วันเสาร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ประวัติศาสตร์ มหกรรมคายส่วยครั้งใหญ่ของพระสงฆ์ไทย ที่ชาวไทยต้องติดตาม และสื่อควรช่วยตรวจสอบมหาเถรที่รับส่วยยังมีอีกมาก


ช้างคายอ้อย !

มหกรรมคายส่วยครั้งใหญ่ของพระสงฆ์ไทย เจ้าคณะภาค10 และพระผู้ใหญ่ระดับสูงสายธรรมยุต กลัวถูกดำเนินคดีข้อหารับของโจร รีบคายรถยนต์ที่เณรคำถวาย แต่รถยนต์นั้นคันใหญ่ จะคายทิ้งเหมือนชานอ้อยชานหมากนั้นหาง่ายไม่ เป็นเครื่องเตือนใจพระสงฆ์ไทยว่า จะรับของใครก็ให้พิจารณาให้ดี ขนาดอาหารยังต้องพิจารณาก่อนฉันทุกครั้ง นี่รถราคาเป็นล้านๆ เขาให้กันฟรีๆ มีที่ไหน ?

สมัยก่อนเคยมีแต่สุภาษิตไทยว่า "อ้อยเข้าปากช้าง" ไม่มีทางจะได้คืน เพราะช้างเป็นสัตว์ใหญ่ ใครไหนจะกล้าง้างปากช้างเอาชานอ้อย แต่ครั้งนี้ปรากฏว่าช้างแพ้อ้อย ต้องรีบคายออกมาเอง แถมยังเป็นช้างในผ้าเหลืองทั้งฝูงหรือทั้งโขลงด้วย ก็เป็นเรื่องใหญ่ระดับโลกซีฮะ

ปล. ข่าวว่า ประธานคณะสงฆ์ธรรมยุตในสหรัฐอเมริกา ก็รับส่วยจากเณรคำเป็นรถยนต์จำนวน คัน ถ้าจริงก็คงต้องคืนด้วยเช่นกัน




ด้านพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับการติดต่อจากพระชั้นผู้ใหญ่ที่ได้รับถวายรถยนต์จากนายวิรพลแสดงเจตนาจะขอคืนรถแล้ว 3 คัน โดยอ้างว่าไม่สบายใจ ทั้งนี้ ที่ผ่านมาดีเอสไอพยายามให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่ายในการชี้แจงข้อเท็จจริง รวมถึงฝ่ายที่ถูกกล่าวหาซึ่งพนักงานสอบสวนพยายามติดต่อขอเข้าไปสอบปากคำที่บ้านหลายครั้ง แต่ญาติไม่ให้ความร่วมมือ และไม่ยินยอมให้ตรวจดีเอ็นเอ ดังนั้น การดำเนินคดีดังกล่าวไม่ได้เป็นการสอบปากคำเพียงฝ่ายเดียว แต่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ให้ความร่วมมือและไม่ใช้โอกาสในการชี้แจงข้อเท็จจริงเอง

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค กล่าวว่า จากการแกะรอยการจัดซื้อรถยนต์หลายคันของนายวิรพลคาดว่าจะมีไม่ต่ำกว่า 100 คัน ซึ่งดีเอสไอจะลงพื้นที่ติดตามข้อมูลให้ได้ครบทุกคัน รวมถึงเรียกตัวบุคคลที่เป็นคนใกล้ชิดหรือลูกศิษย์ที่เป็นธุระจัดการหาซื้อรถตามคำสั่งของนายวิรพลมาสอบปากคำให้ได้ข้อเท็จจริงที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินคดี เนื่องจากทราบว่าในการจัดซื้อรถแต่ละครั้งนายวิรพลจะใช้งานลูกศิษย์คนสนิทหลายหนึ่งเป็นผู้จัดหาตามที่กำหนดสเปคไว้ โดยนายวิรพลมีหน้าที่เพียงจ่ายเงินสดให้


 

ข่าว : คมชัดลึก
13 กรกฎาคม 2556



หมายจับนายคำ !
ดีเอสไอเตรียมออกหมายจับอดีตเณรคำ หลังคณะสงฆ์สองจังหวัดขับพ้นเพศภิกษุ แต่ระบุ "ยังไม่มีคดียาเสพติด"






'เณรคำ' พ้นจากพระ DSI จ่อหมายจับ ลุ้นขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากข้อหาชำเราเด็กหญิง-ฟอกเงิน


เมื่อวันที่ 13 ก.ค.56 นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนคดีฉ้อโกงประชาชนและการกระทำผิดกฎหมายอาญาของนายวิรพล สุขผล หรืออดีตพระวิรพล ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) ว่า ในวันจันทร์ที่ 15 ก.ค. เวลา 10.00 น. ตนจะเรียกประชุมคณะพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณาการขออนุมัติหมายจับนายวิรพลในคดีความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กหญิงอายุไม่เกิน 15 ปี โดยหญิงผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศกระทั่งมีลูกด้วยกัน 1 คน จะเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษอย่างเป็นทางการกับพนักงานสอบสวนด้วย

สำหรับการติดตามทรัพย์สินที่มีจำนวนมากนั้น ยอมรับมีความล่าช้าเพราะทรัพย์สินถูกยักย้ายถ่ายโอนออกไปก่อนหน้านี้ แต่ดีเอสไอยืนยันจะพยายามติดตามทรัพย์กลับมาให้ได้มากที่สุด ส่วนการนำตัวนายวิรพลกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยนั้นได้มอบหมายให้พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล ผบ.สำนักกิจการคดีต่างประเทสและอาชญากรรมระหว่างประเทศ เป็นผู้รับผิดชอบประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว เบื้องต้นมีความเป็นไปได้ที่นายวิรพลจะถูกส่งตัวกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน เพราะในต่างประเทศให้ความสำคัญกับคดีที่เกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและคดีความผิดฐานฟอกเงิน
 

ข่าว : คมชัดลึก

13 กรกฎาคม 2556

วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๕๖ ได้เข้ากราบนมัสการท่าน เจ้าคุณพระเทพสารเวที่ เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช ณ.วัดบวรนิเวศ เวลา ๙.๕๕ ได้สนทนาในเรื่องความมั่นคงของสถาบันพระศาสนา  และปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือกรณีเณรคำ ขอสรุป ให้สื่อและชาวพุทธที่ต้องการตรวจสอบข้อเท็จจริงและวิเคราะปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

สรุป ๑. เหตุการที่เกิดขึ้นในกรณีเณรคำ ถ้ามีข้อมูลหลักฐานพยานบุคคลที่เชื่อถือได้ ว่าเณรคำทำผิดพระธรรมวินัยอาบัติปราชิกแล้ว การรักษาพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า เป็นหน้าที่มหาเถร ผู้มี่หน้าที่ก็ต้องจับให้เณรคำสึกออกไป เจ้าหน้าที่ข้าราชการที่มีหน้าที่ก็ต้องทำการตรวจสอบให้รวดเร็ว ไม่ใช่มีข้อมูลมาเป็นเดือนแล้วไม่ทำการอะไรจึงทำให้ เณรคำสามารถโยกย้ายเงิน ทองที่หลอกประชาชนมาหนีไปต่างประเทศได้
และที่สำคํญท่านเจ้าคุณเลขา อยากให้หน่วยงานด้านความมั่นคงและผู้มีหน้าที่ ต้องตรวจสอบกรรมการมหาเถรสมาคม ทุกท่านเพื่อรักษาพระธรรมวินัย ว่าเณรคำได้นำ รถหรูและเงินทองไปถวายให้ท่านใดบ้าง เพื่อสร้างความประจักษ์แจ้งแก่ประชาชนทั่งประเทศ และการใช้จ่ายเงินของวัดใหญ่ๆทั่วประเทศ ย้อนหลัง ๑๐ ปี เช่น วัดโสธร วัดพระพุทธชินราช วัดสระเกด
       ๒.เรื่องมหาเถรสมาคมไม่ปฎิบัติตาม พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช

ข้อมูลที่ประจักษ์แจ้งในพฤติกรรมการล้มล้างพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ?

ในกรณีให้สึกธัมไชโย จึงทำให้เกิดภัยต่อความมั่นคงของพระศาสนา ขึ้นในปัจจุบันได้เกิดลัทธิต่างๆมากมาย ทำให้ชาวพุทธเสื่อมศรัทธาในพระศาสนา ศึกษาข้อมูล วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ในประวัติศาสตร์ ได้ที่https://docs.google.com/file/d/0B_nOh0gPsWNSUkVWRG9aQ3pkbmc/edit
ช่วยแบ่งปันได้เพื่อสร้างบุญบารมี ถวายสมเด็จพระสังฆราช ครับ

จากข้อมูลที่นำมาให้ท่านได้ศึกษา ท่านเจ้าคุณ พระเทพปํญญากวี ได้ให้ความเห็นว่า สามารถยื่นฟ้อง
เรื่อง พฤติกรรมของมหาเถรสมาคม  ในการล้มล้างพระธรรมวินัย และ กฎหมายรัฐธรรมนูญ 
ให้ศาลรัฐธรรมมูญ พิจารณาได้ จึงขอให้ข้อมูลมา ถ้ามีหน่วยงานหรือองค์กรใดจะทำหน้าที่นี้ ข้าพเจ้ายินดีให้ข้อมูลและร่วมยื่นเรื่องต่อศาล 

ข้อมูลขบวนการที่ต้องศึกษา http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2011/12/blog-post_11.html

จารึกวงล้อประวัติศาสตร์ ข้อมูลที่ประจักษ์แจ้งในพฤติกรรมล้มล้างพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ( การปราบปรามทุจริตที่สำคัญที่สุดคือสื่อ เพราะหากสื่อปิดปากไม่ออกข่าว คิดว่าธุระไม่ใช่ บ้านเมืองก็จะหูหนวกตาบอด ไม่รับรู้อะไร เพราะถึงแม้คนไม่ได้อ่านวันนี้แต่วงล้อประวัติศาสตร์จะจารึกอยู่เสมอ หากเกิดเรื่องร้ายแรง ที่ทำลายจริยธรรมคุณธรรม แต่สื่อไม่ออกข่าว ประวัติศาสตร์ก็จะชี้ว่า เหตุที่จมปัก เพราะสื่อมีส่วนเช่นกัน หากเราไม่ผนึกกำลังกันบ้านเมืองจะไปไม่รอด
http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2013/07/blog-post_5.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ