วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

สัจจะที่มหาชนจะจดจำ

ล่าชื่อคนไทยจี้‘ประยุทธ์’

ทวงหนี้‘ปู’

จ่ายคืน5แสนล.จำนำข้าว

3นักวิชาการประเดิมไล่บี้นายกฯ

กร้าวอย่าผลักภาระให้ประชาชน

ปูด‘ยิ่งลักษณ์’เล็งเผ่นนอกต้นปี

นายแก้วสรร อติโพธิ อาจารย์พิเศษคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ พร้อม ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ และ รศ.ดร.กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์  ได้ทำจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 27 พฤศจิกายน 2557 ขอให้  ดำเนินคดีเรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว

เสียหาย5แสนล.ปูต้องรับผิด

สาระสำคัญของหนังสือดังกล่าวระบุว่า ตามที่คณะกรรมการตรวจสอบโครงการจำนำข้าว กระทรวงการคลัง ได้สรุปความเสียหายกว่า 7.82 แสนล้านบาท จากปี  2547-2556 เสนอต่อรัฐบาล ข้าพเจ้าทั้งสามเห็นพ้องต้องกันว่า เฉพาะในส่วนโครงการของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 4 โครงการที่ขาดทุนทางบัญชีกว่า 5.1 แสนล้านบาทนั้น มีความเสียหายอันเกิดจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง ที่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลก่อนและข้าราชการระดับสูง ต้องร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่แผ่นดินรวมอยู่ด้วย  นับแสนล้านบาท และนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539   ต้องเร่งรัดดำเนินคดีตามขั้นตอนและเหตุผลโดยลำดับดังนี้

1.รายงานของคณะกรรมการได้สรุปชัดเจนแล้วว่า มีความเสียหายเป็นตัวเงินเกิดแก่ราชการอย่างมหาศาลยิ่ง และเห็นได้ชัดเจนตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มโครงการแล้วว่า  ไม่มีทางที่รัฐจะระบายข้าวในราคารับจำนำได้เลย ความข้อนี้มีผู้ท้วงติงเป็นอันมาก ทั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ปปช.)และสถาบันศึกษาวิจัยระดับชาติ แต่บรรดารัฐมนตรีในรัฐบาลกลับเพิกเฉยไม่ระงับหรือปรับแก้โครงการ   ตามวิสัยที่เจ้าหน้าที่ผู้รู้จักรับผิดชอบในราชการพึงกระทำ กลับฝืนผลักดันโครงการต่อไปทั้งๆ ที่ตระหนักดีว่า เกิดความเสียหายแก่แผ่นดินอยู่ทุกวัน จนต่อมาแม้จะได้สำนึกยอมลดวงเงินจำนำและตั้งเงื่อนไขกรอบรับจำนำแต่เพียงบางส่วน  ก็มิอาจจะเยียวยาความเสียหายอย่างมหาศาลที่เกิดขึ้นแล้วได้นายกฯตู่ต้องรีบจัดการ

2.การปฏิบัติหน้าที่โดยเพิกเฉยไม่ใยดีต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นตรงหน้าอยู่ทุกวันเช่นนี้ เป็นพฤติการณ์ที่รับไม่ได้ด้วยประการทั้งปวง แม้นักการเมืองผู้รับผิดชอบจะอ้างว่าเป็นนโยบายรัฐบาลที่ตนมีอำนาจกระทำได้ตามสัญญาที่ให้ไว้ทั้งต่อเกษตรกรและรัฐสภาก็ตาม   แต่ก็อ้างให้พ้นผิดไปไม่ได้เพราะการใช้อำนาจที่เห็นได้ชัดแล้วว่ามีแต่จะก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เช่นนี้   ในทางกฎหมายถือว่าเป็นการใช้สิทธิเกินส่วนที่ไม่อาจยกฐานความชอบธรรมใดๆมากล่าวอ้างได้เลยทั้งสิ้น

3.ความเสียหายนี้ตกแก่แผ่นดินและราษฎรผู้เสียภาษีเป็นส่วนรวม เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความรับผิดติดตัวในครั้งนี้คือรัฐมนตรีทั้งคณะ และข้าราชการระดับสูง ซึ่งเมื่อผู้กระทำผิดเป็นเจ้าหน้าที่ระดับรัฐมนตรีอย่างนี้ พระราชบัญญัติความรับผิดฯและระเบียบสำนักนายกฯข้อ 8, 9 และ 10 ได้กำหนดให้นายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ต้องสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการตรวจสอบความรับผิด” ขึ้นตรวจสอบและรายงานผลต่อท่านโดยมิชักช้า อย่าให้ขาดอายุความ 2 ปี นับแต่วันที่รัฐได้รู้ซึ่งการละเมิด มิเช่นนั้นตัวฯพณฯเองก็จะตกเป็นผู้ต้องรับผิดแทนบุคคลเหล่านี้

4.หน้าที่ดำเนินคดีให้ผู้รับผิดชอบต้องชดใช้ความเสียหายนี้  บังเกิดขึ้นแล้วตามกฎหมายนับแต่วันที่ คณะกรรมการได้รายงานความเสียหายให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบ แม้ขณะนี้จะมีการดำเนินคดีในทางอาญาหรือในทางรัฐธรรมนูญใดๆต่อรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องก็ตาม หน้าที่นี้ก็ยังคงดำรงอยู่ ยังเร่งรัด ฯพณฯอยู่ทุกวัน  ตามอายุความที่ลดน้อยลงทุกขณะโดยไม่รอข้อยุติในคดีอื่นๆเลย

จะปฎิเสธการทำหน้าที่ไม่ได้

5.หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ทางกฎหมายปกครอง ที่ตกแก่ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลเลือกตั้งหรือรัฐบาลของคณะรัฐประหารก็ตาม ดังนั้นเมื่อฯพณฯตัดสินใจมารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนี้ในรัฐบาลปัจจุบัน นายกรัฐมนตรีก็ต้องมีหน้าที่นี้เสมอ จะบ่ายเบี่ยงยกเอาฐานะหัวหน้าคณะรัฐประหารมาปฏิเสธหน้าที่ของตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมิได้ในท้ายหนังสือระบุ ขอย้ำว่าการเรียกร้องครั้งนี้เป็นการเสนอทางวิชาการ  ให้นายกรัฐมนตรีได้ทราบถึงหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินที่มีอยู่ตามกฎหมายเท่านั้น ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือความเป็นฝักฝ่ายใดๆทั้งสิ้น เพราะยืนหยัดแต่เพียงว่า อยู่ดีๆใครทำอะไรเสียหายก็จะให้ประชาชนเช่นพวกข้าพเจ้าแบกรับไปง่ายๆนั้น เป็นสิ่งที่รับไม่ได้อีกต่อไป ซึ่งกฎหมายไทยปัจจุบันก็ยืนยันไว้อย่างนี้แล้วเช่นกัน  เหลือแต่ตัวนายกรัฐมนตรีเองว่าจะรู้และตระหนักถึงหน้าที่นี้หรือไม่เท่านั้น

ปลุกระดมทวงหนี้ยิ่งลักษณ์

ขณะเดียวกันกลุ่ม “ไทยสปริง” โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร, นายแก้วสรร อติโพธิ, นายขวัญสรวง อติโพธิ และนายวิวัฒน์ รัตนพิทักษ์ ได้ออกมารณรงค์ให้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทวงหนี้ในโครงการจำนำข้าวที่ทำให้ประเทศชาติเสียหาย โดยใช้หัวข้อว่า “สนับสนุนนายกฯตู่ เรียกค่าเสียหายจำนำข้าวจากรัฐบาลปู (สตป.)”โดยจะมีการรณรงค์ให้ประชาชนร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึก ผ่านเว็บไซด์ Change Organization ที่ สปต. เปิดขึ้น ที่ http://goo.gl/ek23hW ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน ถึง 18 ธันวาคม พร้อมกับเปิดเฟซบุ๊ค “ตู่ฟ้องปู” เพื่อเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและรณรงค์เรื่องดังกล่าว และเปิดอีเมล์ TOO.SUES.POO@gmail.com สำหรับการส่งข่าวสารลั่นอย่าโยนภาระให้ประชาชน

ทั้งนี้เอกสารเผยแพร่ข่าวสารเรื่องดังกล่าวของกลุ่ม “ไทยสปริง” ระบุว่า เหตุผลในการเปิดเฟสบุ๊ค “ตู่ฟ้องปู” เป็นการใช้สิทธิ์ของประชาชนกระทำไปเพราะไม่ยอมให้รัฐโยนความเสียหายจากการทำงานที่ไม่มีความรับผิดชอบทางการเมือง มาตกเป็นภาระภาษีแก่ประชาชน อย่างหน้าด้านๆอีกต่อไป ไม่เกี่ยวกับสีเสื้อหรือเป็นฝักเป็นฝ่ายกับใครทั้งสิ้น และมิได้มีอะไรกับนายกฯตู่ เพราะเมื่อกฎหมายกำหนดให้คนเป็นนายกฯมีหน้าที่ดำเนินคดีแทนพวกเรา เราก็ต้องบี้คนนั้นให้ทำไปตามกฎหมาย อย่าละเลยปล่อยปละจนสิ้นอายุความ   และขอย้ำเตือนว่า สปต.คือการณรงค์ทางเว็ปไซด์เท่านั้นจะไม่มีการชุมนุมทางกายภาพ ให้เกิดปัญหากระทบกระทั่งกับทางการเมืองเป็นอันขาด

‘ปู’เล็งจูงลูกทัวร์นอกหลังปีใหม่

ด้านแหล่งข่าวจากคนใกล้ชิด น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เตือน น.ส.ยิ่งลักษณ์ หลังให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องการยึดอำนาจของคสช.ให้ระวังอาจจะถูกไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศ รวมทั้งห้ามทำธุรกรรมการเงิน ว่า ที่ผ่านมาหาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไปต่างประเทศนั้น จะต้องขออนุญาตคสช.ก่อนจะเดินทางไม่น้อยกว่า 5วัน ตรงนี้เป็นดุลพินิจของ คสช.ว่าจะให้เดินทางไปได้หรือไม่ เราคงจะทำอะไรในส่วนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ทั้งนี้ เบื้องต้นเดิมวางกำหนดการไว้ล่วงหน้าแล้วว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะไปท่องเที่ยวต่างประเทศพร้อมบุตรชายประมาณ 10วัน หลังพ้นช่วงเทศกาลปีใหม่ไปแล้ว แต่อาจต้องทบทวนอีกครั้ง  เชื่อว่า หากน.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังยืนยันจะไปต่างประเทศตามกำหนดการเดิมนั้น คสช.ก็น่าจะอนุญาตให้เดินทางไปได้

เผย28พย.กำหนดวันถอดปู

นายพรเพชร  วิชิตชลชัย ประธานสมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 28 พ.ย. จะเป็นการพิจารณาเรื่องการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์  ทั้งนี้ หากทนายความจะขอเพิ่มพยานหลักฐานเอกสาร ก็อาจจะต้องใช้เวลาในการพิจารณา และก็ยังไม่ทราบว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ จะเดินทางมาชี้แจงด้วยตัวเองหรือไม่ อย่างไรก็ดี การแถลงเปิดคดียังคงเป็นวันที่ 9 ม.ค. 58
นสพ.แนวหน้า

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ