วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ด่วนพฤติกรรมข้าราชการ ภัยต่อความมั่นคง?

นับเป็นข่าวช็อกวงการตำรวจอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)มีคำสั่งให้พนักงานสอบสวนขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 10 ราย ซึ่งที่สำคัญคือ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.)ที่เพิ่งจะถูกเด้งฟ้าผ่าตอนตีสี่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา พล.ต.ต.โกวิท วงศ์รุ่งโรจน์ อดีตรองผบช.ก.ที่ถูกเด้งก่อนหน้านี้เช่นกันโดยนายตำรวจทั้งสองถูกตั้งข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพตามมาตรา 112 ประมวลกฎหมายอาญาและจูงใจให้ผู้อื่นมอบผลประโยชน์และรับผลประโยชน์ตามมาตรา 148 และ 149 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบอันมีความผิดตามมาตรา 157

นอกจากนี้ยังออกหมายจับ พล.ต.ต.บุญสืบ ไพรเถื่อน อดีตผู้บังคับการตำรวจน้ำ ตามความผิดฐานเรียกรับผลประโยชน์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ พ.ต.อ.โกวิทย์ ม่วงนวล ผู้กำกับการตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสมุทรสาครข้อหาร่วมกันก่อสร้างแผ้วถางหรือเผาป่าหรือกระทำการใดๆอันเป็นการทำลายป่าหรือเข้ายึดครองป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ต.อ.วุฒิชาติ เลื่อนสุคันธ์ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ ด.ต.สุรศักดิ์ จันทร์เงาพนักงานขับรถของ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และด.ต.ฉัตรินทร์ เหล่าทอง ในข้อหาเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับผลประโยชน์และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

ข่าวช็อกอีกเรื่องหนึ่งก็คือ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ หลิมรัตน์ อดีตผู้กำกับการ 1 กองปราบปราม ที่เพิ่งถูกคำสั่งเด้งฟ้าผ่าพร้อมกับ พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพวกได้เสียชีวิตอย่างปริศนาจากการตกจากที่สูงร่างแหลกเมื่อกลางดึกวันที่ 20 พ.ย.นี่เอง โดยมีการเผยแพร่การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ ทางโซเชียลมีเดียพร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตต่างๆ นานาว่า มีการฌาปนกิจศพ พ.ต.อ.อัครวุฒิ์ อย่างรวดเร็วที่วัดหลักสี่

ปฏิบัติการเชือดล้างบางในกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางซึ่งคุมตำรวจทั่วประเทศ รวมทั้งกองปราบปรามครั้งนี้ ถือว่าสั่นสะเทือนวงการตำรวจเป็นอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งพล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ และพล.ต.ต.โกวิท ที่ถูกออกหมายจับในข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

ทั้งนี้จากนี้เป็นต้นไปต้องจับตาอย่ากะพริบว่าจะมีคำสั่งเด้งฟ้าผ่านายตำรวจระดับบิ๊กระลอกใหม่ออกมาอีกหรือไม่ และที่สำคัญก็คือต้องจับตาคลื่นใต้น้ำในวงการสีกากีที่อาจจะวางยาบ่อนทำลายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยเฉพาะจากบรรดาตำรวจมะเขือเทศที่เป็นซากเดนระบอบทักษิณซึ่งยังฝังตัวอยู่อีกจำนวนมากและจ้องรอโอกาสการฟื้นคืนชีพของระบอบทักษิณ รวมทั้งบรรดาบิ๊กสีกากีที่สูญเสียผลประโยชน์จากการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบทั้งหลาย ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าในแวดวงสีกากีนั้นเต็มไปด้วยการทุจริตและแสวงหาผลประโยชน์ผิดกฎหมายมหาศาล

แผนปฏิบัติการเชือดกลุ่มบิ๊กสีกากีครั้งนี้อาจเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูและสะท้อนคลื่นใต้น้ำในองค์กรตำรวจหรืออาจเชื่อมโยงกับสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศ ขณะที่คสช.กำลังเผชิญกับสารพัดมรสุมและขบวนการคลื่นใต้น้ำที่พยายามจ้องล้มจากกลุ่มอำนาจเก่าอยู่แล้ว หากมีการปลุกระดมกองทัพตำรวจทั่วประเทศให้เกียร์ว่างหรือวางยาอำนาจรัฐถือเป็นสัญญาณอันตรายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะจากฝีมือตำรวจมะเขือเทศที่เป็นซากเดนระบอบทักษิณยังฝังตัวอยู่ในวงการสีกากีไม่น้อย ขณะที่ค่านิยมของวงการตำรวจล้วนเต็มไปด้วยการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบซึ่งเมื่อหม้อข้าวตัวเองถูกทุบทำลายย่อมไม่ยอมแน่นอน และไม่เฉพาะวงการตำรวจยังมีข้าราชการทาสรับใช้ระบอบทักษิณยังฝังตัวอยู่ในแทบทุกหน่วยราชการโดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย สำนักงานอัยการสูงสุดและกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ซึ่งหากขบวนการจ้องล้มสุมหัวกับขบวนการชั่วร้ายผิดกฎหมายทั้งหลาย อาทิ ขบวนการค้ายาเสพติด พวกมาเฟียผู้มีอิทธิพลเพื่อล้มคสช.ถือว่าเป็นระเบิดเวลาลูกใหญ่ที่ท้าทายคสช.และความมั่นคงของชาติ

ทีมข่าวการเมือง

นสพ.แนวหน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ