วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ดีเอสไอระบุ "พระน้ำฝน" ครอบครองรถผิดกฎหมาย


น้ำฝนเจอจนได้ !

ดีเอสไอระบุ "พระน้ำฝน" ครอบครองรถผิดกฎหมาย

อา.. อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ เคยเตือนแล้วเตือนอีก เตือนตั้งแต่เจ้าคุณเสนาะ และพระน้ำฝน ว่าอย่าทำตนเหลวไหล เมื่อเข้าใกล้ผู้ใหญ่ก็ให้ระมัดระวัง แต่ยิ่งนานวันก็ยิ่งเหลิง แล้ววันนี้เป็นไง มิใช่เสียเฉพาะ "พระน้ำฝน" เท่านั้น แต่พระน้ำฝนนั้นได้รับพระครูฐานานุกรมของ "พระพรหมสุธี" หรือ "เจ้าคุณเสนาะ" วัดสระเกศ ซึ่งเป็นถึงเลขานุการของ "สมเด็จพระพุฒาจารย์ ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" และดำรงตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมควบตำแหน่งเจ้าคณะภาค 12 อีกต่างหากด้วย ถามว่างานนี้จะเอาศักดิ์ศรีไปไว้ไหน นิมนต์ลาออกจากกรรมการมหาเถรสมาคมเสียเถิดท่านเจ้าคุณเสนาะ อย่าอยู่ให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่วัดสระเกศอีกต่อไปเลย
พระน้ำฝน วัดไผ่ล้อม
เจ้าพิธี "ขอขมากรรม"



นี่ภาพนี้แหละ ขอถามเจ้าคุณเสนาะว่าปล่อยให้พระน้ำฝนเข้าหาสมเด็จพระพุฒาจารย์ได้ไง แล้ววันนี้ใครจะรับผิดชอบ ?


 

 

งานนี้รับเอง





สร้างวัตถุอวมงคล



ขอขมากรรม ทำพิธีนอกรีต
หลวงพ่อพูลตายไปตั้งนาน แต่ยังเข็นท่านมาขายกิน





นพรัตน์ก็ไม่เบา แต่งชุดสีกากีไปช่วยงานน้ำฝน
ถาม น.นพรัตน์หน่อย รถเก๋งหรูเหล่านี้คงมิใช่แค่ราคาสี่ซ้าห้าบาทกระมัง มันคงจะมีฤทธิ์แรงถึงกับดึงผ้าเหลืองพระน้ำฝนให้หลุดจนกลายเป็น "ทิดน้ำฝน" ได้ในพริบตาเลยทีเดียว เพียงแค่ดีเอสไอแจ้งความดำเนินคดีเท่านั้น งานนี้รับรองว่า ภูเขาทองสะเทือน เพราะตำแหน่งกรรมการมหาเถรสมาคมของเจ้าคุณเสนาะมีปัญหาแน่ !







'DSI' ชี้รถ 'หลวงพี่น้ำฝน' เลี่ยงภาษี

'ดีเอสไอ' เผยผลสอบเบนซ์จดประกอบ เข้าข่ายผิดเลี่ยงภาษี 264 คัน บีเอ็มดับเบิ้ลยู ส่อผิด 37 คัน ส่วนรถ 'หลวงพี่น้ำฝน' ผิดชัวร์ พฤติกรรมเลี่ยงภาษีศุลกากร

 
18 มิ.ย. 56 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศวันแรกที่ดีเอสไอเปิดให้ผู้ครอบครองรถหรูราคาเกิน 4 ล้านบาท ที่อยู่ในบัญชีเป้าหมาย จำนวน 548 คัน เข้ามาแสดงหลักฐานเพื่อขอนัดวันนำรถเข้าตรวจสอบสภาพว่าเป็นรถที่นำเข้าทั้งคันหรือนำชิ้นส่วนมาจดประกอบ โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีผู้ครอบครองรถและผู้รับมอบอำนาจเดินทางมาติดต่อขอนัดวันนำรถเข้าตรวจสอบสภาพด้วยความสมัครใจแล้วหลายราย อาทิ นายเจริญชัย เงาศรี ผู้รับมอบอำนาจจากจาก นางพัชรี ทิพยโสธร และ พล.ต.ต.อรรถกร ทิพยโสธร เจ้าของรถเบนซ์ 2 คัน โดยนำสมุดคู่มือการจดเบียนรถและเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดงกับเจ้าหน้าที่

นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานบางส่วนพบว่ามีรถที่เข้าข่ายมีความผิดหลายคัน อาทิ รถเบนซ์ตรวจสอบเอกสารแล้ว 338 คัน เข้าข่ายมีความผิด 264 คัน , รถบีเอ็มดับบลิวตรวจสอบเอกสาร 46 คัน พบเข้าข่ายความผิด 37 คัน แต่ต้องรอตรวจสอบสภาพรถประกอบกันด้วย ส่วนความคืบหน้าการตรวจสอบรถหรูทั้ง 6 คัน ที่เกิดเพลิงไหม้นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัว นายนที ริ้วทอง หรือ เป้แขนด้วน และคาดว่าภายใน 2-3 วันนี้จะสามารถรวบรวมหลักฐานเพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับเสี่ยรถหรู 2 คนได้แน่นอน โดยเสี่ยทั้ง 2 คน มีที่อยู่และสถานประกอบการเป็นหลักแหล่ง มีสถานะทางสังคม และมีชื่อเสียงในกลุ่มพ่อค้ารถ ดังนั้นดีเอสไอขอให้ทั้ง 3 คน ติดต่อเข้ามอบตัวโดยเร็ว เพราะหากถูกจับอาจไม่ได้รับสิทธิประกันตัวชั่วคราว ทั้งนี้ การสอบสวนคดีรถหรูทั้ง 6 คัน ดีเอสไอไม่ได้ให้น้ำหนักเฉพาะคำให้การของนางองุ่น จึงแสงมณี เจ้าของรถเทรลเลอร์ แต่ดีเอสไอได้สอบสวนเส้นทางการเงินและการบัญชีควบคู่ไปด้วย ซึ่งภายในสัปดาห์นี้จะสามารถเปิดเผยกระบวนการรถจดประกอบหลีกเลี่ยงภาษีได้

นายธาริต กล่าวถึง กรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ระบุล่าสุดว่า รถโรลส์-รอยซ์ ที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตส.ว.สรรหา ร้องดีเอสไอให้ตรวจสอบนั้น ไม่ใช่รถของตนเองแต่เป็นรถที่หุ้นส่วนชาวสิงคโปร์นำมาฝากไว้ว่า ดีเอสไอจะนำหลักฐานจากกรมการขนส่งทางบกมาตรวจสอบกระบวนการนำเข้า การเสียภาษี ซึ่งจะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 7 หน่วย ในเวลา 16.00 น. เพื่อพิจารณากรณีของ ร.ต.อ.เฉลิม โดยเฉพาะ ซึ่งมั่นใจว่าจะทราบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยหากพบว่าเป็นรถจดประกอบก็จะต้องนำรถมาตรวจสอบทางกายภาพ

ส่วนกรณีพระครูปลัดสิทธิวัฒน์ หรือ หลวงพี่น้ำฝน ระบุว่ารถที่อยู่ในบัญชีถูกดีเอสไอตรวจสอบเป็นรถที่ซื้อเป็นคันแต่แยกชิ้นส่วนเพื่อนำเข้ามาในประเทศไทยทางเรือและมาประกอบใหม่เป็นคันเดิมนั้น นายธาริต ยืนยันว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายผิดกฎหมายแน่นอน เพราะมีพฤติกรรมหลีกเลี่ยงพิกัดกรมศุลกากร อีกทั้งเลขตัวถัง เครื่องยนต์และเกียร์ยังเป็นเลขซีรีส์เดียวกัน ซึ่งแสดงให้เห็นชัดเจนว่าเป็นรถคันเดียวกัน

อธิบดีดีเอสไอ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้ครอบครองรถที่สมัครใจนำรถเข้าตรวจสอบเบื้องต้นดีเอสไอจะให้ระยะเวลาแสดงตัวภายในสัปดาห์นี้ ก่อนพิจารณาออกหมายเรียกผู้ครอบครองที่มีรายชื่อแต่ไม่แสดงตัวนำรถเข้ารับการตรวจสอบ ทั้งนี้ยืนยันว่าจะปฏิบัติกับผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เสียหาย เพื่อมุ่งเอาผิดกับผู้ประกอบการเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่พบว่าผู้ครอบครองมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำผิดจึงต้องถูกดำเนินคดีด้วย


ข่าว คมชัดลึก
23 มิถุนายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ