วันศุกร์ที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ฝรั่งเศส-ไม่รับ สหรัฐอเมริกา-กลัวโดนส่งกลับ เณรคำบ่ายหน้า-เยอรมันนี ?


ดีเดย์ !

เจ้าคณะอุบลเตรียมลงดาบ
ปิดประกาศ "ตัดหางปล่อยวัด" เณรคำ

คืนนี้ !




NO NENKAM !

อา..เจ็บปวดใจเมื่อไร้ตำแหน่ง !



ขับ "หลวงปู่เณรคำ" ออกจากวัดมีผลคืนนี้

เมื่อเวลา 09.30 น.ที่วัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พ.อ.ชัชนันท์ เมธีธรรมาภรณ์ รองผู้บัญชาการสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะพนักงานสอบสวนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เดินทางมาพบพระราชธรรมโกศล(สวัสดิ์ ทัสสนีโย) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี ฝ่ายธรรมยุต เพื่อยื่นหนังสือขอส่งแจ้งข้อมูลพฤติกรรมของพระวิรพล ฉัตฺติโก หรือหลวงปู่เณรคำ  กระทำความผิดทางอาญา ให้เจ้าคณะจังหวัดอุบลฯได้ใช้ประกอบในการพิจารณา เช่น รายงานสรุปผลการวิเคราะห์ตรวจสอบภาพของพระวิรพล ฉัตฺติโก รายงานรถยนต์มีการจัดซื้อในนามของพระวิรพล ฉัตฺติโกและผู้ใกล้ชิด รายงานผลตรวจสอบเบื้องต้นในเรื่องความเกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวน 1 ชุด

โดยหนังสือระบุว่า ด้วยคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 151/2556  อยู่ระหว่างการสอบสวน สืบสวนพระวิรพล ฉัตฺติโก กระทำความผิดทางอาญา จากการสอบสวน สืบสวนมีพยานหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับพฤติกรรมของพระวิรพล ฉัตฺติโก ที่เข้าข่ายการกระทำผิดตามพระธรรมวินัยและการกระทำผิดอาญาแผ่นดิน ดังนั้นเพื่อมิให้เกิดความเสื่อมเสียหรือเสียหายแก่พระพุทธศาสนาและเป็นการรักษาไว้ซึ่งสถาบันศาสนา จึงขอให้ได้พิจารณาดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ตามอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้องโดยเร็วต่อไป

พระราชธรรมโกศล(สวัสดิ์) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีฝ่ายธรรมยุต กล่าวว่า จะรับเรื่องไว้พิจารณาซึ่งความจริงได้สั่งการไปแล้วว่าให้พระวิรพล ฉัตฺติโก มารายงานตัวด้วยตนเองภายในวันที่ 12 ก.ค.นี้ และได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าไปประชุมที่ จ.ศรีสะเกษ กับเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษคณะสงฆ์ธรรมยุต เจ้าคณะอำเภอทั้งหมดของจังหวัดอุบลฯ ได้ประชุมกัน โดยแยกประเด็นว่าในเรื่องของวินัยทางฝ่ายสงฆ์ก็รับมาดำเนินการ ส่วนเรื่องคดีทางอาญาก็ดำเนินหกันไปตามกฏหมายบ้านเมือง

พระราชธรรมโกศล(สวัสดิ์) กล่าวว่า ฉะนั้นข้อมูลต่างๆ ที่มีหลักฐานอาตมาขอมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการไป เช่น เรื่องเงิน เรื่องทองทรัพย์สิน สมบัติต่างๆ รูปภาพคลิปต่างๆ ให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการ ส่วนอาตมาจะรับเรื่องคือ การพิจารณาในเรื่องวินัยของสงฆ์ ซึ่งเรื่องของการพ้นสังกัดได้ดำเนินการสั่งการไปแล้วและประกาศไว้แล้วคือ จะมีผลในวันนี้ ถึงเวลาเที่ยงคืน ซึ่งได้เรียกตัวพระสุนาถมุนี (มานะ) เจ้าคณะอำเภอพิบูลมังสาหาร ฝ่ายธรรมยุต วัดศรีนวล ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์มาดำเนินการในเรื่องนี้ การที่จะให้พระสึกต้องเป็นหน้าที่ของพระอุปัชฌาย์ แม้ว่าเจ้าตัวไม่อยู่ก็สามารถสั่งได้ทางเอกสารแต่ต้องให้ผ่านพระอุปัชฌาย์ก่อน จากนั้นจะส่งเรื่องให้เจ้าคณะภาค มหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติและจะส่งไปยังดีเอสไอด้วย

จากกรณีเมื่อถูกขับออกจากวัดไม่มีสังกัดอยู่ก็ถือว่าเป็นพระเร่ร่อน เป็นพระไม่มีที่อยู่ ถ้าเห็นอยู่ที่ใดก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจับกุมตัวนำมาดำเนินคดีได้ สำหรับสาเหตุที่คณะสงฆ์ได้พิจารณาขับออกจากวัดได้แก่ 1.ไม่มารายงานตัวตามเวลาที่กำหนด 2.ไม่เอื้อเฟื้อในพระอุปัชฌาย์ 3.ขัดคำสั่ง และ 4.การประพฤติผิดจริยธรรมของพระภิกษุ ซึ่งจากนี้ไปภายใน 3 วัน พระวิรพล ฉัตฺติโก จะต้องหาสังกัดวัดใหม่ ซึ่งหากมีเจ้าอาวาสวัดแห่งใหม่ให้สังกัด ก็จะมีความผิดไปด้วย เพราะรู้แล้วว่าพระวิรพล ฉัตฺติโก ต้องอธิกรณ์มีคดีติดตัวใครรับเข้าสังกัดก็ถือว่าผิด

หลังจากนี้ทางเจ้าคณะจังหวัดก็จะได้แจ้งให้เจ้าคณะจังหวัดทุกจังหวัดได้รับทราบไม่ให้รับพระรูปนี้เข้าสังกัด ในส่วนถ้ายังอยู่ต่างประเทศก็จะให้จับสึกได้ทันทีแล้วแจ้งมายังเจ้าอาวาสต้นสังกัดได้รับทราบ

ในส่วนเรื่องรถยนต์นั้นพระวิรพล ฉัตฺติโก ได้ให้โยมนำรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์มาถวาย 1 คัน เพราะเห็นว่าอาตมาใช้รถกระบะ 4 ประตูเก่าๆ ปัจจุบันได้ขายรถคันที่นำมาถวายไปแล้ว เปลี่ยนเป็นรุ่นเดียวกันแต่ดีกว่าเดิม

นายชยพล พงษ์สีดา ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า กรณีพระวิรพล ถูกขับออกจากวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ จะต้องหาวัดสังกัดใหม่ แม้ว่าระเบียบไม่มีกำหนดว่าต้องรีบหาสังกัดภายในกี่วัน แต่ทางอุปัชฌาย์ที่ทำหน้าที่บวชให้มีอำนาจสั่งให้ดำเนินการหาสังกัดโดยเร็วที่สุด ซึ่งพระวิรพล มีความผิดถึงขั้นเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีขับออกจากจังหวัดด้วย ก็หมายความว่าไม่สามารถเข้าสังกัดในจังหวัดอุบลราชธานีได้อีก ต้องไปหาวัดสังกัดในจังหวัดอื่นแทน แต่ถ้าไม่มีวัดไหนยอมรับเข้าสังกัดตามระเบียบแล้วจะต้องสึกโดยปริยาย เพราะตามกฎมหาเถรสมาคมพระต้องมีต้นสังกัดชัดเจน



ข่าว : คมชัดลึก

13 กรกฎาคม 2556
"วัดต่างประเทศ"
สุขุมประกาศสังกัดใหม่เณรคำ !







วัดนี้หรือเปล่าฮะ ?







หลวงปู่มีวัดอยู่ในอเมริกาตั้ง 2 ที่นะจ๊ะ ดูนิ้วสิ


 
วันเดียวกัน นายสุขุม วงประสิทธิ ประธานเครือข่ายบ้านวิมุตติธรรม ได้ไปยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม ให้พิสูจน์ภาพปริศนาและการตรวจดีเอ็นเอ เพื่อใช้ในการพิจารณาขับ “หลวงปู่เณรคำ” ต่อสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยมีพระสุทธิสาระเมธี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศ เป็นตัวแทนรับมอบหนังสือดังกล่าว
     
นายสุขุม กล่าวว่า มาวันนี้เพื่อขอให้การพิจารณาของคณะสงฆ์ยึดหลักธรรมวินัยของสงฆ์อย่างเคร่งครัดและขอความเป็นธรรม ขณะนี้ตนเองมีหลักฐานที่สำคัญว่า บุคคลในรูปภาพที่มีรูปร่างคล้ายหลวงปู่เณรคำ คือ อดีตพระสุริ ซึ่งเป็นน้องชายของหลวงปู่เณรคำเอง และทางเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีได้แนะนำให้คุณสุริ ออกมายอมรับและรับผิดกับประชาชน เพื่อไม่ให้หลวงปู่เณรคำต้องเดือดร้อน ส่วนในกรณีที่มีการประชุมให้ขับหลวงปู่เณรคำออกจากสังกัดนั้น ถ้ามีการขับออกจากสังกัดจริง ตนก็บอกได้ว่า 
"เวลานี้ท่านมีสังกัดแล้วมีการเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว เป็นวัดในต่างประเทศ"



ข่าว : ผู้จัดการ
13 กรกฎาคม 2556
"กลั่นแกล้ง-ใส่ร้าย-หาเรื่องรายวัน"
พระธรรมฐิติญาณกางปีกป้องเณรคำ

ย้ำแล้วย้ำอีก "ต้องให้โอกาส"


อืม..หลวงตานี่หูหนวกตาบอดหรือไง ก็เขาให้โอกาสมาตั้งแต่กลางเดือนก่อนแล้วถามว่า หลวงตามีปัญญาไปตามหาเณรคำให้กลับไทยหรือไม่ ถ้าไม่มีแล้วพูดทำไม เป็นพระผู้ใหญ่พูดแบบนี้ก็เสียผู้ใหญ่นะซีฮะ ตัวเองเป็นเจ้าคณะพระสังฆาธิการ มีหน้าที่ปกครองดูแลคณะสงฆ์ให้เกิดความสงบเรียบร้อยดีงาม เวลาปัญหาขึ้นมาน่าจะรีบปัดกวาดวัดวาอารามให้สะอาด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าไปทำบุญ แต่นี่กลับกันขยะเอาไว้เต็มวัด ถามว่าเป็นพระสังฆาธิการแบบไหน ? เบื้องหลังหลวงตากินเหี้ยรูปนี้ใครๆ ก็รู้ เพราะรับนิมนต์เป็นประธานงานวัดป่าขันติธรรมแบบผูกขาด แดกมาแล้วหลายล้าน มิใช่แค่คัมรี่คันละล้านห้าเท่านั้น แต่แค่ไปบิณฑบาตกับเณรคำก็ฟาดครั้งละครึ่งแสน แถมกัณฑ์เทศน์อีกครั้งละครึ่งแสน แบบว่าเกิดมาอีกสิบชาติก็หาโอกาสรวยแบบนี้ยาก ไม่รักเณรคำแล้วจะรักใคร จริงไหม ดังนั้น ถ้าอยากจะเป็นทนายให้เณรคำก็นิมนต์สละผ้าเหลืองออกไปเสียซีฮะ นะ ออกไปเลย หลวงตากินเหี้ย






หน้าพระหรือหน้าโจร ?

พระธรรมฐิติญาณ วัดบึงพลาญชัย จ.ร้อยเอ็ด
ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต


เจ้าคณะภาค 10 ติง หาช่องแกล้ง 'เณรคำ' จะให้กลับต้องให้โอกาสไม่ใช่จับสึก ที่ผ่านมาทุกฝ่ายเอาแต่ฟังความข้างเดียวหาช่องกลั่นแกล้ง สร้างหลักฐานใหม่ๆขึ้นมาตลอด



12 ก.ค. 2556 บรรยากาศทั่วไปที่วัดบึงพระลานชัย พระอารามหลวงในเมืองร้อยเอ็ด ซึ่งมีพระธรรมฐิติญาณเป็นเจ้าอาวาสและเป็นเจ้าคณะภาค 10 (ธ) โดยบรรยากาศทั่วไปไม่คึกคัก แต่ก็ยังมีลูกศิษย์และประชาชนมาทำบุญตามปกติแต่ก็ไม่มากนัก โดยพระธรรมฐิติญาณได้ติดตามความคืบหน้าคดีหลวงปู่เณรคำจากหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการรายงานผลการพิจารณาของเจ้าคณะจังหวัด 2 จังหวัดคือศรีสะเกษและอุบลราชธานี ตามที่มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความผิดของพระวิรพล ฉัตติโกหรือหลวงปู่เณรคำ ทั้งนี้คงเป็นเพราะผลการสอบสวนอาจจะจบในระดับกรรมการระดับจังหวัดแล้วแจ้งให้อาตมาทราบเท่านั้นก็จบ และอีกประเด็นคือไม่จบหาข้อยุติไม่ได้ก็ต้องรายงานมาให้อาตมาทราบแล้วให้อาตมาเป็นประธานที่เป็นผู้ใหญ่สูงสุดสอบสวนต่อเพื่อหาข้อยุติต่อไป

"สำหรับจะมีการเรียกรถโตโยต้า แคมรี่ ทะเบียน กง.5578 ร้อยเอ็ด ที่หลวงปู่เณรคำนำมาถวายเมื่อปี 2554  คืนนั้น อาตมาเองก็ยินดีที่จะคืนให้และไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และพร้อมที่จะให้มีการสอบสวน และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะรถได้มาโดยถูกต้องและเป็นการถวายมาก็รับไว้ ตามธรรมเนียมที่ผู้น้อยถวายให้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คืนก็คืน เพราะทางวัดก็มีรถใช้อยู่แล้ว" พระธรรมฐิติญาณ กล่าวและว่า

  ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้หลวงปู่เณรคำกลับมารับความผิดและสอบสวนตามข้อกล่าวหานั้น พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า หากจะให้หลวงปู่เณรคำกลับมารับทราบข้อกล่าวหานั้น อาตมาเห็นว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมหากจะจับสึกแต่เพียงอย่างเดียวโดยไม่ฟังข้อเท็จจริง เป็นเเบบฟังความข้างเดียวโดยไม่ฟังพื้นฐานของความเป็นจริง และจ้องแต่จะหาเรื่องใส่ความอย่างเดียว ยกตัวอย่างเช่น การกล่าวหาว่านอนกลับสีกาพอเอาผิดไม่ได้ก็ขยายความว่ามีเพศสัมพันธ์กับเด็กเพื่อสร้างเรื่องที่จะเอาผิดให้ได้ นอกจากนั้นยังกล่าวหาว่ามีการฟอกเงิน พยายามโยงใยไปถึงเรื่องของการพัวพันยาเสพติดขึ้นมาพูดในลักษณะให้ร้ายจนเกินไป ซึ่งเป็นการกล่าวหาและใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเข้ามาบังคับใช้

“การสอบสวนหาก จบระดับจังหวัดแล้วก็จบ ตามระเบียบต้องให้ตนเป็นประธาน หากไม่ให้ตนก็แล้วเจ้าคณะใหญ่ แต่จะตั้ง คนอื่นเป็นประธานก็ยอมรับ ตนเห็นว่า หากจะให้หลวงปูเณรคำกลับมาต้องมีคนออกมารับประกันว่า  ต้องให้ความเป็นธรรมด้วย ต้องให้โฮกาสเขาชี้แจงทุกเรื่องก่อน  ถ้าผิดค่อยจับสึก แต่เท่าที่เป็นอยู่ตนเองก็ไม่เห็นด้วย หากหลวงปู๋เณรคำจะกลับมาให้จับสึกแบบไม่ได้รับความเป็นธรรม “พระธรรมฐิติญาณกล่าว




ข่าว : คมชัดลึก
13 กรกฎาคม 2556
ฝรั่งเศส-ไม่รับ
สหรัฐอเมริกา-กลัวโดนส่งกลับ

เณรคำบ่ายหน้า-เยอรมันนี




ทางไหนวะตู ?



สถานการณ์พลิก เมื่อแผนที่บ้านเลขที่ 32140 Ortega Hwy. Lake Elsinore CA 92530 ถูกประจานไปทั่วโลก ส่งผลให้เณรคำ "เข้าบ้านไม่ได้" กลายเป็นสัมภเวสี ต้องหนีกลับฝรั่งเศส "ต้นทาง" อีกครั้ง จากนั้นจึงหาลู่ทางไปยังประเทศอื่นเพื่อซุกซ่อนตัวเองอีกต่อไป สุขุมปูดเองว่า "มีพระผู้ใหญ่ในเยอรมันนีให้ที่ซุกหัว" ก็คงต้องรอให้ทางยุโรปแจ้งสังกัดของเณรคำให้ชัดอีกครั้ง

แต่ก็ยังเชื่อถือไม่ได้ เพราะช่วงนี้ไม่มีข้อมูลใดหยุดนิ่ง เณรคำก็ออกข่าวลวงให้นักข่าวหลง ต้องรอให้ทางการไทยขอความร่วมมือจากประเทศที่ถูกกล่าวถึง เมื่อนั้นก็จะชัดเจนว่าเณรคำซุกอยู่รูไหน ?




ลูกเพ่ ลูกเพ่ แสดงฤทธิ์หน่อยเซ่ มันจี้มาติดๆ แล้ว

โอ้โฮ คนหลัง มาดมือปืนเลย





อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
13 กรกฎาคม 2556
พระอุปัชฌาย์ปรากฏตัว
บวชกับมือ สึกกับมือ
เป็นเรื่องน่าเศร้าในวงการสงฆ์ไทย




ซ้าย : พระสุนาถมุนี เจ้าอาวาสวัดศรีนวล อุบลราชธานี พระอุปัชฌาย์ของพระวิรพล สุขผล วันนี้ได้ออกมาชี้แจงประวัติเณรคำ รวมทั้งขั้นตอนสุดท้ายของการสุดสิ้นสมณเพศด้วย


 
อุบลราชธานี-พระอุปัชฌาย์เณรคำ ลั่นเณรคำขาดจากความเป็นพระแล้ว เหตุทำเรื่องเสื่อมเสีย ไม่เชื่อฟังพระอุปัชฌาย์ ทั้งตั้งแต่บวชให้ไม่เคยจำวัดหรือมาเยี่ยมแม้แต่ครั้งเดียว
     
วันนี้ (12ก.ค.56) ที่วัดไชยมงคล อ.เมือง จ.อุบลราชธานี พระราชธรรมโกศลเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ , พระสุนาถมุนี เจ้าอาวาสวัดศรีนวล ซึ่งเป็นพระอุปัชาฌาย์พระวิรพล ฉัตติโก หรือพระเณรคำ , และพระครูจิตวิสุทธิญาณคุณ เจ้าคณะอำเภอม่วงสามสิบและเป็นพระเลขาคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ได้หารือการออกหนังสือ 2 ฉบับ
     
ประกอบด้วย หนังสือให้พระเณรคำพ้นจากปกครองของคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งลงนามโดยพระราชธรรมโกศล และหนังสือให้พระเณรคำพ้นจากการเป็นลูกศิษย์กับอาจารย์ของพระสุนาถมุนี โดยหนังสือดังกล่าว จะมีการลงนามในเช้าวันพรุ่งนี้ (13ก.ค.56) และนำไปติดประกาศไว้ภายในวัดทั้ง 2 แห่ง เพื่อให้คณะสงฆ์ทราบทั่วกันทั้งจังหวัด และส่งให้มหาเถรสมาคมรวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ
     
พระสุนาถมุนี พระอุปัชาฌาย์ของพระเณรคำ กล่าวว่า พบกับพระเณรคำครั้งแรก เมื่อญาตินำมาบวชกับตนที่วัดดอนธาตุ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี โดยขณะนั้นพระเณรคำ เป็นสามเณรอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ หลังทำการบวชพระให้แล้ว พระเณรคำไม่เคยมาพบหรือมาจำวัดกับตนสักครั้งเดียว ทราบเพียงไปสร้างสำนักสงฆ์อยู่ที่จังหวัดศรีสะเกษ
     
เมื่อพระเณรคำทำเรื่องเสื่อมเสีย ไม่เชื่อฟังคำสั่งของพระผู้ปกครอง พระผู้เป็นอาจารย์ ก็ถือเป็นการผิดวินัยสงฆ์ หรือสัทธิวิหาริก ที่ไม่เชื่อฟังพระผู้เป็นอุปัชฌาย์ จึงเห็นชอบให้ตัดขาดระหว่างลูกศิษย์กับอาจารย์ ซึ่งทำให้พระเณรคำสิ้นสภาพการเป็นพระโดยปริยาย



ข่าว : ผู้จัดการ
13 กรกฎาคม 2556



หลุดประธานกรรมการ !
พระธรรมฐิติญาณรับสภาพ

อ้อมแอ้ม "ไม่ได้เข้าข้าง"
และ "ดี" จะได้ไม่ถูกครหาเวลาตัดสิน

หุหุ จริงหรือหลวงตา อย่าลืมว่า การหลุดจากตำแหน่งประธานกรรมการสอบนั้นถือว่าเป็น "มลทิน" ครั้งสำคัญในชีวิตท่านเชียวนา เพราะนั่นแสดงว่า ท่านหมดความชอบธรรมในการเป็นประธานศาลสงฆ์ในคดีนี้ เพราะมีส่วนได้ส่วนเสีย ชัดเจนที่สุดก็คือ รับรถยนต์จากเณรคำมูลค่ากว่าล้านบาท แถมในอนาคตอาจจะถูกยึดคืนอีก ก็หนีไม่พ้นที่จะถูกดำเนินคดีข้อหารับของโจร วันนี้อย่าเพิ่งไปลุ้นว่าเณรคำจะสึกหรือไม่สึกเลย ลุ้นตัวเองดีกว่าว่าจะรักษาเก้าอี้เจ้าคณะภาคไว้ได้หรือไม่ ?



ขาประจำทีวัดป่าขันติธรรมของเณรคำ



พระธรรมฐิติญาณ เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย และเป็นเจ้าคณะภาค 10 (ธ) ซึ่งติดตามคามคืบหน้าคดีหลวงปู่เณรคำจากหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับ กล่าวเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมถึงความคืบหน้ากรณีที่อนุญาตให้พระสงฆ์ในระดับเจ้าคณะจังหวัด 2 จังหวัดคือศรีสะเกษและอุบลราชธานีตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงความผิดของหลวงปู่เณรคำว่า ยังไม่มีความคืบหน้าแจ้งมายังตนเองที่เป็นผู้ดูแลในระดับภาคแต่อย่างใด

ส่วนกรณีที่อาจจะไม่ได้เป็นประธานกรรมการสอบสวนเอาผิดหลวงปู่เณรคำในระดับภาคนั้น เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องที่ตนเองยอมรับได้ แล้วแต่ความเห็นชอบหาทางเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายธรรมยุทธ(ธ) ที่มีสมเด็จพระญาณสังวร เป็นเจ้าคณใหญ่ระดับประเทศ ซึ่งขณะนี้มีสมเด็จพระวันรัตรักษาการณ์แทนจะพิจารณาจากการที่มีข่าวกล่าวหาว่าตนเองไปเข้าข้างเณรคำ แล้วจะทำให้ผลการสอบสวนขาดความน่าเชื่อถือ และมีข่าวว่าจะให้รองเจ้าคณะภาค 10 คือพระธรรมธัชมุนี ซึ่งอยู่ที่วัดปทุมคงคา กรุงเทพฯที่เป็นรองเจ้าคณะภาค 10 เป็นประธานการสอบสวน ตนเองก็ยอมรับ ซึ่งทำให้สบายใจขึ้น เพราะหากผลออกมาไม่ว่าจะอย่างไร ตนก็จะได้สบายใจ และจะได้ไม่มีคำครหาตามมา

ส่วนสำหรับการที่จะมีการเรียกรถ โตโยต้า แคมรี่ ทะเบียน กง.5578 ร้อยเอ็ด ที่เณรคำมามอบให้เมื่อปี 2554  คืนนั้น เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย กล่าวว่า ยินดีที่จะคืนให้และไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และพร้อมที่จะให้มีการสอบสวน และให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพราะรถได้มาโดยถูกต้องและเป็นการถวายมาก็รับไว้ตามธรรมเนียมที่ผู้น้อยถวายให้ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร คืนก็คืน เพราะทางวัดก็มีรถใช้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่มีการเรียกร้องให้หลวงปู่เณรคำกลับมารับความผิดและสอบสวนตามข้อกล่าวหานั้น พระธรรมฐิติญาณ กล่าวว่า หากจะให้หลวงปู่เณรคำกลับมารับทราบข้อกล่าวหานั้น ตนเห็นว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมหากจะจับสึกแต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ฟังข้อเท็จจริง



ข่าว : มติชน
13 กรกฎาคม 2556
อ่านบันทึกประวัติศาสตร์ที่
http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2013/07/blog-post_12.html 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ