วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จริยธรรมของสื่อ ? ร้อนตัว ! นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวออกโรง มาการันตี "อรหันต์เณรคำ" ว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง และถูกใส่ร้าย ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2556

แต่..สิบพูดหรือจะเท่าหนึ่งทำ

พราะใครที่ไหน ออกหน้าการันตีเณรคำตั้งแต่ไก่โห่ว่า

"พระอาจารย์ถูกใส่ร้าย"

อ่านข่าวเก่า
"ดำรงชัย ปานจุ้ย"

เอาตำแหน่ง "นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย" ออกมาการันตี "อรหันต์เณรคำ" ว่าบริสุทธิ์ผุดผ่อง และถูกใส่ร้าย ตั้งแต่วันที่ 20 มิถุนายน 2556 แล้ววันนี้ เณรคำถูกดำเนินคดีมากมาย ถามว่าคุณจะแก้ตัวอย่างไรยิ่งคุณใช้สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย เป็นสถานที่แถลงข่าวปกป้องเณรคำ แบบนี้มิใช่การเอา "สมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวทั้งประเทศไทย" มาการันตีเณรคำดอกหรือจะแสดงสปิริต "รับผิดชอบ" ต่อกรณีดังกล่าวอย่างไร คนระดับนายกสมาคมฯคงไม่ต้องสอนมารยาทกันกระมัง ?




ศิษย์หลวงปู่เณรคำโต้แทน เผยกลับไทย 27 มิ.ย. พร้อมเคลียร์ทุกประเด็น


ศิษย์คนสนิทดาหน้าป้อง “หลวงปู่เณรคำ” เปิดแถลงโต้ 3 ประเด็น ยันไม่ได้ครอบครองเครื่องบินและของใช้ทันสมัย เผยหลวงปู่ดังกลับไทย 27 มิ.ย. พร้อมเคลียร์ทุกประเด็น

รณีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) สั่งการให้สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ศรีสะเกษ เข้าตรวจสอบพระอาจารย์ ดร.วิระพล สุขผล หรือหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม บ้านยาง ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เนื่องจากพบพฤติกรรมไม่เหมาะสมปรากฏคลิปภาพว่อนยูทูบ ทั้งนั่งเครื่องบินเจ๊ต สวมหูฟังโทรศัพท์ไอโฟน และใช้กระเป๋าแบรนด์เนม รวมทั้งมีกระแสข่าวว่าครอบครองเครื่องบินเจ๊ต เฮลิคอปเตอร์ รวมถึงรถหรูรถโบราณ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 มิ.ย. ที่สมาคมวิชาชีพ ผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย นายภัทรเดช โสพรรณพาณิชกุล หรือ เสี่ยก้าวหน้า ลูกศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่เณรคำ ได้นำทีมลูกศิษย์ปะกอบด้วยนายวิชัย สุขอัมภา นายบัวแก้ว จิตตะชี กรรมการวัดป่าขันติธรรม นายสุขุม วงประสิทธิ และนายดำรงชัย ปานจุ้ย นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย ชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้น โดยนายภัทรเดช กล่าวว่า หลังปรากฎข่าวที่สร้างความเสื่อมเสียให้หลวงปูเณรคำ ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับหลวงปู่เณรคำ ซึ่งขณะนี้ได้รับนิมนต์จากองค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ให้ไปร่วมงานวันวิสาขบูชาโลก ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยตนแจ้งว่าจะนำคณะลูกศิษย์ผู้ใกล้ชิดแถลงชี้แจงข่าวที่เกิดขึ้นใน 3 ประเด็นหลัก ซึ่งหลวงปู่เณรคำก็อนุญาต และระบุว่าได้รับนิมนต์ลูกศิษย์ในกรุงปารีสอีกหลายราย แต่จะเดินทางกลับประเทศไทยแน่นอนเพื่อมาร่วมงานห่มผ้าพระแก้วมรกตที่วัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 27- 30 มิ.ย. นี้ สื่อสามารถสอบถามข้อสงสัยจากหลวงปู่เณรคำได้ในวันดังกล่าว

นายภัทรเดช กล่าวต่อไปว่า สำหรับ 3 ประเด็นที่จะชี้แจงคือเรื่องภาพที่หลวงปู่เณรดำนั่งเครื่องบินเจ๊ตนั้น เป็นเครื่องบินที่เจ้าภาพเช่าจากบริษัทเอ็มเจ๊ตนิมนต์ไปแสดงพระธรรมเทศนา เนื่องจากต้องไปแสดงธรรมเทศนาในสถานที่ไกลๆและหลายกิจนิมนต์ จึง เดินทางไม่ทัน ส่วนเฮลิคอปเตอร์อีกลำเจ้าภาพก็ไปเช่าเหมาลำมาจากบริษัทบางกอกเฮลิคอปเตอร์ เป็นบริษัทในเครือรพ.กรุงเทพฯ ไม่ใช่เครื่องบินส่วนตัวทั้ง 2 ลำ ถือเป็นเรื่องปกติทุกยุคสมัย ที่ญาติโยมติดต่อพระโด่งดังไปแสดงธรรมเทศนาและจัดสิ่งอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้ อาทิ หลวงพ่อคูณก็เคยนั่งเครื่องบินไปแสดงธรรมเทศนาเช่นกัน

ประเด็นที่ 2 เรื่องการวิพากษ์วิจารณ์ว่าที่วัดป่าขันติธรรม มีลานจอดเครื่องบินนั้น เนื่องจากทางวัดได้ปรับพื้นที่ถนนหน้าวัดเพื่อให้เฮลิคอปเตอร์ลงจอดเนื่องจากมีแขกผู้ใหญ่เดินทางมาจากจังหวัดห่างไกล จึงอำนวยความสะดวกให้ ส่วนกระเป๋าหลุยส์และโทรศัพท์ที่ทันสมัย ก็เป็นสิ่งญาติโยมนำมาถวาย ประเด็นสุดท้ายการมีข่าวออกมาว่าหลวงปูเณรดำนั่งเครื่องบินส่วนตัวไปแสดงธรรมเทศนาเกิดจากอดีตลูกศิษย์คนหนึ่งที่เนรคุณมาขอเงินทางวัดครั้งละจำนวนมาก พอกรรมการวัดฯปฎิเสธก็เลยนำภาพกิจนิมนต์มาบิดเบือนไปออกสื่อโจมตีทำลายชื่อเสียงหลวงปูเณรคำ ทั้งที่ท่านเป็นพระที่มีชื่อเสียงก้องโลก เราน่าจะภาคภูมิใจที่มีพระดี มีความสามารถในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกมากกว่า

ด้านนายวิชัย กล่าวว่า เงินที่หลวงปู่ได้มาจากการแสดงธรรมเทศนา ไม่ได้นำมาใช่ส่วนตัวแม้แต่บาทเดียว แต่นำมาสร้างองค์พระแก้วมรกตใหญ่ที่สุดในโลก และนำทองคำที่ญาติโยมถวายมาเก็บรักษาไว้อย่างดี รอสร้างเครื่องทรงพระแก้วมรกต ไม่ได้นำไปใช้อย่างอื่น การให้ข่าวด้านเดียวแบบนี้ ไม่ยุติธรรม อยากให้ประชาผู้บริโภคข่าวใช้วิจารณญาณในการเสพข้อมูลด้วย

ด้านพระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ (ธรรมยุต) กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยสงฆ์พระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำแล้ว โดยมีเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์เป็นประธานการสอฯ โดยจะให้สอบในทุกประเด็นที่ปรากฏเป็นข่าวฉาวในทำนองให้วงการพระศาสนาเสื่อมเสีย ส่วนกำหนดเวลานั้นต้องรอให้หลวงปูเณรคำกลับมาจากต่างประเทศก่อน แต่ให้แล้วเสร็จโดยเร็วทั้งนี้กรณีที่มีข่าวว่าหลวงปู่เณรคำ เป็นพระจริงหรือไม่นั้น ตนเคยพบกับพระอุปัชฌาย์ของพระวิรพลที่ จ.อุบลราชธานี มีการยืนยันว่า เข้าพิธีอุปสมบทจริง



ข่าว : เดลินิวส์
20 มิถุนายน 2556

ร้อนตัว !

นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวออกโรง
ปัด  2 ไม่ ไม่ ก. กับ ไม่ อ.

"ไม่ ก." ไม่เกี่ยวกับเณรคำ
"ไม่ อ." ไม่เอี่ยวฟอกเงินฟอกทองคำ



นายดำรงชัย ปานจุ้ย
นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย
เจ้าของห้างทองดำรงชัย 9




ใบโฆษณาจากเฟซบุ๊คสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย









เจ้าของห้างทองดำรงชัย 9 ปัดไม่เอี่ยว “ฟอกเงิน” หรือเกี่ยวข้อง “เณรคำ”

เจ้าของห้างทองดำรงชัย 9 ปัดไม่เกี่ยวข้อง “เณรคำ” ระบุไม่ได้ฟอกเงิน ขู่จะปกป้องสิทธิด้วยการฟ้องแพ่งหรืออาญา เรียกร้องให้ ปปง.หรือ ป.ป.ส.ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ (21 ก.ค.) นายดำรงชัย ปานจุ้ย อายุ 49 ปี กรรมการผู้จัดการห้างทองดำรงชัย 9 น.ส.ศศพักษณ์ ศิริสินโอฬาร อายุ 31 ปี ผู้จัดการฝ่ายค้าทองคำแท่งห้างทองดำรงชัย 9 และนายธารินทร์ แกมขุนทด นายกสมาคมวิชาชีพผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ ร่วมกันแถลงข่าวจัดตั้งศูนย์ข่าวที่ 9 (แท็กซี่) เพื่อแจ้งข่าวทางด้านการจราจรหรือข่าวอื่นๆ ให้กับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังภัยสังคมด้วย ที่บริเวณลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน ถนนบางใหญ่ขาออก หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พร้อมกับได้ชี้แจงกรณีที่ตกเป็นข่าวในสื่อโทรทัศน์และ Social Media ว่าเกี่ยวข้องกับอดีตพระเณรคำ

นายดำรงชัย กรรมการผู้จัดการห้างทองดำรงชัย 9 กล่าวว่า วันนี้ได้มาแก้บนที่บนไว้กับสมเด็จพระเจ้าตากสินฯ ที่ขอให้คุ้มครองให้พ้นภัย เนื่องจากตนได้ถูกสื่อตามถ่ายภาพและนำเสนอข่าว กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับเณรคำ ซึ่งการเสนอข่าวดังกล่าวทำให้ตนและธุรกิจร้านทองซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นและศรัทธาจากลูกค้าได้รับผลกระทบกระเทือน จึงจำเป็นที่จะต้องออกมาปกป้องสิทธิของตนเองเพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด ส่วนการฟ้องร้องคดีอาญาและคดีแพ่งนั้นตนไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้ เนื่องจากให้เป็นความรับผิดชอบของสำนักงานกฎหมาย

ด้าน น.ส.ศศพักษณ์กล่าวยืนยันว่า การทำธุรกิจของตนถูกกฎหมาย อยากให้ทางหน่วยงาน ปปง.และ ป.ป.ส.ออกมาตรวจสอบให้ชัดเจนก่อนจะมีการนำเสนอข่าว เพราะอาจทำให้ธุรกิจได้รับความเสียหาย

ข่าว : ผู้จัดการ
22 กรกฎาคม 2556


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ