วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปเสียแล้ว เกี่ยวกับข่าวสลัดผ้าเหลืองของอดีตพระวิรพล ฉตฺติโก หรือหลวงปู่เณรคำ สุขผล


ลุ้นกันสนั่นจอ

"เณรคำ สึก-ไม่สึก ไม่สึก-สึก"




กลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปเสียแล้ว เกี่ยวกับข่าวสลัดผ้าเหลืองของอดีตพระวิรพล ฉตฺติโก หรือหลวงปู่เณรคำ สุขผล ซึ่งถูกคณะสงฆ์จังหวัดอุบลราชธานีและศรีสะเกษลงมติให้สละสมณเพศ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฎาคม 2556 ที่ผ่านมา และนับตั้งแต่วันนั้นมาก็ยังไม่มีภาพของอดีตเณรคำปรากฏทางสื่อเลย ไม่ว่าจะเป็นสื่อในประเทศหรือสื่อนอกประเทศก็ตาม ทั้งๆ ที่สื่อทั้งไทยและเทศต่างก็จ้องจับภาพเณรคำมานำเสนอ ถึงขนาดว่า วัดป่าขันติธรรม เลค เอลสินอร์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งมีชื่อเณรคำเป็นเจ้าของที่ดินนั้น ถูกจ้องจับตาจากนักข่าวและสายสืบแทบจะเรียกว่า "พรุน"

ล่าสุด เมื่อวานนี้ ก็มีข่าวว่า พระระดับเจ้าคณะตำบลในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งมีคนรู้จักเป็นนักข่าวอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา ได้ออกมาให้ข่าวว่า "เณรคำสึกได้สามวันแล้ว" โดยอ้างว่า ได้ข่าวมาจากนักข่าวที่รู้จักกันในกรุงวอชิงตัน ดีซี สหรัฐอเมริกา และอ้างเหตุผลว่า ถ้าสึกก็จะสามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าการนุ่งเหลืองห่มเหลือง ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คน

ข่าวนี้ สื่อใหญ่ของไทยทุกฉบับนำเสนอ แต่กลับไม่เป็นที่เชื่อใจของผู้อ่าน เพราะยังมีประเด็นให้สงสัยอีกมากมาย แบบว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะทางหนึ่งนั้น กลุ่มลูกศิษย์เณรคำเองก็เดินหน้าเรียกร้องขอความเป็นธรรมให้แก่เณรคำ แถมยังประกาศด้วยว่า"ในวันที่ 31 กรกฎาคม ศกนี้ เณรคำจะกลับเมืองไทยอย่างแน่นอน ถ้า..ได้รับการประกันว่าจะไม่ถูกจับสึก" แต่กระแสข่าวที่ว่าเณรคำสึกออกไปได้ 3 วันแล้วนั้น ก็กลับกลายเป็นกระแสที่ "ขัดกันเอง" ของข่าวที่มาจากบรรดาคนรอบข้างของเณรคำ

เพราะคนส่วนใหญ่ยังลุ้นว่า "มะรืนนี้ (31 ก.ค.) เณรคำจะกลับไทยจริงหรือไม่ ถ้ากลับ..จะถูกดำเนินการอย่างไรจากเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและคณะสงฆ์" แต่ถ้าไม่กลับก็ต้องลุ้นกันต่อไปว่า ทางเณรคำจะหาทางหนีทีไล่อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในรูปคดีความและการเอาตัวรอดในต่างแดน ซึ่งเชื่อกันว่า ปัจจุบันเณรคำยังกบดานอยู่ในสหรัฐอเมริกา ดังนั้น ถ้ายังไม่ผ่านวันที่ 31 กรกฎาคม ไป ก็ยังไม่มีใครเชื่อว่า เณรคำจะทำอะไรที่เป็นการ "ตัดตอน" ชีวิตในผ้าเหลืองของตนเองเสียก่อน

แต่ก็อย่าลืมด้วยว่า อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นในโลกใบนี้ ข่าวเณรคำสึกก็อาจจะมีเงื่อนงำอยู่บ้าง เพียงแต่ไม่มีหลักฐานพยานใดๆ ที่จะมายืนยันว่าสึกจริง ที่สำคัญก็คือว่า แหล่งข่าวที่อ้างอิงนั้น เป็นเพียงพระครูบ้านนอก สื่อต่างๆ จึงยังไม่ปักใจเชื่อนัก ว่าจะมีน้ำหนักให้ฟันธงลงไปว่าเณรคำสึกจริง

ถ้าหากว่า แหล่งข่าวที่กล่าวถึงนั้น เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ที่เณรคำให้ความเคารพนับถืออย่างเช่น พระธรรมฐิติญาณ วัดบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 10 (ธรรมยุต) ซึ่งยืนเคียงข้างเณรคำมาโดยตลอด หรือจากพระเจ้าคณะผู้ปกครองระดับสูง เช่นเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษหรือจังหวัดอุบลราชธานี แบบนี้ก็น่าเชื่อว่าเป็นจริง แต่ถ้าเป็นแหล่งข่าวด้านอื่นแล้ว สื่อต่างๆ ก็ตั้งคำถามกันต่อไปว่า "ถ้าไม่มีรูปถ่ายยืนยัน ยังไงก็เชื่อใจไม่ได้หรอก เพราะขนาดรูปยังต้องนำมาพิสูจน์ว่าตัดต่อหรือไม่"

ดังนั้น เรื่องเณรคำสึก-ไม่สึก ก็ยังต้องลุ้นกันต่อไป


อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน

28 กรกฎาคม 2556

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ