วันศุกร์ที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

จารึกความชั่วของขบวนการล้มล้างพระธรรมวินัย มีใครบ้างต้องอ่านเองครับ ?


ON SALE !

เปิดราคาเครื่องราชเณรคำ

ระบุหมด จ่ายเท่าไหร่ ได้ชั้นไหน ตระกูลอะไร

ง่ายเหมือนซื้อ "หลุยส์ วิตตอง" ในห้างเลยฮ่ะ

ทำบุญผ่านเณรคำ ได้สวรรค์และนิพพาน
บริจาคผ่านเณรคำ ได้เครื่องราชย์ประดับวงศ์ตระกูล
ปปง.อายัดเงินเณรคำได้แค่ 3 แสน
จาก 20 บัญชีภายในประเทศ มีเงินกว่า 300 ล้าน
แถมระบุ "ขนเงินออกนอก" เกือบพันล้าน !
ไม่มีน้ำยารักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน มิน่าพวกนักการเมืองมันถึงอยู่เมืองนอกได้สบาย ไอ้นี่มันไม่ใช่อายัดแล้ว แต่เป็นการไล่เก็บขี้เณรคำเสียมากกว่าละมั๊ง เพราะเงินเกือบพ้นล้าน ถือว่าระดับนักการเมืองเรียกพี่เลยทีเดียว แถมทองคำอีก 8 พันกิโล ยังหาไม่เจอแม้แต่บาทเดียว วังเวงเหลือเกินประเทศไทย 





โบว์ชัวร์เชิญชวนร่วมบริจาค สร้างโรงพยาบาลสงฆ์ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งกำลังเป็นปัญหาว่าด้วยการเสนอขอเครื่องราชให้ ในอัตราที่เรียกว่า "เลือกชั้นได้เลย"



ใครจ่ายเท่าไหร่ ได้ชั้นไหน เช็คที่นี่นาทีเดียว




รายการเบ็ดเตล็ด




ใบแจ้งความจำนงค์บริจาค





คณะกรรมการและกำหนดการ







และแอ่นแอ๊น เผยชื่อ 4 อัครมหาอุบาสิกาเณรคำ

ทำทุกอย่างตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือรบให้พระอรหันต์ โดยเฉพาะ "ศิริพร ลีนุตพงษ์" แห่งตระกูลประกอบรถสุดหรูของ ประเทศไทย

รู้แล้วจะหนาว !


สรยุทธ ลองเชิญคุณศิริพร ลีนุตพงษ์ ไปออกช่อง 3 ดูสิ
ถามคุณศิริพรดู คงจะรู้ว่า มายบัค โรลส์รอย เบนซ์ ฯลฯ สารพัดรถหรูของเณรคำนั้น ใครเป็นคนจัดสเป็คให้ ?




อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
19 กรกฎาคม 2556



ACTIVE !

ถอนพาสปอร์ตเณรคำ
พระอรหันต์ขยับตัวเองไม่ได้แล้ว






No pasport - No Transport




วันนี้ ( 19 ก.ค.)  เวลา 19.30 น.  พ.ต.ท.พงษ์อินทร์  อินทรขาว  ผบ.สำนักคดีความมั่นคง  กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า  นายประสิทธิพร  เวทย์ประสิทธิ์  รองอธิบดีกรมการกงสุล  ได้ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึงนายธาริต  เพ็งดิษฐ์  อธิบดีดีเอสไอ  เพื่อแจ้งว่าตามที่ดีเอสไอได้ส่งเอกสารหมายจับ  ตำหนิ  รูปพรรณของนายวิรพล  สุขผล  หรืออดีตพระวิรพล  ฉัตติโก (หลวงปู่เณรคำ) เพื่อให้กรมการกงสุลพิจารณาเพิกถอนหนังสือเดินทางนั้น กรมการกงสุลได้ยกเลิกหนังสือเดินทางเลขที่ R980719 ที่ออกให้เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2554 ของอดีตพระวิรพลแล้ว  ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2556 ทั้งนี้เป็นไปตามระเบียบกระทรวงการต่างประเทศว่าด้วยการออกหนังสือเดินทาง 2548 อย่างไรก็ตาม ดีเอสไอจะแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทราบต่อไป



 ข่าว : เดลินิวส์
20 กรกฎาคม 2556




ตะลึง !

ฉัตรสามชั้นประจำองค์สมเด็จเจ้าฟ้าเณรคำ
ประดิษฐานที่ฐานพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก


เปิดอ้าซ่าท้าฟ้าท้าดิน ใครๆ ก็เห็น
แต่ก็เข้าตำรา
"ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น"

ประชาชีตาบอดทั่วหล้า เพราะว่าฤทธิ์ของพระอรหันต์







ฉัตติโก แปลว่า ผู้มีฉัตร

ดังนั้นเณรคำจึงสามารถมีฉัตรไว้ใช้ได้ ถูกต้องตามพระบาลีเป๊ะเลย ไม่เชื่อก็ลองไปถามท่านราชบัณฑิต "พระธรรมกิตติวงศ์" ดูสิ ขนาด "อรญญฺคโต" แปลว่า อยู่ป่าเป็นวัตร ท่านยังแปลซะสะเด็ดเลยว่า "ป่าคอนกรีตก็เป็นป่าเหมือนกัน" ดังนั้น ธุดงค์ในป่า กับธุดงค์ในเมือง (ป่าคอนกรีต) มันก็ป่าเดียวกัน หุหุ




ภาพอิริยาบทต่างๆ ของสมเด็จเจ้าฟ้าเณรคำ









 
ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ขอเป็นทาสตลอดไป





ตัวบังตาไม่ให้มองเห็น "ฉัตร" ของเณรคำ
มองเห็นก็แต่ "กุญแจเก๋งใหม่ป้ายแดง" เท่าน้าน


โอม..จะเป่าคาถามหาระรวย ดลหัวใจคนสวย ให้มาหลงเสน่ห์ ทั้งสาวหน่อยสาวนิด ทั้งนางเอกลิเก ทั้งแม่ค่าหาบเร่ และที่อยู่โรงงาน...โอม จะเป่าคาถาให้พระธรรมฐิติญาณ ฯลฯ




คณะนายทหารสามเหล่าทัพ
เดินทางไปถวายบังคมสมเด็จเจ้าฟ้าเณรคำ
ที่วัดป่าขันติธรรม จังหวัดศรีสะเกษ



แอ่นแอ๊น !

พสกนิกรชาวไทยโปรดทราบ บัดนี้ สมเด็จเจ้าฟ้าเณรคำ เสด็จลี้คดีไปประทับที่ต่างประเทศแล้ว พร้อมด้วยพระราชทรัพย์อีกนับพันล้าน ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน






สำนักเลขาฯสังฆราช อึ้ง “สมีคำ” ใช้ฉัตร 3 ชั้นเป็นตราส่วนตัว แจง ไม่ใช่ “สมเด็จพระสังฆราช-พระองค์เจ้า” ไม่เหมาะสม ด้าน สำนักพุทธฯเตรียมนำคลิปดอกไม้พระราชทานเข้ามหาเถรฯ 9 สิงหาคมนี้
      
วันนี้ (19 ก.ค.) พระครูสังฆสิทธิกร หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า 
สำนักเลขาฯได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับการสร้างพระแก้วมรกตจำลอง ที่สำนักสงฆ์ป่าขันติธรรม และอ้างว่า เป็นพระแก้วมรกตองค์ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่าบริเวณผ้าทิพซึ่งพาดอยู่ตรงฐานขององค์พระแก้วมรกตจำลอง ได้ปรากฏตราสัญลักษณ์ประจำตัวของหลวงปู่เณรคำ ประกอบด้วย ฉัตร 3 ชั้น มีตราธรรมจักร รองด้วยฐานดอกบัว ใต้ฐานบัวมีชื่อสลักว่า หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโก วัดป่าขันติธรรม เมื่อพิจารณาแล้ว ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ทั้งนี้ การใช้ฉัตร 3 ชั้นมาประกอบสัญลักษณ์ ส่วนใหญ่แล้วฉัตรดังกล่าวจะใช้ได้เฉพาะระดับ สมเด็จพระสังฆราช และพระราชวงศ์ระดับพระองค์เจ้า หากสมีคำนำมาใช้เป็นตราสัญลักษณ์ของตนเอง ถือว่าไม่สมควรอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม สำนักเลขาฯ จะสอบถามไปยัง สำนักราชเลขาธิการ ว่า การแอบอ้างประเภทนี้จะมีโทษหรือความผิดมากน้อยแค่ไหนต่อไป
      
สำหรับกรณีคลิปดอกไม้พระราชทาน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า จากการที่ นพ.จักรธรรม ธรรมศักดิ์ รองประธานคนที่สาม คณะกรรมาธิการการศาสนา คุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม วุฒิสภา ได้พบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความประพฤติของอดีตหลวงปู่เณรคำ อีกเรื่องคือ คลิปวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ที่อ้างว่าเป็นดอกไม้พระราชทาน ในสมัยที่ยังไม่ถูกปรับอาบัติปาราชิก โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังเพื่อนำถวายที่วัดป่าขันติบารมี สาขา 101 บ้านหัวเขา อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 21 ส.ค. 2555 นั้น ขณะนี้พศ.ได้รับข้อมูลและคลิปดังกล่าวมาแล้ว โดยจะตรวจสอบคลิป แล้วจะนำคลิปและข้อมูลรายงานให้กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ได้รับทราบ วันที่ 9 สิงหาคม ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เนื่องจากการประชุม มส.ในวันที่ 19 ก.ค.นี้ จะต้องเลื่อนออกไป เพราะคณะสงฆ์ติดภารกิจเนื่องในเทศกาลอาสาฬหบูชา และเข้าพรรษา



 ข่าว : ผู้จัดการ
20 กรกฎาคม 2556



อย่างฮา !

พบพระสงฆ์สังกัดวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อตกหล่นอยู่ที่วัดป่าขันติธรรมของเณรคำถึง 10 รูป ก่อนหน้านี้ พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธรรมยุต) และเจ้าอาวาสวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ได้ออกมายอมรับกับสื่อมวลชนว่า "เณรคำเคยมาขอสังกัด แต่ไม่เคยจำพรรษา" นั่นก็นึกว่ามีเพียงเณรคำคนเดียว ที่หลุดรอดการปกครองของพระราชธรรมโกศลไป แต่ในวันนี้กลับปรากฏว่า มี่พระภิกษุอีกจำนวนถึง 10 รูป ระบุสังกัดวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ แต่กลับตกค้างอยู่ที่วัดป่าขันติธรรมของเณรคำ งานนี้เห็นทีพระราชธรรมโกศลจะหลุดจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานีแน่นอนแล้ว เพราะบกพร่องอย่างร้ายแรงถึง 2 กรณีด้วยกัน คือ

1. ปล่อยให้เณรคำ ซึ่งอยู่ในสังกัด ออกไปทำความผิดเสียหายร้ายแรงระดับประเทศ เป็นเวลานานหลายปี แถมพระราชธรรมโกศลก็เคยเดินทางไปร่วมงาน หรือสนับสนุนกระบวนการของเณรคำเป็นประจำด้วย

2. บกพร่องอย่างร้ายแรง กรณีปล่อยให้พระเณรในสังกัดนับสิบๆ รูป ไปร่วมขบวนการเณรคำ และเมื่อเกิดคดีความขึ้นแล้ว ก็ยังไม่กลับต้นสังกัด ต้องให้เจ้าหน้าที่เข้าสำรวจ จึงพบว่าตกค้างอยู่มากถึง 10 รูป ดังกล่าว

ก็ขอกราบเรียนไปยัง สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร ในฐานะเจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย ว่าจะพิจารณาพิพากษาอย่างไร กับกรณีของพระราชธรรมโกศลที่เป็นปัญหาใหญ่ของคณะธรรมยุตและคณะสงฆ์ไทยในวันนี้

หนักหนาปานนี้ ถ้าสมเด็จพระวันรัต ยังไม่รู้ไม่ชี้ ก็ขอนิมนต์ลาออกจากตำแหน่ง "เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย" ได้แล้ว!





สมเด็จพระวันรัต วัดบวรนิเวศวิหาร
เจ้าคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย






พระราชธรรมโกศล เจ้าคณะจังหวัดอุบลราชธานี (ธ)
เจ้าอาวาสวัดพระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ ต้นสังกัดเณรคำ

ภาพนั่งเป็นประธานงานรับปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จาก ม.ราชภัฏ อุบลราชธานี ของเณรคำ



 ไปช่วยเณรคำจ่ายส่วนแก่พระธรรมฐิติญาณ
วัดบึงพลาญชัย ร้อยเอ็ด เจ้าคณะภาค 10 ธรรมยุต



คันนี้รับเอง
กินอยู่กับปาก อยากอยู่กับท้อง

พระลูกวัดถวายเจ้าอาวาสน่ะ รับได้ ไม่ผิดหรอก แต่ไอ้ที่บอกว่า "เณรคำสังกัดวัดนี้จริง แต่ไม่เคยจำพรรษา และไม่รู้ว่าไปสังกัดวัดไหน" นั้น มันฟังไม่ขึ้น นิมนต์ลาออกเสียเถิดครับพระราชธรรมโกศลที่เคารพ อย่าให้วงศ์ธรรมยุตของในหลวง ร.4 ต้องมาย่อยยับในมือของพวกท่านเลย



"พระลูกวัดเณรคำ" ถึงกับร่ำไห้ หลังถูกสั่งให้กลับต้นสังกัด

    
เมื่อเวลา 15.00 น. ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม บ้านยาง ตำบลยาง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ พระครูวัชระสิทธิคุณ เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ฝ่ายธรรมยุต พร้อมด้วย พระครูกิตติวรโสภณ รักษาการเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์, พระครูธรรมธรคำไข โสภาจาโร ที่ปรึกษาพระเลขาเจ้าคณะจังหวัด ได้นำคำสั่งของ พระครูวิสุทธิญาณ เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ(ธ) เดินทางมาร่วมประชุมกับพระที่เป็นหัวหน้าคณะสงฆ์ ผู้ปกครองที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม อันได้แก่ พระไกรศักดิ์ ธรรมโชโต พระลูกวัด และพระที่อยู่ทุกรูปยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแห่งนี้ ซึ่งในการเดินทางในครั้งนี้ได้เชิญ พ.อ.ชัชนันท์ เชื้ออำนาจ รอง ผบ.สำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ชำนาญการพิเศษ และนายวิรอด พรรณนา ผู้อำนวยการ และคณะจากสำนักงานพระพุทธศาสนา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบ นายก อบต.ยาง กำนันตำบลยาง มรรคนายก ญาติโยม ประชาชนชาวบ้านยางที่เคยมาทำบุญที่วัด รวมทั้งนางลอน มนัส เจ้าของที่ดิน ที่เคยถวายเพื่อการสร้างวัด

โดยได้นิมนต์พระทุกครูปที่อยู่ยังที่พักสงฆ์ให้ลงจากกุฎิมารายงานตัวต่อพระเลขาฯ เจ้าคณะจังหวัด และสำนักงานพระพุทธ เพื่อร่วมประชุมหาทางออกของที่พักสงฆ์ภายหลังจากที่อดีตพระวิรพล ฉตฺติโก หรือ พระเณรคำ ได้ถูกคำสั่งจากเจ้าคณะจังหวัดให้ต้องอาบัติ ปาราชิก และเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ได้ออกหมายจับใน 3 ข้อหา กลายเป็นผู้ต้องหาเพื่อความสงบของคณะสงฆ์ศรีสะเกษ และทั่วประเทศ ที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม จะต้องมีทางออกในทิศทางที่ดี ก่อนที่จะเข้าสู่การเข้าพรรษาของพระสงฆ์ทุกรูป โดยเริ่มการประชุม เจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนา ได้อ่านคำสั่งประกาศของเจ้าคณะจังหวัด ที่มีคำสั่งให้พระวิรพล ต้องอาบัติ ปาราชิก ซึ่งหมายถึงที่พักสงฆ์แห่งนี้ขาดผู้นำ ทั้งในการปฎิบัติธรรม ถือศีลภาวนา ขาดผู้ที่สั่งสอน ให้ดำเนินตามพระธรรมวินัย จึงได้มีคำสั่งให้พระทุกรูปที่พักสงฆ์แห่งนี้ เดินทางกลับไปรายงานตัวยังต้นสังกัด ซึ่งขณะนี้ภายหลังจากที่ได้มีการสำรวจก่อนเข้าวาระการประชุม ได้รับรายชื่อว่า ณ วันนี้มีพระที่มาอยู่ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ 25 รูป เป็นเณร 3 รูป และในบรรดาพระทั้งหมด 25 รูป ยังอยู่ในมหานิกาย 2 รูป และใน 25 รูป แยกสังกัดออกเป็นสังกัดวัดหลวง อำเภอเมืองศรีสะเกษ 15 รูป 
และสังกัดวัดใต้พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ เช่นเดียวกับอดีตพระวิรพล อีก 10 รูป

พระครูวัชระสิทธิคุณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่พักสงฆ์แห่งนี้ประธานสงฆ์ถือว่าดื้อแพ่ง ไม่มีการรายงานตัวต่อเจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ผู้ปกครองจังหวัดตามพระธรรมวินัยให้ถูกต้อง ซึ่งแม้ว่าพระทุกรูปจะอยู่สังกัดใดก็ตาม แต่หากเข้ามาอยู่พักจำพรรษายังวัด หรือที่พักสงฆ์ในอาณาเขตจังหวัดนั้นๆ จะต้องไปรายงานตัวขอเข้าอยู่ในอาณาเขตจังหวัดนั้นๆ ต่อพระผู้ปกครองจังหวัด เพื่อที่จะได้รับการตรวจสอบใบสุทธิ ตรวจสอบพระ ตามกฎหมายพระ ก่อนที่จะอนุญาต พอเกิดปัญหาขึ้นจะได้พิจารณาได้ตามพระธรรมวินัย

ดังนั้นวันนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแล้ว จนกลายเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก ประจวบกับอีกเพียง 3 วันพระสงฆ์ทุกรูปจะต้องลั่นวาจาเพื่อเข้าพรรษายังอุโบสถ เจ้าคณะจังหวัดจึงมีคำสั่งมาให้พระที่อยู่ยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแห่งนี้ เดินทางกลับไปรายงานตัวยังต้นสังกัดก่อน หากประสงค์ที่จะมาจำพรรษาที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมแห่งนี้ ค่อยขออนุญาตผู้ปกครองต้นสังกัดมา และหากได้รับอนุญาตก็ให้เดินทางมาได้ และเมื่อมาแล้ว ต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าคณะผู้ปกครองอำเภอเพื่อขอเข้ามาพักจำพรรษายังที่พักสงฆ์แห่งนี้ตามลำดับ และจะต้องปฎิบัติตามศาสนกิจของสงฆ์โดยเคร่งครัด อาทิเช่น ต้องออกบิณฑบาต ต้องลงพระอุโบสถศีล ลงปาติโมก ซึ่งหากไม่มีพระอุโบสถก็จะต้องไปลงยังพระอุโบสถเจ้าคณะอำเภอแทนได้

โดยหากเจ้าคณะสงฆ์ผู้ปกครอง อนุญาตให้เดินทางมาจำพรรษาได้ที่ยังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรมนี้แล้ว ก็จะต้องมาพิจารณาผู้ปกครองที่พักสงฆ์ว่าสมควรที่จะเป็นพระรูปใด จะต้องมีการจัดประชุมกันขึ้นในบรรดาหมู่สงฆ์อำเภอกันทรารมย์ ในวันที่ 21 กรกฎาคม เพราะในวันต่อมาจะเป็นวันพระ และวันเข้าพรรษาแล้ว จึงจำเป็นจะต้องเร่งดำเนินการทุกอย่างให้แล้วเสร็จก่อนเข้าพรรษา ทั้งนี้ก็เพื่อความสงบ เรียบร้อย หากมีญาติโยมที่จะเดินทางมาทำบุญก็จะได้มีความชัดเจนต่อคณะสงฆ์ผู้ปกครองอยู่ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ต่อไป
 
ขณะที่คณะสงฆ์กำลังมีการพิจารณาตามวาระการประชุม ได้มี พระไกรศักดิ์ ธรรมโชโต ที่ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพระลูกวัดป่าเณรคำ ถึงกับน้ำตาไหล ร้องไห้ออกมา เพราะรับไม่ได้กับคำสั่งของคณะพระสงฆ์ที่นำประกาศของเจ้าคณะจังหวัด มาประกาศยังที่ประชุมต่อหน้าญาติโยมทั้งหลายในวันนี้ เพราะยังเชื่อมั่นอยู่กับหลวงปู่เณรคำ ที่ได้รับผลจากการกระทำอยู่ฝ่ายเดียว และจากคำสั่งดังกล่าวเสมือนว่าคณะสงฆ์ธรรมยุตศรีสะเกษ กำลังจะเข้ามายึดวัด แม้จะขาดผู้ปกครองไป ก็จะยังมีพระผู้ใหญ่ในระดับสูงกว่า พระวิรพล ที่จะมาดูแลเป็นระยะๆ อยู่

ในคำสั่งเด็ดขาดของคณะพระสงฆ์จังหวัด(ธ) ลั่นมาว่าหากไม่เชื่อฟังสงฆ์ศรีสะเกษ ก็ไม่สามารถมาอยู่ในอาณาเขตศรีสะเกษได้ ก็ขอให้เดินทางกลับไปยังที่ประสงค์จะไป จึงทำให้พระหลายรูปถึงกลับร้องไห้ออกมาต่อหน้าคณะสงฆ์ และญาติโยมที่มาร่วมประชุม

อย่างไรก็ดีคณะสงฆ์ที่อยู่ยังที่พักสงฆ์ ได้หาทางออกร่วมกันคือ จะเดินทางไปรายงานตัวยังต้นสังกัดก่อน และจะขอเดินทางมาจำพรรษายังที่พักสงฆ์ป่าขันติธรรม แห่งนี้ต่อไป และพระชาวต่างชาติ 2 รูป ที่ยังอยู่ในมหานิกาย ก็จะให้ทางเลือกว่า หากจะมาอยู่ที่นี่ ก็ขอให้เปลี่ยนมาอยู่ธรรมยุตเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็ไม่อนุญาตให้มาอยู่ปะปนกับธรรมยุต กับมหานิกาย และพระทุกรูปที่จะเข้ามาอยู่ยังที่พักสงฆ์แห่งนี้ จะต้องไปรายงานตัวประชุมตั้งกฎที่วัดเจ้าคณะอำเภอกันทรารมย์ ก่อนจึงจะมาอยู่ได้ โดยจะได้แต่งตั้งประธานที่พักสงฆ์ในวันประชุมดังกล่าวนี้ด้วย ส่วนการเสนอตั้งวัด ให้ฝ่ายสำนักงานพระพุทธศาสนา เร่งดำเนินการต่อไป ทุกรูปรับทราบจึงเลิกประชุม



 ข่าว : ผู้จัดการ
20 กรกฎาคม 2556

ข่าวเกี่ยวข้อง






เหลือแต่ขี้ !

ปปง.อายัดเงินเณรคำได้แค่ 3 แสน
จาก 20 บัญชีภายในประเทศ มีเงินกว่า 300 ล้าน
แถมระบุ "ขนเงินออกนอก" เกือบพันล้าน !






หุหุ มันน่าโอนไปสังกัดสภาโจ๊กแห่งประเทศไทยไปเลยนะ ขนาดว่าเขาออกข่าวเช้าเย็นมาเป็นเดือน ว่าเณรคำมีเงินซุกซ่อนอยู่มหาศาล ทางการไทยก็ได้แต่แบ๊ะๆ แล้วปล่อยให้เขาเบิกออกไปใช้สบายใจเฉิบ ทั้งๆ ที่ทุกบัญชีก็มีอยู่ที่ธนาคาร แถมยังหลายธนาคารด้วย กล้องวงจรปิดก็มี ลายเซ็นก็มี รู้หมดว่าใครเบิก เบิกที่ไหน เมื่อไร่ และเท่าไหร่ แต่กลับไม่มีน้ำยารักษาทรัพย์สินของแผ่นดิน มิน่าพวกนักการเมืองมันถึงอยู่เมืองนอกได้สบาย ไอ้นี่มันไม่ใช่อายัดแล้ว แต่เป็นการไล่เก็บขี้เณรคำเสียมากกว่าละมั๊ง เพราะเงินเกือบพ้นล้าน ถือว่าระดับนักการเมืองเรียกพี่เลยทีเดียว แถมทองคำอีก 8 พันกิโล ยังหาไม่เจอแม้แต่บาทเดียว วังเวงเหลือเกินประเทศไทย ก็หวังว่าคงไม่เกิดกรณีเพชรซาอุ ภาค 2 นะ ที่มีข่าวว่าเจ้าหน้าที่เข้าไปมีเอี่ยวกินสินบาทคาดสินบนกันสนุกมือ หนักเข้าถึงกับอุ้มฆ่าผู้ที่ครอบครองเพชรไว้ด้วย มิเช่นนั้นก็อาจจะได้เห็น "ป๋าลอ ภาค 2" ของประเทศไทย บอกแล้วไงว่า เงินทองไม่เข้าใครออกใค




ฮ่าๆ นี่ไง รุ่นรวยโดยไม่มีเหตุผล เงินทั้งน้าน..




เลขาธิการ ปปง.แถลงยึดทรัพย์ “สมีคำ” อีก 60 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์และที่ดิน เงินในบัญชีสมีฉาวและญาติ พบเหลือเพียง 3 แสนกว่าบาทเท่านั้น เร่งสอบเส้นทางซุกทองคำ 8 ตัน
      
       วันนี้ (19 ก.ค.) ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง.แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรมการเงิน ซึ่งมีมติให้อายัดทรัพย์สิน นายวิรพล สุขผล อายุ 34 ปี หรือ อดีตพระเณรคำ จำนวน 60 รายการ มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรถยนต์ 23 คัน ที่ดิน 10 แปลง และบัญชีเงินฝากในธนาคาร 27 บัญชี จาก 150 บัญชี พบว่า มีเงินเหลือเพียง 320,000 บาท โดยในส่วนของบัญชีเงินฝากนั้น พบว่า มีการยักย้ายถ่ายเทเงินออกไปก่อนหน้านี้แล้ว จากการตรวจสอบยืนยันได้ว่า เงินที่ถูกยักย้ายถ่ายเทออกไปต่างประเทศ มีไม่ถึง 1,000 ล้านบาท แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด ส่วนกรณีที่ให้มีการตรวจสอบทองคำน้ำหนักกว่า 8 ตัน ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลชัดเจน อยู่ในระหว่างการประสานกับ นายสงกรานต์ อัจฉริยทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เข้าให้ข้อมูลเพิ่มเติม
      
       พ.ต.อ.สีหนาท กล่าวต่อว่า เหตุที่ยึดทรัพย์แค่ 60 ล้านบาท ทั้งที่มีข้อมูลว่า เณรคำ ร่ำรวยผิดปกติ และมีทรัพย์สินจำนวนมากนั้น เนื่องจากต้องทำการตรวจสอบและต้องมีหลักฐานชัดเจน ซึ่งทรัพย์สินที่ยึดวันนี้ เป็นบัญชีของเณรคำ และญาติคนสนิท ส่วนบัญชีอื่นๆ ต้องรอการตรวจสอบย้อนหลังจากธนาคารอีกครั้ง
 
 

 ข่าว : ผู้จัดการ

20 กรกฎาคม 2556
จารึกวงล้อประวัติศาสตร์ ข้อมูลที่ประจักษ์แจ้งในพฤติกรรมการล้มล้างพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ?  ที่หลายท่านไม่รู้ ช่วยแชร์ให้มากครับ
จารึกวงล้อประวัติศาสตร์ ข้อมูลที่ประจักษ์แจ้งในพฤติกรรมล้มล้างพระธรรมวินัยของพระพุทธเจ้า ( การปราบปรามทุจริตที่สำคัญที่สุดคือสื่อ เพราะหากสื่อปิดปากไม่ออกข่าว คิดว่าธุระไม่ใช่ บ้านเมืองก็จะหูหนวกตา
บอด ไม่รับรู้อะไร เพราะถึงแม้คนไม่ได้อ่านวันนี้แต่วงล้อประวัติศาสตร์จะจารึกอยู่เสมอ หากเกิดเรื่องร้ายแรง ที่ทำลายจริยธรรมคุณธรรม แต่สื่อไม่ออกข่าว ประวัติศาสตร์ก็จะชี้ว่า เหตุที่จมปัก เพราะสื่อมีส่วนเช่นกัน หากเราไม่ผนึกกำลังกันบ้านเมืองจะไปไม่รอด
)
สมเด็จองค์นี้ พระรูปขวามือ และชายผู้นี้ ช่วย ธัมมชโย เรื่องจริงในประวัติศาสตร์ 
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=296838490362260&set=a.258806637498779.62591.161446187234825&type=3&theater
สมเด็จองค์นี้ ช่วย ธัมมชโย เรื่องจริงในประวัติศาสตร์ ที่ชาวโลกต้องศึกษา ที่ http://www.alittlebuddha.com/html/The%20Vision%20of%20P.M.Narin/The%20Vision%20of%20Phramaha%20Narin%2078.html

ด่วน วิทยานิพนธ์ด้านความมั่นคงสถาบันพระศาสนา ประจักษ์แจ้ง ตอนที่ 1 ศึกษาที่ http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2012/08/blog-post_30.html

ด่วนช่วยแชร์เพื่อรักษาพระธรรมวินัย ของพระพุทธเจ้า
วันที่ ๒ กรกฎาคม 2556 ได้เข้ากราบเรียนข้อมูลเรื่องเณรคำ และความมั่นคงของพระศาสนา ให้ท่านเจ้าคุณ พระเทพสารเวที เลขานุการในสมเด็จพระสังฆราช ณ.วัดบวรนิเวศ เวลา 7.30 น.ได้ทราบปัญหาที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของสถาบันพระศาสนา และของชาติไทย เรื่องเณรคำ และปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นมานาน ในเรื่องมหาเถรสมาคม ไม่ปฎิบัติตามพระลิขิต ของสมเด็จพระสังฆราช เรื่องการสึกธัมไชโย และการไม่รักษาพระธรรมวินัย ของพระสงฆ์ในประเทศไทย และเรื่องที่เกิดขึ้นกับ สมเด็จพระสังฆราช มานานก็ไม่เห็นมีพระในวัดบวรลุกขึ้นมาต่อสู่เพื่อปกป้องพระเกียรติ และพระธรรมวินัย ท่านจึงถามข้าพเจ้าว่าจะทำอย่างไร ข้าพจึงกราบเรียนว่า พระธรรมทูต (พระมหานรินทร์) ได้ทำข้อมูลข่าวสารแผ่แพร์ไปทั่วโลกแล้ว เป็นที่ประจักษ์แจ้งในพฤติกรรมของกรรมการมหาเถร และมีความเห็นตามที่ได้กราบเรียน ปรึกษาท่านเจ้าคุณ พระเทพปัญญากวี ว่ามหาเถรสมาคมมีพฤติกรรมล้มล้างพระธรรมวินัย และ กฎหมายรัฐธรรมนูญของชาติ พรบ.สงฆ์ โดยต้องยื่นฟ้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งให้มหาเถรสมาคม ปฎิบัติตามพระธรรมวินัย ถ้ายังไม่ปฎิบัติตามพระธรรมวินัยก็ต้องให้ชาวไทยทั่งประเทศพิจารณา ?http://picasawebcothssomkiert.blogspot.com/2013/06/blog-post_6349.html
ประวัติศาสตร์ พฤติกรรมล้มล้างพระธรรมวินัย ของมหาเถรและนักการเมือง ? "สมรู้ร่วมคิดกับบักเณรคำ" ช่วยแชร์เพื่อปกป้องพระศาสนาครับ
ข้อมูลพฤติกรรมการล้มล้างพระธรรมวินัย ที่เกิดขึ้นในสถาบันพระศาสนาของชาติไทย
เมื่อมหาเถรทำในเรื่องไร้คุณธรรมและจริยธรรม ข้อมูลที่1 http://www.alittlebuddha.com/News%202011/April%202011/11%20April%202011.html

เมื่อองค์กรหลักด้านคุณธรรม กระทำสิ่งไร้คุณธรรม ข้อมูลที่๒ http://www.alittlebuddha.com/News%202011/April%202011/12%20April%202011.html
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตั้ง "มหาเถรสมาคม" ขึ้นมา ก็เพื่อเป็นรัฐบาลคณะสงฆ์ปกครองและบริหารกิจการพระศาสนา ต่างพระเนตรพระกรรณ แต่ทุกวันนี้แทบไม่เห็นมีบทบาทอะไรเป็นที่ประจักษ์แจ้งแล้วแก่ชาวไทยและชาวโลก
มหาเถรสมาคม หรือ มส. หากจะเปรียบเทียบกับการปกครองทางโลกก็คือ คณะรัฐมนตรีของคณะสงฆ์นั่นเอง
เพราะมหาเถรสมาคม นับเป็นองค์กรสูงสุดของคณะสงฆ์ ที่มีอำนาจ หน้าที่ ในการปกครองคณะสงฆ์ทั้งประเทศให้อยู่ในพระธรรมวินัย ตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ซึ่งเป็นฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 และมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน
โดยอำนาจ หน้าที่ที่สำคัญของมหาเถรสมาคม คือ
ปกครองคณะสงฆ์ให้เป็นไปโดยเรียบร้อยดีงาม
ปกครองและกำหนดการบรรพชาสามเณร
ควบคุมและส่งเสริมการศาสนศึกษา การศึกษาสงเคราะห์ การเผยแผ่ การสาธารณูปการ และการสาธารณสงเคราะห์ของคณะสงฆ์
รักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา ? แต่ไม่ทำหน้าที่ ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะสึกออกไปให้หมด เพื่อปกป้องรักษาสถาบันพระศาสนาของชาติไว้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ครับ