วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เปิดมรรค "8" อรหันต์เณรคำ "มหาเถรไม่ได้นอนใจในกรณีเณรคำ" ? มหาชน หมดศรัทธามหาเถรสมาคม ?


เปิดมรรค "8" อรหันต์เณรคำ

ทุกมรรคนำไปสู่ "คุก" หมด



เป็นอิทธิปาฏิหาริย์ระดับเห็นแล้วช็อกโลก ไล่ตั้งแต่พรากผู้เยาว์-ขับรถชนคนตาย-เลี่ยงภาษี-ฟอกเงิน ฯลฯ อูย ! พูดได้คำเดียวว่า ไม่มีความระยำสิ่งใดในโลกที่เณรคำไม่เคยทำ ชาติหน้าไม่ขอมาเกิดนั้นคงเป็นเรื่องจริง




ไอ้หยา ตั้ง 8 ข้อหาเชียวเหรอ

เผย 8 คดีอุกฉกรรจ์เณรคำ


ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับ 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นำโดย นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.พศ. ในฐานะเลขานุการมหาเถรสมาคม เพื่อหารือถึงการวางแนวทางสืบสวนเส้นทางการเงินต้องสงสัยและการประพฤติไม่เหมาะสมของพระวิรพล ฉัตติโก (สุขผล) หรือ หลวงปู่เณรคำ ว่า จากข้อมูลพบว่าการกระทำของหลวงปู่เณรคำ เข้าข่ายเป็นความผิด ต้องถูกดำเนินคดีรวม 8 ฐานความผิด คือ

1. การใช้สื่อสารสนเทศลงโฆษณาอันเป็นเท็จ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชน เบื้องต้นถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 เกี่ยวกับการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ และเป็นความผิดตามบัญชีแนบท้ายของ พ.ร.บ.สอบสวนคดีพิเศษ เนื่องจากมีการอ้างว่าได้เข้าเฝ้าพระอินทร์ ซึ่งพระอินทร์สั่งให้สร้างพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ด้วยทองคำ 9 ตัน ดีเอสไอวิเคราะห์แล้วเห็นว่าความผิดสำเร็จแล้ว

2. กรณีการกระทำชำเราเด็กหญิงและพรากผู้เยาว์ซึ่งเป็นความผิดอาญา มาตรา 277 และ 317 วรรค 3

3. กรณีมีพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีรถหรู ซึ่งเบื้องต้นพบรถต้องสงสัย 9 คัน ทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิคูเปอร์ นิสสันเซฟิโร่ ซึ่งน่าจะมีการนำออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน และรถเบนซ์อีกจำนวนหนึ่งที่ซื้อใน จ.อุบลราชธานี

4. กรณีเสพยาเสพติดให้โทษ

5. การแสดงและใช้วุฒิการศึกษาเท็จว่าจบดอกเตอร์จากมหาวิทยาลัยสันติภาพโลก เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.สถาบันอุดมศึกษา

6. คดีฆ่าคนตายโดยประมาทจากการขับรถชนคนตาย

7. ความผิดฐานฟอกเงินกรณีการเบียดบังเงินบริจาคไปซื้อทรัพย์สินและการนำเงินไปฝากในต่างประเทศ

8. การอวดอุตริ อภินิหาร

ทั้งนี้ หลังรับเป็นคดีพิเศษแล้ว ดีเอสไอจะประสานให้กองบังคับการกองปราบปรามส่งสำนวนที่สืบสวนได้มาอยู่ในความรับผิดชอบของดีเอสไ

นายธาริตกล่าวอีกว่า หลังพบพฤติการณ์ความผิดค่อนข้างชัดเจน จะทำหนังสือถึง ผอ.พศ. เพื่อขอให้ดำเนินการให้เณรคำพ้นจากความเป็นสงฆ์ ซึ่งจะเริ่มกระบวนการทันที นอกจากนี้ดีเอสไอจะขอให้ พศ.ถอนพาสปอร์ตจากกระทรวงการต่างประเทศทันที โดยจะส่งผลให้การอยู่ในประเทศฝรั่งเศสของหลวงปู่เณรคำเป็นการพำนักอยู่โดยไม่มีหนังสือเดินทาง จำเป็นต้องผลักดันออกนอกประเทศฝรั่งเศ



ข่าว : มติชน
10 กรกฎาคม 2556



สมเด็จฯพระพุทธชินวงศ์บอกนักข่าว

"มหาเถรไม่ได้นอนใจในกรณีเณรคำ"

เชื่อฮะว่าไม่ได้นอนใจ แต่นอนในห้องแอร์เลยเชียวล่ะ อิอิ !






สมเด็จพระพุทธชินวงศ์
(สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9)
วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง


9 ก.ค.2556 จากกรณีที่ประชาชนมีข้อสงสัยสาเหตุใดมหาเถรสมาคม (มส.) ถึงไม่ออกมาแสดงท่าทีของเรื่องงพระวิรพล ฉัตติโก หรือหลวงปู่เณรคำนั้น ล่าสุดสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ในฐานะกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) กล่าวภายหลังเป็นประธานเปิดการประชุมสัมมนาผู้บริหารสำนักเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี-นักธรรมของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยาว่า มส.ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะกระทบต่อศรัทธาประชาชนในวงกว้าง แต่กระบวนการทำงานนั้น พ.ร.บ.คณะสงฆ์กำหนดไว้ชัดเจนว่า หากมีเรื่องการกระทำผิดของสงฆ์ การพิจารณาก็จะเป็นไปตามลำดับชั้นการปกครอง โดยให้ผู้บังคับบัญชาใกล้ชิดเป็นผู้สอบข้อเท็จจริง เช่น เจ้าคณะอำเภอ ต้องพิจารณาแล้วส่งเรื่องมายังเจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะภาค และเจ้าคณะใหญ่หนต่างๆพิจารณาตามลำดับชั้น จากนั้นแจ้งมายังมส.ให้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงขอเน้นย้ำว่า คณะสงฆ์ โดยเฉพาะมส.ไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องนี้

ผลงานที่ ช่วยธัมไชโย ศึกษาข้อมูลที่
พระราชธรรมโกศล (สวัสดิ์) เจ้าอาวาสวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี กล่าวว่า คณะกรรมการที่อาตมาเป็นประธานได้ประชุมร่วมกันกรณีการตัดหลวงปู่เณรคำออกจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อแล้ว โดยได้ออกแถลงการณ์ว่า จะยืดหยุ่นเวลาให้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค.จนถึงวันที่ 12 ก.ค. ให้หลวงปู่เณรคำกลับมารายงานตัว หากพ้นวันที่ 12 ก.ค.ยังไม่มา ก็จะถือว่าพ้นจากสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อโดยเด็ดขาด จากนี้ไปต้องหาสังกัดวัด หากหาไม่ได้ก็ถือเป็นพระเร่ร่อนไม่มีสังกัด ซึ่งหากมีใครร้องเรียนว่าเป็นพระเร่ร่อนไม่มีสังกัด ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินการทางกฏหมายได้ ส่วนคดีร้องเรียนต่างๆต้องให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านและคณะสงฆ์ในการพิจารณาเรื่องพระธรรมวินัยต่อไป

ด้านพระธรรมฐิติญาณ เจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา คณะสงฆ์ศรีสะเกษได้เข้ามาหารือกับอาตมาเกี่ยวกับกรณีหลวงปู่เณรคำว่าจะให้ดำเนินการเช่นไร อาตมาจึงได้ให้แนวทางไปว่าหากเห็นว่าหลวงปู่เณรคำกระทำความผิดก็ต้องว่ากันตามความผิด หากทำถูกต้องว่ากันไปตามถูก โดยยึดความถูกต้องเป็นหลัก ส่วนกระบวนการพิจารณาให้คณะสงฆ์ศรีสะเกษและอุบลราชธานี ว่ากันไปตามกระบวนการโดยไม่ได้กำหนดวันที่ต้องดำเนินการเสร็จ แต่ก็กำชับว่าให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้

“ตอนนี้กระบวนการพิจารณายังติดที่หลวงปู่เณรคำอยู่ที่ฝรั่งเศส มีเพียงอีกฝั่งให้ข้อมูลอยู่เพียงด้านเดียว เป็นเพียงข้อกล่าวหา หากจะฟันธงว่าผิดหรือถูกก็ลำบากเหมือนกัน ซึ่งเรื่องการสึก หากตัดสินไปแล้ว แก้คืนไม่ได้ ต้องทำให้รอบคอบ อย่างไรก็ตาม อาตมาได้รับรายงานว่า วันนี้คณะสงฆ์ศรีสะเกษและคณะสงฆ์อุบลราชธานี ที่วัดประชารังสฤษฏ์ กันทรารมณ์ จังหวัดศรีสะเกษ เกี่ยวกับกรณีหลวงปู่เณรคำ ซึ่งอาตมาก็จะติดตามผลการประชุมอย่างต่อเนื่อง”เจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้สอบถามกรณีการขออนุญาตเดินทางไปต่างประเทศของหลวงปู่เณรคำว่า ได้เดินทางไปเมื่อไหร่และมีกำหนดระยะเวลากลับเมื่อใด จากทางศูนย์ควบคุมการไปต่างประเทศสำหรับพระภิกษุสามเณร (ศ.ต.ภ.) โดยได้รับคำตอบว่า ต้องขอดำเนินการตรวจสอบเอกสารอีกครั้งว่า หลวงปู่เณรคำที่ใช้ชื่อในการเดินทางว่าพระวิรพล สุขผล เดินทางไปวันไหนและมีกลับเมื่อใด หากไม่กลับตามกำหนดหรือไปกระทำความผิดก่อให้เกิดผลเสียต่อคณะสงฆ์ไทย ก็สามารถขึ้นบัญชีดำพระรูปนั้นๆ โดยจะไม่อนุญาตให้มีการเดินทางไปยังต่างประเทศได้อีก



ข่าว : คมชัดลึก
10 กรกฎาคม 2556




กองปราบบุกคฤหาสน์เณรคำ

ตกแต่สุดหรู แต่..ไม่พบสมบัติล้ำค่า


ฮ่าๆ มันคงไม่หน้าโง่รอให้ตำรวจบุกตรวจค้นหรอก ออกข่าวมานานเป็นเดือน ป่านนี้คงนอนเกาสะดืออยู่กับบักปานขาวที่ปารีสโน่นแล้วย่ะ





กองปราบบุกค้นคฤหาสน์เณรคำ พบเฟอร์นิเจอร์หรู "เซฟ" บิวท์อิน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 9 กรกฎาคม พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ผบก.ป. มอบหมายให้ พ.ต.อ.วรวุฒิ คุณะเกษม ผกก.3 บก.ป. พ.ต.อ.เอกพงษ์ พลมณี รอง ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ท.สวิก นุชเจริญผล พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.3 บก.ป.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ปปง.นำหมายค้นศาลจังหวัดอุบลราชธานี เข้าตรวจค้นเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับหลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก ประธานสงฆ์วัดป่าขันติธรรม ต.ยาง อ.กันทรารมย์ จ.ศรีสะเกษ เป็นบ้านพัก 3 หลัง ในพื้นที่กว่า 2 ไร่ ตั้งอยู่ใน จ.อุบลราชธานี

จุดแรก ตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 999 บ้านทรายมูล ต.ทรายมูล อ.พิบูลมังสาหาร ของนายรัตน์ และนางสุดใจ สุขผล บิดาและมารดาของหลวงปู่เณรคำ รวมทั้ง นายจำนงค์ สมเทพ พี่ชายต่างบิดาของหลวงปู่เณรคำ พบในบ้านตกแต่งอย่างหรูหรา ด้วยเฟอร์นิเจอร์หลุยส์ และโคมไฟชาโดเลีย มีนางสุขใจ เป็นผู้นำตรวจค้น เจ้าหน้าที่พบเอกสารใบเสร็จรับเงินต่างๆ จำนวนหนึ่งจึงอายัดไว้ตรวจสอบ แต่ไม่พบรถหรู

จุดที่ 2 ที่อาคารไม้ เป็นบ้านพักหลังเก่าของครอบครัวในอาณาบริเวณเดียวกัน และจุดที่ 3 เป็นบ้านพักอยู่ระหว่างการก่อสร้าง พบตู้เซฟขนาดใหญ่มีการสร้างติดกับผนังอาคาร แต่ไม่พบทรัพย์สินมีค่าใดๆ


ข่าว : มติชน
10 กรกฎาคม 2556
หมายเหตุ ข้าพเจ้าหมดศรัทธามหาเถรสมาคมมานานแล้ว ตั้งแต่ที่ได้เกิดเรื่อง เกี่ยวกับไม่ปฎิบัติตามพระลิขิต สมเด็จพระสังฆราช เรื่องสึก ธัมไชโย จึงทำให้เกิดลัทธิมารศาสนาขึ้นมามากมาย
สมเด็จที่ข้าพเจ้ากราบมีองค์เดียว คือ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ