วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

คสช.จะทำศาสนาให้บริสุทธิ์จริงหรือ?

ปรับนโยบาย !

ธรรมกายประกาศ

"เจริญพระพุทธมนต์ถวายในหลวง"

บอกทำมา 11 ปีแล้ว อ๋อเหรอ

อืม..สงสัยทำแบบปิดทองหลังพระมั๊ง

เพราะไม่เห็นประกาศให้ชาวโลกทราบเลย

ผิดกับโครงการสารพัด ที่ยิงข่าวจนดาวเทียมไหม้

บอกแล้วไงว่า "พ่อใหญ่ไม่เล่นการเมือง" แต่เอาจริง

 

5 ธันวา จับตาเมืองไทย

จาก..ลัทธิเถื่อน สู่..ลัทธิถูก

รอเพียง..พระบรมราชโองการ

 

 

 

งานนี้แหละที่เป็นการ "ปรับตัว" ครั้งใหญ่ของธรรมกาย แบบว่ารองรับกับการ"อนุมัติพัดยศพระราชาคณะสายวิปัสสนา จำนวน 4 ตำแหน่ง" ให้แก่พระวัดพระธรรมกาย ในวันที่ 5 ธันวาคม ศกนี้ (รวมทั้งตำแหน่งรองสมเด็จฯของพระธรรมกิตติวงศ์) ซึ่งจะส่งผลถึงตำแหน่ง "สมเด็จพระสังฆราช" ของวัดปากน้ำในอนาคต ดังนั้น เพื่อเลี่ยงข้อครหาของสังคม ถึงจะไม่เคยจัด ก็จำเป็นต้องจัด แต่ก็..จัดอย่างมีเหลี่ยม เพราะอ้างว่าเป็นโครงการของ"คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี" แต่..มาจัดที่วัดพระธรรมกาย จัดแบบนี้ท่านเป็นการจัดเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจ ส่วนว่าถ้าได้อำนาจมาแล้ว จะเอาไปทำอะไร..ก็เรื่องของเรา เหมือนๆ เจ้าคุณเสนาะคิดนั่นแหละ อำนาจอยู่ในมือ ทำอะไรก็ได้ แต่วิธีการหาอำนาจนั้นสำคัญกว่า สำคัญมันอยู่ที่ "ผู้มอบอำนาจ" ว่าจะเชื่อใจหรือไม่ เพราะมอบไปแล้วไม่มีสิทธิ์เอาคืน ดูสมเด็จเกี่ยวเป็นตัวอย่าง ถามว่า วัดสระเกศแตกเพราะใคร ถ้ามิใช่..ผู้มอบอำนาจก็สรุปว่า ปรับที่ธรรมกายแค่จุดเดียว ก็สามารถสร้างทางอันราบรื่นได้ตั้งแต่แม่สายถึงในวัง เรื่องเดินธุดงค์เหยียบพรมนั้นจิ๊บจ๊อย ต่อไปจะไปปักกลดถึงในวัดพระแก้วโน่น เชื่อเหอะ ขอให้ได้ "อำนาจ"มาก่อน ถึงตอนนั้นจะเป็นอิทธิฤทธิ์ราชเดชของ พณฯธัมมชโย !

 

 

พิธีเจริญพระพุทธมนต์

เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
โดยคณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี

วันที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2557 เวลา 15.00 น
ณ วัดพระธรรมกาย

 

 

คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานี กว่า 1,500 รูป เจริญพระพุทธมนต์ถวายในหลวง ปีที่ 12  ในวันพุธที่ 3 ธ.ค. 2557 เวลา 14.30 น. ณ สภาธรรมกายสากล วัดพระธรรมกาย

 

โดยมีพระเดชพระคุณพระเทพรัตนสุธี เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี และ นายพงศธร สัจจชลพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธาน ...

 

ในช่วงพิธีกรรมมีการถ่ายทอดสดผ่าน DMC Channel และเว็บ www.dmc.tv ไป 200 กว่าประเทศทั่วโลก ... ขอเชิญสาธุชนผู้ใจบุญมาร่วมงานบุญโดยพร้อมเพรียงกัน

 

คณะสงฆ์เจริญพุทธมนต์บท “ธัมมจักกัปปวัตนสูตร” และบท “ภูมิพลมหาราชวรัสสะ ชยมังคลคาถา” เพื่อถวายพระพรชัยมงคลและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง พระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยสืบไป ทั้งนี้ คณะสงฆ์จังหวัดปทุมธานีโดยท่านเจ้าคณะจังหวัดได้นำคณะสงฆ์ทั้งจังหวัด ปทุมธานีจัดกิจกรรมนี้ที่วัดพระธรรมกายติดต่อกันเป็นปีที่ 16 แล้ว

 

ที่มา : DMC
26 พฤศจิกายน 2557

 

ดับซ่า "เกษม" สามแยก !

 

ศาลฎีกาพิพากษา "ยืน" ยันยันว่าผิด

กรณีเหยียบและทำลายพระพุทธรูป

อันเป็นที่เคารพสักการะของประชาชนคนไทย

ดีที่ยังไม่จับยัดคุก ไม่งั้นผ้าเหลืองหลุด

แต่ต่อไปก็อย่าให้มีอีก ไม่งั้นโทษหนักเป็นสองเท่า

คงเข้าใจนะคุณเกษมนะ อย่าโอเวอร์

 

 



 

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 25 พ.ย. ศาลจังหวัดหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ นัดพระเกษม อาจิณสีโล เจ้าสำนักสงฆ์สามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ มาฟังคำพิพากษาศาลฎีกา กรณีถูกสำนักงานพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบูรณ์ และพนักงานอัยการจังหวัดหล่มสัก ร่วมเป็นโจทก์ฟ้องว่า พระเกษม อาจิณสีโล มีพฤติกรรมดูหมิ่นเหยียดหยามพระพุทธรูป และศาสนา ด้วยการติดป้ายว่าไม่ต้องกราบพระพุทธรูป เพราะเป็นแค่วัตถุทองเหลืองเท่านั้น และยังใช้เท้าเหยียบฐานพระพุทธรูป และใช้มือตบที่พระพักตร์พระพุทธรูปด้วย เหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 พ.ค.51 คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้อง พนักงานอัยการจึงใช้สิทธิยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษากลับให้พระเกษมมีความผิดตามฟ้อง พร้อมลงโทษทั้งจำคุกและปรับเป็นเงิน 20,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี พระเกษมจึงยื่นอุทธรณ์ศาลฎีกา โดยศาลฎีกาพิเคราะห์พยานหลักฐาน และข้อเท็จจริงในคดี แล้วพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์ แต่เนื่องจากผู้ต้องหาให้การเป็นประโยชน์ มีเหตุบรรเทาโทษจึงไม่ต้องจำคุก แต่ให้ลงโทษปรับ 2 กระทง ๆ ละ 2,000 บาท รวมค่าปรับ 4,000 บาท แต่ให้ลดโทษค่าปรับกึ่งหนึ่งคงเหลือปรับเพียง 2,000 บาท

หลังฟังคำพิพากษา พระเกษม กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาสรุปว่า ไม่มีโทษจำคุก แต่มีโทษปรับ 2,000 บาท ครั้งที่แล้วถูกโทษปรับ 20,000 บาท มีลูกศิษย์ออกค่าปรับให้ ครั้งนี้ศาลให้เซ็นรับเงิน 20,000 บาทคืน แต่ตนไม่ขอเซ็นรับเงินคืน เนื่องจากผิดวินัยสงฆ์ และขอยืนยันว่า ยังคงเดินหน้าสั่งสอนลูกศิษย์ ให้ยึดพระธรรมวินัยจากพระไตรปิฎกต่อไปตามเดิม และขอฝากสื่อมวลชนว่าในการปฏิรูปแก้กฎหมายในครั้งนี้ให้เพิ่มข้อกฎหมายให้เจ้าหน้าที่รัฐมีสิทธิเข้าไปตรวจสอบทรัพย์สินของพระสงฆ์ที่มีทรัพย์สิน และเงินสดมากมาย ทั้งที่เป็นพระสงฆ์ อีกทั้งก่อนบวชก็ไม่มีทรัพย์สินอะไร มาจากลูกของชาวบ้านธรรมดา ๆ นี่เอง แต่พอมาบวชเป็นพระสงฆ์กลับมีทรัพย์สิน และเงินสดเก็บไว้อย่างมากมาย ขอสนับสนุนกฎหมายให้สามารถตรวจสอบทรัพย์สินของพระสงฆ์ได้

หลังจากนั้นพระเกษมได้นั่งรถยนต์ของลูกศิษย์ที่ขับตามกันไปเป็นขบวนไปยังพื้นที่โล่งในที่ดินของลูกศิษย์ เพื่อนั่งเฮลิคอปเตอร์ที่ลูกศิษย์ดำเนินการให้มาลงที่พื้นที่โล่งบริเวณที่ดินหลังอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก ทั้งมาส่งและรับกลับสำนักสงฆ์สามแยก ต.วังกวาง อ.น้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์

ภาพ : ไทยรัฐและเว็บไซต์อื่น ข่าว : เดลินิวส์
26 พฤศจิกายน 2557



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ