วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

ประวัติศาสตร์ลบไม่ได้ กรรมชั่วลบไม่ได้?

ไม่ปลด-ไม่พัก

แต่..ไม่ให้ทำงาน !

สมเด็จวัดปากน้ำสั่ง "ธงชัย" ไปงานศพสังฆนายกฮ่องกง

ข้ามหัว "เหนาะ" อีกแล้วครับทั่น

อา..แล้วถามว่า ตำแหน่ง ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ มีไว้ทำไมไม่ทราบ ?



ถูกต้อง VS ถูกใจ

ข่าวจากประเทศไทยรายงานว่า วันนี้ (19พ.ย. 57)  ณ โรงพยาบาลศิริราช สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มีบัญชาให้ "พระพรหมสิทธิ" (ธงชัย สุขญาโณ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เข้าถวายรายงานเกี่ยวกับการมรณภาพของ ท่านอาจารย์ใหญ่ ซิก ก๊ก กวง ประธานพุทธสมาคมฮ่องกง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีน ซึ่งได้ถึงแก่มรณภาพลงในวันที่ 16พฤศจิกายน 2557 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งมีบัญชาให้พระพรหมสิทธิ และคณะ เดินทางไปร่วมงานศพ โดยสมเด็จวัดปากน้ำได้มอบผ้าไตร และส่งสารแสดงความเสียใจ ไปเป็นตัวแทนคณะสงฆ์ไทยด้วย

การสั่งการเช่นนี้ เป็นที่น่าสงสัยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กำลังปฏิบัติการ"ล้วงลูก" ในตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ" และ "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" ซึ่งเป็นของ"พระพรหมสุธี" หรือเจ้าคุณเสนาะ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ

ครั้งก่อนนั้น วันที่ 14 พ.ย. 57 ที่ผ่านมา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ บัญชาการให้ พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งผู้ปฏิบัติบรมบรรพตภูเขาทอง และให้นำไปถวายที่โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้มอบคำสั่งนั้นให้แก่พระพรหมสิทธิ โดยมีพระพรหมสุธีเจ้าของอำนาจนั่งเป็นสักขีพยานอยู่ข้างๆ ทั้งๆ ที่เป็นการใช้อำนาจของเจ้าอาวาสวัดสระเกศ เกี่ยวกับการบริหารกิจการภายในวัด ไม่เกี่ยวกับวัดปากน้ำหรือผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชเลย

มาครั้งนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มอบหมายให้พระพรหมสิทธิ หรือเจ้าคุณธงชัย ไปงานศพประธานสงฆ์ฮ่องกง ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่ในต่างประเทศ ซึ่งโดยตำแหน่งแล้ว มีพระพรหมสุธี (เสนาะ) เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ดำรงตำแหน่งอยู่ ตามมติมหาเถรสมาคม

พฤติการณ์เช่นนี้ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงเท่ากับเป็นการ "ยึดอำนาจ"ตำแหน่งประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ มาจากเจ้าคุณเสนาะ เป็นครั้งที่สอง รองลงมาจากยึดอำนาจในตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศในครั้งก่อน

การปฏิบัติหน้าที่ของ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" ทั้งสองครั้งนี้ ถามว่า ทำได้ไหม ? คำตอบก็คือ ถ้าว่ากันตามที่เห็นก็ต้องบอกว่า "ทำได้" แต่ไม่เป็นทางการ หมายถึงว่า ไม่มีอะไรรองรับ ไม่ว่าจะเป็นตัวบทกฎหมาย หรือขนบธรรมเนียมใดๆ

22 ธันวา 56 มอบตราตั้งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ
เสนาะมองจน "ตาตั้ง" เพราะมีแต่กระดาษ แต่ไม่มีอำนาจ

จึงเป็นที่น่าแปลกใจว่า เหตุอันใด สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ จึงตัดสินใจลงมาเล่นบทบาทนี้เอง แบบว่า ปัจจุบัน สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ กลายเป็นคู่กรณีกับพระพรหมสุธีไปเสียแล้ว หรือไม่ก็เหมือนเข้าข้างพระพรหมสิทธิอย่างออกหน้า

ถ้าหากว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์มีหลักฐานพยานที่เชื่อถือได้ แสดงให้เห็นว่า พระพรหมสุธี มีความผิดพลาด บกพร่อง ประการใดๆ ก็ดี และไม่สมควรจะดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดสระเกศ และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ อีกต่อไปแล้ว สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ก็ควรจะดำเนินการ "ปลด"หรือ "สั่งพักงาน" พระพรหมสุธี อย่างเป็นทางการ ในนามมหาเถรสมาคม ต่อจากนั้นจะใช้ให้ใครไปปฏิบัติหน้าที่แทน ก็จะสง่างาม ไม่ต้องถูกครหาว่า "ผู้ใหญ่รังแกเด็ก"ดังที่เห็น ถ้าใครเป็น "พระพรหมสุธี" จะคิดยังไง ถ้าไม่น้อยใจก็คงต้องโกรธแค้นเป็นธรรมดา และรอเวลาจะ "เอาคืน" บ้าง

นอกจากจะไม่ยอมปลดพระพรหมสุธี ออกจากตำแหน่งใดๆ แล้ว สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยังทำการ "ล้วงลูก" ในอำนาจหน้าที่ของพระพรหมสุธี ซึ่งดำรงตำแหน่งอย่างเป็นทางการ สร้างบรรทัดฐานใหม่แก่คณะสงฆ์ไทย ว่าพระผู้ใหญ่ทำงานกันยังไงมองยังไงก็ยังไม่เห็นว่า จะเป็นการแก้ปัญหาวัดสระเกศอย่างถูกจุด เพราะจุดที่ควรแก้ท่านกลับไม่แก้ บทที่ไม่ควรเล่นท่านกลับไปเล่น เล่นผิดฝาผิดตัวเช่นนี้ ถึงไม่มีใครกล้าฟ้องร้องเอาผิดกับระดับ "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" แต่ดูยังไงก็ไม่สวย ถึงไม่ชอบเจ้าคุณเสนาะก็เถอะ

กลืนเลือด !
เสนาะท่องคาถา "ฆ่าได้ หยามไม่ได้"

 


ก็ไหนว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้สั่งตั้ง "พระพรหมโมลี-สุชาติ" กับ "พระพรหมบัณฑิต-ประยูร" เป็นคณะเลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ช่วยกำกับดูแลและกลั่นกรองงานไว้แล้วมิใช่หรือ แต่เหตุไฉน ทำไมงานที่ออกมาต่อจากนั้นจึงยังเหมือนไม่ได้กรองอะไรเลย หรือยิ่งกรองก็ยิ่งหยาบ ทำนองนั้น น่าสงสัยว่า จริงๆ แล้ว ใครทำงาน-ใครไม่ทำงาน หรือว่าหลวงพ่อวัดปากน้ำทำงานเพียงองค์เดียว

มองอีกภาพหนึ่ง ก็น่าอิจฉาเจ้าคุณเสนาะนะ เกิดมามีอำนาจศักดิ์ใหญ่ ตั้งแต่สมัยเป็นสามเณร ก็ไม่เคยลำบากลำบน เพราะสมเด็จเกี่ยวให้นอนเฝ้ากุฏิ ทำวัตรสวดมนต์ก็ไม่ต้องลงทำ อาหารการกินสมเด็จเกี่ยวก็หามาป้อนใส่ปาก อยากได้อะไรก็เซ็นเอาๆ จนได้เป็นรองสมเด็จอายุน้อยที่สุด ก่อนตายก็ฝากฝังไว้ "ให้เป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศ" องค์ถัดไป จนเจ้าคุณธงชัยพูดไม่ออก รักพ่อ แต่พ่อก็รักเสนาะมากกว่า สงสัยชาติก่อนจะทำบุญช้า ชาตินี้เกิดมาจึงต้องตกเป็นรองเสนาะอยู่ร่ำไป เหมือนๆ จิวยี่กับขงเบ้ง ยังไงยังงั้น

ครั้นได้เป็น "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ" และ"ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" เสนาะก็ยิ่งสุขสบาย เพราะมี "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" มาทำงานแทน เซ็นตั้งพระพรหมสิทธิเป็นผู้ดูแลภูเขาทอง ก็ยื่นให้ "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" มอบแทน พระสงฆ์ต่างชาติมรณภาพ ก็ให้ "ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช" ปฏิบัติหน้าที่แทน แสนสบาย สถานะของ "เสนาะ" ในวันนี้ ไม่ใช่สังฆราชก็เหมือนใช่ เพราะมีผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราชมาทำงานให้

THE SHOW MUST GO ON..

 แปลเป็นภาษาบาลีว่า
"อยนฺเต สจฺจกาโล ภูตกาโล บัดนี้ เป็นเวลาเอาจริงของท่านแล้ว"

ก็นิมนต์พิจารณาไตร่ตรองดูเถิดขอรับ กับบทบาทและหน้าที่ที่สำนักวัดปากน้ำกำลังเล่นอยู่ในเวลานี้ ว่าจริงหรือไม่จริงดังที่เรานำเสนอ จะชอบหรือไม่ชอบนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่อย่าลืมว่า ประวัติศาสตร์ลบไม่ได้ อยากมีเกียรติคุณชื่อเสียงในวันข้างหน้า ก็ต้องระมัดระวังบทบาทในวันนี้ ทำถูกต้องในวันนี้ ก็คือทำถูกต้องในวันข้างหน้า และตลอดไป

ถ้ายังไม่ "ปลด-พักงาน" เจ้าคุณเสนาะ จากตำแหน่งต่างๆ ในวันนี้ สมเด็จวัดปากน้ำชอบจะเล่นบท "เบ๊มหาราช" ก็สุดแต่ใจเถิดขอรับ อยากตกเป็นขี้ปากชาวบ้านก็ตามใจ เพราะใครไหนจะกล้าไป "สอนสังฆราช"

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
19 พฤศจิกายน 2557

อีกไม่นานเสนาะคงแฉความชั่วของกรรมการมหาเถรบางรูปที่ปราชิก?สื่อไทยควรตรวจสอบและขอข้อมูลจากเสนาะเพื่อส่งให้คณะคสช. 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ