วันศุกร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2557

โปรดเกล้าฯ ! หม่อมศรีรัศมิ์ เป็น ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน

พระบรมราชานุญาต !

พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ "ลาออก" จากฐานันดรศักดิ์

 



 

โปรดเกล้าฯ !

หม่อมศรีรัศมิ์ เป็น ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี

ใช้ชีวิตเยี่ยงสามัญชน

 

 

โปรดตั้งหม่อมศรีรัศมิ์เป็นท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี

หลัง "หม่อมศรีรัศมิ์" ลาออกจากฐานันดรศักดิ์ "สมเด็จพระบรมฯ" ทรงพระเมตตาสูงสุด แต่งตั้งเป็น "ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี" และจะกลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ณ บ้านเกิด โดยศึกษาธรรมะและปฎิบัติธรรม

ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานว่า หลังจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์แล้ว ซึ่งเป็นไปตามประกาศราชกิจจานุเบกษา ณ วันที่ 11 ธันวาคม พุทธศักราช 2557 เผยแพร่ประกาศเล่ม 131 ตอนที่ 29 ข ซึ่งความทราบฝ่าละอองพระบาท และพระราชทานพระบรมราชานุญาตแล้วนั้น มีรายงานว่า ทรงหย่าจากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2557 โดยมีองคมนตรีเป็นพยานในการหย่าครั้งนี้ โดยหม่อมกราบพระบาทแล้วขอทูลลา และไม่ขอรับใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมถวาย "พระองค์ที" แก่สมเด็จพระบรมฯ ซึ่งแสดงถึงความคงไว้ซึ่งพระเกียรติยศในความเป็น "พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ"

ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานต่อว่า สมเด็จพระบรมฯทรงพระเมตตาสูงสุดต่อหม่อม โดยพระราชทานเงินจำนวนหนึ่งให้ พร้อมเกียรติแห่งฐานันดรศักดิ์ แต่งตั้งเป็น "ท่านผู้หญิง" โดยใช้ชื่อใหม่-นามสกุลใหม่ว่า "ท่านผู้หญิงบุษบา สุวะดี" ทั้งนี้ท่านผู้หญิงบุษบา จะกลับไปใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ณ บ้านเกิด ที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยจะมุ่งศึกษาธรรมะและปฎิบัติธรรม ส่วนพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ทรงตามเสด็จฯสมเด็จพระบรมฯไปศึกษาต่อยังประเทศเยอรมันแล้ว สำหรับการนำเสนอข่าวพระราชสำนักนั้น จะงดขึ้นภาพของหม่อม เพราะถือว่าได้สละความเป็นพระราชวงศ์เป็นการเรียบร้อยแล้ว

ผู้สื่อข่าว "เดลินิวส์ออนไลน์" รายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ในเว็บไซต์วิกิพีเดีย ซึ่งก่อนหน้านี้ ระบุฐานันดรศักดิ์ไว้คือ "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ" แต่หลังจากมี "ราชกิจจานุเบกษา" เผยแพร่เรื่อง พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ขอพระราชทานกราบบังคมทูลลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ ปรากฏว่า หน้าเว็บไซต์วิกิพีเดีย ก็ได้มีการปรับเนื้อหาทันที โดยระบุใหม่ล่าสุดเป็นว่า "พลตรีหญิง ท่านผู้หญิง ศรีรัศมิ์ สุวะดี" (ภายหลังมีดำริเปลี่ยนนามเป็น 'บุษบา สุวะดี')เกิด: 9 ธันวาคม พ.ศ. 2514 หรือเดิม "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร" ภายหลังได้ลาออกจากฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์ อันมีผลตั้งแต่วันที่วันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2557

 

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา-เดลินิวส์
13 ธันวาคม 2557

 

ใหญ่กว่าพระญาติ !

อ้างเป็นพระญาติ ผูกขาดขายน้ำพริก ถูกจับติดคุก

อ้างเป็นญาติพระเจ้าอาวาส ผูกขาดขายกล้วยไม้ ถูกหวย

 

พระญาติ VS ญาติพระ

หมผลกรรมในไทยแลนด์แดนพุทธนี้ชั่งแตกต่างกันแท้ ก็ไม่รู้ว่าใช้พระไตรปิฎกเล่มเดียวกันหรือเปล่า แต่ถึงอย่างไรก็ต้องชื่นชม "มหาเถรสมาคม" ว่ามีคุณธรรมจริยธรรมล้ำเลิศ เพราะกรรมการมหาเถรสมาคมสมคบกับญาติผูกขาดขายกล้วยไม้ในวัดโสธรมานานหลายปี แต่กลับไม่มีความผิดอะไรเลย แถมยังยกย่องกันสูงระดับ"รองสมเด็จ" อีกไม่กี่ปีก็คงขึ้นชั้นเป็นสังฆราช ถึงตอนนั้น ประเทศไทยก็คงต้องใช้"กล้วยไม้สวนร่มวรีย์" บูชาพระเพียงประเภทเดียว ก็ดีฮะ บันทึกไว้เถิด ประวัติศาสตร์คณะสงฆ์ไทย ภายใต้การนำของ "สำนักวัดปากน้ำ" ว่าเวลาได้อำนาจมาแล้ว พวกท่านบริหารบ้านเมืองกันอย่างไร จะเป็น "รัฐบุรุษ" หรือ "โมฆบุรุษ" ก็คงได้รู้กันภายในไม่กี่ปีนี้ล่ะ เพราะไม่มีใครอยู่เกินร้อย ดังนั้น จะทำอะไรก็รีบๆ ทำเสียเถิดครับ เวลาและวารีไม่คอยใคร

 

กล้วยไม้กับน้ำพริก วิถีแห่งความรวยด้วยเครือญาติ

 

อ้างพระญาติกีดกันคู่แข่ง ขังสุดาทิพย์ ผูกขาดส่งน้ำพริกเข้าวัง ทำเสื่อมพระเกียรติ

ฝากขังเมียอดีต ผกก.คดีหมิ่น

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.สามเสน ควบคุมตัวนางสุดาทิพย์ ม่วงนวล อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 ซอยทวีวัฒนา 49 ต.ศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม. ภรรยา พ.ต.อ.โกวิท ม่วงนวล อดีต ผกก.ตม.สมุทรสาคร และมีศักดิ์เป็นหลาน พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ผู้ต้องหาผิดตามมาตรา 112 ข้อหาหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ มายื่นคำร้องฝากขังต่อศาลครั้งแรก

อ้างเบื้องสูงจัดน้ำพริกส่งวัง

โดยคำร้องสรุปว่า ระหว่างปี 2545 ถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน 2557 ต่อเนื่องกัน น.ส.สุดาทิพย์ ได้อาศัยความเป็นพระญาติในสถาบันเบื้องสูงจัดหาอาหารน้ำพริก พร้อมเครื่องเคียง เช่น ผักสด ผักลวก ต่างๆ นำส่งกองกิจการในพระองค์ เพื่อพระราชทานเลี้ยงให้แก่ ข้าราชบริพาร วังศุโขทัย ติดต่อกันเรื่อยมา หากมีร้านค้าอื่นๆ ประสงค์เข้ามาประมูลราคา ผู้ต้องหาจะพูดแอบอ้างในฐานะตนเองเป็นพระญาติว่ามีคำสั่งให้เป็นผู้จัดหาอาหารจำพวกน้ำพริกฯ นำส่งกองกิจการในพระองค์ฯ แต่

เพียงผู้เดียว ทั้งนี้พฤติการณ์การกระทำไม่เป็นไปตามพระราโชบายและระเบียบปฏิบัติที่ถูกต้อง คือจะต้องเปิดการประมูล เพื่อให้แข่งขันทางการค้า ตามระเบียบทางราชการทั่วไป การกระทำดังกล่าวเป็นลักษณะแอบอ้างเบื้องสูง หมิ่นสถาบันทำให้เสื่อมเสียพระเกียรติยศ กองกิจการในพระองค์ฯ จึงมอบอำนาจให้ พล.อ.ต.วีระพันธ์ ภูวจินดา ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สามเสน ให้ดำเนินคดี น.ส.สุดาทิพย์กับพวก

ตร.ค้านประกันหวั่นหลบหนี

ต่อมาวันที่ 10 ธันวาคม 2557 พนักงานสอบสวน สน.สามเสน ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 2238/2557 ลงวันที่ 10 ธันวาคม 2557 จึงแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 83 เหตุเกิดที่แขวงและเขตดุสิต กทม. มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 3-15 ปี ชั้นสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพ

แต่การสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จต้องสอบปากคำพยานบุคคลที่เหลืออีก 7 ปาก รอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษของผู้ต้องหาและอื่นๆ ด้วยความจำเป็นดังกล่าว จึงขอฝากขังผู้ต้องหานี้ไว้เป็นเวลา 12 วันตั้งแต่วันที่ 11-22 ธันวาคมนี้

ท้ายคำร้องขอคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหานี้กระทำผิดอาญาร้ายแรง และมีอัตราโทษสูง หากได้รับการประกันตัวไปเกรงว่าจะหลบหนี และขอศาลได้โปรดสั่งขังผู้ต้องหาไว้ระหว่างสอบสวนด้วย ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้

ที่มา : มติชน
12 ธันวาคม 2557

1 ความคิดเห็น:

  1. ไม่ระบุชื่อ13 ธันวาคม 2557 23:34

    ชีวิตคนก็ยังงี้แหละ สูงสุดคืนสู่สามัญ

    ตอบลบ

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ