วันอาทิตย์ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เรื่องที่มหาเถรสมาคม ควรพิจารณา?

รูปแรกของไทย !

สังฆราชศรีลังกาตั้งอุปัชฌาย์ภิกษุณี

ระบุ "ปีหน้า" บวชได้เอง

 

ภิกษุณีธัมมนันทา
(ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)
หัวหน้าภิกษุณีแห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี นครปฐม

อ้างว่าได้รับการแต่งตั้งจากพระมหินทวังสะ มหาสังฆนายก แห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา ให้เป็นปวัตตินีรูปแรกในประเทศไทย

 

29 พฤศจิกายน 57

นิมนต์ พระมหินทวังสะ สังฆนายกแห่งนิกายอมรปุระ ศรีลังกา เดินทางมาเป็นพระอุปัชฌาย์ ทำการอุปสมบทภิกษุณีขึ้นเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินไทย

รับตราตั้งพระอุปัชฌาย์

ในงานอุปสมบทภิกษุณีที่อารามทิพยสถาน เกาะยอ จังหวัดสงขลา วันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา มีการมอบตราตั้ง "ปวัตตินี" หรือพระอุปัชฌาย์ ฝ่ายภิกษุณี ให้แก่ ภิกษุณีธัมมนันทา แห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี เป็นรูปแรก เนื่องเพราะมีคุณสมบัติตามพระวินัย บวชครบ 12 ปีแล้ว

 

ถูกหรือเถื่อน เถื่อนหรือถูก ?

การรับตราตั้ง "พระปวัตตินี" จากพระมหินทวังสะ สังฆราชแห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา ของภิกษุณีธัมมนันทานั้น เกิดคำถามขึ้นว่า ถูกต้องตามพระธรรมวินัยและตามกฎหมายของคณะสงฆ์ไทยหรือไม่ ?

ถ้าถูก : ก็แสดงว่า ต่อไป ภิกษุณีธัมมนันทา สามารถให้การบรรพชาอุปสมบทแก่สามเณรีและภิกษุณีในประเทศไทยได้เต็มรูปแบบ

ถ้าผิด :  ก็แสดงว่า เป็นลัทธิเถื่อน ถึงจะอ้างว่า "ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และได้รับการรับรองจากคณะสงฆ์นิกายอมรปุระแห่งศรีลังกาแล้ว" ดังนี้ก็ตาม ก็ต้องมีการดำเนินการด้านกฎหมายให้กระจ่าง มิเช่นนั้นการปกครองคณะสงฆ์ไทยจะล่มสลาย เพราะขนาดพระผู้ชายยังต้องได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์จากสมเด็จพระสังฆราช จึงจะสามารถให้การบรรพชาอุปสมบทได้ แต่นี่ภิกษุณีเล่นไปเอาคำสั่งจากพระสังฆราชศรีลังกามาบวชในไทย มันก็เหมือนเมืองไทยไม่มีขื่อไม่มีแป ใครนึกอยากจะให้ใครที่ไหนในโลกตั้งเป็นอะไร แล้วก็มาเผยแพร่ในเมืองไทย เหมือนกันว่าไทยเป็นเมืองขึ้นของศรีลังกา ถามว่า จะปล่อยไปได้อย่างไร ?

 



 

กฎหมายวินิจฉัยไม่ยาก แต่ปฏิบัติตามยาก !

ปัญหาข้อที่ว่า การบวชภิกษุณีในประเทศไทย โดยที่คณะสงฆ์ไทย และรัฐบาลไทย มิได้รับรอง (แถมยังห้ามอีกต่างหาก) นั้น เป็นอันรู้กันได้ง่ายว่า ผิดกฎหมาย แต่การบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น ยากมาก เพราะเหมือนกับว่า นอกจากคณะสงฆ์ไทยจะไม่สนับสนุนสตรีให้เป็นภิกษุณีแล้ว ยังกลั่นแกล้งและถึงกับทำลายภิกษุณีที่สู้อุตส่าห์ไปสืบพระศาสนามาจากต่างประเทศ มองทางไหนก็ได้ไม่คุ้มเสีย แต่จะปล่อยไปก็เหมือนประเทศไทยไร้ขื่อไร้แป

 



ธัมมนันทาภิกษุณี She ไม่ธรรมดา

"หัวหน้าภิกษุณี" ในประเทศไทยวันนี้ ถ้าจะพูดว่า คือ "ภิกษุณีธัมมนันทา" ก็คงไม่ผิดนัก เพราะเธอเป็นภิกษุณีรูปแรกที่ไปบวชมาจากต่างประเทศ และทิพยสถานภิกษุณีอารามเกาะยอ จังหวัดสงขลา ก็แตกหน่อออกไปจาก "วัตรทรงธรรมกัลยาณี"ของภิกษุณีธัมมนันทา จะว่าเป็นสาขาก็คงไม่ผิด

ภิกษุณีธัมมนันทา หรืออดีต รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ นั้น นับว่าไม่ธรรมดา เพราะมีดีกรีเป็น ดร. และรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะมาบวช ชีวิตจึงผ่านงานวิชาการการสอนวิชาพระพุทธศาสนามาอย่างโชกโชน แทบว่าบรรดาพระอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ล้วนแต่เคยเป็นศิษย์ของ ดร.ฉัตรสุมาลย์ มาแล้วเกินครึ่ง คอนเน็กชั่นหรือสายสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศของภิกษุณีฉัตรสุมาลย์จึงกว้างไกล เมื่อแนบอิงกับ "สิทธิมนุษยชน" และ"มวลชนคนอยากเป็นภิกษุณี" ก็ยิ่งทำให้ปราการภิกษุณี "แข็งปั๋ง" จนยากที่มหาเถรสมาคมจะทำอะไรได้ !

 



 

 

รู้แล้วฝืนทำ มิใช่ทำเพราะไม่รู้

ปัญหาว่าด้วยสถานะภิกษุณีในประเทศไทยเวลานี้ มิใช่ว่า "ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์" จะไม่รู้ เพราะคนเป็นถึงระดับครูบาอาจารย์ จะว่าไม่รู้กฎหมายนั้นฟังไม่ขึ้น แต่ถึงกระนั้น หล่อนก็ยัง "ฝืนทำ" ทั้งๆ ที่รู้ว่า "มันผิดกฎหมาย" แต่เธอก็เลือกที่จะ "ทำผิดก่อนแล้วค่อยขอแก้ไข" มิใช่ "การแก้ไขให้ถูกแล้วจึงค่อยทำ" เพราะเธออาจจะเชื่อว่า ขืนรอให้มีการรับรองสถานะของภิกษุณีแล้วค่อยขอบวช รับรองว่าให้ตายก็ไม่ได้บวช แม่ชีวรมัย กบิลสิงห์ มารดาของหล่อน ซึ่งรอจนตาย นับเป็นตัวอย่างดีที่สุดที่หล่อนมี ดังนั้น เรื่องอะไรจะรอ วันนี้ ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์ก็สมหวังแล้ว ได้เป็นภิกษุณีสมใจ ส่วนเรื่องกฎหมายไทยนั้น ก็รอเวลา "ง้างผิดให้ถูก" เพราะกฎหมายมิใช่ปรากการสำคัญ ถ้าหากว่ามีมวลชนสนับสนุนมากพอ ก็ไม่ยาก

 

 

Your Turn

พูดเป็นภาษาอังกฤษว่า "ยัวร์เทิร์น" แปลว่า ถึงตาของมหาเถรสมาคมแล้ว เวลานี้ ปัญหาภิกษุณี นำมาถวายโดยคณะอุบาสิกา มีหัวหน้านามว่า "ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์"ทายาทธรรมรุ่นที่ 2 รองจากคุณแม่วรมัย ได้นำมาประเคณถึงวัดปากน้ำแล้ว จะแก้ไขอย่างไรก็ต้องรีบ มิเช่นนั้นก็อาจจะสายเกินไป เพราะปัจจุบันนี้ มีสาขาสำนักภิกษุณีกระจายไปทุกภาคของประเทศไทยแล้ว

 



 

ปีหน้า ภิกษุณีธัมมนันทา ประกาศนั่งอุปัชฌาย์ บวชเอง

ที่เราบอกว่า มหาเถรสมาคมจะนิ่งนอนใจไม่ได้ นั้น ก็มิใช่อื่นใด เนื่องมาจากภิกษุณีธัมมนันทา ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า "ปี พ.ศ.2558" สามารถบวชภิกษุณีได้เอง เพราะจะมีอายุพรรษาครบ 12 ปี และในวันที่ 29 พ.ย. 57 ที่ผ่านมา ภิกษุณีธัมมนันทาก็ไปรับใบแต่งตั้งพระอุปัชฌาย์จากพระมหินทวังสะ สังฆราชแห่งนิกายอมรปุระ ณ ทิพยอารามภิกษุณี เกาะยอ จังหวัดสงขลา นั่นแสดงว่า ภิกษุณีธัมมนันทามีคุณสมบัติพร้อมแล้ว สำหรับการทำพิธีบรรพชาอุปสมบท ให้แก่สตรีในประเทศไทย

แต่จะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายไทยประการใดนั้น ก็อยู่ที่มหาเถรสมาคมแล้วล่ะ เพราะว่า เป็นการละเมิดอำนาจของมหาเถรสมาคมโดยตรง เราจึงกล่าวได้แต่เพียงว่า "your turn" ถึงเวลาของท่านแล้ว !

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
14 ธันวาคม 2557

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ