วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ปฎิรูปตำรวจ ยุคคสช.

นับเป็นสัญญาณที่ดีเมื่อผลการประชุมคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ข้อสรุปแนวคิดที่จะปฏิรูปองค์กรตำรวจครั้งใหญ่เพื่อแก้ปัญหาความเหลวแหลกเน่าเฟะขององค์กรตำรวจที่สั่งสมมาอย่างยาวนานให้หมดสิ้นไปเสียที

นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โฆษกคณะกรรมาธิการด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม แถลงผลการประชุมคณะกรรมาธิการนัดล่าสุดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ต้องไม่มีอีกต่อไป แล้วต้องมีองค์กรใหม่เพื่อให้ตำรวจเป็นอิสระปลอดจากการแทรกแซงและมีการตรวจสอบการใช้อำนาจของตำรวจอย่างเป็นธรรมโดยเสนอตั้ง “สภากิจการตำรวจแห่งชาติ” ที่ประกอบด้วยหัวหน้าส่วนราชการด้านความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านการคัดเลือกจาก สส.และสมาชิกวุฒิสภา

นอกจากนี้ยังต้องรื้อโครงสร้างขององค์กรตำรวจจากเดิมรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลางเป็นการกระจายอำนาจไปสู่ภูมิภาคและท้องถิ่น โดยประชาชนในท้องถิ่นจะมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแต่งตั้งโยกย้ายหรือถอดถอนตำรวจในพื้นที่ตัวเอง รวมทั้งการแยกหน่วยงานตำรวจไปขึ้นตรงกับหน่วยงานที่มีลักษณะงานเหมือนกัน อาทิ ตำรวจป่าไม้ควรขึ้นกับกรมป่าไม้ ตำรวจรถไฟไปอยู่กับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ตำรวจท่องเที่ยวควรโอนไปสังกัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ความพยายามปฏิรูปองค์กรตำรวจมีมานานแต่ไม่เคยสำเร็จเสียที โดยล่าสุดหลังการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ยุครัฐบาลขิงแก่ภายใต้การนำของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกฯ มีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปองค์กรตำรวจโดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธาน ซึ่งพล.ต.อ.วสิษฐ ได้สรุปผลการศึกษารายงานต่อรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ แต่พอมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองผลการศึกษาของ พล.ต.อ.วสิษฐ ก็ถูกทิ้งลงตะกร้า ทั้งๆ ที่เป็นแนวคิดที่ทันสมัยและตรงจุดเพราะ พล.ต.อ.วสิษฐ เคยไปศึกษาหลักสูตรของเอฟบีไอของสหรัฐอเมริกาและเป็นนายตำรวจตงฉินซึ่งรับราชการตำรวจมายาวนานจึงมองปัญหาขององค์กรตำรวจได้อย่างทะลุปรุโปร่งเป็นระบบและอย่างตรงไปตรงมาโดยหัวใจสำคัญผลการศึกษาของ พล.ต.อ.วสิษฐ ก็คือต้องกระจายอำนาจองค์กรตำรวจไม่ให้รวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลางและมีขนาดที่เล็กลงเพื่อขจัดปัญหาการซื้อขายตำแหน่ง แสวงหาผลประโยชน์ในระดับชาติ รวมทั้งป้องกันการแทรกแซงจากฝ่ายการเมือง

ปัญหาสำคัญขององค์กรตำรวจตลอดช่วงที่ผ่านมามีอยู่ 2 เรื่องก็คือ เรื่องแรกตำรวจในฐานะผู้บังคับใช้กฎหมายเปิดช่องให้ตำรวจใช้อำนาจไปในทางทุจริตแสวงหาผลประโยชน์ทุกรูปแบบโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและบางครั้งกดขี่ข่มเหงประชาชน ส่วนเรื่องที่สอง ตำรวจทำตัวเป็นทาสรับใช้นักการเมืองจนกลายเป็นรัฐตำรวจทำให้องค์กรตำรวจกลายเป็นเครื่องมือและสมบัติส่วนตัวของผู้มีอำนาจทางการเมืองบางตระกูลซึ่งทำลายความน่าเชื่อถือขององค์กรตำรวจอย่างรุนแรง

กรณีการจับกุม พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และนายตำรวจระดับสูงลอตใหญ่ด้วยข้อหาร้ายแรงเป็นอีกหนึ่งในตัวอย่างที่ตอกย้ำความเหลวแหลกในองค์กรตำรวจได้อย่างชัดเจน

เพราะฉะนั้นในโอกาสที่บ้านเมืองอยู่ภายใต้อำนาจพิเศษโดยคสช. ซึ่งมีเป้าหมายที่จะปฏิรูปประเทศครั้งใหญ่จึงได้แต่หวังว่าจะมีการปฏิรูปองค์กรตำรวจอย่างจริงจังและเห็นผลเป็นรูปธรรมเสียที เพื่อให้ตำรวจกลับมาเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มืออาชีพแทนที่จะถูกมองว่าเป็นโจรในเครื่องแบบเหมือนเช่นที่ผ่านมา

ทีมข่าวการเมือง

- See more at: http://www.naewna.com/creative/133836#sthash.T2sUMZJM.dpuf

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ