วันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รบ.เตรียมแจก7แสนไร่ นายกฯสั่งใส่เกียร์เดินหน้า


คนจนเฮรอรับที่ดิน
รบ.เตรียมแจก7แสนไร่
นายกฯสั่งใส่เกียร์เดินหน้า
ตั้ง3อนุกรรมการ‘จัดสรร’
ดาว์พงษ์ยันปีเดียวเห็นผล


พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ครั้งที่ 1 ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน ว่าที่ประชุมมีมติพิจารณาแต่งตั้งอนุกรรมการ 3 ด้านได้แก่ 1.อนุกรรมการจัดหาที่ดินมี รมว.ทรัพยากรธรรมชาติเป็นประธาน มีหน้าที่จัดหาที่ดินให้คนยากจนทำกิน 2.อนุกรรมการจัดที่ดิน โดยมี รมว.มหาดไทย เป็นประธาน มีหน้าที่จัดคนลงพื้นที่หลังจากที่คณะที่1 จัดหาพื้นที่แล้ว ให้เหมาะกับขนาดของพื้นที่ตามท้องถิ่นนั้นๆ โดยในส่วนกระทรวงมหาดไทยจะมีรายชื่อของประชาชนที่ยากไร้ ขณะที่คณะ1 มีรายชื่อของผู้ที่บุกรุกพื้นที่ที่ถูกผลักดันออกไป และจะนำรายชื่อมาพิจารณาร่วมกันแล้วคัดเลือกว่าใครควรจะได้รับการจัดสรรที่ดินทำกิน
ตรวจสอบโดยใช้เลขบัตรปชช.
ส่วนอนุกรรมการที่ 3 คืออนุกรรมการส่งเสริมพัฒนาอาชีพ มีรมว.เกษตรและสหกรณ์เป็นประธาน มีหน้าที่ในการพิจารณาว่าพื้นที่ไหนควรจะทำอาชีพอะไร พื้นที่ไหนควรทำอะไรจึงจะเหมาะสมและจะทำหน้าที่ในการจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินตามนโยบาย โดยจะไม่มอบให้เป็นสิทธิรายบุคคลแต่จะมีการจัดหาระบบใหม่ ที่เหมาะสมตามลักษณะพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้จะใช้เลขประจำตัวประชาชนในการตรวจสอบจำนวนผู้ยากไร้เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ซึ่งเมื่อลงรายละเอียดไม่เกิน 1 ปีน่าจะรู้ทิศทาง และถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน
นายกฯสั่งรายงานผลทุก3เดือน
พล.อ.ดาวพงษ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้อนุกรรมการรายงานผลอีกครั้งในช่วงเดือนธันวาคม เพื่อประเมินว่ามีผลสัมฤทธ์อย่างไร และต้องรายงานทุก 3 เดือน ต้องทำงานอย่างหนัก นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้มอบหมายให้ มีการพิจารณาผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่เกิน 10 คน ตามระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งเป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนองค์กรเอกชนที่มีฐานะตามนิติบุคคล ต้องมีผู้มีความรู้ด้านการจัดการที่ดิน ปฏิรูปที่ดิน ผังเมือง การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ด้านกฎหมาย ที่ดินและเศรษฐศาสตร์ เข้ามาเป็นคณะกรรมการใหญ่ด้วย
หวังไม่ให้ปัญหาซ้ำรอย
“ต้องย้อนไปดูว่าการแก้ปัญหาที่ดิน มีการออกเอกสารสิทธิ์รายบุคคลมาหลายรูปแบบ และพบว่ามีการขายสิทธิ์ไปจำนวนมาก จนกลายมาเป็นผู้ที่ไม่มีที่ดินเหมือนเดิมและหาพื้นที่บุกรุกใหม่ การแก้ปัญหาแบบเดิมที่ได้ผลก็มี แต่การขายสิทธิก็มีจำนวนมากจนกลายเป็นปัญหาเดิมๆ รัฐบาลนี้จึงต้องคิดใหม่ ต้องการเปลี่ยนรูปแบบใหม่ แต่อยู่บนพื้นฐานของความเป็นไปได้ เป็นเหตุผล แต่ยอมรับว่าจะต้องใช้เวลาซึ่งเชื่อว่าไม่เกินปีใหม่จะเห็นทิศทางของนโยบายนี้ การแก้ปัญหาที่ดินครั้งนี้ต้องไม่ไปกระทบกับสิ่งแวดล้อม ต้องได้เห็นสิ่งที่จับต้องได้ทุก 3 เดือน” พล.อ.ดาว์พงษ์ กล่าว
เตรียมที่ดินไว้เกือบ7แสนไร่
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พื้นที่ที่จะทำการจัดสรรดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรม ที่สาธารณะ โดยแบ่งเป็น3 ประเภทคือ 1.ที่ดินว่างเปล่าสามารถจัดการได้ทันที จำนวน 3,794ไร่ ซึ่งอยู่ในครอบครองของ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และกรมธนารักษ์ 2.ที่ดินที่มีผู้ครอบครอง โดยอยู่ในความดูแลของหน่วยงาน เช่น กรมป่าไม้ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ จำนวน 55,156 ไร่ และ 3.ที่ดินที่ต้องพิจารณาในด้านกฎหมาย โดยอยู่ในความครอบครองของกรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมธนารักษ์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ และกรมพัฒนาที่ดินจำนวนกว่า 5.9 แสนไร่
นอกจากนี้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมร่วมกับกระทรวงมหาดไทยมีการตั้งคณะกรรมการปรับปรุงระบบแผนที่ โดยจะปรับมาตราส่วนจาก 1:50,000 เป็น 1:4,000
ระบุทุกฝ่ายต้องช่วยกัน
ทางด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวในรายการคืนความให้คนในชาติว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินของพี่น้องเกษตรกรนั้น รัฐบาลสำรวจและพบข้อเท็จจริง ว่าเป็นปัญหาใน 7 ลักษณะ ได้แก่ปัญหาไร้ที่ดินทำกิน, ความขัดแย้งเรื่องแนวเขตที่ดิน, การบุกรุกพื้นที่สงวนหวงห้าม, การใช้ที่ดินไม่เต็มศักยภาพ, การถือครองที่ดินขนาดใหญ่, การกระจายการถือครองที่ดินที่ไม่เป็นธรรม และปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ดิน การทุจริต รวมทั้งเอาที่ดินที่ได้รับแจกไปขายต่อ ซึ่งปัญหาทั้งหมดเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และเชื่อมโยงหลายหน่วยงาน รัฐบาลจึงกำหนดแนวทางแก้ปัญหาแบบบูรณาการโดยจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ พ.ศ.2557 เพื่อบริหารจัดการอย่างครบวงจร
เชื่อช่วยคนจนสบายขึ้น
“สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันก็คือ การจัดสรรที่ดินให้กับผู้ยากไร้ ต้องตรวจสอบก่อน เพื่อความถูกต้อง ไม่ได้เป็นการให้เปล่า ไม่ได้ยกให้ใครและไม่ได้มีกรรมสิทธิ์ เป็นการอนุญาตให้เข้ามาประกอบอาชีพตามเงื่อนไขที่กำหนดกรรมสิทธิ์ที่ดินยังคงเป็นของรัฐ ที่ดินที่ได้รับการจัดสรร จะต้องถึงมือประชาชนที่ไม่มีที่ดินทำกิน มารวมกลุ่มกัน ออกแรงแล้วรัฐก็จะดูแล ปันส่วนให้ ฉะนั้น เมื่อผลประโยชน์ออกมาก็แบ่งปันกัน เพราะว่าใช้พื้นที่ของหลวง ก็เหมือนกับเช่า คล้ายๆ กัน แต่นี่ออกแรงไปด้วย ทำนาทำไร่ปลูกพืช สวน อะไรไปด้วย ก็น่าจะเป็นสัดส่วนที่น่าจะพอให้พี่น้องประชาชนไม่มีที่ทำกินพออยู่ได้” นายกรัฐมนตรี กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ