกเข้าห่อตัวเอง และปัจจุบันทางวัดไม่อนุญาตให้ 2 คนนี้เข้ามาในบริเวณวัดโดยเด็ดขาด ที่ต้องร้องผ่านสื่อ เพราะคิดว่าจรรยาบรรณของความเป็นมืออาชีพต้องไม่มีพฤติกรรมเช่นนี้ ผมไม่กลัวที่จะถูกฟ้องร้องในเรื่องนี้ เพราะผู้ที่จะเป็นพยานให้คือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก"

 
ข่าว : ผู้จัดการ
21 มิถุนายน 2556



แต่งตัวหรู-ไอเดียเริ่ด !

สาวกเณรคำเผย สาเหตุไม่ยก "ป่าขันติธรรม" ขึ้นเป็นวัด เพราะต้องการมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน อุเหม่ พูดแบบนี้ก็อัปรีย์ดีๆ นี่เอง นึกหรือว่าคนเขาไม่รู้ทัน เพราะว่าถ้ายกฐานะขึ้นเป็นวัด ทรัพย์สมบัติก็จะตกเป็นของสงฆ์ทั้งหมด จะบริหารกิจการงานใดๆ ก็ไม่สะดวก สู้ตั้งเป็นมูลนิธิบริหารผลประโยชน์ไม่ดีกว่าเหรอ สุมหัวประชุมกันไม่กี่คนก็สบาย แล้วเรื่องอะไรจะไปขอเป็นวัดเสียให้โง่ ถามเสี่ยปาโมดดูสิ ถ้าไม่มีเรื่องราวอื้อฉาว จะยอมจดทะเบียนเป็นวัดไหม นี่ไงมันสมองของอริยะบุคคลต้องแบบนี้ แบบที่ศรีธนญชัยเรียกพี่ทีเดียว


พระฐกฤต กันตธัมโม ฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า กรณี พศ.ระบุว่า วัดป่าขันติธรรมไม่ได้มีสถานะเป็นวัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง และเป็นเจตนาของหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากต้องการสร้างสถานที่แห่งนี้ เพื่อสร้างพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก และเมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ไม่ต้องการให้เป็นสมบัติของวัด แต่จะมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน หลังจากนั้นหลวงปู่เณรคำได้บอกไว้ว่า จะขอละสังขาร รวมทั้งยุบวัดป่าขันติธรรมด้วย ให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกตจำลอง ทั้งนี้ การสร้างพระแก้วมรกตจำลองนั้น ถึงขั้นตอนที่จะนำทองคำน้ำหนัก 9 ตัน มาทำเป็นเครื่องทรงตามฤดูต่างๆ ส่วนกรณีที่ พศ.ต้องการเข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคนั้น เข้ามาตรวจสอบได้ แต่อยากให้คุยกับหลวงปู่เณรคำโดยตรงจะดีกว่า 
 
ข่าว : มติชน
21 มิถุนายน 2556


ว้าว !
เรื่องราวประหลาดในประเทศไทย

การบินไทยระบุ มีพระหลายรูป บินออกนอกประเทศโดยใช้ชื่อ "นาย" เดินผ่านด่าน ตม. มิยอมใช้ชื่อพระ อา..งานนี้เห็นทีต้องถาม "นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์" ผอ.สำนักพุทธฯ ผู้แสนรู้แล้วล่ะ ว่าเป็นจริงหรือไม่ และมีพระอรหันต์รูปไหนสามารถใช้ชื่อ "นาย" เดินทางออกนอกประเทศในคราบผ้าเหลืองได้



นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

แหล่งข่าวจากบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงานเกี่ยวกับการเข้าใช้บริการท่าอากาศยานของหลวงปู่เณรคำ ไม่ว่าจะเป็นการนำเครื่องขึ้นหรือลง ซึ่งนอกจากท่าอากาศยานของ ทอท.ที่มีอยู่ 6 แห่งทั่วประเทศแล้ว ยังมีท่าอากาศยานของกรมการบินพลเรือน (บพ.) และของเอกชนด้วย จึงไม่ทราบว่าจะใช้ท่าอากาศยานใดบินกลับมาเมืองไทยภายในวันเดียวกันนี้ อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้ว่าเมื่อมีกระแสข่าวออกมาแบบนี้ หลวงปู่เณรคำอาจจะใช้เส้นทางอื่นเดินทางก็ได้ เช่น เดินทางเข้ามาทางด่านชายแดน หรือใช้บริการเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งจะตรวจสอบได้ลำบาก และไม่ทราบว่าหลวงปู่เณรคำใช้ชื่อในตอนที่บวชเป็นพระแล้ว หรือใช้ชื่อเดิมก่อนบวช เพราะที่ผ่านมายังพบว่ามีพระบางรูปยังใช้ชื่อตอนที่ยังไม่ได้บวชในการเดินทางเข้าออกประเทศ

ข่าว : มติชน
21 มิถุนายน 2556


ส่อซ้ำรอยเสี่ยปาโมดสวนสันติธรรม !

ตรวจสอบเณรคำเบื้องต้น พบว่า "ยังไม่มีวัดอยู่"

เพราะวัดป่าขันติธรรมยังไม่ได้เป็นวัด แหมอรหันต์ที่ไหนเขาสังกัดวัดกันเล่า ท่านจำวัดอยู่บนรถเลมูซีนและเครื่องบินเจ๊ตอันไร้ขอบเขตโน่นแน่ะ โง่แล้วอวดฉลาดอีกพวกนี้

หุหุ เดี๋ยวก็เข้าอีหรอบสอบ "เสี่ยปาโมด" แห่งสวนสันติธรรมอีกแน่ เพราะพี่แกแถว่า "เก็บเงินเก็บทองไว้หลายสิบล้าน ตั้งใจจะสร้างพระเจดีย์ แต่เมื่อสังคมสงสัยก็ยินดีมอบให้เป็นของวัด" แล้วเรื่องก็เงียบหายไปกับสายลม ป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าสวนสันติธรรมนั้นเป็นวัดอะไร ทุกวันนี้เสี่ยก็ยังเดินสายดูจิตได้เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันก็แค่นั้นแหละสังคมสงฆ์ไทย ไม่มีอะไรที่เงินซื้อไม่ได้ จริงไหมครับท่านสมเด็จฯสมชาย


 

ส่อแววล่องหน "หลวงปู่เณรคำ" ไม่กลับเข้าไทยตามกำหนดเดิม 20 มิ.ย.นี้ อ้างลูกศิษย์นิมนต์ให้อยู่ที่ฝรั่งเศสต่อ ด้านคนใกล้ชิดท้าให้สอบเส้นทางการเงินวัดได้ แต่ต้องรอพระดังกลับมาก่อน ด้าน พศจ.ศรีสะเกษมึน “หลวงปู่เณรคำ” ไร้สังกัด-ประวัติคลุมเครือ เผยต้องรอพิสูจน์จากใบสุทธิ ส่วนคนดูแลเฟซบุ๊กโชว์หราภาพสวดมนต์-ทำน้ำมนต์ให้ญาติโยมที่ปารีส ด้านวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ปัดวิถีปฏิบัติของหลวงปู่เณรคำไม่ใช่พระสายกรรมฐาน ส่วนลูกศิษย์ โต้ “เครื่องบินเจ๊ต-เฮลิคอปเตอร์” เป็นแค่ของเช่าไม่ใช่ของส่วนตัว เตรียมตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงแล้ว

จากกรณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ ตรวจสอบเส้นทางการเงินของพระวิระพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมทั้งข่าวการครอบครองเครื่องบินเจ๊ต เฮลิคอปเตอร์ รวมถึงรถหรูรถโบราณด้วยนั้น ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายวิรอด ไชยพรรณนา ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ เปิดเผยว่า ปัญหาตอนนี้ยังไม่สามารถติดต่อหลวงปู่เณรคำ ได้ เลยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าแท้ที่จริงสังกัดวัดไหนกันแน่ การตรวจสอบเลยไม่ค่อยคืบหน้ามากนัก เพราะยังไม่ทราบต้นสังกัด จึงไม่ทราบว่าจะให้เจ้าคณะปกครองที่จังหวัดอุบลราชธานีหรือว่าให้เจ้าคณะที่จังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินการเชิญมาชี้แจงข้อเท็จจริงทั้งหมด

ขณะนี้ทำได้เพียงรวบรวมข้อมูลไว้ทั้งหมด และได้ปรึกษาหารือกับคณะสงฆ์และเจ้าคณะปกครองในจังหวัดไว้ว่าท้ายที่สุดหากหลวงปู่เณรคำ สังกัดเจ้าคณะปกครองในจังหวัดศรีสะเกษจริงก็ต้องตั้งพระอธิกรณ์มาสอบสวนข้อเท็จจริง โดยต้องเชิญหลวงปู่เณรคำมาชี้แจง หรือว่าชี้แจงเป็นหลักฐานและเอกสารเกี่ยวกับข้อร้องเรียนต่าง ๆ ทั้งเรื่องภาพหน้าคล้าย ต้นสังกัดที่แท้จริง ส่วนเรื่องบัญชีและการใช้จ่ายเงินบริจาคนั้นก็ต้องเชิญผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยตรวจสอบด้วย ส่วนกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่าได้สอบถามไปยังวัดภูเขาแก้ว อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ซึ่งเป็นวัดที่หลวงปู่เณรคำบรรพชาเป็นสามเณรนั้น ปรากฏว่าทางวัด ปฏิเสธบอกว่าไม่ได้มาบวชวัดภูเขาแก้วตามที่กล่าวอ้างในประวัติหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด โดยบอกว่าน่าจะไปบวชที่วัดศรีนวล ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี

เรื่องนี้ยังสับสนต้องตรวจสอบอีกครั้ง ตอนนี้ต้องรอหลวงปู่เณรคำ เดินทางกลับมาเพื่อถามความจริงและขอดูใบสุทธิว่าสังกัดวัดไหน ตอนนี้มีข่าวและข้อมูลเยอะมากต้องตรวจสอบให้ละเอียดว่าอันไหนจริงอันไหนไม่จริง ส่วนกรณีที่ภาพคล้ายหลวงปู่เณรคำนอนกับสีกา รวมถึงกระแสข่าวว่ามีครอบครัวนั้น ยังไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มองว่าทุกฝ่ายต้องช่วยกันทำให้ความจริงกระจ่างและเกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก” ซึ่งที่ผ่านมามีการโพสต์ภาพและคลิปของหลวงปู่เณรคำซึ่งเดินทางไปรับกิจนิมนต์ในพื้นที่ต่าง ๆ ตลอด ปรากฏว่าในเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทยวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอหลวงปู่เณรคำ ความยาว 3.44 นาที ซึ่งเป็นภาพกิจนิมนต์ในการเจริญพุทธมนต์และพิธีทำน้ำมนต์ ที่วัดธัมมาราม กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นอกจากนี้ยังมีการนำภาพถ่ายของหลวงปู่เณรคำถ่ายร่วมกับลูกศิษย์จำนวนมากมาโพสต์ในเฟซบุ๊กดังกล่าวด้วย

ผู้สื่อข่าวได้ส่งข้อความผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว เพื่อติดต่อขอสัมภาษณ์หลวงปู่เณรคำ และสอบถามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องที่สังคมกำลังเกิดข้อสงสัย ปรากฏว่าได้รับแจ้งกลับมาจากผู้ที่โพสต์คลิปและภาพนั้นว่า ไม่ใช่หลวงปู่เณรคำ แต่เป็นผู้ดูแลเพจดังกล่าวมีทั้งหมด 20 คน พร้อมชี้แจงว่าไม่มีหน้าที่ออกความเห็นใด ๆ มีหน้าที่แค่โพสต์ธรรมะหลวงปู่เณรคำ ไม่ค่อยจะรู้อะไร แม้แต่เบอร์ติดต่อหลวงปู่เณรคำก็ไม่ทราบ

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังพระกรรมฐานวัดป่าสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นลูกศิษย์ใกล้ชิดพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด (ขอสงวนนาม) กรณีมีภาพหลวงปู่เณรคำเดินทางไปสักการะสรีระสังขารขณะพิธีบำเพ็ญกุศลหลวงตามหาบัว ที่ถูกโพสต์ในเว็บไซต์หลวงปู่เณรคำ โดยพระกรรมฐานรูปนี้ กล่าวตอบว่า พระรูปนี้ไม่ใช่สายวัดป่าหลวงปู่มั่นแน่นอนขอยืนยัน ทางคณะสงฆ์วัดป่าไม่เคยรู้จักท่าน แต่ก็พอทราบมาบ้างว่า ท่านมีกิจกรรมช่วยเหลือสังคม ช่วยคนที่มีปัญหาส่วนตัวด้านต่างๆ

เมื่อช่วยสำเร็จคนก็มีศรัทธาต่อท่านมาก ถวายสิ่งของต่าง ๆ ให้ท่านมาก ทำให้ท่านมีข้าวของเครื่องใช้เกินความจำเป็นของสงฆ์ ซึ่งแนวปฏิบัติของหลวงปู่เณรคำแตกต่างจากปฏิปทาของพระสายวัดป่าอย่างแน่นอน เพราะว่าพระสายกรรมฐานต้องมักน้อย สันโดษ เคารพต่อพระวินัย โดยเฉพาะการคำนึงถึงความรู้สึกของประชาชน ส่วนผลกระทบกับวัดนั้นไม่แน่นอน ประชาชนที่ไม่รู้ก็อาจจะเข้าใจผิดไปบ้างเป็นธรรมดา แต่ญาติโยมที่รู้จักวัตรปฏิบัติของพระสายวัดป่าเขาจะไม่รู้สึกกระทบ โดยเฉพาะคณะสงฆ์ของเรายิ่งไม่กระทบเลย อย่างไรก็ตาม อยากให้พระผู้ใหญ่ออกมาแก้ปัญหาเกี่ยวกับกรณีนี้โดยเร็ว เพราะกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนโดยภาพรวม

ด้านนายภาณุ สุขวัลลิ โฆษกฝ่ายฆราวาส ประจำตัวหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก กล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวว่าหลวงปู่เณรคำจะกลับจากฝรั่งเศสในช่วงสายของวันที่ 19 มิ.ย. นั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริง อีกทั้งกำหนดการเดิมที่หลวงปู่เณรคำจะกลับถึงไทยจะเป็นเวลา 05.00 น. ของวันที่ 20 มิ.ย. แต่เนื่องจากมีญาติโยมที่ฝรั่งเศสนิมนต์ให้อยู่ต่อ ดังนั้นหลวงปู่เณรคำจะเลื่อนเวลากลับประเทศ ไทยไปอีก 2-3 วันก่อน ส่วนวันที่ 20 มิ.ย. จะมีเพียงพระสงฆ์ส่วนหนึ่งที่ติดตามหลวงปู่เณรคำไปที่ฝรั่งเศสเดินทางกลับมาก่อนเท่านั้น

“ส่วนกรณีภาพต่าง ๆ ที่ปรากฏตามสื่อนั้น ขอชี้แจงว่าเป็นภาพเก่าทั้งหมด โดยภาพเครื่องบินเจ๊ตนั้นเป็นเครื่องบินของบริษัทบาง กอกเจ๊ต ที่เวลาหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์เร่งด่วนจะมีญาติโยมเช่าเครื่องบินเจ๊ตให้เพื่อใช้เดินทางเป็นประจำ ส่วนเรื่องเฮลิคอปเตอร์ที่มีภาพสัญลักษณ์ของหลวงปู่เณรคำติดอยู่ นั้น ก็เป็นเฮลิคอปเตอร์ของทางโรงพยาบาลกรุงเทพ ที่บริษัท กรุงเทพเฮลิคอปเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด เป็นผู้ให้บริการ มีญาติโยมเช่าให้ใช้เดินทางเวลามีกิจนิมนต์เร่งด่วนเช่นกัน ที่มีรูปหลวงปู่เณรคำติดอยู่นั้นก็มาจากการที่ญาติโยมนำไปติด ยืนยันว่าไม่ใช่เฮลิคอปเตอร์ของหลวงปู่เณรคำแต่อย่างใด” นายภาณุ กล่าว

ขณะที่เรื่องเงินบริจาคไม่เคยมีครั้งใดที่ทางวัดได้เงินบริจาคในครั้งเดียวมากเป็นร้อยล้านบาท และเงินที่ได้มาจากการบริจาคก็จะนำไปสร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก ต่อให้แล้วเสร็จ รวมทั้งจะนำไปช่วยวัดสาขาต่าง ๆ ด้วย ซึ่งเงินบริจาคจะแบ่งไว้สองบัญชีคือบัญชีของหลวงปู่เณรคำ กับบัญชีของทางมูลนิธิ ส่วนกรณีรถนำขบวนที่มีผู้วิพากษ์วิจารณ์กันว่ามีจำนวนมากนั้น ก็ไม่ได้มาจากการร้องขอของหลวงปู่เณรคำ แต่มาจากการที่ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ปลัดกระทรวงคมนาคม และอดีตผบ.ตร. อนุมัติให้เพราะเห็นว่าหลวงปู่เณรคำมีกิจนิมนต์มาก และเพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง โดยปัจจุบันนี้หากหน่วยงานใดจะนิมนต์จะต้องจองคิวกันข้ามปี อย่างไรก็ตามเมื่อเกิดข่าวขึ้นมาทางคณะลูกศิษย์กำลังอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูล เพื่อแถลงข่าวชี้แจงทุกประเด็นในเร็วๆ นี้

พระฐกฤต กันตธัมโม โฆษกประจำองค์หลวงปู่เณรคำ และฝ่ายประชาสัมพันธ์ วัดป่าขันติธรรม กล่าวว่า การที่มีการระบุว่าวัดป่าขันติธรรมไม่ได้มีสถานะเป็นวัดนั้น ยอมรับว่าเป็นความจริง และเป็นเจตนาหลวงปู่เณรคำ เนื่องจากต้องการสร้างพระแก้วมรกต และเมื่อสร้างเสร็จแล้วไม่ต้องการให้เป็นสมบัติของวัด แต่จะมอบให้เป็นสมบัติของแผ่นดิน มอบให้สำนักพระราชวังเข้ามาดูแล และเมื่อสร้างพระแก้วมรกตเสร็จแล้ว หลวงปู่เณรคำได้บอกไว้แล้วว่าจะขอละสังขาร รวมทั้งยุบวัดป่าขันติธรรมด้วย ให้เหลือไว้เพียงวิหารและพระแก้วมรกต โดยการดำเนินการสร้างพระแก้วมรกตนั้นขั้นตอนต่อไปจะมีการนำทองคำน้ำหนัก 9 ตัน มาทำเป็นเครื่องทรงตามฤดูต่าง ๆ ด้วย ทั้งนี้การเข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคนั้น สามารถเข้ามาตรวจสอบได้ แต่อยากให้คุยกับทางหลวงปู่เณรคำโดยตรงจะดีกว่า

ด้านนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความ ในฐานะประธานเครือข่ายรวมพลังต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ กล่าวว่า ได้รวบรวมข้อมูลหลักฐานต่าง ๆ ไปร้องทุกข์กล่าวโทษยังกองปราบปรามในวันที่ 21 มิ.ย. เวลา 13.00 น. ในการตรวจสอบสถานะการเงินของพระรูปดังกล่าว ว่ามีการกระทำที่หลอกลวงประชาชนหรือไม่ โดยจะร้องขอให้ทาง ป.ป.ง. ร่วมตรวจสอบด้วย

ที่วัดสามพระยา กรุงเทพฯ นายวรัญชัย โชคชนะ ประธานกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย พร้อมคณะเข้ายื่นหนังสือต่อพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพ มหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีหลวงปู่เณรคำ โดยพระพรหมดิลก กล่าวว่า ไม่สามารถนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม มส.ได้ เพราะตามกระบวนการแล้วต้องไปยื่นหนังสือต่อนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ซึ่งเป็นเลขานุการ มส. เป็นผู้พิจารณาเสนอเรื่องเข้าที่ประชุม มส.เท่านั้น จากนั้นนายวรัญชัยพร้อมคณะจึงได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อสมเด็จพระวันรัต รักษาการเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุต กรรมการ มส. ที่วัดบวรนิเวศวิหาร ด้วย.


ข่าว : เดลินิวส์
20 มิถุนายน 2556



ตีแสกหน้า !

สำนักพุทธฯศรีสะเกษเปิดโปง เจ้าคณะจังหวัดธรรมยุตอีสานรวมหัวกันช่วยเหลือเณรคำ ขอข้อมูลอะไรไม่เคยได้ แหมมันส์ไหมล่ะพระเดชพระคุณเจ้าประคุณสมเด็จพระวันรัตที่เคารพ ลูกน้องสายธรรมยุตภาคอีสานของท่านในปัจจุบันนั้นเยี่ยมยุทธนะ ปลายปีนี้น่าจะปูนบำเหน็จเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นรองสมเด็จเสียให้หมด ในฐานะที่มีความดีความชอบ ช่วยรักษาตัวเงินตัวทองของธรรมยุตเอาไว้กินเอาไว้ใช้ไปนานๆ


 
ภาพหลวงปู่เณรคำนิมนต์เจ้าคณะจังหวัดธรรมยุตภาคอีสานจำนวน 7 จังหวัด ให้มารับมหาสังฆทานที่วัดป่าขันติธรรม และแล้ววันนี้บุญที่ทำก็ออกดอกออกผล เมื่อสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จังหวัดศรีสะเกษ ออกมาประกาศต่อสื่อมวลชนว่า "การเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำค่อนข้างยาก เพราะเป็นพระธรรมยุต ท่านมักไม่เปิดเผยว่าปัจจุบันอยู่ในสังกัดที่ไหน เจ้าหน้าที่ พศ.จะถูกกีดกันออกมา ไม่ให้ความร่วมมือก็อยากจะดูน้ำยาสมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตโต ป.ธ.9) วัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะรักษาการเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุต ว่าจะรักษาอะไร ระหว่างพระธรรมวินัยกับเครื่องบินเจ๊ต

วันนี้ (17 มิ.ย.) พระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ในฐานะเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร กรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวว่า กรณีที่มีการกล่าวถึงมีพระบางรูป สะสมรถหรูนั้น การรับบริจาคในปัจจุบัน พระวินัยและพ.ร.บ.คณะสงฆ์ ไม่ได้มีข้อกำหนดไว้ชัดเจน แต่ญาติโยม ต้องดูความเหมาะสมกับสถานภาพของพระเอง ดูประโยชน์ของการใช้สอยไม่ให้เกินฐานะ เกินความพอดี เนื่องจากจะทำให้สังคมติเตียนถึงความไม่เหมาะสมได้ เช่น การบริจาคหรือรับบริจาครถสปอร์ต ซึ่งถือว่าไม่เหมาะกับพระสงฆ์ เป็นต้น ในขณะเดียวกัน การบริจาค ผู้บริจาค ต้องกำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน ว่า ถวายให้เป็นประโยชน์ต่อพระศาสนาในด้านใด ไม่ว่า จะเป็นการเผยแผ่ การศึกษา ค่าน้ำค่าไฟ แต่หากพระสงฆ์ นำเงินบริจาค ไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ก็อาจจะมีความผิดได้

“กรณีของพระนั่งเครื่องบินเจ็ต และมีการกล่าวถึงว่า เป็นเครื่องบินส่วนตัวด้วยแล้ว เรื่องนี้หากประชาชนหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่า ไม่เหมาะสมก็สามารถทำหนังสือถึงเจ้าคณะปกครอง ให้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีที่มีการอ้างว่า พระซื้อเครื่องบิน ก็ต้องมีการ ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า นำเงินส่วนไหนไปซื้อ เพราะเครื่องบินมีราคาสูง หากพบว่า มีการนำเงินที่ญาติโยมนำมาบริจาคเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนามาซื้อ ก็ถือว่ามีความผิด ที่ต้องมีการตรวจสอบทั้งทางกฎหมายพระสงฆ์ และกฎหมายบ้านเมือง หากกฎหมายบ้านเมืองพิจารณาเป็นที่สุดแล้วว่า พระรูปนั้น กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โดยเฉพาะกรณีคดีอาญา ก็ต้องดำเนินการสึก เพื่อไปรับโทษทางบ้านเมือง อย่างไรก็ตาม อาตมาอยากให้มีการสืบสวนว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ สังคมต้องให้ความเป็นกลางกับทางพระด้วย อย่าเพิ่งด่วนไปตัดสิน “กรรมการมหาเถรสมาคม กล่าว

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ ตรวจสอบถึงที่มาที่ไปแล้ว อย่างไรก็ตาม มีผู้สอบถามตนมาว่าเป็นหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก พระสงฆ์ชื่อดังแห่งวัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทารมย์ จ.ศรีสะเกษใช่หรือไม่ ขณะนี้ตนยังบอกไม่ได้ว่าเป็นหลวงปูเณรคำหรือพระสงฆ์รูปใด ต้องรอรายงานจาก พศจ.ศรีสะเกษก่อน

“ถามว่าพระรูปนี้เป็นเจ้าของเครื่องบินหรือไม่ ในส่วนตัวผมยังมองในแง่ดีว่าพระสงฆ์ทุกรูปคงไม่สามารถเป็นเจ้าของเครื่องบินส่วนตัวได้ เพราะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบฐานะทางการเงิน มีใบอนุญาตการบิน การจอด อาจจะเป็นเครื่องบินของญาติโยม หรือลูกศิษย์ ก็ได้ แต่หากถามว่าแล้วท่านผิดตรงไหน ก็ผิดอาจาระ พฤติกรรมโอเว่อร์ สวมแว่นตา มีกิริยามารยาทความประพฤติไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสถานะของความเป็นพระสงฆ์ ทำให้ผู้ประสบพบเห็นเสื่อมศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสในบุคคลเหล่านั้น คนที่เคยศรัทธาเลื่อมใสอยู่ก่อนแล้ว ก็จะจืดจาง เสื่อมความเคารพนับถือลงโดยลำดับ พุทธศาสนิกชนดูแล้วหดหู่” นายนพรัตน์ กล่าว

ด้านนายวิโรจน์ ไชยวรรณา ผอ.พศจ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ได้รับคำสั่งจากนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ที่มีผู้เกี่ยวข้องกับหลวงปู่เณรคำหรือไม่ ใน 2 ประเด็น 1.ตรวจสอบประวัติที่พักสงฆ์ที่พำนักของหลวงปู่เณรคำปัจจุบันว่าถูกต้องหรือไม่ เบื้องต้นเท่าที่ตรวจสอบที่หลวงปู่เณรคำพำนักอยู่นั้นเรียกว่าที่พักสงฆ์ทั่วไป ไม่มีสถานะเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ขึ้นทะเบียนกับพศ. กล่าวคือเมื่อพระสงฆ์พักที่ไหนก็สามารถสร้างที่พักสงฆ์ได้ ไม่ใช่วัดหรือสำนักสงฆ์ 2.ตรวจสอบประวัติของหลวงปู่เณรคำว่าปัจจุบันท่านสังกัดวัดไหน เจ้าคณะปกครองใด เพราะเท่าที่ทราบแต่เดิมท่านสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จ.อุบลราชธานี แต่ปัจจุบันท่านสังกัดวัดไหน เรื่องนี้จะหาคำตอบให้ได้ภายในวันนี้ อย่างไรก็ตาม การเข้าไปตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับหลวงปู่เณรคำค่อนข้างยาก เพราะเป็นพระธรรมยุต ท่านมักไม่เปิดเผยว่าปัจจุบันอยู่ในสังกัดที่ไหน เจ้าหน้าที่ พศ.จะถูกกีดกันออกมา ไม่ให้ความร่วมมือ

“จากการตรวจสอบรูปภาพที่นั่งเครื่องบินเผยแพร่ผ่านอินเตอร์เน็ตนั้น ไม่มุมภาพที่ไม่ใช่การแอบถ่ายแต่อย่างใด เป็นการเปิดให้ถ่ายภาพโปรโมตตัวเองของหลวงปู่เณรคำทั้งนั้น ซึ่งดูแล้วไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ส่วนที่มีภาพเก่าๆที่มีคนที่หน้าเหมือนพระสงฆ์รูปหนึ่งนอนหลับอยู่กับสีกาสาวคนหนึ่งนั้น ส่วนจะเป็นภาพตัดต่อหรือภาพจริงหรือไม่นั้น ชาวบ้านแถวนั้นจะรู้ว่าในภาพเป็นใคร เพราะมีเค้าโครงเหมือนกับสีกาคนใกล้ชิดหลวงปู่เณรคำ หากมีการตัดต่อจริงก็ควรเป็นภาพผู้หญิงสวยๆเลยจะดีกว่า ชาวบ้านแถวนั้นรู้ข้อเท็จจริงเรื่องนี้ดี จึงไม่ได้พากันไปทำบุญกับท่านมากนัก แต่ที่เห็นเวลาหลวงปู่เณรคำจัดกิจกรรมทำพิธีกรรมทางศาสนาแล้วมีคนไปร่วมนับพันคนนั้น ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่อยู่ไกลๆมากกว่า คนในพื้นที่ไม่เข้า เพราะรู้ว่าความจริงเป็นอย่างไร ”นายวิโรจน์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบในเว็บไซต์ต่างๆ อาทิ เว็บไซต์พันทิพปรากฏว่ามีการนำภาพของพระสงฆ์รูปหนึ่งมาโพส โดยอ้างคำบรรยายใต้ภาพระบุว่า เป็นหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก อาทิ ภาพแอ๊บแบ๊ว ซึ่งถ่ายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ในภาพดังกล่าวเป็นภาพพระสงฆ์ชูสองนิ้ว พร้อมด้วยสีหน้าแอ๊บแบ๊ว และภาพที่ชื่อว่า เบนซ์อาตมา ใครอย่าแตะนะโยม เป็นภาพที่ถ่ายคู่กับรถเบนซ์ป้ายทะเบียนต่างประเทศ รวมถึงภาพพระสงฆ์กำลังนั่งอยู่ในห้องนักบิน นอกจากนี้ในเว็บไซต์ดังกล่าวยังมีการนำภาพเหมือนที่อ้างว่าเป็นพระสงฆ์กำลังนอนกับผู้หญิงมาเผยแพร่ด้วย อย่างไรก็ตาม มีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นตำนิและวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพต่างๆ เป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสอบสวนข้อเท็จจริงและตักเตือนพระรูปดังกล่าวเนื่องจากมองว่าพฤติกรรมต่างๆไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง


ข่าว : เดลินิวส์
20 มิถุนายน 2556


สลด !
หลวงพ่อวัย 60 ปีออกบิณฑบาต
ถูกรถชนตายกลางถนนสายเอเชีย

นี่คืออีกหนึ่งตัวอย่างของชีวิตจริงยิ่งกว่าน้ำเน่าในเมืองไทย ขณะที่พระผู้ใหญ่ในเมืองไทยกำลังปลุกระดมคนไทยอย่างบ้าคลั่ง ขนเอาเงินทองเพชรนิลจินดาไปโปะไว้เต็มพุทธคยามูลค่าเป็นพันล้าน ขณะเดียวกัน พระเณรในเมืองไทยยังกระเสือกกระสนไปเป็นมื้อๆ รูปไหนเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ออกเดินบิณฑบาตก็ถูกรถชนตาย แต่รูปที่อวดโอ้ว่าเป็นอรหันต์มีรถเก๋งขับ มีเครื่องบินเจ๊ตขี่ กลับอยู่ดีกินดีมีคนคอยเท็คแคร์ไปถึงเมืองนอกเมืองนา ไหนใครว่าในพระพุทธศาสนาไม่มีชนชั้นวรรณะแล้วไง พระพุทธเจ้าทรงประกาศอิสรภาพเป็นพระองค์แรกของโลก แล้วที่เกิดขึ้นในเมืองไทยทุกวันนี้มันหมายความว่าอย่างไร ?

ถ้าพูดภาษาชาวบ้านก็อาจจะว่า "ช่วยไม่ได้ อยากเกิดมาจนทำไม" แต่ถ้าพูดภาษาพระในวันนี้ก็เห็นทีจะเป็น "ช่วยไม่ได้ ไม่เกิดมาเป็นอรหันต์เองนี่"

ปล. ตายกลางถนนแบบนี้ รับรองว่าไม่มีเจ้าประคุณสมเด็จฯองค์ไหนเสด็จไปร่วมงานศพหรอก ต้องระดับพระอรหันต์ถวายทีละล้านๆ โน่นและ ว่างตั้งแต่ต้นปีเชียว


สวนทางพระนิพพาน !
ภาพความแตกต่าง
ระหว่าง "พระ" กับ "อรหันต์"



พระข้ามกลับจากบิณฑบาต ถูก จยย. ชนอย่างแรงมรณภาพกลางถนนสายเอเชีย

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 20 มิถุนายน พ.ต.ท.วัชระ ประพฤติบัติ พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรอุทัย รับแจ้งเหตุพระภิกษุสงฆ์ถูกรถบรรทุกทับเสียชีวิตที่ถนนสายเอเซีย หลักกิโลเมตรที่ 20 ขาเข้ากรุงเทพ เขตตำบลธนู อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จึงเดินทางไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพพระชื่อ บุญชู อายุ 60 ปี พระลูกวัดเขาดิน ตำบลธนู ในสภาพเหลวกเหลว บาตรข้าว ดอกไม้กำ แกงถุง กระจายรอบศพ ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ หมายเลข ขยก-545 อยุธยา มีเศษจีวรพระสงฆ์ติดอยู่ โดยพบคนเจ็บอีก 2 คนที่ขับขี่รถจักรยานต์มาพร้อมกัน คือนายธนโชติ นาคแก้ว อายุ 31 ปี และ นางสาวธิติมาพร ทรงเคารพ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 32/2 หมู่ ตำบลบางนางร้า อำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้นำส่ง รพ.พระนครศรีอยุธยา

สอบสวนทราบว่าพระบุญชู จะออกจากวัดเขาดิน ข้ามถนนสายเอเชีย 10 ช่องทางจราจรไปยังตลาดแกรนด์เพื่อบิณฑบาตรโปรดสัตว์ทุกวันและหลังจากบิณฑบาตรเสร็จ จะเดินกลับในเส้นทางเดินคือ ข้ามถนนขาขึ้นเหนือ 5 ช่องจราจรและข้ามแท่นปูนกลางถนน ( แบริเฮอร์ ) และข้ามถนนขาเข้ากรุงเทพอีก 5 ช่องจราจรเพื่อเข้าวัด แต่วันนี้ขณะข้ามถนนขาเขากรุงเทพถูกรถจักรยานยนต์เข้าชนเต็มแรง และกระเด็นไปถูกรถบรรทุก 18 ล้อ ทับร่างจนเสียชีวิตคาที่ และรถบรรทุกเร่งหลบหนีไป

อย่างไรก็ตาม พบว่า หลังเกิดเหตุมัคทายกในวัดเขาดินได้มาเก็บข้าวของและดูศพอย่างน่าเวทนา

ข่าว : มติชน
20 มิถุนายน 2556


เครื่องบินเจ๊ตอรหันต์นอกรีตอลเวง !
ลอยแคว้งอยู่ที่ปารีส
หาทางเข้าประเทศไทยยังไม่เจอ


เพราะถ้าเผลอ "ประมาท" บินเข้าเมืองไทย โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ เกิดถูกรวบตัวที่สนามบิน ก็เสียท่าพระอรหันต์กำมะลอหมดสิโยม ดังนั้นจึงต้อง เคลียร์รันเวย์ !

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ