วันอาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2556

เรือนหอของอรหันต์ศรีสะเกษ ขู่ฆ่าป้าลอน !! ถ้าไม่อยากตายก็ให้กลับคำพูดซะ


ขู่ฆ่าป้าลอน !!

ถ้าไม่อยากตายก็ให้กลับคำพูดซะ
ที่ว่าจะไม่ให้ไอ้เณรคำเข้าวัดป่าขันติธรรมน่ะ


อา..เจออานิสงส์การทำบุญกับพระอรหันต์เข้าแล้วไหมล่ะ ป้าน่าจะภูมิใจนะ เพราะได้ทำบุญยิ่งใหญ่กับพระอรหันต์แถมยังจะได้ตายเพราะพระอรหันต์อีก จะหาที่ไหนได้ในโลกนี้ ดูสิ ยังมีสาวกสายงมงายวิ่งเข้าไปให้ไอ้เณรคำไถแล้วไถอีก



ใครบังอาจให้ร้ายหลวงปู่เณรคำจะเจอดี
จากเรา...ชาวชมรม "เรารักหลวงปู่"



นางลอน มนัส
เจ้าของที่ดินสร้างวัดป่าขันติธรรม



เจ้าของที่ดินวัดป่าขันติธรรมโร่แจ้งความถูกขู่อุ้มฆ่า หลังไม่ให้ "หลวงปู่เณรคำ" เข้ามายุ่ง

วันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สภ.กันทรารมย์ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ นางลอน มนัส อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 1 บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ พร้อมด้วยลูกสาวคือน.ส.ศิราภรณ์ มนัส อายุ 43 ปี เข้าแจ้งความกับพ.ต.อ.ภุชงค์ วรรณา ผกก.สภ.กันทรารมย์ พ.ต.ท.เทอดชัย เครืออาจ พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ และร.ต.ท.อภิชาติ ดวงมะณี ร้อยเวร สภ.กันทรารมย์ หลังมีโทรศัพท์โทรมาขู่ฆ่า ที่เปิดแผยว่าจะสร้างวัดป่าขันติธรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย และจะไม่ให้หลวงปู่เณรคำ และคณะสงฆ์บางรูปมาบริหารวัด โดยจะขอให้พระผู้ใหญ่สายธรรมยุตส่งพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาเป็นเจ้าอาวาส ซึ่งผกก.สภ.กันทรารมย์ ได้รับแจ้งความไว้

นางลอน กล่าวว่า เมื่อประมาณเวลา 15.00 น. ของวันที่ 21 มิ.ย. ที่ผ่านมา หลังจากที่ตนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า จะขอตั้งวัดป่าขันติธรรมเอง เนื่องจากว่าได้ยกที่ดินให้หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรมไปนานร่วม 10 ปีแล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้ดำเนินการสร้างวัดแต่อย่างใด ทั้งที่ ได้รับอนุญาตจากกรมศาสนาว่า ได้อนุญาตให้สร้างวัดได้แล้ว จนกระทั่งใบอนุญาตได้หมดอายุลงเมื่อปี 2555 ที่ผ่านมา และตนจะไม่ให้หลวงปู่เณรคำกับพระบางรูปเข้ามาบริหารวัด เนื่องจากว่าประพฤติตัวไม่เหมาะสม เป็นที่ครหาของประชาชนทั่วไป ปรากฏว่า ได้มีโทรศัพท์มาที่กลุ่มญาติพี่น้องที่ทำงานอยู่ที่วัดป่าขันติธรรมแจ้งว่า ให้กลุ่มญาติของตนระวังให้ดีจะโดนอุ้มไปทำร้ายอาจจะถึงกับเสียชีวิตได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะอุ้มตนไปทำร้ายก่อน เนื่องจากว่าไปให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าจะขอสร้างวัดป่าขันติธรรมเอง เพราะว่าไม่สามารถที่จะทนรอต่อไปได้แล้วว่า เมื่อไรจึงจะมีการสร้างวัดป่าขันติธรรมให้ถูกต้อง

จากนั้น ตนจึงได้นำเรื่องนี้หารือกันครอบครัว ญาติพี่น้อง รวมทั้งญาติที่เป็นนายทหารอยู่ที่กรุงเทพฯ แจ้งว่า ให้ไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้เป็นหลักฐาน เนื่องจากเกรงว่า อาจจะไม่ได้รับความปลอดภัยจากเรื่องนี้


ด้าน พ.ต.อ.ภุชงค์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนจะส่งตำรวจไปดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้นางลอน และครอบครัว ได้รับอันตรายจากโทรศัพท์ที่มาข่มขู่ในครั้งนี้ โดยตนได้สั่งการให้งานป้องกันปราบปรามสภ.กันทรารมย์ จัดเวรไปดูแลความปลอดภัยแล้ว

สำหรับบรรยากาศที่วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ ในช่วงเช้าของวันนี้บรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงามาก มีคนงานจำนวนหนึ่งพากันมาเตรียมการจัดงานห่มผ้าพระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งกำหนดจัดงานนี้ขึ้นในระหว่างวันที่ 27-30 มิ.ย. และในช่วงเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันนี้ ปรากฏว่า ได้มีคณะทัวร์จากจ.สระบุรี จำนวนหนึ่งได้พากันมากราบไหว้พระแก้วมรกตจำลององค์ใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้น คณะทัวร์ได้เดินทางไปพักที่จ.อุบลราชธานี ต่อไป


ข่าว มติชน
23 มิถุนายน 2556
กันทรารมย์เครียด !

ส่งตำรวจเข้าคุ้มกันบ้าน "แม่ลอน มนัส" ผัดเปลี่ยนเวรยาม 24 ชั่วโมง หลังถูกสมุนอรหันต์เณรคำขู่อุ้มฆ่า อา..สาวกที่เหลือก็ระวังตัวเอาไว้ให้ดีนะโยม วันไหนคิดนอกใจอรหันต์ ก็จะโดนอุ้มฆ่าเหมือนแม่ลอน มนัส ซึ่งสงสาร "บักเณรคำ"ถูกชาวบ้านขับไสไล่ส่งไม่มีที่ซุกหัวนอน แล้ววันนี้เป็นไง เข้าตำรา-ชาวนากับงูเห่า ไม่ผิดเลย ไอ้อรหันต์เนรคุณเอ๊ย






ศรีสะเกษ - สภ.กันทรารมย์ ส่งกำลังตร.พร้อมอาวุธคุ้มกันเข้ม เจ้าของที่ดินสำนักสงฆ์ขันติธรรมของ “หลวงปู่เณรคำ” หลังถูกขู่อุ้มฆ่าและเข้าแจ้งความกับตร. ขณะเจ้าตัวยืนยันเป็นเจ้าของที่ดินเพียงผู้เดียว พร้อมเดินหน้าสร้างวัดป่าขันติธรรม ให้ถูกต้องตามกฎหมาย

วันนี้ (23 มิ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านของ นางลอน มนัส อายุ 68 ปี ตั้งอยู่กลางทุ่งนาบ้านหนองถ่ม ต.ดู่ อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ได้มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานปราบปรามและงานสืบสวน สภ.กันทรารมย์ จำนวน 10 นาย นำโดย พ.ต.ท.อดุลย์ สุรำไพ รอง ผกก.(ป) สภ.กันทรารมย์ พร้อมด้วยอาวุธปืนครบมือมาคุ้มกันรักษาความปลอดภัยให้กับ นางลอน ตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา โดยมีลูกหลาน ญาติพี่น้องของ นางลอน จำนวนหนึ่งมาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัยด้วย ซึ่งเหตุการณ์เป็นปกติ แต่เจ้าหน้าที่ยังคงเฝ้าระวังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ทั้งนี้เนื่องจาก เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. นางลอน ได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.อภิชาติ ดวงมะณี ร้อยเวร สภ.กันทรารมย์ ว่า ถูกขู่อุ้มฆ่า จากการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า เป็นเจ้าของที่ดินที่ตั้งสำนักสงฆ์ขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ ของ พระวิรพล สุขพล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ในปัจจุบัน และต้องการนำกลับมาสร้างวัดป่าขันติธรรมให้เป็นวัดที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่จะไม่ให้ หลวงปู่เณรคำ และพระสงฆ์บางรูปเข้ามาบริหารวัด โดยจะขอให้พระเถระชั้นผู้ใหญ่สายธรรมยุตพิจารณาจัดพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาเป็นเจ้าอาวาสวัด ที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องดังกล่าวแทน

นางลอน กล่าวว่า ตนดีใจมากที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาช่วยคุ้มกันแบบนี้ ขอยืนยันว่าจะสร้างวัดป่าขันติธรรมต่อไป เพื่อให้เป็นวัดอย่างถูกต้องสมบูรณ์ให้ได้ หากเป็นวัดถูกต้องเมื่อใดก็จะเซ็นมอบที่ดินให้กับทางวัดทันที ส่วนที่การบอกว่า ที่ดินตั้งวัดป่าขันติธรรมหรือสำนักสงฆ์ขันติธรรมของหลวงปู่เณรคำในปัจจุบัน เป็นของ นางทองมี วุฒิยาสาร ไม่ใช่ของตนนั้น ความจริงคือ นางทองมี ถวายที่ดินจำนวน 9 ไร่ เพื่อให้จัดวัด และตอนนั้น นางทองมี ป่วย จึงได้เรียกตนเข้าไปคุยด้วย บอกว่าจะคุยเรื่องดี ๆ ให้ฟัง

โดยบอกตนว่า ให้ดำเนินการเรื่องที่ดินตั้งวัดแทนนางทองมี ที่มอบที่ดิน จำนวน 9 ไร่ เพื่อสร้างวัดให้ได้ ซึ่ง นางทองมีบอกว่า เขาไม่สบายมาก คงจะอยู่ไม่ถึงตอนมอบถวายที่ดิน ขอให้แม่ใหญ่ หมายถึง ตน ทำการแทนด้วย จากนั้น นางทองมีจึงได้นำเอาชื่อตนไปใส่กับชื่อของ นางทองมีในหลักฐานที่ดิน พอ นางทองมี เสียชีวิต จึงเหลือตนเพียงคนเดียว ตนจึงจะดำเนินจัดสร้างวัดป่าขันติธรรม ให้เป็นวัดให้ได้ ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคที่ดิน

นางลอน กล่าวต่อว่า ศรัทธาตนไม่เปลี่ยนแปลง จะต้องนำที่ดินมาตั้งเป็นวัดตามวัตถุประสงค์ของเจ้าของที่ดินเท่านั้น ไม่ให้เป็นอย่างอื่น ส่วนที่มีการแถลงข่าวว่า นางทองมี มอบที่ดินให้หลวงปู่เณรคำแล้ว นั้น ตนขอยืนยันว่ายังไม่ได้มอบแต่อย่างใด หากมอบที่ดินจริงตนก็ต้องได้เซ็นมอบด้วย เพราะมีชื่อกันเพียง 2 คน เท่านั้น แต่ไม่เคยเซ็นมอบถวายอะไรเลย และขณะนี้หลักฐานที่ดินก็เป็นชื่อของตนเพราะนางทองมีเสียชีวิตไป ส่วนลูกหลานของนางทองมีจะมาเซ็นมอบด้วยก็ทำได้ หากจะทำการจัดตั้งวัดให้ถูกต้อง ตรงตามวัตถุประสงค์ที่เจ้าของที่ดินมอบหมายเอาไว้ ซึ่งตนจะเซ็นมอบให้ทันที

ตอนนี้ที่ดินเป็นชื่อตนคนเดียว ที่มีคนพูดออกมาว่าตนไม่ใช่เจ้าของที่ดินนั้นไม่จริง การที่มีการพูดออกมาเช่นนั้น อาจเป็นการแก้ต่างแทนหลวงปู่เณรคำก็ได้ ซึ่งนึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแบบนี้ ตนเป็นเจ้าของที่ดินแทน นางทองมี จะต้องทำให้เป็นวัดที่ถูกต้องให้ได้ นางลอน กล่าว

พ.ต.ท.อดุลย์ สุรำไพ รอง ผกก.(ป.) สภ.กันทรารมย์ กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก พ.ต.อ.ภุชงค์ วรรณา ผกก.สภ.กันทรารมย์ ให้นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจงานปราบปรามและงานสืบสวน มาทำการรักษาความปลอดภัยให้กับ นางลอน มนัส เนื่องจากเกรงว่า อาจจะเกิดเหตุร้ายตามที่มีการขู่อุ้มเอาไปทำร้ายร่างกาย โดยได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดละ 10 นาย ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมารักษาความปลอดภัยให้กับนางลอน ที่บ้านอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง

ส่วนสถานการณ์ภายในเขตพื้นที่ สภ.กันทรารมย์ ขณะนี้เหตุการณ์ยังคงปกติ แต่เพื่อความไม่ประมาท ได้จัดเจ้าหน้าที่ตำรวจออกสืบสวนหาข่าวเพื่อป้องกันการก่ออาชญากรรมในบริเวณเขตพื้นที่รับผิดชอบของ สภ.กันทรารมย์ อย่างต่อเนื่อง ด้วย

 


ข่าว ผู้จัดการ
23 มิถุนายน 2556



แนวหน้าชัวร์กว่า !!

ระบุ "อรหันต์เณรคำ" คือ "เจ้าของ" บ้านหลังใหญ่

คุณพ่อให้สัมภาษณ์
"สร้างไว้เป็นเรือนหอลูกสาว มาแต่ละครั้งก็มาวแอ๋..ฯลฯ"





เรือนหอของอรหันต์ศรีสะเกษ





พระอรหันต์นอนเหมือนคนเมาเบียร์เลยฮ่ะ
น่าจะเอาไปเป็นโมเดลออกเหรียญนะ
"รุ่นหลับไหลไม่ได้สติ"
อุปถัมภ์การสร้างโดย..เบียร์คอแมว




22 มิ.ย. 2556 ผู้สื่อข่าวเข้าไปตรวจสอบที่บ้านหลังหนึ่ง ใน อ.น้ำเกลี้ยง จ.ศรีสะเกษ หลังจากได้รับแจ้งจากแหล่งข่าว ซึ่งอ้างว่า พระดังรูปหนึ่ง ได้ไปสร้างบ้านไว้ที่นั่น 1 หลัง เมื่อไปถึงพบบ้านหลังใหญ่ลักษณะชั้นครึ่ง ปลูกอยู่ด้านหลังบ้านหลังเล็กที่อยู่ติดถนน แต่บ้านหลังใหญ่อยู่ลึกเข้าไปห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างไปได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ เมื่อคำนวนด้วยสายตาคาดว่า หยุดสร้างไปนานไม่ต่ำกว่า 2 ปี

นายถวิล จันพะวา เจ้าของที่ดินแปลงที่ปลูกสร้างบ้านหลังดังกล่าวเล่าว่า บ้านหลังดังกล่าว หลวงปู่เณรคำ แห่งวัดป่าขันติธรรม อ.กันทารมย์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งได้มาติดพันลูกสาวตนเป็นผู้สร้างไว้ แต่ตอนหลังได้หนีหายไป ไม่ได้ให้เงินมาสร้างต่อทิ้งลูกสาวตนไป ลูกสาวตน จึงได้แต่งงานกับผู้ชายอีกคนหนึ่งไป เมื่อประมาณ 2 ปีมาแล้ว

ชายคนเป็นพ่อ เล่าต่อไปว่า เมื่อประมาณปี 2546 พระรูปดังกล่าวได้มาที่หมู่บ้าน เพื่อมาหาที่จะสร้างวัดป่า และได้รู้จักกับลูกสาว ซึ่งขณะนั้นลูกสาวเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งได้เสียกัน พร้อมกับมาสร้างบ้านไว้ให้ ที่สร้างไปแล้วนี่หมดเงินประมาณ 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งพระรูปนั้นได้รับปากกับตนว่า จะอยู่ในผ้าเหลืองอีก 3 ปี แล้วจะสึกมาอยู่กินกับลูกสาวตน เมื่อครบ 3 ปีแล้ว ก็ยังไม่ยอมสึก ยึดเวลาไปอีกเรื่อยๆ ลูกสาวตนก็ต้องการที่จะมีครอบครัวเป็นตัวเป็นตน ไปไหนมาไหนจะได้ไม่อายเขาแต่พระบ่ายเบี่ยงมาเรื่อย จนกระทั่งเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาได้หายหน้าไปเลย

"ตอนแรกที่มา ตนก็ไม่ได้คิดไม่ว่าจะเป็นอะไร แต่ขอให้ออกจากวัดมาอยู่กินกับลูกสาวตามประสาคู่ผัวตัวเมีย เหมือนชาวบ้าน ผัวเมียคู่อื่นเขา รังเกียจอะไรไม่ว่าจะยากดีมีจนขอให้ออกสึกออกมา เท่าที่ดูจะชอบดื่มเหล้าด้วย เวลามาหาลูกสาวจะขับรถเบนซ์มาเอง และมีเหล้าติดมาครั้งละ 2-3 ขวดทุกครั้ง บางครั้งขับรถมาในสภาพเมาจนต้องหามลงจากรถเลยก็มี คนเป็นพ่อ กล่าว



ข่าว : แนวหน้า
23 มิถุนายน 2556




จ๊ะเอ๋ !!

เจอบ้านหลังใหญ่ในศรีสะเกษราคาหลายล้าน
จะเป็นของอรหันต์ตัวไหนหนอ ?

สงสัยจะตัวที่ไม่เกิดอีกแล้ว เลยรีบสร้างไว้ให้พร้อม

ทั้งพ่อแม่และลูกเมีย

มิน่า ใครๆ ถึงอยากเป็นอรหันต์


ว่าแต่สมเด็จพระวันรัต ผู้บังคับบัญชาของพระอรหันต์ ว่ายังไงฮะ ได้ทองคำครบ 250 กิโล ไปให้แขกหรือยัง ? เมื่อไหร่จะว่างมาดูประเทศไทยเราฮะ หรือว่าอยากจะไปอยู่อินเดียเป็นการถาวร สร้างพระมหาเจดีย์พุทธคยาเสร็จ ก็นิมนต์เก็บข้าวเก็บของไปอยู่อินเดียเลยสิครับ ทำความดีไว้กับแขกเยอะ ให้แขกเลี้ยงก็แล้วกัน มันเป็นรางวัลสูงสุดของชีวิตที่ท่านอยากไดมิใช่หรือ ?






พบบ้านหลังใหญ่ที่ จ.ศรีสะเกษ
เจ้าของที่ดินเผยพระชื่อดังสร้างไว้ให้ลูกสาว ?


วันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า มีบ้านหลังใหญ่ที่กำลังก่อสร้างอยู่ที่บ้านโนนม่วง หมู่ที่ 5 ตำบลรุ่งระวี อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ โดยแจ้งว่า เป็นของพระชื่อดังรูปหนึ่ง มาสร้างไว้แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อย เมื่อไปถึงพบบ้านหลังใหญ่ลักษณะชั้นครึ่ง ปลูกอยู่ด้านหลังบ้านหลังเล็กที่อยู่ติดถนน แต่บ้านหลังใหญ่อยู่ลึกเข้าไปห่างจากถนนประมาณ 100 เมตร ซึ่งเป็นบ้านที่สร้างไปเสร็จประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์ โดยคาดว่าน่าที่จะหยุดทำการก่อสร้างนานประมาณ 2 ปีแล้ว

จากการสอบถามเจ้าของที่ดินแปลงที่ปลูกสร้างบ้านหลังดังกล่าว เล่าว่า บ้านหลังดังกล่าวมีพระรูปหนึ่ง ได้มาติดพันลูกสาวตนเป็นผู้สร้างไว้ แต่ตอนหลังได้หนีหายไป ไม่ได้ให้เงินมาสร้างต่อและได้ทิ้งลูกสาวไป ลูกสาวตนจึงได้แต่งงานกับผู้ชายอีกคนหนึ่งไป เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ทั้งนี้ เมื่อประมาณปี 2546 พระรูปดังกล่าวได้มาที่หมู่บ้าน เพื่อมาหาที่จะสร้างวัดป่า และได้รู้จักกับลูกสาว ซึ่งขณะนั้นลูกสาวเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จนกระทั่งได้เสียกัน พร้อมกับมาสร้างบ้านไว้ให้ ที่สร้างไปหมดเงินประมาณ 2 ล้านกว่าบาท โดยพระรูปนั้นได้รับปากกับตนว่า จะอยู่ในผ้าเหลืองอีก 3 ปี และจะสึกมาอยู่กินกับลูกสาวตน เมื่อครบ 3 ปีแล้ว ก็ยังไม่ยอมสึก ซึ่งเวลาพระมาหาลูกสาวของตนจะขับรถเบนซ์มาเอง และมีเหล้าติดมาครั้งละ 2-3 ขวดทุกครั้ง



ข่าว : มติชน
23 มิถุนายน 2556



อะฮ้า !

พบบริษัทขายวัตถุอัปรีย์บักเณรคำตั้งอยู่ที่สมุทรสาคร

สงสัยโครตพ่อโครตแม่ไอ้หมอนี่เป็นชาวสมุทรสาคร หรือไม่ก็ชาติก่อนไอ้เปรตนี่จะเกิดเป็นชาวนาเกลือ เลยต้องไปตั้งบริษัทไว้ที่นั่น ต่อไปก็บินไปตั้งไว้ที่เวอร์จิ้นไอร์แลนด์เลยสิ บักหำน้อย




 
หลอกดาวบ้านแดกมาหลายรุ่นแล้ว



เรื่องราวของ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ และพระสงฆ์อีก 2 รูป ที่ปรากฏเป็นคลิป นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว สวมแว่นตาดำราคาแพง หูเสียบหูฟังไอโฟน และถือหลุยส์วิตตอง กระเป๋าแบรนด์เนมราคาแพง กลายเป็นประเด็นที่นำไปสู่การถกเถียงและวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งในและต่างประเทศ

และดูเหมือนยิ่งขุดเรื่องราวของ หลวงปู่เณรคำ ก็ยิ่งพบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมมากมาย

ไม่ว่าจะเป็นรูปภาพกับหญิงสาว

หรือเรื่องเงินบริจาคกว่าพันล้านบาท พร้อมทองคำกว่า 100 กิโลกรัม ที่เรี่ยไรไปสร้างวัดและพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก

ยังไม่นับบ้านหรูหราราวคฤหาสน์ บ้านทรายมูล จ. อุบลราชธานี

ล่าสุด ยังพบว่าหลวงปู่เณรคำ แจกรถโตโยต้า คัมรี่ ให้เจ้าคณะภาค 10 ร้อยเอ็ด ราวกับเสี่ยใหญ่ หรือภาพที่เดินทางไปดูโรงงานผลิตเครื่องบินเจ็ตในต่างประเทศ

และมีเรื่องเล่าว่า พระรูปนี้เคยนั่งรถยนต์โรลส์-รอยซ์ มางานพิธีทำบุญที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จ.พิษณุโลก มาแล้ว

เมื่อตามไปดู วัดป่าขันติธรรม ในวันที่หลวงปู่เณรคำกับคณะบินไปฝรั่งเศส พบว่าบรรยากาศค่อนข้างเงียบเหงา ไม่มีญาติโยมมาทำบุญ มีเพียงคนงานก่อสร้าง 2-3 คนเท่านั้น

จุดที่น่าสังเกตคือ ป้ายชื่อหลวงปู่เณรคำ และป้ายชื่อ บริษัท ขันติธรรมก้าวหน้า จำกัด ธุรกิจจำหน่ายวัตถุมงคล และตู้รับบริจาคเงินจำนวนมาก วางทั่วบริเวณวัดป่าขันติธรรม

ส่วนภายในภุฏิของวัดนั้น จะปูด้วยพรมสีเขียว มีรูปภาพของหลวงปู่เณรคำขนาดใหญ่ติดอยู่หลายภาพ

ทั้งนี้ ยังมี ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ อยู่บริเวณถนนเข้าวัด โดยเป็นรูปเครื่องหมาย H เป็นสัญลักษณ์การลงจอดของเฮลิคอปเตอร์

ชาวบ้านที่อาศัยใกล้วัด เล่าว่า ปกติแล้วชาวบ้านที่อยู่แถวนี้จะไม่พากันเข้ามาทำบุญที่วัดป่าขันติธรรม เนื่องจากทราบข่าวมานานแล้วว่าพฤติกรรมของพระวัดนี้มีความไม่ชอบมาพากลหลายอย่าง

ชาวบ้านส่วนมากจะทราบเรื่อง แต่ไม่กล้าพูดออกมา เพราะเกรงว่าอาจจะได้รับอันตรายจากอิทธิพลมืด เนื่องจากว่ามีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และนายทหารชั้นผู้ใหญ่เข้ามาที่วัดนี้บ่อยมาก

และหลวงปู่เณรคำจะมีรถตำรวจทางหลวงนำขบวนตลอดเวลา

ขณะที่ นายประเสริฐ กาลพัฒน์ ศิษย์รุ่นแรกเล่าว่า สมัยก่อน หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ได้ปฏิบัติธรรมด้วยดีมาตลอด แต่พักหลังหลวงปู่เณรคำได้จัดกิจกรรมขึ้นบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นการทอดกฐิน ซึ่งได้เงินหลายร้อยล้านบาท จึงอยากจะสอบถามว่าเงินจำนวนนั้นไปไหน และนำไปพัฒนาส่วนไหนบ้าง ทั้งนี้อยากให้สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้ติดตามในประเด็นที่มีปัญหาอยู่ในขณะนี้

เมื่อตรวจสอบ บริษัท ขันติธรรมก้าวหน้า จำกัด KHANTI DHAMMA KAOWNA COMPANY LIMITED พบว่าบริษัทนี้จดทะเบียน 17 สิงหาคม 2555 ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท บริษัทตั้งอยู่ที่ 138 ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร ประเภทธุรกิจ ประกอบกิจการซื้อขายจัดจำหน่ายสินค้า และบริการเครื่องสังขภัณฑ์ และสินค้าอื่นๆ ทุกชนิด

นี่อาจเป็นสายสัมพันธ์ระหว่างพระกับธุรกิจ ?






นายวิรอด ไชยพรรณนา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ยอมรับว่า การที่จะให้ตรวจสอบสถานะการเงินของหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก นั้น คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากว่าวัดป่าขันติธรรมนั้นไม่ใช่วัดที่มีการขออนุญาตจัดสร้างถูกต้องตามกฎหมายแต่อย่างใด ทำให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดศรีสะเกษ ไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปตรวจสอบได้

ขณะที่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า กรณีนี้หากจะมองว่าผิดก็ถือว่า "ผิดอาจาระ" คือมีพฤติกรรมที่เกินความพอดี มีกิริยามารยาทความประพฤติไม่เหมาะสม ไม่สอดคล้องกับสถานะของความเป็นพระสงฆ์ ทำให้ผู้ประสบพบเห็นเสื่อมศรัทธาความเชื่อความเลื่อมใสในบุคคลเหล่านั้น

คนที่เคยศรัทธาเลื่อมใสอยู่ก่อนแล้ว ก็จะจืดจาง เสื่อมความเคารพนับถือลงโดยลำดับ พุทธศาสนิกชนดูแล้วหดหู่

เอาเข้าจริง กรณีหลวงปู่เณรคำ ไม่ใช่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์แค่ในประเทศไทย แม้แต่สำนักข่าว "เอพี" ยังรายงานว่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มีพระสงฆ์ไทย 300 รูป ได้ถูกตักเตือน รวมทั้งถูกจับสึก เพราะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เช่น กินเหล้า เสพเมถุน และขู่กรรโชกทรัพย์

แต่กรณีนี้ ผู้ที่ให้สติและวิธีคิดที่ดี ได้แก่ พระเทพวินยาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช เจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มองว่าเหตุที่เกิดขึ้นไม่สมควรและไม่เหมาะกับพระ พระบางรูปมีลูกศิษย์ลูกหานับถือนำสิ่งของมาถวาย ก็ถือว่าไม่เหมาะเช่นกัน

"พระสงฆ์ทุกรูปจะต้องลดละเลิกปฏิบัติทุกเรื่องในขณะที่บวช เพื่อละจากราคะ โมหะ และไม่ควรสนับสนุนให้เกิดราคะ โมหะ เหตุที่เกิดปัญหามาจากไม่ปฏิบัติตามพุทธบัญญัติเท่าที่ควร แต่เรื่องมันไม่ได้ร้ายแรงมาก แต่สำหรับชาวโลกแล้วจะห้าม เพราะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะ"







สำหรับญาติโยมที่มักนิยมถวายจตุปัจจัยที่มีค่าเกินความเหมาะสมนั้น เห็นสมควรหรือไม่ว่า อันนี้เป็นความศรัทธา เราจะไปห้ามปรามอะไรไม่ได้ เนื่องจากเขานับถือ มีพระบางรูปทำบุญวันเกิด มีโยมนำรถเบนซ์มาถวาย 10 กว่าคัน แต่พระรูปนั้นก็คืนไป จึงเปลี่ยนมาถวายเงินแทน แล้วก็นำเงินเหล่านั้นมาใช้ มีบางวัดถวายแล้วก็นำมาใช้ภายในวัดก็มี

จุดที่พอดีจึงอยู่ที่การรู้จักตนเอง ว่าอยู่ในการครองตนเป็นสมณะ เป็นพระ เป็นภิกษุ เมื่อปฏิบัติตามภาวะเหล่านี้ก็ไม่มีปัญหา หากนอกเหนือจากนี้ขึ้นอยู่กับญาติโยมที่เลื่อมใสศรัทธา ส่วนใหญ่จะเป็นพระสงฆ์ที่มีเวทมนตร์คาถาอาคมศักดิ์สิทธิ์ สามารถเจิมโฉนดที่ดิน สามารถเจิมรถเจิมเรือสำหรับขายได้ สามารถสนองศรัทธาของญาติโยมได้ พระแบบนี้ก็มีอยู่มาก"

เรื่องราวของ หลวงปู่เณรคำ อาจต้องตรวจสอบกันต่อไป แต่อีกด้าน เกิดคำถามว่าพฤติกรรมเกินพอดี ของพระคุณเจ้า โทษพระหรือโทษโยม?


ข่าว : มติชน

23 มิถุนายน 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ